พิมพ์หน้านี้
|
อีกครั้งที่อีนางได้เมือบ้านสัมผัสบรรยากาศบ้าน ๆ ท้องทุ่งนา สัมผัสไออุ่นแห่งความรักบ้านทุ่ง เมือบ้านทีไรอีนางจะได้เดินเข้าไปพูดคุยและเล่าเรื่องพูดคุยกับผู้เฒ่าวัยเหงือกไร้ฟันแลกเปลี่ยนความเห็นกันและอีนางจะบอกผู้เฒ่าว่าจะเอาเรื่องที่เล่าและคุยกันไปลงนอินเตอร์เน็ตตลอดเลย "สิถามอีหยังล่ะอีหล้าขาใหญ่ " บ่ดอกกะอยากเว้านำซุมเจ้านี่หล่ะคึดฮอดฮันนา" อีนางว่าคุยกับผู้เฒ่าก็มีเรื่องเล่าหลากหลายให้เราได้เก็บไว้เป็นความรู้ที่หาจากตำราเล่มไหนก็ไม่มี เพราะนี่คือตำราสด ๆ จากคำบอกเล่าของคนรุ่นเก่าที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย
อีนางมานั่งหย่อนก้นลงแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นลิ้นจี่ทีไรนึกว่าที่นี่เป็นแหล่งชุมนุมผู้เฒ่ามากมาย ถ้าให้เปรียบในสังคมเมืองคงจะประมาณร้านกาแฟแล้วมีอาแปะนั่งคุยกันจิบกาแฟร้อนไป แต่ที่นี่เขานั่งจักตอก สานข้อง พูดคุยกันเรื่องการทำมาหากิน หาปูหาปลา แม้กระทั่งลวดลายการจักสาน "นี่ฝีมือกูเป็นจังใด๋แหน่ล่ะอีหล้าขาใหญ่ เบิ่งนี่กูสานได้งามปานใดเบิ่งคนแถวนี้เขายังหว่ากูนี่หนึ่งในบ้านเลยเด้อเรื่องจักสานนี่" 555 เฒ่าอั้นฟ้าพูดพร้อมทำท่าทางชี้โบ้ชี้เบ้ว่า นี่หละสุดๆ ละและเป็นหนึ่งในผู้รู้เรื่องจักตอก และงานสาน ทำให้อีนางรู้สึกอารมณ์ดีทันที เพราะบรรดาผู้เฒ่าทั้งหลายมักจะแย่งกันพูดและโม้กันในทีอยู่แถวนี้ซุมเจ้ามักเบิ่งรายการโทรทัศน์ใดกันล่ะพ่อตู้แม่ตู้" "มักเบิ่งรายการสัตว์ป่า สัตว์โลกอีหยังฮั่นล่ะ ฝรั่งเขาเฮ็ดดีน้อ เป็นตาเบิ่งซันดอก" เฒ่าทินเอ่ย "อ้าวบ่เบิ่งข่าวสารบ้านเมืองแหน่บ่อ" อีนางลองถามดูเผื่อจะมีแนวคิดด้านการเมืองจากห้าเสือเฒ่าบ้าง "โอ๊ย เขาบ่อเว้าการเมืองกันเด้ออีหล้าขาใหญ่ มันปวดหัว จักแม่นหยัง จักไผเป็นไผ จักแม่นเฮ็ดหยังกันบ่ไปหน้ามาหลังกันซันหวา" เฒ่าอุ่นเล่าต่อ ดูแล้วผู้เฒ่ารุ่นเก่าก็เบื่อการเมืองเหมือนนะนั่น
"แล้วอีนางสิเอาไปลงอินเตอร์เน็ต กูเบิ่งช่องใดกะบ่พ้อจักเถี่ย แล้วโตเอาไปออกอากาศช่องใดล่ะอีนาง" 555 เฒ่าทินบอกว่าอีนางเอาเรื่องราวที่พูดคุยไปลงอินเตอร์เน็ตแต่ไปเปิดดูแล้วไม่เคยเจอซักที ด้วยผู้เฒ่าเข้าใจว่าอินเตอร์เน็ตกับโทรทัศน์มันอันเดียวกัน "มันบ่แม่นแบบนั้นดอกเด้อพ่อตู้ อินเตอร์เน็ตบ้านเฮาบ่มีดอก มันต้องเบิ่งในคอมพิวเตอร์พู้นเด้อ" อีนางต้องอธิบายทุกทีที่เอ่ยถึงมัน (อินเตอร์เน็ต) แต่กระนั้นก็ไม่เข้าใจกัน คนแถวบ้านอีนางมีวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่ยังคงอยู่ตลอดคือ วันหยุดคนแถวนี้คือวันพระ ทุกคนจะหยุดเพื่อพักผ่อนไปวัด ทำบุญ นั่งตั้งวงเล่า (บ่แม่นวงเหล้าเด้อพี่น้อง) พูดคุยกัน บางครั้งอีนางยังรู้สึกถึงบรรยากาศเก่า ๆ ที่เล่านิทานก้อม (นิทานพื้นบ้าน) เล่าไปขำไปหัวเราะจนเห็นเหงือกไร้ฟัน ซึ่งเป็นเวลาและความรู้สึกที่หายากแต่มีให้สัมผัสได้ท่บ้านนาของอีนางนี่แหละ อีนางอยากให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้บ้างเพราะมันเริ่มเลือนหายไปจากความทรงจำของลูกหลานบ้างแล้ว คนรุ่นใหม่มีแต่จะวิ่งหา บ้าคลั่งเทคโนโลยีกัน แสวงหาสมบัติเพื่อเก็บไว้กัน แต่ไม่ได้ถวิลหาอดีตที่งดงามกันบ้างเลยระหว่างคนรุ่นนั้น กับคนรุ่นนี้และเก็บเกี่ยวเรื่องราวประสบการณ์ของผู้เฒ่าที่บางทีคนรุ่นใหม่ได้หลงลืมไปว่า พวกเขานี่แหละคือปราชญ์พื้นบ้านสืบสานให้ลูกหลานได้มีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่งดงาม
อีนางสัมผัสแล้วยังรู้สึกอบอุ่นดีแท้พี่น้อง คนรุ่นใหม่ใครจะรู้ว่าจักตอกให้บางเขาทำกันแบบไหน สานข้องให้ทนทานแน่นหนาเขาทำกันอย่างไร แล้ววิถีชีวิตที่พอเพียงคนรุ่นเก่าก่อนเขายังอยู่กันได้โดยไม่ต้องวิ่งหาสิ่งปรนเปรอให้เกิดความสบายเหมือนทุกวันนี้ เขาอยู่กันอย่างไร เอ....อีนางยังคิดเลยว่า ทำไร่ไถนา ถ้าคนรุ่นเก่าเขาหมดไปแล้วใครจะทำนาให้เรากินข้าว จักตอกสานข้อง ทำของโบราณใครจะทำเป็น นึกแล้วให้เสียดายค่ะ สมัยนั้นอีนางโดนมีดบาดมือเลือดไหลไม่ยอมหยุดทำเอาเป็นลมล้มพับเห็นเลือดตัวเองไม่ได้ แต่ได้น้ำยางจากไม้ชนิดหนึ่ง ทาแล้วเลือดหยุดไหลเลือดแข็งตัวเร็วมาก อีนางยังถามห้าเฒ่าเลยว่าตอนนั้นเขาเรียกว่าต้นอะไร โอ๊ยสารพัดยาค่ะ คุยกันเป็นสามสี่วันไม่จบสิ้น นี่แหละคือตำราที่คนสมัยใหม่เราหายังไม่เจอ อีนางท้องอืดยังเคยกินใบประดงป่าลวกจิ้มน้ำพริกจากผู้เฒ่านี่แหละ ระบายดีมาก มีรสหวาน ต้นนี้มีสรรพคุณทางยามากมาย พูดไปแล้วอีนางก็นึกอยากจะวิ่งเข้าป่าอีกครั้งแล้วให้ผู้เฒ่าพาไปดูของจริงซะเดี๋ยวนั้นเลย เดี๋ยวว่าง ๆ ถ้าอีนางไปบ้านอีกครั้งจะเก็บมาฝากนะคะ เดี๋ยวกลับมาเล่าใหม่นะคะ
|
| ภูหลวงหนึ่งในมรกตแห่งอีสาน | ||
ภาพประทับใจบนภูหลวงใกล้บ้านลูกสาวเมืองเลย ที่ที่เคยเดินป่าเป็นประจำเมื่อตอนเด็ก ๆ ดอกไม้ป่า ธรรมชาติที่งดงาม |
||
|
View All |
||
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||