• หมอนไม้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : manasikul@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-09
  • จำนวนเรื่อง : 51
  • จำนวนผู้ชม : 15204
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
dhamma talk
เพื่อนร่วมทุกข์ในยุคดิจิตัล
Permalink : http://www.oknation.net/blog/mon
วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2550
รักแท้...ดูแลได้
Posted by หมอนไม้ , ผู้อ่าน : 72 , 14:12:08 น.   | หมวดหมู่ : ภาวนาในชีวิตประจำวัน  
พิมพ์หน้านี้


 เรียนไม่รู้จบ

 /รมณ รวยแสน/กายใจ /กรุงเทพธุรกิจ

วันอาทิตย์ที่11 กุมภาพันธ์ 2550 )

ใครๆ ก็ตามหารักแท้กัน บ้างก็หากันเกือบทั้งชีวิต แล้วก็ไม่เจอสักที อันที่จริงความรักที่มีอยู่ ทั้งคนรักเก่า (หมายถึงรักกันนานแล้ว) หรือเพิ่งรักกันหมาดๆ ก็ทำให้รักนั้นเป็นรักแท้ได้ เชื่อสิ!!! 

ภิกษุณี นิรามิสา นักบวชชาวไทย ลูกศิษย์ท่านติช นัท ฮันห์ หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส ก็เคยตามหาความหมายของคำว่าความรัก แล้วก็ได้พบรักที่แท้จริงที่หมู่บ้านการปฏิบัติธรรมตามแนวทางนิกายเซนมหายานแห่งนั้น

รักแท้แบบที่หลวงพี่นิรามิสาพบ มี 4 องค์ประกอบด้วยกัน ก็คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ฟังแล้วคุ้นๆ เพราะเป็นองค์ประกอบเดียวกันกับหลักพรหมวิหาร 4 ที่พุทธศาสนิกชนคุ้นเคย บางคนละเลย ทำให้ชีวิตคู่หรือชีวิตเดี่ยวๆ ผ่านไปอย่างยากลำเค็ญ

หมู่บ้านพลัมเรียกหลัก 4 ข้อนี้ว่า True love หรือ รักแท้ สูตรรัก 4 ข้อนี้ ใช้กับความสัมพันธ์แบบใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนรัก พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนร่วมงาน

เมตตาและกรุณา - ความรักเป็นทั้งเมตตาและกรุณา รักแล้วก็อยากให้เขามีความสุข ถ้าเขาทุกข์ ก็อยากให้เขาพ้นความรู้สึกนั้นไปเร็วๆ (เพราะเขาทุกข์ เราก็ทุกข์ด้วย)

การจะทำให้คนอื่นมีความสุขได้ ก็ต้องมีวิธีการและต้องมีความสามารถ ถ้ายังทำให้ตัวเองมีความสุขไม่เป็น แล้วจะทำให้คนอื่นมีความสุขได้ ก็เป็นเรื่องยาก

หลวงพี่นิรามิสา ยกตัวอย่างพ่อแม่ที่อยากให้ลูกมีความสุข ขวนขวายซื้อของให้ลูกมากมาย แต่ลูกก็อาจไม่มีความสุขก็ได้ เพราะสิ่งที่เด็กบางคนต้องการคือ การที่พ่อแม่ได้อยู่กับเขาจริงๆ หรือระหว่างคนรัก บางครั้งอยู่ด้วยกัน แต่ก็เหมือนไม่ได้อยู่ด้วยกันจริงๆ

"พ่อแม่บางคนอยู่กับลูกในวันหยุดก็อยู่ได้แต่ตัว ส่วนจิตใจก็ครุ่นคิดแต่เรื่องงาน หรือสาละวนอยู่กับการโทรศัพท์คุยงาน แต่ถ้าเรามีสติที่จะอยู่กับสถานการณ์ตรงหน้า การอยู่ตรงนั้นจริงๆ กับคนรัก เป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดแล้ว"

เราฝึกความสามารถที่จะทำให้คนรักของเรามีความสุขได้ ทักษะแรกที่จะทำให้องค์ประกอบทั้งหมดแห่งรักแท้เกิดขึ้นได้คือ การฟัง

ภิกษุณีจากหมู่บ้านพลัม บอกว่า การฟังอย่างลึกซึ้งหรือการฟังอย่างประณีต ทำให้เรามองเห็นคนอื่นได้อย่างแท้จริง เมื่อมองเห็นก็สามารถที่จะทำให้คนนั้นเป็นสุขหรือพ้นทุกข์ก็ได้ทั้งนั้น

การฟังอย่างลึกซึ้งไม่ใช่แบบที่ฟังในห้องประชุมที่มีแต่คนพูดๆ แต่ไม่มีคนฟัง การที่ใครคนหนึ่งในนั้นหยุดพูด ไม่ได้แปลว่าเขากำลังฟัง แต่เขากำลังรอให้อีกฝ่ายพูดจบ เพื่อจะพูดสิ่งที่ตัวเองคิดไว้

"ฟังอย่างลึกซึ้งต้องเป็นเหมือนโถเปล่าๆ ที่รองรับน้ำได้ทุกหยด ต้องตั้งใจ ต้องมีสติฟังที่เขาพูดทุกอย่าง ถ้าฟังไม่ได้ ก็จะไม่รู้จักคำว่ากรุณา การได้ฟังจริงๆ จะทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากมาย ฟังที่เขาพูดก็ต้องสนใจเขา มองเขา สบสายตาเขา" หลวงพี่นิรามิสา ว่า บางครั้งการได้ฟังอย่างนี้ คนพูดก็มีความสุขแล้ว โดยที่คนฟังยังไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นให้เลย

นอกจากทำให้เป็นสุขแล้ว การฟังยังทำให้พ้นทุกข์ได้ เพราะเมื่อฟังกันแล้ว ก็จะเกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ทำให้เกิดความเอ็นดู ความสงสาร เหมือนได้เข้าไปอยู่ในเนื้อหนังมังสาของผู้พูด เมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้าเขาทุกข์ก็อยากให้เขาพ้นทุกข์ ซึ่งก็คือความกรุณา

ความอยากให้คนอื่นหลุดจากความทุกข์ ก็ต้องมีวิธีเช่นเดียวกับเรื่องอยากให้คนอื่นมีความสุข เริ่มต้นอย่างเดียวกันคือ ตัวเองต้องรู้จักวิธีขจัดทุกข์ของตัวเองก่อน อย่างง่ายๆ เมื่อรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ก็ต้องรู้วิธีทำให้ตัวเองหายหงุดหงิด ไม่ใช่ปล่อยให้ตัวเองรู้สึกอย่างนั้นทั้งวัน พลอยทำให้คนอื่นรู้สึกหงุดหงิดรำคาญไปด้วย

ที่หมู่บ้านพลัมฝึกฝนการแก้อาการหงุดหงิดด้วยการกลับมาอยู่กับลมหายใจของตัวเอง หายใจเข้าก็ผ่อนคลาย หายใจออกก็ผ่อนคลาย การกลับมาดูแลตัวเองก็ทำให้หายหงุดหงิดได้ ออกไปชมดอกไม้หรือไปยืนตรงหน้าต่าง ชมวิว รับอากาศบริสุทธิ์ อยู่กับลมหายใจ ความหงุดหงิดก็ผ่อนคลาย

เมื่อแก้ความหงุดหงิดของตัวเองเป็น ก็ช่วยคนอื่นได้ เห็นคนอื่นหงุดหงิดก็จะเข้าใจ มีวิธีช่วยเขาได้ ชวนเขาออกไปเดินเล่นหรือนั่งดื่มกาแฟด้วยกัน เพราะเราเคยผ่านสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าไม่สัมผัสด้วยตัวเอง ก็จะไม่เข้าใจไปวิพากษ์วิจารณ์เขาว่า ทำไมเป็นอย่างนี้แย่จังเลย

มุทิตาและอุเบกขา - มุทิตาคือ ความสามารถที่จะรู้สึกยินดีเมื่อคนอื่นมีความสุข ส่วนอุเบกขา ไม่ใช่อย่างที่มีคนเข้าใจว่าเป็นการอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย ถ้าแปลดีๆ ก็คือ ความสามารถที่จะโอบรับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นได้ คือขันติ คือความอดทน

หลวงพี่นิรามิสา บอกว่า มีความรู้สึกยินดีเมื่อคนอื่นมีความสุข หรือรู้สึกว่าความสุขของคนรักคือความสุขของเรา ถ้ารู้สึกอย่างนั้นไม่ได้ ก็คือความอิจฉา

"เมื่อใดที่คิดว่าเราเป็นอย่างนี้ เขาเป็นอย่างนี้ แม้จะยังไม่ได้คิดอิจฉา แต่มันจะเป็นจุดเริ่ม จิตจะทำงานทำการเปรียบเทียบ ถ้าเปรียบแล้วแย่กว่า ก็จะรู้สึกต่ำต้อย ถ้าดีกว่าก็รู้สึกว่าตัวเองแน่กว่าใครๆ ก็จะก่อความรู้สึกเรื่องตัวตนมากขึ้น มันก็เหนื่อย แต่ถ้าฝึกสติก็จะทัน เมื่อว่ามีความรู้สึกเปรียบเทียบขึ้นมา ต้องเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์ เพราะมันเหนื่อย ก็หยุดมันเสีย"

ทำไมเราจึงอิจฉา? ก่อนจะตอบได้ ก็ต้องตระหนักว่าในตัวของคนเรามีเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ในตัวมากมายและพร้อมจะงอกงาม ขึ้นอยู่กับว่าเราหมั่นรดน้ำพรวนดินให้กับเมล็ดพันธุ์ใดบ้าง เมล็ดพันธุ์แห่งความเมตตาความกรุณา เมล็ดแห่งความโกรธเกลียด เมล็ดแห่งความอิจฉา

ถ้าเห็นตัวเองแล้วไม่แก้ไข ไม่เฉพาะตัวเองที่เป็นทุกข์ ถูกไฟอิจฉาเผาใจ คนอื่นก็เป็นทุกข์ เพราะคนเราไม่ได้ทำดีแล้วได้ดีคนเดียว แต่เราทำดีคนอื่นก็ได้ดีด้วย สังคมก็ดีด้วย ทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงกัน

"ถ้าอิจฉาก็ให้ยิ้มให้กับความรู้สึกนั้น ยอมรับมันเสีย แล้วก็อยู่นิ่งๆ กับลมหายใจ บางทีมันก็ผุดขึ้นมาให้ระลึกได้ว่า อาการแบบนั้นมันมาจากไหน บางคนก็คลี่คลายได้ เพราะมองเห็นตัวเองตอนเด็กๆ ตอนที่แม่กำลังให้ของขวัญพี่สาว แต่ตัวเองไม่ได้ เราเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นในวันก่อนๆ ไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนวันนี้ได้ อนาคตของเราก็เปลี่ยน"

ส่วนขันติหรือความอดทน อันเป็นความสามารถในการโอบรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของจิตใจ ถ้าจิตใจดี เบิกบาน หากมีใครมาพูดอะไรก็ไม่รู้สึกโกรธ แต่ถ้าความรู้สึกกำลังลบอยู่ ด้วยคำพูดเดียวกัน กลับทำให้รู้สึกโกรธได้

หลวงพี่มิรามิสา บอกว่า คนเราจัดการความคิดได้ ก็ดูแลการกระทำหรือวาจาของตัวเองได้ ถ้ารู้สึกดีแม้ไม่ได้พูด ก็ยังทำให้ยิ้มแย้มได้ แต่ถ้าคิดกับคนอื่นไม่ดี เมื่อเห็นหน้าเขา ก็ไม่กล้ายิ้มแล้ว แล้ววาจาที่พูดก็จะเป็นลักษณะปกป้องตัวเองหรือเสียดสี ฉะนั้นการดูแลความรู้สึกตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ

"บางครั้งเราไม่รู้ตัวว่าเราคิดอะไรอยู่ข้างใน พอเจอสถานการณ์อย่างนี้ ก็จะพูดไม่ดีออกมาเอง มันเหมือนเป็นโปรแกรมที่เซตไว้แล้ว กดปุ๊บอันนี้ขึ้นมาเลย เป็นพลังของนิสัย ซึ่งอาจจะตกทอดมาจากบรรพบุรุษ หรือตอนเด็กๆ เราถูกบ่มเพาะมาอย่างนี้ โตขึ้นก็พูดแบบนี้ น้ำเสียงจะเป็นแบบนี้ เวลาที่เราฝึกเราต้องกลับมามีสติอย่างมากๆ ต้องมีเพื่อนที่เปิดใจกัน ช่วยเตือน ถ้าเรากำลังแสดงพลังลบๆ ออกมาก ก็ให้ช่วยส่งสัญญาณเตือน"

นอกจากสูตรรัก 4 ข้อนี้แล้ว ความรักจะอยู่ยืนยงได้ ก็ต้องหมั่นสร้างความสัมพันธ์ใหม่อยู่เสมอ การสื่อสารที่ดี ได้พูด ได้ฟังกันอย่างแท้จริง จะช่วยให้เกิดการหมุนเวียน เหมือนน้ำที่ถูกขังไว้นิ่งๆ ไม่นานก็จะเน่าเสีย แต่ถ้าทำระบบให้ไหลหมุนเวียนดี ก็จะทำให้ทุกอย่างสดชื่นขึ้นได้

............................

หมายเหตุ : จากงานเสวนา ภาวนาว่าด้วย...รัก โดยภิกษุณี นิรามิสา จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ปานชาลี วันที่ : 16/02/2007 เวลา : 11.32 น.
http://www.oknation.net/blog/panchalee
มดหวานมาแล้วจ๊า

การเยือนประเทศไทยของพระอาจารย์ ติช นัท ฮันห์ และคณะสงฆ์

วัตถุประสงค์ : เพื่อนำภาวนาและแสดงปาฐกถาเนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ณ ประเทศไทยของ พระอาจารย์ ติช นัท ฮันห์ และคณะสงฆ์ จากหมู่บ้านพลัม เมืองดิวลิวโว ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ถึง ๑ มิถุนายน ๒๕๕๐

โดย สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติ หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส

วันอาทิตย์ที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐
“วันแห่งสติ” วันภาวนา และปฏิบัติธรรมร่วมกัน โดยมีการตักบาตร ปาฐกถาธรรม และ กิจกรรมภาวนา ณ พุทธมณฑล

วันอังคารที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๐
๑๘.๐๐-๒๑.๐๐ ปาฐกถาธรรม ณ วัดสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

วันพุธที่ ๒๓ – วันอาทิตย์ที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐
งานกิจกรรมภาวนา ๕ วัน ณ ศูนย์พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ล้านนา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีคณะภิกษุ ภิกษุณี ตลอดจนผู้เข้าร่วมภาวนาประมาณ ๖๐๐ คน

วันพุธที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๐
๘. ๐๐ – ๑๑. ๓๐ น พุทธศาสนิกชนร่วมลงทะเบียน เข้าที่พัก
๑๑. ๓๐ น. รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน
๑๔. ๐๐ น. เริ่มกิจกรรมภาวนา และปฏิบัติธรรม

วันอาทิตย์ที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐
เสร็จกิจกรรม แยกย้ายเดินทางกลับ

วันจันทร์ที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐
๘. ๓๐ น. พระอาจารย์ ติช นัท ฮันห์ แสดงปาฐกถาธรรม เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ต่อนักบวช และพุทธศาสนิกชน จำนวนกว่า ๔๕ ประเทศ ประมาณ ๑๐๐๐ ท่าน ณ องค์การสหประชาชาติ(UNESCAP) ถ. ราชดำเนิน กรุงเทพฯ

วันพุธที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐
๑๘.๐๐-๒๑.๐๐ ปาฐกถาธรรม ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วันพฤหัสที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐
๑๖. ๐๐-๑๘.๐๐ งานกิจกรรมภาวนาวันวิสาขบูชา ร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสอันเป็นมหามงคลพระชนม์มายุ ๘๐ พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พุทธมณฑล (กิจกรรมภาวนา เวียนเทียนรอบองค์พระพุทธรูป ปาฐกถาธรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)
๑๘.๓๐-๒๐.๓๐ พระอาจารย์ ติช นัท ฮันห์ แสดงปาฐกถาธรรม ณ องค์พระพุทธรูปพระประธานพุทธมณฑล

วันศุกร์ที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๐
พระอาจารย์ ติช นัท ฮันห์ และ คณะภิกษุ ภิกษุณี เดินทางกลับประเทศฝรั่งเศส

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน