• ครูส้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thip.jt@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 15801
  • จำนวนผู้โหวต : 55
  • ส่ง msg :
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤษภาคม 2551
Kew Garden...... สวนพฤกษศาสตร์ Kew
Posted by ครูส้ม , ผู้อ่าน : 887 , 18:50:09 น.   | หมวดหมู่ : Basic-orchid  
พิมพ์หน้านี้


Kew  Garden สวนพฤกศาสตร์  Kew .....ประเทศอังกฤษ

จากการที่ต้องค้นคว้าทั้งสายพันธุ์กล้วยไม้ป่า และกล้วยไม้ลูกผสมของไทย

ทำให้ต้องศึกษาค้นคว้าไปยังที่ต่างๆรวมทั้งสวนพฤกษศาสตร์หลายๆแห่ง

ทำให้ได้รู้ว่า ในประเทศไทยของเรานั้น นอกจากจะมีอุทยานแห่งชาติมากมาย

แล้วยังมีสวนรุกขชาติและสวนพฤกษศาสตร์ของกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ที่อนุรักษ์ เก็บรักษาพันธุ์พืช และพันธุ์ต้นไม้  อีกทั้งยังมีสวนพฤกศาสตร์ของเอกชน

อย่างสวนนงนุช ที่คุณ “Lovecondo 3”บล็อกเกอร์ช่างภาพมืออาชีพ ได้ไปถ่ายภาพ

มาให้พวกเราได้ชื่นชม ที่ http://www.oknation.net/blog/lovecondo3/2008/05/20/entry-1

ผู้เขียนก็เลยนึกถึงปรมาจารย์นักปรับปรุงบำรุงพันธุ์ท่านหนึ่ง ที่เคยสั่งสอน

ให้ความรู้เรื่องสายพันธุ์กล้วยไม้กับผู้เขียนไว้อย่างมากมาย ท่านเล่าว่า

สถาบันที่ให้การรับรอง การตั้งชื่อสายพันธุ์ต่างๆของกล้วยไม้ ของทุกประเทศทั่วโลก

ก็คือ สถาบันสวนพฤกษศาสตร์ คิว ของประเทศอังกฤษ 

ก็เลยไปหาข้อมูลเขียนมาเล่าสู่กันฟังนะคะ

สวนพฤกษศาสตร์คิว กรุงลอนดอน เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่สำคัญมีชื่อเสียง

และสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก (World heritage)

ของ UNESCO เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2003

นับเป็นแหล่งขุมทรัพย์ทางด้านพรรณไม้ที่มีมากมายมหาศาลจากทุกมุมของโลกอย่างแท้จริง

 

พรรณไม้ทั่วโลกที่เรียกว่าดีและแปลก จะพบจะเห็นของจริงได้จากที่นี่ 

พันธุ์ ไม้ที่สวนพฤกษศาสตร์ Kew สะท้อนภาพพันธุ์ไม้ทั่วโลก

ว่ามีแหล่งกำเนิดและวิถีดำรงพันธุ์อย่างไร

 นับเป็นสถานที่สำหรับศึกษาค้นคว้าพันธุ์ไม้ของโลกที่ใหญ่และสมบูรณ์แบบที่สุด

การรวบรวมพันธุ์ไม้ของ สวนพฤกษศาสตร์ Kew มีตั้งแต่

 Carnivorous plants, cacti, arboreta, British natives, ferns, palms, grasses

มีการนำ Economic plants ต้นไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจเข้ามารวมเป็น collections ด้วย

เดิมสวนพฤกษศาสตร์คิวเป็นสวนของราชวงศ์อังกฤษ ต่อมาในยุคสมัยของการล่าอาณานิคม

กองทัพเรือของประเทศอังกฤษ  ออกไปล่าอาณานิคม ตระเวนไป(เบียดเบียนรุกราน)ทั่ว 7 คาบสมุทร

อังกฤษไม่ได้นำเพียงทรัพย์สินเงินทองกลับมาเท่านั้น พวก เขาได้นำพันธุ์ไม้แปลกๆกลับมาด้วย 

มีการเริ่มเก็บรวบรวมพันธุ์ไม้จากที่ต่างๆไว้ที่ สวนพฤกษศาสตร์ Kew  แห่งนี้

การจัดสวนที่เรียบ แต่สวยงาม

ภาพวาด  Sir Joseph  Banks

ภาพวาด  เรือ  HMS Endeavour

ภาพวาด  กับตัน เจมส์ คุก

นักพฤกษศาสตร์ที่สำคัญในสมัยนั้นของอังกฤษคือ Sir Joseph Banks (1743 - 1820)

ได้เดินทางร่วมไปกับ “กัปตันเจมส์ คุก” ในการเดินทางรอบโลกไปกับเรือ HMS Endeavour

การเดินทางครั้งนี้ได้ไปทอดสมอเรือที่ออสเตรเลีย ใน ค.ศ .1770

พร้อมตั้งชื่ออ่าวที่ไปทอดสมอว่า Botany Bay อีกด้วย เป็นเพราะแรงกระตุ้นจาก Banks

 ที่ได้แสดงความกระตือรือร้น ความสนใจต่อพันธุ์พืชใหม่ๆพร้อมนำกลับมาที่สวน Kew

ทำให้คนอังกฤษพลอยเห่อตามกระแสไปด้วย การแสวงหาต้นไม้ที่มีคุณสมบัติแปลกๆ

จากทั่วโลกกลับมาเก็บไว้ที่ Kew จึงเกิดขึ้น

บัว วิคตอเรีย  ถ้าบ้านเรา  คงจะเรียก บัว ขอบกระด้ง

Banks นำ “บัว”กลับมาให้คนอังกฤษได้ดูกัน พร้อมกับตั้งชื่อขึ้นใหม่หลายสายพันธุ์

 พร้อมกับพันธุ์ไม้แปลกจากออสเตรเลียอีกชนิดหนึ่ง ที่มีรูปลักษณ์ของต้น แตกต่างกันมากมาย

อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไม้ที่มีสายพันธุ์เดียวกัน คือมีตั้งแต่ลำต้นเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กไป

จนถึงเป็นไม้ใหญ่ หรือบางชนิดสามารถทนแห้งแล้งทั้งยังขยายพันธุ์ด้วยการ

ต้องโดนไฟสุมให้กระเปาะ เมล็ดแตกแพร่กระจาย

พันธุ์ไม้นี้ต่อมาได้รับการตั้งชื่อตาม Banks ว่า Banksia

ภาพวาด  Sir Joseph Dalton Hooker

นักสะสมพันธุ์ไม้ที่สำคัญอีกท่านคือ Sir Joseph Dalton Hooker (1817 – 1911)

เขารับหน้าที่เป็นทั้งแพทย์และนักพฤกษศาสตร์ที่ตระเวณไปกับเรือ Erebu

 ใช้เวลาไปกับเรือ 4 ปีล่องอ้อมลงไปบริเวณ Antarctic

ผ่านแอฟริกาใต้เขาสนใจพันธุ์ไม้ที่พบระหว่างเส้นทางการเดินเรือ

ทั้งยังเขียนเรื่องราวที่พบเห็นส่งเป็นจดหมายกลับมาให้บิดาอ่าน 

อังกฤษนั้นเมื่อนำเอาพันธุ์ไม้จากประเทศที่ตนไปทอดสมอมาทุกพื้นแผ่นดิน

นำมาแล้วก็ไม่ได้นำมาทิ้งขว้าง กลับบำรุงรักษาอย่างดี และศึกษาวิถีชีวิตขงมัน

พันธุ์พืชที่ต้องการการเอาใจใส่ดูแลให้ปลูกขึ้นในสภาพอากาศร้อนชื้น

ทนความหนาวเย็นในอังกฤษไม่ได้ อังกฤษก็สร้าง “เรือนกระจก”ให้อยู่เพื่อกั้นอากาศหนาว

ไม่ให้กล้ำกลาย เข้าไปทำลายพรรณพืชที่นำมาปลูกเลี้ยง

(เป็นที่มาของการดูแล บำรุงรักษาต้นไม้ต่างถิ่นให้เจริญเติบโตที่เผยแพร่ไปทั่วโลกจนถึงทุกวันี้)

ภาพต้นปาล์มในเรือนกระจกใหญ่

การจัดสวนด้วยพันธุ์ไม้ใหญ่

ปัจจุบันงานของ สวนพฤกษศาสตร์ Kew ขยายออกไปอีกหลายแขนง

 แม้จะเก็บพันธุ์ไม้ได้ถึง 15% ของทั่วโลกมาเก็บไว้ได้ แต่การศึกษาพันธุ์ไม้ไม่เคยหยุดนิ่ง

เพราะเขาได้พัฒนาเป้าหมายการวิจัยพันธุ์ไม้เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริงว่า

มนุษย์และพันธุ์ไม้แต่ละชนิดมีความสำคัญต่อกันและกันอย่างไร

การหันเข็มการวิจัยเพื่อพัฒนาแนวคิดดังกล่าวเพื่อสนับสนุนให้เกิดประโยชน์จากพันธุ์ไม้มากขึ้น

โดยเฉพาะการนำสารจากพืชมาผลิตยา พร้อมทั้งช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ไปพร้อมกับ

การพัฒนาพันธุ์ไม้อังกฤษ จึงถือได้ว่าเป็นผู้นำของโลกที่เห็นความสำคัญ

ของสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติที่มีต่อพืชและมนุษย์

เรื่องนี้จึงเป็นจุดเริ่มของการประชุมเพื่อพิจารณาการบริหารจัดการ

สภาพแวดล้อมของโลกในปัจจุบัน ที่สภาพสภาวะเรือนกระจก

หรือปัญหาเรื่องโลกร้อน Global Warming

กำลังเป็นปัญหาที่สำคัญ ที่ชาติมหาอำนาจของโลกต้องมานั่งเริ่มต้นเจรจากันใหม่

หลังสนธิสัญญา Tokyo Protocol เมื่อหลายปีที่แล้ว

เรือนกล้วยไม้

เรือนกระจกปรับอุณหภูมิ

สวนไผ่และเรือนที่ทำจากวัสดุไผ่

มีผู้กล่าวว่า "ทุกชีวิตบนโลกต้องการต้นไม้”

“ต้นไม้”ถือเป็นส่วนสำคัญหลักทั้ง 4 ใน”ปัจจัยสี่”

ที่สำคัญของการดำรงชีวิตของมนุษย์เราเลยที่เดียว

คือเป็นทั้ง อาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรคและเครื่องนุ่งห่ม

 แค่นี้ก็เป็นสิ่งยืนยันที่ดีที่สุดแล้วว่า ภารกิจ ของการเก็บ ศึกษาพันธุ์ไม้

 เผยแพร่ผลการศึกษาดังกล่าวให้ผู้ไปเยือนสวนพฤกษศาสตร์ Kew

ได้เห็นได้เรียนรู้ตามไปด้วย เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม 

ปัจจุบันสวนพฤกษศาสตร์ Kew ได้จัดโครงการ Friends of Kew ขึ้น

คือมีหลักการง่ายๆว่าถ้าอยากเป็นเพื่อนกับสวนคิวก็ขอให้ไปเที่ยวสวนคิว

กันมากและบ่อยๆหน่อยเพราะค่าผ่านประตูสวนนั้น จะนำไปใช้เพื่อการวิจัยและพัฒนาต่อไป

งานวิจัยชิ้นเงินต้องใช้เงินไม่ใช่น้อย หรือถ้ามีจิตศรัทธามากกว่านี้

จะร่วมบริจาคเงินสนับสนุนการทำงานของสวนพฤกษศาสตร์ Kew เลยโดยตรงก็ได้

 

*******************************************         

และเมื่อไม่นานมานี้ เราคงได้ทราบจากข่าวในพระราชสำนัก

ที่พระองค์โสมฯได้นำกล้วยไม้สกุลหวาย Dendobium   ที่คนไทยได้พัฒนา

ปรับปรุงสายพันธ์ขึ้นใหม่ ตั้งชื่อว่า “โสมสวลี” ถวายเป็นเกียรติแก่พระองค์

เมื่อพระองค์ได้เสด็จไปเยี่ยมชมสวนฯ ได้มอบกล้วยไม้สายพันธุ์นี้ไว้ให้ที่สวนแห่งนี้อีกด้วย