พิมพ์หน้านี้
|
จิตวิญญาณของชาวพม่าที่มาร่วมต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าหนนี้ ย่อมต้องมีเหตุผลมากกว่าเรื่องปากท้อง และข้าวยากหมากแพง รัฐบาลอ้างไม่ได้ว่าคนมารวมตัวกันเพียงเพราะไม่พอใจกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล การประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 20 ปีหนนี้ คือการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของชาวพม่า สิ่งที่เกิดขึ้นในพม่าวันนี้ ฉายให้เห็นภาพการต่อสู้ในประวัติศาสตร์ของพม่า โดยเฉพาะการต่อสู้เพื่อเอกราชจากอังกฤษเจ้าอาณานิคม นายพลอองซาน พ่อของนางอองซานซูจี ผู้ได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษตลอดกาลของชาวพม่า เป็นผู้นำทางการเมืองและกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อชาติที่ทำให้พม่าได้รับเอกราช เมื่อปี 1948
กับช่วงชีวิตเพียง 32 ปี นายพลอองซาน สร้างอุดมการณ์ทางการเมืองและความรักชาติไว้ให้ชาวพม่าจดจำ และเป็นตัวอย่างของการต่อสู้มาจนถึงทุกวันนี้ การต่อสู้ของผู้พ่อและลูกสาวอย่างอองซานซูจี นั้นเข้มข้น เต็มไปด้วยความขวากหนามและอุปสรรคไม่แพ้กัน ซูจี บอกในเวทีประท้วงต่อผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 1988 ว่า ในฐานะที่เธอเป็นลูกสาวของพ่อเธอจะนิ่งเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ วันนั้นผู้นำทหารส่งกองกำลังเข้าปราบปรามและมีคนถูกสังหารไปถึง 3,000 กว่าคน ซูจี เป็นผู้ที่ตื่นตัวทางการเมืองสูงมาก นอกจากจะมีสายเลือดนักสู้จากพ่ออย่างเต็มตัวแล้ว เธอได้ร่ำเรียนด้านปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ที่ประเทศอังกฤษ ในบทความ ่พ่อของฉัน จากหนังสือ Freedom from Fear ซูจีเล่าว่า ตอนที่พ่อตายเธอยังเด็กเกินกว่าที่จะจำความได้ ตอนนั้นเธออายุได้เพียง 2 ขวบ แต่พยายามเก็บข้อมูลผ่านหนังสือและพูดคุยกับคนที่รู้จักพ่อ
อองซาน เกิดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ คศ 1915 ที่เมือง Natmauk ปีนั้นครบรอบสามสิบปีที่อังกฤษเข้าปกครองพม่า อองซานเป็นลูกชายคนที่หก ซึ่งเป็นคนสุดท้องของครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะ วัยเด็กอองซานเรียนเก่ง ฉลาด ผลการเรียนยอดเยี่ยม ทำงานหนัก และมีวินัยในตัวเองสูง ตอนเด็กๆด้วยความที่อยากเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งจะต้องย้ายไปอยู่เมืองอื่น อองซานตัดสินใจประท้วงแม่ด้วยการอดอาหาร เพราะแม่ไม่ยอมให้ไปอยู่ไกล แต่ที่สุดประท้วงสำเร็จและได้ย้ายไปเรียนที่เมือง Yenangyuang สมความตั้งใจ ตอนเป็นเด็ก อองซาน เขียนหนังสือระบายความในใจหลายหนว่า ฝันถึงวิธีการต่างๆนาๆ ที่จะต่อต้านและขับไล่อังกฤษออกจากประเทศ บางครั้งถึงขั้นจินตนาการว่าอยากจะมีมนต์วิเศษเพื่อบันดาลให้ฝันเป็นจริง เมื่อได้รับทุนเข้าเรียนที่ ด้วยผลการเรียนยอดเยี่ยมในวิชาภาษาพม่าและบาลี อองซานได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งย่างกุ้ง เมื่อปี 1932 ช่วงชีวิตในมหาวิทยาลัยอองซาน เข้าร่วมกิจกรรมด้านการเมือง เช่นการโต้วาทีเป็นภาษาอังกฤษและต่อมาได้ร่วมงานกับ Nu, Hla Pe, Rashid, Thein Pe และ Kyaw Nyein ซึ่งต่อมาคนหนุ่มเหล่านี้ได้เป็นแกนนำในการต่อสู้เพื่อเอกราชของพม่า ในช่วงนั้นนักศึกษาพม่าตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น บรรยากาศเต็มไปด้วยการถกเถียงเรื่องความรักชาติ ปี 1935-6 กลุ่มนักศึกษาแนวชาตินิยมได้ขึ้นเป็นแกนนำของสหภาพนักศึกษา และอองซาน ได้ตำแหน่งเป็นบรรณาธิการวารสาร Oway ของสหภาพ
สหภาพนักศึกษาพม่าในยุคนั้น ช่วงนั้นวารสารตีพิมพ์บทความชิ้นหนึ่งชื่อ Hell Hound at Large หรือ หมานรกลอยนวล ซึ่งได้กลายเป็นชนวนให้เกิดเหตุประท้วงไปทั่วมหาวิทยาลัยในปี 1936 เนื้อหาของบทความโจมตีเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ทำให้ผู้บริหารตามหาตัวผู้เขียนกันจ้าละหวั่น อองซานในฐานะบรรณาธิการ บอกว่าเป็นเรื่องผิดจรรยาบรรณของสื่อมวลชนที่จะเปิดเผยตัวผู้เขียน ตอนแรกอองซานถูกบีบให้ลาออก แต่ไม่ยอม กลุ่มแนวร่วมนักศึกษาเริ่มก่อการประท้วงเพราะไม่พอใจผู้บริหาร เหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งประเทศจับตามอง หนังสือพิมพ์เผยแพร่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยแสดงความเห็นใจนักศึกษา ขณะเดียวกันกลุ่มนักการเมืองของพม่าก็เริ่มเห็นถึงแววและพลังทางการเมืองของนักศึกษา รัฐบาลเองถูกกดดัน ในที่สุดผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัยต้องลาออก จากการประท้วงครั้งนั้น อองซานกลายเป็นผู้นำนักศึกษา และเริ่มมีตำแหน่งทางการเมืองในฐานะประธานสหภาพนักศึกษาระดับประเทศ เมื่อจบปริญญาตรีแล้ว ต่อมาปี 1938 อองซาน เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มการเมือง We Burmese Organization เราคือชาวพม่า ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของคนรุ่นหนุ่มสาวหัวก้าวหน้าที่สนใจการเมืองแต่ไม่ต้องการเข้าร่วมกับนักการเมืองอาวุโส ซึ่งขาดความกล้าหาญ กลุ่มเราคือชาวพม่าต้องการเป็นศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่ที่รักชาติ ช่วงปี 1938-1939 เกิดเหตุวุ่นวายในพม่ามากมาย เช่นการเดินขบวนของชาวไร่ชาวนาที่กรุงย่างกุ้ง นักศึกษาประท้วง โรงเรียนหยุดประท้วง การปะทะกันระหว่างชาวพม่าและชาวมุสลิมเชื้อสายอินเดีย การประท้วงของคนงาน ซึ่งทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ แต่ละกลุ่มแตกก๊กแตกเหล่าเพราะอิจฉากัน จริงอยู่ว่าอองซานอาจจะได้รับอิทธิพลจากแนวคิดมาร์กซิสต์และแนวนิยมซ้ายพอสมควร แต่อองซานพยายามไม่ฝักใผ่ฝ่ายใด และพยายามยึดมั่นอยู่กับการนำพาพม่าให้ได้รับอิสรภาพ จังหวะนั้นเป็นช่วงปี 1939 ซึ่งกำลังเกิดสงครามในยุโรป อาณานิคมเริ่มสั่นคลอน อองซานร่วมกับ Dr Ba Maw จัดตั้งกลุ่ม Freedom Bloc กลุ่มเสรีภาพ เพื่อเป็นพันธมิตรระหว่างนักศึกษาและนักการเมือง ตอนนั้นกลุ่ม Freedom Bloc พยายามสร้างเอกภาพในหมู่ชาวพม่าเพื่อต่อกรกับอังกฤษและได้เสนอว่าชาวพม่าว่าจะสนับสนุนอังกฤษ ถ้าอังกฤษสัญญาว่าจะให้เอกราชกับพม่าเมื่อสงครามสิ้นสุดถ้ารัฐบาลอังกฤษไม่พร้อมที่จะให้คำมั่น ประชาชนจะต่อต้านสงครามอย่างถึงที่สุด ตอนนั้นกลุ่มผู้มีอำนาจพยายามกวาดไล่ต้อนกลุ่มผู้รักชาติ ทำให้แนวร่วมของอองซานโดนควบคุมตัวหลายคน แต่อองซานรอดไปได้อย่างหวุดหวิด อองซาน ดำเนินการอย่างไรต่อไปเพื่อต่อรองกับอังกฤษ ขอเล่าต่อในตอนหน้าค่ะ
|
| ความเขียว ที่สันกำแพง | ||
ฝนตกหลายวันที่เชียงใหม่ พอจะทำให้ต้นไม้เขียวขจี ขึ้นมาบ้าง |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||