พิมพ์หน้านี้
|
เข้าไปเยี่ยมหนุ่มไทยเลยอ่านแล้วทำลูกสาวเมืองเลยน้ำตาซึมคิดถึงแม่ เพราะแม่คือแรงบัลดาลใจ ลิ้งนี้หนุ่มไทยเลยเขียนกลอนถึงแม่ http://www.oknation.net/blog/sukhumpoj/2008/06/01/entry-1 แม่เชยเชิญยิ้มนี่เป็นคำเรียกที่ลูกสาวเมืองเลยมอบให้แม่ เพราะว่าเธอคนนี้ทำให้ลูกสาวเมืองเลยสามารถยิ้มหัวเราะโดยไม่มีขีดจำกัด หัวเราะอ้าปากกว้าง เสียงดังได้โดยที่อั้นไม่อยู่แม่บอกว่าหุบปากซะบ้างเวลาหัวเราะ เห็นลิ้นไก่หมดเลย ไม่งาม ไม่งามเลยลูก เคยแอบกอดแม่เชยจากด้านหลัง ทุกครั้งก็จะโดนศอกกลับทุกที จักกะจี้ขนลุก นึกว่าพ่อมึงเดี๋ยวบัดเหนี่ยวเลย 555 ตั้งแต่ลืมตา อ้าปากมาก็พบว่าแม่เชยเป็นทุกอย่างในชีวิต เป็นครู เป็นเพื่อน เป็นทุกอย่างที่ลูกสาวเมืองเลยคิดว่าแม่เชยจะเป็นไปได้ บทจะโหด ก็ถึงพริกถึงขิง ไม้เรียวหวดก้นที ดังปลั๊ก ตัวงอเลย ทุกอย่างในความเป็นแม่เชย ในแบบของแม่มันทำให้เราเป็นเราได้ถึงวันนี้ ตอนเเด็กเคยแอบหยิบเงินของแม่เชยที่ซ่อนไว้ซอกหนึ่งของโรงสีข้าวไปซื้อขนม และไปเที่ยวไกล ไม่ได้อยู่ใกล้สายตาแม่เชย ทำให้โดนไม้เรียวฟาดก้นไปหลายที บทบู๊ที่แม่เชยเคยแสดงกับลูกสาวเมืองเลยมีเยอะ เพราะวีรกรรมที่แสบ ๆ ตอนนั้นมันเกินที่แม่เชยจะทนได้ จำได้ว่าแม่เชยเคยใช้หนังกะติ๊ก(เรียกเหมือนเมื่อหลายปี) ปั้นด้วยดินเหนียวแต่ตอนนั้นมันยังไม่ได้ตากแดดเลยเป็นลูกหนังกะติ๊กที่อ่อน ๆ ยิงแม่นอย่างกับนักแม่นปืนเป้าบิน ตรงเป้าค่ะ โดนหน้าผากลูกสาวเมืองเลย ทั้ง ๆ ที่วิ่งไวมากนักแม่นปืนเป้าบิน โอลิมปิก ก่อนเข้านอนทุกวันจำได้ว่าแม่เชยจะร้องเพลงที่แต่งขึ้นเองกล่อมนอนทุกคืน เล่านิทานที่ไม่มีวันจบให้ฟัง ลูกสาวเมืองเลยถามว่าตัวละครนี้ในนิทานจะเป็นยังไงต่อไปล่ะแม่ แม่ก็เล่าไปได้เรื่อย ๆ เรื่องเก่าเอามาเล่าใหม่ สร้างตัวละครเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนลูกสาวนึกว่าเป็นอีกเรื่อง ทุกเรื่องแม่ก็จะสอนตลอด ตัวละครที่แม่เล่าก็ดูสนุกสนานพื้นบ้านดีแท้ เช่นเดียวกันกับพ่อบุญมาที่ชอบร้องเพลงสลับกับแม่เชย วันนี้แม่เล่านิทาน วันนั้นพ่อร้องเพลง ส่งผลให้ตอนอยู่ประถมประกวดร้องเพลงได้ที่หนึ่ง ร้องได้ตั้งแต่เด็ก ๆ เลย ตอนป้อนข้าวแม่เชยก็เคี้ยว ๆ ข้าวเหนียวนึ่งกับอาหารรวม ๆ กันแล้วคายมาใส่ปากลูกสาวเมืองเลยอีกที ข้าวเหนียวเปื้อนน้ำลายแม่ก็อร่อยดีเหมือนกันนะ ลูกสาวจะติดข้าวเหนียว ขาดข้าวเหนียวทำให้นอนไม่หลับ ต้องอมติดปากไว้แล้วเผลอหลับไปพร้อมข้าวเหนียวในปาก จนแม่เชยระอาใจ เลิกเรียนครูที่โรงเรียนจะต้องโร่เข้าไปฟ้องแม่เชยตลอดว่าลูกสาวตัวแสบนั้นสร้างวีรกรรมใดไว้บ้าง ช่างไม่เหมือนเด็กอื่นจริง ๆ สามารถสร้างปัญหามาให้แก้ได้ตลอดเวลา ตอนเรียนมัธยมต้องปั่นจักรยานไปไกล 4 กิโลเมตร เพื่อไปรอรถเมล์ จักรยานของลูกสาวเมืองเลยยางรั่ว ต้องร้องไห้จูงกลับบ้าน แม่เชยไม่เคยปั่นจักรยาน ไม่รู้กลไกใด ๆ ทั้งสิ้น แต่กระนั้นเธอคนนี้ก็พยายามลองผิดลองถูกซ่อมจนใช้ได้ เห็นมะเธอเป็นช่างซ่อมโดยไม่รู้ตัว จันทร์ถึงศุกร์เรียน เสาร์อาทิตย์ต้องตะลอนไปกับพ่อบุญมาและแม่เชย กลางไร่อันไกลบนดอย แม่เชยก็กระเตง กระติ๊บข้าวเหนียวพาลูกสาวไปและบ่นไปตลอดทาง พร้อมกับชี้โบ้ชี้เบ้ ไอ้โน่นเป็นป่าไผ่ ไอ้นี่แหล่งหน่อไม้ ห้วยนั่นปลาเยอะ ตรงนั้นจักจั่นชอบเกาะ และแม่เชยจะเรียกลูกสาวว่า อีหล้าขาใหญ่ด้วยเหตุว่าเดินจนน่องโป่ง ปั่นจักรยานไปเรียนส่วนมากก็ไม่ค่อยได้นั่งมากนอกเสียจากจะนั่งตอนปล่อยจักรยานลิ่วลงจากเขา จากนั้นก็ขึ้น เนินจูงตลอดแม่เชยบอกว่า แม่เชยเคยดีลูกสาวจนเป็นรอยแผลเป็นแม่เชยมักจะบอกว่า อีหล้าขาใหญ่ของแม่นอกจากจะขาใหญ่แล้วซ้ำยังมีรอยแผล จะขายไม่ออกเพราะขาใหญ่มีลายนี่เอง 555 ครั้งแรกที่ไกลแม่เชยคือต้องไปเรียนในจังหวัด ไปอยู่หอพักจะทำตัวแบบไหนดี แม่เชยบอกว่าอยู่อย่างไรก็อยู่ได้ แต่อยู่แล้วเอาตัวรอด และเป็นคนดีนั้นมันต้องใช้ความอดทนสูง สิ่งที่แม่เคยทำกับลูกนั้นก็เหมือนกับแม่ได้กล่อมเกลาให้ลูกได้แข็งแกร่งและอดทน ทุกครั้งที่อยากจะไปเที่ยวแม่เชยบอกไปเลยลูกเต็มที่ ไปเที่ยวดึกหรอ อ้าว!!! ยังไม่สว่างนี่ลูก มีที่อีกที่เขาบอกเปิดถึงสว่างยังต่อได้อีก ฟังดูเหมือนจะขำ จริง ๆ ทุกอย่างที่แม่บอก และลูกกระทำมันสอดรับ และสอดคล้องกันค่ะ ไม่เคยมีความลับระหว่างแม่เชยและลูกสาวเมืองเลย เธอเป็นเหมือนเพื่อน ในการดำเนินชีวิตระหว่างเรียนนั้น ความเชื่อใจของแม่เชย ไม่เคยทำให้ลูกสาวได้ออกนอกกรอบที่แม่เคยตีไว้ เพราะทุกครั้งที่มีสิ่งไม่ดีขึ้นมา จะนึกถึงหน้าแม่เชยเป็นคนแรก และความรู้สึกของแม่เชยต้องมาก่อนเสมอ มันมีทั้งหนัก และเบา วิธีคิดของแม่จะไม่ตึง และหย่อนยานจนทำให้เราผิดเพี้ยนจากธรรมชาติที่ควรจะเป็น ครั้งที่สองที่ต้องไกลแม่เชยออกไปอีก ตอนไปเรียน ป. ตรี ในกรุงเทพฯ มันไกลมากในความรู้สึกแม่เชย เอ.... มันอยู่ที่ไหนกันหว่า กรุงเทพฯ แม่เชยเคยเห็นภาพนั้นในทีวี จากเดิมที่แม่เชยไม่เคยเขียนหนังสือ ต้องหัดเขียนเพื่อมีส่วนร่วมในจดหมายกับพ่อบุญมา ในจดหมายที่เขียนถึงลูกสาว จากเมืองเลยถึงลูกสาวที่ กทม. พ่อบุญมาจะเขียนสลับกับแม่เชย ตอนนี้ค้นมาอ่านยังอมยิ้ม ตัวหนังสือพ่อบุญมานั้นสวยเริดประณีต แฝงด้วยแง่คิดตลอดทุกคำที่เขียน บอกถึงความรู้สึกได้ลึกซึ้ง ถึงตอนที่แม่เชยเขียน ตัวหนังสือตัวใหญ่มาก ถึงมากที่สุด หลุดออกจากเส้นกระดาษที่เขาพิมพ์ไว้ บางทียังต้องใช้พื้นที่มากทับตัวหนังสือพ่อบุญมาซะมิดเลย 555 แต่ทุกคำที่เขียนได้มันบอกถึงความรู้สึกของแม่เชยว่า " คิดถึงอีหล้าขาใหญ่" เป็นคนดีนะ จดหมายทุกฉบับมักจะปิดท้ายด้วยคำคมเสมอ "อ่านวันละนิดจิตแจ่มใสนะลูก" "ประหยัดนะลูกถ้าขอเยอะแม่เบาหวานขึ้น" บางครั้งบางคราที่นึกได้แล้วหยิบมาอ่าน จะมีมีอารมณ์ขันได้ นี่ล่ะแม่เชย อีกครั้งที่ไกลออกไปอีกก็ตอนทำงานลูกสาวต้องมาทำงานที่กำแพงเพชร จบแล้วหายห่วง สุดท้ายก็ยังเหลือที่แม่เชยบอกไว้ว่า ยัง ยังเหลือห่วงอีก อ้าว!!! อะไรอีกล่ะแม่เชย ก็ลูกเขยไงเล่า ตาเถน ตกต้นตาล ลูกสาวเมืองเลยบอกว่าเดี๋ยวซื้อลอตเตอรี่ถูกรางวัลที่หนึ่งเมื่อไหร่จะแห่ขันหมากไปขอลูกเขยมาให้ทันที อย่าคิดมากเพราะลูกสาวแม่นั้นสวยเลือกได้ แต่ดันไม่มีใครเข้ามาให้เลือกเท่านั้นแหละ แม่อย่าคิดมากไปเลย 555 ประเดี๋ยวเบาหวานจะขึ้นเปล่า ๆ 555 |
| ภูหลวงหนึ่งในมรกตแห่งอีสาน | ||
ภาพประทับใจบนภูหลวงใกล้บ้านลูกสาวเมืองเลย ที่ที่เคยเดินป่าเป็นประจำเมื่อตอนเด็ก ๆ ดอกไม้ป่า ธรรมชาติที่งดงาม |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||