• หมอนไม้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : manasikul@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-09
  • จำนวนเรื่อง : 51
  • จำนวนผู้ชม : 17282
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
dhamma talk
เพื่อนร่วมทุกข์ในยุคดิจิตัล
Permalink : http://www.oknation.net/blog/mon
วันอาทิตย์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2550
อย่าอยู่กับความหวัง
Posted by หมอนไม้ , ผู้อ่าน : 69 , 10:51:34 น.   | หมวดหมู่ : อาศรมแห่งความสุข  
พิมพ์หน้านี้


อย่าอยู่กับความหวัง

                     

"ตอนแรกคิดว่ามีบ้านเป็นวัด เราก็ซื้อบ้านที่บางใหญ่ จ.นนทบุรี ไว้ มีต้นไม้ล้อมรอบ ปรากฏว่า หมู่บ้านนั้นถูกขโมยขึ้นบ้านทุกหลัง รวมทั้งบ้านเราด้วย ถูกขโมยขนของไปหมด ตั้งแต่ยังไม่ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้าน น้องสาวก็บอกว่าให้ขายทิ้งซะ มาปรึกษาพระที่สวนโมกข์ ท่านก็บอกว่าให้มาอยู่วัด เรารักต้นไม้มาก พอมาเห็นต้นไม้เยอะๆ ในสวนโมกข์ ก็ถามตัวเองว่ากลับบ้านทำไม"

ปราณี ธรรมโสภิณฑ์กุล ลูกผู้หญิงวัย 50 ปี จึงสละบ้านมาอยู่สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ในปีพ.ศ.2539 มาช่วยงานอนุรักษ์ต้นฉบับของท่านพุทธทาสภิกขุ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังงานธรรมโฆษณ์กับหอจดหมายเหตุพุทธทาสอินทปัญโญที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

เดิมทีที่บ้านปราณีเป็นร้านค้า แต่เธอไม่ชอบค้าขาย ชอบอ่านหนังสือมากกว่า เธอเล่าว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเองเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 หลังจากอ่านหนังสือท่านอาจารย์พุทธทาสเล่มแรก คือ 'แก่นพุทธศาสตร์'

"ไม่ลุกไปไหนเลย อ่านจบแล้ว จึงรู้ว่าเพิ่งจะรู้จักพุทธศาสนา ก่อนหน้านี้คิดว่าพุทธศาสนาเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้น หลังจากนั้น กลับไปที่ร้านหนังสือแถวงามวงศ์วาน ซื้อหนังสือของท่านพุทธทาสหมดเลย กี่เล่มซื้อหมด อ่านทุกเล่ม ตอนแรกอ่านแล้วไม่รู้เลย ขันธ์ 5 คืออะไร เวทนาคืออะไร สังขารคืออะไร วิญญาณคืออะไร ก็จดไว้หมด อ่านหนังสือท่านอยู่สองสามเดือนก็เดินทางไปสวนโมกข์ ลงที่หน้าวัด พอมาถึงก็เห็นท่านกำลังบรรยายให้ฝรั่งฟัง พอเห็นท่านว่างๆ ก็เข้าไปกราบท่าน แล้วนำหนังสือของศรีบูรพาไปให้ท่านดู บอกว่า ในหนังสือเล่มนี้เขียนถึงท่านด้วยค่ะ ท่านบอกว่า เขาเคยมา นานแล้ว"

หลังจากนั้นปราณีก็ไปสวนโมกข์เรื่อยๆ ครั้งหนึ่งเป็นช่วงที่อาจารย์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งพานักศึกษาไปปฏิบัติธรรม พอถึงตี 5 ท่านอาจารย์พุทธทาสมาแล้ว แต่นักศึกษายังไม่มีใครมาเลย อาจารย์ก็ไปตามนักศึกษามา ท่านพูดคำเดียว "เห็นแก่นอน"

"เราฟังอยู่ ได้ยินคำนี้ ตั้งแต่นั้นมา ไม่กล้านอนตื่นสาย ทุกครั้งจะได้ยินเสียงท่านก้องอยู่ในหูว่า 'เห็นแก่นอน' ก็เลยกลายเป็นคนนอนตื่นเช้ามาจนถึงทุกวันนี้ พอรู้ตัวก็ลุกขึ้นมาทันที ทำอะไรก็ได้ คำนี้ติดอยู่ในหูเป็นสิบๆ ปี ทั้งๆ ที่ท่านไม่ได้ว่าเราสักหน่อย

พอมาอยู่สวนโมกข์ คุณเมตตา พานิช ประธานธรรมทานมูลนิธิ ก็ให้มาดูว่างานของท่านอาจารย์พุทธทาสจะทำอะไรได้บ้าง ท่านเก็บงานไว้ในกล่อง มีอยู่ในกล่องเล็กกล่องใหญ่หลายกล่องมาก แล้วมีจีวรพระคลุมเอาไว้ พอเปิดจีวรพระที่คลุมกล่องแต่ละกล่องขึ้นมาดู ราเต็มเลย ก็เคลียร์ของทีละอย่างไปเรื่อย เป็นบันทึกท่านอาจารย์พุทธทาสแทบทั้งหมด มีหัวข้อเทศน์ของท่านด้วย รายการวิทยุข่าวท่านก็บันทึกไว้"

ช่วงนั้นเธอคิดว่าจะทำอย่างไรดีกับบันทึกเหล่านี้ จึงนำไปถ่ายเอกสาร คุณหมอบัญชา พงษ์พานิช อาสานำบางส่วนไปถ่ายเอกสารขยายใหญ่ให้แล้วนำไปติดไว้ในตึกธรรมทาน

"ช่วงนั้นสนุกมาก ทำงานถึง 6 โมงเย็น จนได้ยินเสียงระฆัง ลืมเวลาไปเลย ทำงานอยู่ในห้องนี้อย่างมีความสุข ท่านอาจารย์มีอารมณ์ขันมาก ปกติคนจะเห็นว่าท่านเป็นพระอริยองค์หนึ่ง ดูขรึมๆ พอเรามาอ่านบันทึก รู้สึกว่าท่านเป็นคนน่ารักมาก"

เธอยกตัวอย่างหลายๆ เรื่อง

"อย่างเช่น มีบันทึกหน้าหนึ่งท่านเขียนว่า อยู่มาได้ยังไงตั้ง 60 ปี เพราะอยากจะอวดดีล่ะซี ! หรือนกเงือกที่มาจิกอาหารจากมือท่าน วันรุ่งขึ้นมันไปเกาะที่เสาไฟตาย ท่านอาจารย์เขียนคำกลอนไว้อาลัยให้นกเงือกด้วย มีจดหมายฉบับหนึ่ง ท่านอาจารย์เขียนไปถามคุณหมอบุญส่ง เลขะกุล ว่า นกบินมาแล้วก็ชนตึกแล้วตกลงมาตายทุกที ทำอย่างไรดี คุณหมอบุญส่งตอบว่าให้ทาสีตึกเป็นสีอะไรก็ได้ เพราะขาวๆ มันก็คิดว่าเป็นท้องฟ้า มันก็บินชน"

"หรือไหสองใบตรงหน้ากุฏิท่าน เราก็สงสัยว่าวางไว้ทำไม พอไปอ่านบันทึก ท่านเขียนว่าวางไว้ให้นกมาวางไข่ แต่แล้วตุ๊กแกก็มากินไข่นกหมดเลย หรือเวลาท่านไปกรุงเทพฯ มีเด็กๆ ไปส่งท่านที่สถานีรถไฟ ขากลับท่านซื้อปากกามาฝากเด็กๆ ด้วย และพอปีใหม่ท่านให้เด็กหัดตีระฆัง เด็กมาตีระฆังกันสนุกมาก

มีวันหนึ่งท่านอาจารย์ไปข้างนอก มีงูอยู่ในกุฏิ ท่านบอกพระว่ามีงูอยู่ในกุฏิ ช่วยจัดการให้หน่อยจะรีบไปธุระ พอท่านกลับมา พระบอกว่า ตีงูตายไปแล้ว ท่านบอกว่า ไม่ได้ให้ตีตาย ให้เอาไปปล่อย คือ บางทีคำว่าจัดการ ก็ทำให้คนเข้าใจผิดได้"

สิ่งที่ปราณีได้รับในระหว่างอ่านบันทึกท่านอาจารย์พุทธทาส คือ ความชุ่มชื่นใจ นอกจากนี้ก็ได้รู้จักตัวจริงของท่านพุทธทาส จากลายมือของท่าน และมากไปกว่านั้น บันทึกของท่านอาจารย์พุทธทาสช่วยให้เธออยู่กับโรคพาคิสันโดยไม่เป็นทุกข์ และเข้าใจถึงความไม่เที่ยงของสังขาร

โรคพาคิสันมาเยือนเธอเมื่อหลายปีก่อน อาการของโรคทำให้การทรงตัวไม่ดี ปราณีเล่าว่า ต้องกินยาตลอด ตอนกลางคืนเป็นปกติดี ตื่นเช้ามาก็ออกกำลังกายเล็กน้อย กินข้าวแล้วก็กินยา ถ้าพูดเยอะๆ ก็จะควบคุมกล้ามเนื้อไม่ได้

"มันก็เป็นเช่นนั้นเอง ชอบประโยคนี้ที่ท่านอาจารย์พูด เราต้องขอบคุณเขาที่มาเตือนเรา ไม่งั้นเราก็ยังสนุกต่อไปเฮฮาปาร์ตี้ต่อไป ทำให้เราไม่ประมาทกับชีวิต เขามาเตือนเราทุกวัน วันไหนคืนสังขารก็คืนไปเลย ตอนนี้ทำงานได้ขอทำงานก่อนนะ ยังอ่านบันทึกท่านอาจารย์ได้ ก็ขออ่านบันทึกท่านก่อนนะ

"พอยิ่งอ่านก็เห็นว่าท่านอาจารย์ไม่ใช่พระที่ไว้กราบไหว้อย่างเดียว ท่านเป็นมนุษย์จริงๆ มีความรัก ความเมตตา เมื่อก่อนบางทีเราจะมองว่าท่านอยู่บนหิ้งบูชาแล้ว แต่พอได้สัมผัสงานท่าน ก็รู้สึกว่าท่านเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่เหนือกว่าเราตรงที่ท่านปล่อยวางได้ แต่เรายังวางไม่ได้ "

สำหรับเป้าหมายชีวิตของปราณี เธอเล่าว่า

"ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ดูตัวเองอย่างเดียว อย่าไปหวังอะไรกับใคร ท่านอาจารย์พุทธทาสสอนว่า อย่าอยู่กับความหวัง ส่วนใหญ่คนจะสอนว่า ชีวิตต้องมีความหวัง แต่จริงๆ แล้วเราจะรู้หรือว่า เราจะผ่านวันนี้ไปได้ ทุกอย่างไม่แน่นอนเลย เราอาจจะถูกรถชนตายวันนี้ก็ได้ ท่านจึงสอนว่าให้ทำวันนี้ให้ดีที่สุด การมองคนอื่น มองแล้วเหนื่อย มองตัวเองดีกว่า"

"เราศึกษางานของท่านอาจารย์ก็เพื่อศึกษาตัวเราเอง อะไรจะเกิด ก็เกิด ชอบประโยคนี้มาก 'เช่นนั้นเอง' เป็นประโยคสั้นๆ แต่มีความหมายมาก จะป่วยก็เช่นนั้นเอง จะตายก็เช่นนั้นเอง"

(รหัสชีวิต /28มกราคม2550/กายใจ/กรุงเทพธุรกิจ/มนสิกุล โอวาทเภสัชช์)

บันทึกประจำวันของท่านอาจารย์พุทธทาส


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
มหาเนชั่น วันที่ : 18/02/2007 เวลา : 13.55 น.
http://www.oknation.net/blog/mhanation

สาธุ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน