• มนนิตา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : monnita_m@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-26
  • จำนวนเรื่อง : 80
  • จำนวนผู้ชม : 20956
  • จำนวนผู้โหวต : 88
  • ส่ง msg :
มนนิตา
สบายดี...กับเรื่องราวของเรา คน สัตว์ สิ่งของ...he she it and us.
Permalink : http://www.oknation.net/blog/monnita
วันเสาร์ ที่ 8 กันยายน 2550
“ทำไมฉันจึงเขียน” (Big Brother is watching you)
Posted by มนนิตา , ผู้อ่าน : 204 , 21:27:02 น.   | หมวดหมู่ : หนังสือ  
พิมพ์หน้านี้


ความเดิมตอนที่แล้ว…มนฝากให้เพื่อนๆตรองกันว่าแต่ะละท่าน “เขียน” กันด้วยเหตุผลใด และท่านจอร์จ ออร์เวลล์ นักเขียน นักวิพากษ์การเมืองชื่อก้องนั้นเขียนเพื่ออะไร และทำไม

ออร์เวลล์ ชี้ว่าสี่เหตุผลหลักที่คนเราเขียนหนังสือ (นอกจากเพื่อหารายได้แล้ว) ก็เพื่อต้องการให้โลกยอมรับในตัวเรา ต้องการถ่ายทอดความสละสลวยของภาษา ต้องการบันทึกประวัติศาสตร์ และประการสุดท้ายคือจุดประสงค์ทางการเมือง 

ขอย้ำค่ะว่าออร์เวลล์บอกว่าทุกคนมีจุดยืนในการนำเสนอความคิดเห็นผ่านงานเขียน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการเมืองหรือไม่ก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นงานเขียนทุกชิ้นมีความเป็นการเมืองอยู่ในตัว

ออร์เวลล์เล่าต่อในบทความ “ทำไมฉันจึงเขียน” ว่าเหตุผลในการเขียนหนังสือของแต่ละคนนั้น คงจะแตกต่างกันออกไป เหตุผลของแต่ละคนในการเขียนแต่ละครั้งคงจะไม่หยุดนิ่งตายตัว  และเมื่อมองย้อนดูตัวเอง เขาบอกว่าจนโตมาเป็นผู้ใหญ่ เหตุผลสามประการแรกมักจะมีน้ำหนักกว่าการเขียนเพื่อการเมืองเสมอ ในช่วงที่เหตุการณ์บ้านเมืองอยู่ในความสงบออร์เวลล์ก็มักจะเขียนแนวพรรณนา โดยที่ไม่ใส่ใจกับเรื่องการเมืองเลย

แล้วอะไรคือจุดเปลี่ยนแนวทางการเขียนสำหรับนักเขียนนามกระเดื่องผู้นี้????

ออร์เวลล์หันมาใส่ใจเรื่องการเมืองอย่างเอาจริงเอาจัง เพราะทำงานในกองทัพถึง 5 ปีโดยที่รู้ว่างานนั้นไม่ใช่ตัวตนของเขาเลย (เข้าร่วมกองทัพอังกฤษในยุคจักรวรรดินิยม โดยไปประจำการอยู่ที่พม่า ซึ่งต่อมากลายเป็นประเด็นของนวนิยายเล่มแรก Burmese Days) ต่อมาเขาอยู่ในสภาพยากจนและเต็มไปด้วยความรู้สึกว่าล้มเหลวในชีวิต

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทำให้ออร์เวลล์ เกลียดผู้มีอำนาจปกครอง และทำให้เขาตระหนักถึงความยากไร้ของชนชั้นแรงงาน ขณะเดียวกันงานที่ทำในพม่าทำให้เข้าใจความโหดร้ายของจักรวรรดินิยม แต่ประสบการณ์เหล่านี้ก็ยังไม่ได้ทำให้เขาซึมซาบกับประเด็นการเมืองมากนัก

จน ค.. 1935 ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะวางแนวในการเขียนอย่างไร และรู้สึกว่าตนสับสนมาก

จนกระทั่ง…เกิดยุคฮิตเลอร์ และ สงครามกลางเมืองในสเปน

สงครามกลางเมืองในสเปนหนักหน่วงมากขึ้น และต่อเนื่องจนถึง  .. 1936-7  ทำให้ออร์เวลล์เข้าใจชัดเจนแล้วว่าจุดยืนของตนคืออะไร ทุกบรรทัดของงานเขียนที่ออร์เวลล์นำเสนอออกมาตั้งแต่ 1936 เป็นไปเพื่อต้องการต่อต้านระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ (totalitarianism) และสนับสนุน สังคมนิยมประชาธิปไตย (democratic socialism) ในแบบที่ตนเข้าใจ เขาบอกว่าในยุคที่เกิดความโกลาหลเช่นนั้นเป็นไปไม่ได้หรอกที่นักเขียนจะเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกคนต้องเขียน และพยายามโน้มน้าวให้ผู้อ่านเห็นด้วยกับจุดยืนของคุณ

ขณะเดียวกันเขาคิดถึงการเขียนแนวการเมืองว่าเป็นศิลปะ เขาบอกว่า

“When I sit down to write a book, I do not say to myself, ‘I am going to produce a work art.’ I write it because there is some lie I want to expose, some fact to which I want to draw attention, and my initial concern is to get a hearing.”

“เวลาที่ผมนั่งลงเขียนหนังสือ ผมไม่ได้บอกกับตัวเองว่า ‘ผมกำลังจะผลิตผลงานศิลปะ’ผมเขียนเพราะว่าต้องการจะเปิดโปงบางเรื่อง ผมอยากจะให้ผู้อ่านสนใจในบางประเด็น ผมต้องการให้คนรู้ว่ากำลังมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น”

ถึงแม้จะให้ความสำคัญกับประเด็นการเมืองมาก แต่ออร์เวลล์ไม่เคยละทิ้งความงามของภาษา เขาชื่นชอบงานเขียนทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง และคิดว่าความเป็นตัวเขาเหล่านี้จะถูกส่งผ่านออกมาทางงานเขียนของเขา แน่นอนว่าความงามของภาษาและความต้องการนำเสนอประเด็นการเมืองอย่างตรงไปตรงมาบางครั้งก็ขัดแย้งกัน ยกตัวอย่างเช่นในหนังสือดังเรื่อง Homage to Catalonia ซึ่งเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองของสเปน ออร์เวลล์จัดว่าเป็นหนังสือการเมือง แต่เขาก็ห่วงเรื่องของภาษาและพยายามที่จะใส่ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือพิมพ์จำนวนมาก ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นอาจจะทำให้ผู้อ่านเบื่อและทำให้อรรถรสของหนังสือทั้งเล่มเสียไป ถึงแม้หนังสือเล่มนี้โดนวิจารณ์ว่าคุณภาพไม่เข้าขั้นนัก เขาก็คิดว่าช่วยไม่ได้ เพราะต้องการสื่อออกมาอย่างที่ตนรู้สึก

ความที่ต้องการรักษาความงามของภาษาได้กลายเป็นประเด็นใหญ่สำหรับตัวเขา ในปีท้ายๆของการทำงานออร์เวลล์พยายามเขียนให้ตรงไปตรงมามากขึ้น และใช้คำรจนาน้อยลง และ Animal Farm ก็คือผลงานที่เขาพยายามเขียนโดยบอกว่าเป็นครั้งแรกที่เขียนแล้วรู้จริงๆว่ากำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งก็คือการเขียนด้วยจุดประสงค์การเมืองและไม่ละทิ้งความงามของภาษา

Animal Farm  ตีพิมพ์เมื่อปี 1945 และเป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างมาก แต่ออร์เวลล์กลับบอกว่า

“นิยายทุกเล่มที่ผมเขียนก็คงจะล้มเหลวอีกนั่นแหละ ทุกเล่มคือความล้มเหลว แต่ยังไงผมก็ชัดเจนอยู่ดีว่าผมต้องการเขียนอะไร”

 เขาบอกว่าพออ่านบทความนี้ "ทำไมฉันจึงเขียน" แล้วหลายๆท่านอาจจะคิดว่าเขาช่างเป็นคนดี เขียนอะไรขึ้นมาก็เพื่อรับใช้สังคม เขากลับบอกว่าที่จริงแล้ว นักเขียนทุกคนน่ะช่างว่างเปล่า เห็นแก่ตัว ขี้เกียจ และลึกๆแล้วแต่ละคนเขียนงานเพื่ออะไรก็บอกไม่ได้เหมือนกัน

 การเขียนหนังสือเป็นเรื่องน่ากลัว กินแรงมหาศาล และเป็นการต่อสู้ เสมือนหนึ่งว่าคุณกำลังต่อสู้กับโรคร้าย และคงจะไม่มีใครต้องการทำเช่นนี้หรอกถ้าลึกๆแล้วไม่ได้มีปีศาจอยู่ในใจ ซึ่งคนๆนั้นไม่สามารถจะเข้าใจหรือต้านทานปีศาจตัวนั้นได้

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ออร์เวลล์บอกว่า "ไม่มีใครจะเขียนหนังสือให้อ่านแล้วเข้าใจได้ ถ้าคนๆนั้นไม่ได้กำลังต่อสู้กับตนเองอยู่"

เมื่อมองย้อนกลับดูงานของตัวเอง ออร์เวลล์บอกว่า เมื่อใดก็ตามที่เขาขาดจุดประสงค์ทางการเมือง เมื่อนั้นแหละงานเขียนของเขากลับไม่มีชีวิตชีวา และกลับกลายเป็นเรื่องราวแกนๆ ประโยคที่ไม่มีความหมาย คำขยายความที่ไร้รสชาด ซึ่งก็คืองานเขียนที่เสแสร้งนั่นเอง

ถึงแม้ออร์เวลล์จะถ่อมตนว่าไม่ได้ทำงานรับใช้สังคม แต่ฉันคิดว่าเขาเอาจริงเอาจังกับผลงานที่ทำ และเกิดความรู้สึกร่วมกับเหตุการณ์ที่ตนประสบ จึงผลิตงานเสียดสีสังคมเสียเป็นส่วนมาก ออร์เวลล์เป็นลูกชายของข้าราชการพลเรือนของอังกฤษนะคะ และได้เข้าเรียนโรงเรียนอีตัน ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับชนชั้นนำของอังกฤษ (มีลูกหลานชนชั้นนำของไทยเข้าเรียนโรงเรียนนี้หลายท่านค่ะ อย่างเช่นคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ)  แต่ว่าเหตุการณ์ชีวิตผกผันเมื่อเข้าไปร่วมงานกับกองทัพอังกฤษในพม่า อย่างที่เล่าไปแล้วข้างต้น ออร์เวลล์เป็นนามแฝงนะคะ ชื่อจริงคือ เอริค อาร์เธอร์ แบลร์ เกิด 25 มิถุนายน 1903 เสียชีวิตเมื่อ 21 มกราคม 1950 เป็นช่วงชีวิตเพียง 47 ปี ที่ได้ฝากผลงานไว้ให้คนพูดถึงมากมาย

หนังสือ Animal Farm ที่เสียดสีสตาลินผู้นำเผด็จการของรัสเซีย ที่รวบอำนาจในยุคปฏิวัติรัสเซีย  โดยใช้สำนวนโวหารเปรียบเทียบผ่านการสนทนาของสัตว์ในฟาร์ม เป็นเล่มที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้ออร์เวลล์เป็นครั้งแรก และทำให้เขาความเป็นอยู่ดีขึ้น

ออร์เวลล์อาจจะนึกไม่ถึงว่างานเขียน ‘1984’ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเผด็จการครองเมืองในปี 1984 จะกลายมาเป็นประโยคฮิตติดปากว่า “Big Brother is watching you”  เล่มนี้ตีพิมพ์ ปี 1949 ปีเดียวก่อนตาย

ถึงตอนนี้แล้วเราคงจะพอเข้าใจว่า  ออร์เวลล์ “เขียนหนังสือเพื่ออะไร”

แล้วเรา “เขียนหนังสือเพื่ออะไร”

ภาพปก Animal Farm และ 1984

จาก www.wikipedia.com

 

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13
ดุจดังฯคนจร วันที่ : 11/09/2007 เวลา : 17.29 น.
http://www.oknation.net/blog/nomadicman

ทำไมฉันจึงอ่าน...?

เพราะมีนักเขียนก็ต้องมีนักอ่าน...

ด้วยมิตร
ความคิดเห็นที่ 12
Big_Bear วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 12.00 น.
http://www.oknation.net/blog/bigbear

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ นะคะ

อตนนี้ยังไม่เคยเริ่มเขียนเลยค่ะ
แต่ตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ว่า .อ่าน. เอื่ออะไร

แล้วจะแวะมาอ่านและทำความรู้จักกับหนังสือที่นี่บ่อย ๆ นะคะ
ความคิดเห็นที่ 11
pigletlovepooh วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 10.21 น.
http://www.oknation.net/blog/pigletLOVEpooh
“I just want to be sure of you.”

อ่าน....ให้ชีวิตรื่นรมย์..ร่มรื่น
เขียน....ได้สื่อเจตนารมณ์..แสดงเสรีภาพของปัจเจกชน

ขอบคุณ "คุณมนนิตา" ค่ะ
......... เยี่ยม Blog นี้ ...รื่นรมย์จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 10
น้ำใส วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 09.17 น.
http://www.oknation.net/blog/chayada

ทำไมจึงเขียน ช่างวิเคราะห์จริงๆนะคะนายคนนี้เนี่ย
ความคิดเห็นที่ 9
Jui วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 07.47 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

ชอบครับ Animal farm & 1984 แต่ทำไมมาถึงเมืองไทยได้ก็ไม่รู้นิในยุคหนึ่ง
ความคิดเห็นที่ 8
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 01.34 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


ความคิดเห็นที่ 7
hopebaby วันที่ : 10/09/2007 เวลา : 01.29 น.
http://www.oknation.net/blog/hopebaby
เรื่องเล่าเคล้าเรื่องลวงเรื่องกลวงๆของโลกกลมๆ

อ่าน animal farm เมื่อนานมาแล้ว จนจำไม่ได้แล้วครับว่าพอจะหยิบจับอะไรมาพูดถึงได้บ้าง แต่ผมก็สนใจในประเด็นครับ ว่าทำไมคนต้องเขียน ทำไมคนต้องวาด จ.เออร์เวลล์ ก็แสดงความคิดเห็นใว้อย่างหนึ่ง...ค่อยเอาใว้คิดต่อครับ
ความคิดเห็นที่ 6
julyrhapsody วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 21.12 น.
http://www.oknation.net/blog/julyrhapsody
'attitude is everything'

ชอบ 1984 และ Animal Farm นอกจากเป็นเรื่องการเมืองยังเป็นวิสัยทัศน์โลกอนาคต

มีคนเอางาน 1984 ของเขาไปเปรียบเทียบ We ของ Yevgeny Zamyatin (พิมพ์ในรัสเซีย ยุค1920s) ว่าเล่มนี้แหละเป็นแรงบันดาลใจของจอร์จ ออร์เวลส์

ชักอยากอ่าน Why I Write ซะแล้ว
ความคิดเห็นที่ 5
skinhead วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 09.36 น.
http://www.oknation.net/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

ขอบคุณครับที่ทำให้ผมได้อ่านเรื่องราวดีๆนะครับ
ความคิดเห็นที่ 4
มนนิตา วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 08.59 น.
http://www.oknation.net/blog/monnita

ขอบคุณเพื่อนๆมากๆค่ะที่ช่วยกันแสดงความคิดเห็น จากบทความของคุณออร์เวลล์ เขาพยายามบอกว่าเมื่อก่อนก็เขียนเพืยงเพื่ออธิบายเรื่องราวและความงามของภาษา แต่เมื่อเห็นการกดขี่ สงคราม ความเอารัดเอาเปรียบ ทำให้จุดประสงค์ในการเขียนเปลี่ยนเป็นต้องการให้คนสนใจประเด็นทางการเมือง แต่ขณะเดียวกันเขาย้ำว่าไม่ลืมความงดงามทางภาษา คิดว่าอย่างนั้นนะคะ หนังสือแต่ละเล่มไม่หนานะคะ แต่สำนวนเหลือร้าย
ความคิดเห็นที่ 3
คนเลวที่แสนดี วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 08.54 น.
http://www.oknation.net/blog/natentertain
รับรู้ไว้ในใจแต่สิ่งดีงาม

ตามมาอ่านต่อค่ะ

วันหยุดเที่ยวไหนคะ
ความคิดเห็นที่ 2
ปฐม วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 05.43 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

อ้อ...

ขอบคุณจริง ๆ จำได้แล้ว

แอนนิมอลฟาร์มนี่เอง...

ขอบคุณครับ... แต่เหตุผลของ จอร์จ ก็ลุล่วงนะครับ เพราะงานของเขาก็คือสิ่งที่ผมเคยอ่านและประทับใจและพยายามจะเขียนเรื่องการเมืองให้ได้แบบ แอนนิมอล ฟาร์ม

แต่วันนี้เริ่มท้อและหมดแรง

แต่ก็ไม่ยอมแพ้ครับ ขอแค่พักหน่อย
ความคิดเห็นที่ 1
รั้วสีขาว วันที่ : 09/09/2007 เวลา : 01.51 น.
http://www.oknation.net/blog/seewesea

ตามอ่านทั้งสองตอน อาจตอบไม่ชัดเจนว่า เขาเขียนเพื่ออะไร แต่ ผมได้แรงบันดาลใจ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30