The Oriantalist เขียนโดย Tom Reiss ประเภทหนังสือ ประวัติศาสตร์/ชีวประวัติ ISBN 0-099-48377-7 พิมพ์ครั้งแรก ปี 2005  หนังสือเรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตลึกลับของชายคนหนึ่งซึ่งถือกำเนิดในเขตแดนระหว่างฝั่งตะวันตกและตะวันออก เป็นยิวซึ่งหลงใหลในกลิ่นไอของโลกอาหรับ เขียนโดย Tom Reiss นักเขียนซึ่งเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับวัฒนธรรมและการเมืองระหว่างประเทศให้กับ The New Yorker magazine ในอดีตเคยเขียนคอลัมน์ให้กับ The New York Times, The Wall Street Journal และฉบับอื่น ๆ อีกหลายฉบับ Tom Reiss รู้จักชายผู้เรียกตัวเองว่า Kurban Said เป็นครั้งแรกเมื่อเขาเดินทางไปสำรวจธุรกิจน้ำมันจากทะเลสาบแคสเปียน กลับกลายเป็นว่าเค้าค้นพบนิยายเรื่องหนึ่งแทน นิยายที่เขียนขึ้นช่วงก่อนเริ่มสงครามโลกครั้งที่สองที่ชื่อ Ali and Nino นิยายรักระหว่างเด็กชายมุสลิมอัสเซรี กับเด็กสาวคริสเตียนจอร์เจี้ยนอันแสนจะโด่งดังที่กำเนิดขึ้นท่ามกลางมนต์เสน่ห์ของเมืองบาคู เมืองหลวงของประเทศอาเซอร์ไบจาน
เนื้อหาของนิยายนั้นเกี่ยวกับการหายสาบสูญไปของวงสังคมที่เคยเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าต่างชาติภาษาเป็นที่น่าฉงนสนใจชวนติดตาม พอ ๆ กับกับเรื่องราวลึกลับซับซ้อนของของผู้เขียน ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่าใครกันเป็นผู้เขียนเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นมา แล้วเหตุใดเขาจึงถูกลืมเลือนและไม่มีผู้ใดรู้จักเขาและเรื่องราวใด ๆ เกี่ยวกับเขาเลย
Tom Reiss ใช้เวลากว่า 5 ปี เดินทางไปประเทศต่าง ๆ เพื่อสืบเสาะเกี่ยวกับคนชื่อ Lev Nussimbaum หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Kurban Said ชื่อที่เขาได้จากหนังสือนิยายเล่มหนึ่ง ชาวอัซเซรี (ชาวอาเซอร์ไบจาน) แม้จะภาคภูมิใจและยกให้หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือนิยายแห่งชาติ แต่ก็ไม่อยากเชื่อว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นชาวยิวซึ่งเติบโตมาจากที่นั่นเป็นคนแต่ง โดยพยายามที่จะเชื่อว่าแท้จริงผู้แต่งนั้นเป็นนักประพันธ์และกวีอัสเซรี ที่ชื่อ Yusif Vezir Chemenze ผู้เขียนชีวประวัติของ Lev Nussimbaum ต่างหาก ตอนที่ Tom ออกถามหาข้อมูลหลายคนต่างให้ข้อมูลแตกต่างกันไป หลายคนถึงกับให้ข้อมูลที่เข้าข่ายบิดเบือนประวัติศาสตร์ ประมาณว่าพ่อ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนเป็นผู้แต่งไปเลยก็มี หรือบางคนก็ให้ข้อมูลที่ดูแล้วไม่น่าเชื่อถือ สุดท้ายเขาก็ตามรอยจนเจอ ว่าที่จริงแล้ว Lev Nussimbaum คือชายที่ถือกำเนิดจากครอบครัวชาวยิวเศรษฐีใหม่จากธุรกิจน้ำมันในเมืองบาคู ไปจนถึงเรื่องราวอันสุดแสนจะโรแมนติกในวัยรุ่นในเปอร์เซีย และการหลบลี้จากพลพรรคบอลเชวิคจากไปจนถึงการลี้ภัยไปอยู่ที่กรุงเบอร์ลิน ในฐานะนักเขียนชื่อดัง งานที่เขาเขียนส่วนใหญ่จะเป็นงานเขียนด้านประวัติศาสตร์และการเมืองร่วมสมัย
ประวัติของ Lev Nussimbaum น่าใจและน่าติดตามมาก ๆ แต่จะไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้มากนัก แต่จะกล่าวถึงข้อสงสัยในเรื่องที่ว่าทำไมหนังสือ Ali & Nino หนังสือที่ได้รับความนิยมและตีพิมพ์ในหลายภาษา จึงไม่มีใครรู้จักชื่อและประวัติของผู้แต่งที่แท้จริง ย้อนไปถึงช่วงที่เขาย้ายไปอยู่เบอร์ลินใหม่ ๆ เขาได้เปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม ใช้ชื่อเป็นอาหรับว่า Kurban Said หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Mohammed Essad Bey และกล่าวอ้างตนเป็นญาติกับราชวงศ์อาหรับตัวตนของเขาจึงเป็นคนอาหรับในวงสังคม ฉันไม่แน่ใจว่าจะมีผู้คนกี่มากน้อยรู้ถึงความจริงว่าแท้จริงเขาเป็นชาวยิว พอลองย้อนไปดูปีที่ที่พิมพ์หนังสือ พบว่าเป็นปี 1937 เป็นช่วงก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง และเยอรมันในขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของพรรคนาซี ในฐานะที่เขาเป็นยิว เขาจึงไม่สามารถจดทะเบียนผู้แต่งได้ และคงไม่ปลอดภัยที่จะเปิดเผยความเป็นคนยิวออกไป เขาใช้ชื่อ Kurban Said และจดทะเบียนในชื่อ Elfriede Ehrenfels บารอนเนสแห่งออสเตรีย หญิงซึ่งเคยคบหากันในขณะนั้น ว่ากันว่า บารอนเนสผู้นี้แม้จะเคยได้ใกล้ชิดกัน ก็หาได้ล่วงรู้ถึง identity ที่แท้จริงของเขาไม่
หนังสือเล่มนี้ช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้ฉัน (และคิดว่าคนอีกมากมายทั่วโลกด้วย) ถึงความรู้เกี่ยวกับอารยธรรมในประเทศอาเซอร์ไบจาน เมืองบาคูที่เคยเป็นเมืองที่มากไปด้วยผู้คนต่างชาติต่างภาษา เป็นเมือง cosmopolitan ในแง่มุมที่หลายคนไม่เคยรับรู้มาก่อน เรื่อยไปจนถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและการเมืองของประเทศต่าง ๆ ตั้งแต่ แถบเทือกเขาคอเคซัสไปจนถึงเมดิเตอร์เรเนียน ประเทศต่างๆ ในห้วงเวลาของการหลบลี้ภัยในวัยเด็กจนถึงวัยรุ่นของเขา ตลอดไปจนถึงเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศเยอรมันเองที่เขาต้องเผชิญ การลี้ภัยไปยังเวียนนา และอิตาลี และการเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ให้ความรู้ ความบันเทิง (แบบมีสาระมาก ๆ) ในหลายแง่มุมเหลือเกินจนฉันคงไม่สามารถอธิบายได้หมด แต่เป็นหนังสือที่คิดว่าควรค่าแก่การแนะนำค่ะ
อ้อ นอกเหนือจากหนังสือจะดีมาก ๆ แล้ว Tom Reiss ยังเขียนคำอุทิศได้โดนใจคนอ่านอย่างฉันอีกอย่างมากมายเลยทีเดียวเชียวค่ะ เขาเขียนว่า " For Lolek, Who showed me how to travel, And Julie, Who keeps me from going too far. I wish they had met." |