พิมพ์หน้านี้
|
มาแล้วค่า ตามสัญญาว่าวันเสาร์เจอกัน (วันเสาร์ของฉันนะไม่ใช่วันเสาร์ของคุณ เพราะว่าตอนนี้มันเป็นวันอาทิตย์ของเมืองไทยแล้วนี่นาเนอะ) สัญญาไว้แล้วนี่คะว่าคราวนี้จะเอาอะไรมีสาระมาให้ชมกัน แต่ว่าอย่าคาดหวังอะไรมาก เพราะมีสาระแบบของฉันมันก็อาจจะไม่ได้มีสาระอะไรมากมายหรอก เอาสาระเบา ๆ ไปก่อนแล้วกัน ไว้ช่วงไหนไม่ยุ่งหัวฟูมาก จะเอาแบบหนัก ๆ มาฝาก (จริง ๆ แล้วไม่เคยมีสาระอะไรหนัก ๆ กับใครเขาหรอก พูดไปงั้นเอง ฮ่า) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (ก็ที่ไปจ๊ะเอ๋กับพี่ Clive Owen) นั่นแหละ ฉันก็ไปดูงานแสดงรูปปั้นของ Fernando Botero จิตรกรและประติมากรชาวโคลัมเบีย คนที่ชอบวาดและปั้นรูปคนและสัตว์อ้วน ๆ นั่นไง จำกันได้แล้วใช่มั้ยคะ
ในรอบ 25 ปีมานี้ รูปปั้นของ Botero ถูกจัดแสดงตามเมืองใหญ่ ๆ ทั่วโลก ถึง 19 แห่ง เช่นที่ Venice, Paris, New York เป็นต้น ฉันว่าดวงของฉันกับรูปปั้นของโบเทโร่คงจะสมพงษ์กัน เพราะเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน ตอนฉันไปสิงคโปร์ งานของเขาก็จัดแสดงอยู่ที่ the Esplanade แล้วเมื่อต้นปีนี้ที่ฉันแว่บไปเดินเล่นที่ Venice มา ก็เห็นงานของโบเทโร่ที่นั่น แต่เนื่องจากมีมิวเซียม และอื่น ๆ ล้านเจ็ดต้องชม เลยได้ดูแค่แว้บ ๆ
Familia 1989 เดือนกันยายนนี้ รูปปั้นของ Botero จำนวน 15 ชิ้น เดินทางมาจากอิตาลี ข้ามเทือกเขาแอลพ์ มาเผยโฉมที่ Lustgarten ของ Museuminsel (หมู่เกาะมิวเซียม) ในเบอร์ลิน (และมีอีกตัวหนึ่งไปวางอยู่หน้าประตูบรานเด้นบัวเกอร์) ของดี ของฟรี เดินทางไกลมาถึงประตูบ้านแบบนี้ มีหรือฉันจะพลาด งานนี้ต้องขอดูกันให้เต็มตาสักหน่อย ฉันเดินเล่นลัดเลาะไปเรื่อย ๆ จาก Hackescher Markt ไปยังถนนสายประวัติศาสตร์ของเบอร์ลิน Unter den Linden ถนนเส้นนี้เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญ ๆ ต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ประตูชัยบรานเด้นบัวเกอร์ (Brandenburger Tor)โรงแรมที่ดีที่สุดโรงแรมหนึ่งของเบอร์ลิน Adlon มีมหาวิทยาลัยมีเก่าแก่ที่สุด และชื่อเสียงอย่าง Humboldt university มิวเซียมมากมาย เช่น Guggenheim (ใช่แล้ว กุ๊กเก้นไฮม์ที่เบอร์ลินก็มีเหมือนกัน เย้) และหมู่เกาะมิวเซียมที่เป็นที่รวมตัวกันของมิวเซียมต่าง ๆ มากมายทั้งเก่าและใหม่ เรียกว่าไปที่นี่ที่เดียวก็ได้ดูกันไม่หวาดไม่ไหว หัวถนนเป็นประตูชัยบรานเด้นบัวเกอร์ ท้ายถนนเป็นอเล็กซานเดอร์พลาทส์(Alexander Platz - ที่มี TV Tower น่ะ)
Unter den Linden (เห็นหอทีวีนั่นไหม นั่นตั้งแต่ครั้งมีบอลโลกนะเลยเป็นสีแบบนั้น) รูปปั้นแรกที่สะดุดตาฉันก่อนเลยตอนเข้าไปถึงบริเวณ Lustgarten (แปลเป็นไทยแบบฉัน ฉันแปลว่า สนามอารมณ์) คือรูปปั้นอันนี้ค่ะ
Head 1999 ฉันว่าเจ้าหัวใหญ่เบิ้มนี่มันมีความอัศจรรย์ เวลาเราถ่ายกลางคืน จะให้อารมณ์อีกแบบนึง เวลากลางวันก็อีกแบบหนึ่ง แล้วถ้าถ่ายกลางวันแต่ต่างที่ ต่างถิ่น อารมณ์มันก็ไม่เหมือนกันอีกนะ ดังนั้นเมื่อฉันเดินเข้ามาถึงสนามมันจึงดึงดูดฉันก่อนเลย... เราเจอกันอีกแล้วนะเบิ้มนะ...
Adam 2003 Adam ออกเสียงว่า แอะแดม ฉันแอบตั้งชื่อเล่น ๆ ให้ว่า "น้องแอ๊ะ" และแอบถ่ายรูป "น้องแอ๊ะ" ในอีกมุมนึงด้วย แต่อย่าดูเลย เดี๋ยวหาว่าฉันทะลึ่ง
Eve 2003 "แอ๊ปเปิ้ลของน้องแอ๊ะอยู่นี่" มี "น้องแอ๊ะ" ก็ต้องมีน้องอีฟ Maternity 1999 "the Virgin and Child ภาคสนาม" Man Walking 1999 ฉันเรียกมันว่า "คนเหยียบคน" Standing Woman 2006 "ผู้หญิงเชิดใส่" Dressed Woman 2003 "ไปตลาด" (ฉันตั้งเองหมดแหละ ฮ่า) Reclining Woman'94 1994 "นารีเอกเขนก" (มีสองเวอร์ชั่น อีกอันเป็นของปี 1993) Seated Woman 2002 "บั้นท้ายนารี" อีกอิริยาบทของ Seated Woman
"หลับตาเชิดใส่" Cat 1999 "แมวนรก" "หันหน้าเข้าหาวัด" Dancers 2001 "ที่รักคุณเหยียบตรีนฉัน" Sphinx 1995 "เล็บงาม" Horse 1999 "ม้าหน้าโบสถ์" รูปนี้ฉันชอบที่สุดเลย Woman with Fruit 1996 "นารีกับส้มเช้ง" (หน้าตาหล่อนน่ากลัวมาก) Berliner Dome เบอร์ลินเนอร์ โดม เป็นสถานที่หนึ่งที่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว เป็นโบสถ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า "สนามอารมณ์" นั่นเอง วันนั้นอากาศขมุกขมัว มีฝนโปรยปรายและค่อนข้างหนาวเย็น รูปเลยออกมาได้ประมาณนั้นเอง มีรูปเสริมมาจาก Thomas Gallery ได้แก่ รูป Adam กับ Eve เพราะรูปจากกล้องฉันมันไม่สวยเลย นิทรรศการรูปปั้นของโบเทโร่จะมีจนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายนนะคะ ใครวางแผนจะมาเบอร์ลินในช่วงนี้ อย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมนะคะ วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ
|