• monkeycat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-13
  • จำนวนเรื่อง : 21
  • จำนวนผู้ชม : 6244
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
monkeycat
Something About Me ทักทายกันได้ แต่ไม่ต้องมาเยี่ยม เพราะว่าไม่ได้ป่วย \(^0^)/
Permalink : http://www.oknation.net/blog/monkeycat
วันศุกร์ ที่ 15 มิถุนายน 2550
ความพอเพียงแบบบัฟเฟตต์
Posted by monkeycat , ผู้อ่าน : 189 , 11:53:35 น.   | หมวดหมู่ : เก็บมาเล่า  
พิมพ์หน้านี้


 

โดย ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร >>

ในวงเหล้าของคืนที่ผ่านมา มีประเด็นหนึ่งที่ทำให้เราพูดถึงคนๆ นี้ และบทความนี้ที่อ่านเจอจากกรุงเทพธุรกิจ บทความที่น่าจะเข้ากับวันที่ข่าวอายัดทรัพย์ของคนไม่รู้จักพอ กำลังดังไปทั่วเมือง


เมื่อเร็วๆ นี้ สถานีโทรทัศน์ CNBC ได้สัมภาษณ์ วอร์เรน บัฟเฟตต์ และต่อไปนี้คือ บางส่วนของการใช้ชีวิตที่ผมอยากจะพูดว่า "พอเพียงอย่างน่าทึ่ง" ของเขา

ข้อแรก บัฟเฟตต์เป็นคนที่ขยันหาเงิน เก็บออม และลงทุนมาตั้งแต่เด็ก เขาเริ่มซื้อหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุ 11 ขวบ แต่ก็ยังบอกว่าเขาเริ่มลงทุนช้าเกินไป พอถึงอายุ 14 ขวบ เขาก็สามารถเก็บเงินจากการส่งหนังสือพิมพ์เพียงพอที่จะซื้อไร่ขนาดย่อมๆ ได้

ข้อสอง ทุกวันนี้ ในฐานะของเศรษฐีที่ร่ำรวยเป็นอันดับ 2 ของโลก ด้วยความมั่งคั่งประมาณ 4-5 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ เขาก็ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านขนาด 3 ห้องนอนหลังเดิมที่ซื้อไว้หลังจากแต่งงานเมื่อ 50 ปีก่อน บ้านหลังนี้ไม่มีรั้วหรือกำแพงล้อม แต่เขาบอกว่ามันมีทุกอย่างที่เขาต้องการ

ข้อสาม เขาเป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัทเบิร์กไชร์ ฮาธาเวย์ ที่มีมูลค่าตลาดของหุ้นที่ติดอันดับต้นๆ ของบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา แต่เขาก็ยังขับรถไปไหนมาไหนด้วยตนเองโดยไม่มีคนขับรถหรือผู้คุ้มกันอย่างผู้บริหารสูงสุดของบริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ

ข้อสี่ สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นความ "ฟุ่มเฟือย"  ประการเดียวก็คือ การที่เขาเคยซื้อเครื่องบินส่วนตัวเก่าลำหนึ่งซึ่ง ชาร์ลี มังเกอร์ เพื่อนรักและหุ้นส่วนสำคัญเคยตั้งชื่อให้ว่า "เถียงไม่ออก" (Indefensible) เพื่อใช้ในการเดินทางไปทำธุรกิจ แต่หลังจากที่เขาพบบริษัท Executive Jet ที่ให้บริการเครื่องบินส่วนตัวแบบแชร์เวลากันใช้ที่ใหญ่ที่สุด เขาก็ขายเครื่องบิน "เถียงไม่ออก" ทิ้ง และซื้อบริษัท
Executive Jet แทน

ข้อห้า ในการบริหารบริษัทในเครือ 63 แห่งของเบิร์กไชน์นั้น บัฟเฟตต์จะปล่อยให้ผู้บริหารของบริษัทเหล่านั้นดำเนินการอย่างอิสระ โดยเขาจะเขียนจดหมายถึงผู้บริหารเหล่านั้นเพียงปีละฉบับเดียว เพื่อให้เป้าหมายประจำปีที่จะต้องทำ เขาไม่เคยนัดประชุม หรือโทรคุยกับผู้บริหารเหล่านั้นเป็นประจำ กฎของบัฟเฟตต์ที่ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงสุดของเขามีเพียง 2 ข้อเท่านั้น นั่นคือ ข้อหนึ่ง อย่าทำให้เงินของผู้ถือหุ้นเสียหาย และข้อสองคือ อย่าลืมกฎข้อหนึ่ง

ข้อหก บัฟเฟตต์ไม่ได้คบค้ากับคนในวงการไฮโซ การพักผ่อนหย่อนใจของเขาเมื่อกลับบ้านก็คือ การทำข้าวโพดคั่วรับประทานและดูทีวี และที่สำคัญก็คือ การเล่นไพ่บริดจ์ผ่านอินเตอร์เน็ต

ข้อเจ็ด บัฟเฟตต์ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ และไม่มีคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน มีคนเคยถามว่าเขาคิดคำนวณหามูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นหรือการลงทุนขนาดต่างๆ ได้อย่างไร เขาตอบว่า มันอยู่ใน "หัว" นั่นหมายความว่า การลงทุนสำหรับบัฟเฟตต์แล้ว จะต้องเป็นสิ่งที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนขนาดที่ต้องคำนวณด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนเรื่องการไม่ใช้โทรศัพท์มือถือนั้น น่าจะเป็นการบอกว่าเรื่องของการลงทุนนั้น ไม่มีอะไรเป็นเรื่องรีบด่วน

ข้อแปด คำแนะนำสำหรับคนหนุ่มสาวของวอร์เรน บัฟเฟตต์ก็คือ จงหลีกห่างจากบัตรเครดิต และลงทุนในตัวคุณเอง นี่เป็นสิ่งที่น่าทึ่งในแง่ที่ว่า เขาไม่ได้แนะนำให้คนหนุ่มสาวลงทุนในหุ้น บัฟเฟตต์คงเห็นว่าการลงทุนในตัวเอง เช่น การศึกษาหาความรู้และฝึกฝนทักษะนั้น น่าจะให้ผลตอบแทนดีกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมด ในอีกด้านหนึ่ง การใช้จ่ายโดยอิงกับบัตรเครดิตนั้น น่าจะนำไปสู่การใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย และเป็นสิ่งที่ทำร้ายคนหนุ่มสาวมากที่สุด

       

สุดท้ายที่เป็นความน่าทึ่งก็คือ การพบกันเป็นครั้งแรกระหว่างบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก 2 คน คือบิล เกตส์ กับบัฟเฟตต์เมื่อ 5 ปีก่อน ในครั้งนั้น บิล เกตส์ คิดว่าบัฟเฟตต์กับตนนั้น ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ยกเว้นว่าจะรวยพอๆ กัน จึงกำหนดเวลานัดพบเพียงครึ่งชั่วโมง แต่เมื่อพบกันจริงๆ พวกเขากลับคุยกันถึงสี่ชั่วโมง และบิล เกตส์ กลายเป็นคนที่ศรัทธาในตัวบัฟเฟตต์อย่างลึกซึ้ง เช่นเดียวกับที่บัฟเฟตต์เองก็นับถือและยอมรับบิล เกตส์ มากและนั่นก็นำไปสู่การบริจาคเงินครั้งใหญ่ที่สุดในโลกจำนวน 31 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐของบัฟเฟตต์ให้แก่มูลนิธิของบิล เกตส์ เมื่อปีที่แล้ว

และทั้งหมดนั้นก็คือชีวิตที่ "พอเพียงอย่างน่าทึ่ง" ของราชันย์นักลงทุนแห่งโอมาฮา วอร์เรน อี.บัฟเฟตต์

** ทักษิณ น่าจะมาจากดาวคนละดวงกับ วอร์เรน อี.บัฟเฟตต์ แน่ๆ  **



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
Jazzzmith วันที่ : 17/06/2007 เวลา : 17.18 น.
http://jazzzmith.blogspot.com/

การที่จะรวยได้ต้องรู้จัก"พอ"
"พอ"เมือไหร่ก็รวยเมื่อนั้นครับ
ความคิดเห็นที่ 6
ToeflThailand วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 17.16 น.
http://www.oknation.net/blog/ToeflThailand
แวะมาทักทายกันหน่อยซิครับ :) 

ขนาดชาวต่างชาติยังรู้จังคำว่าพอเพียงเลย แล้วคนไทยละครับเมื่อไหร่จะรู้จักคำว่าพอเพียงซักที

================================
เรียนภาษาอังกฤษ, เตรียมสอบ TOEFL , หาข้อมูลศึกษาต่อ คลิกที่นี้ !!! http://www.ToeflThailand.com

ความคิดเห็นที่ 5
เจเจค่ะ วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 14.24 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 


เพียงพอค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
คนใส่แว่น วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 13.20 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg

8iครับ
เป็นหนึ่งในคนรวย ที่
น่านับถือ

ให้มากกว่า รับ
แล้ว
สงบ และ มีความสุข ครับ

ความคิดเห็นที่ 3
kaypuccino วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 12.41 น.
http://www.oknation.net/blog/kaypuccino
N o T T h i n G   i M p o S S i B L e   f O r   M E !!!


เห็นด้วยว่า...
ทักษิณ น่าจะมาจากดาวคนละดวงกับ วอร์เรน อี.บัฟเฟตต์ แน่ๆ ..........
ความคิดเห็นที่ 2
เทพดารา วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 12.24 น.
http://www.oknation.net/blog/thdara

ใดๆ ล้วนอนิจจัง
แม้บิ๊กบังยังผวา
ทักษิณรวยล้นฟ้า
ถึงเวลาก็มอดม้วยสิ้น
ความคิดเห็นที่ 1
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 15/06/2007 เวลา : 12.10 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

ข้อแตกต่างสองข้อ ระหว่างทักษิณและบัฟเฟ็ตต์
1.บัฟเฟ็ตต์ไม่คิดเล่นการเมือง
2.ไม่มีคนจำนวนมากมาแบมือขอตังค์จากบัฟเฟ็ตต์ จึงไม่ต้องลงทุนและถอนทุนด้านนี้
บัฟเฟ็ตต์มาจากยุคคุณปู่ สมัยเก็บหอมรอมริบ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่อวดตัวว่าเก่ง ตระหนี่เป็นหลัก
ข้อดีคือบัฟเฟ็ตต์รู้จักพอและรู้จักตาย(ให้คนระลึกถึงด้วยดี)
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน