พิมพ์หน้านี้
|
เดือนตุลาคมของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นเดือนที่ตระหนักถึงภัยของมะเร็งเต้านมค่ะหรือ breast cancer awareness month ตอนนี้มะเร็งเต้านมกลายเป็นภัยมะเร็งอันดับหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงทั่วโลกเสียชีวิตมากที่สุด คาดว่าปีนี้มีผู้หญิงเป็นโรคนี้สูงถึง 1 ล้านคน และคาดว่าจะมีคนเสียชีวิตสูงถึง 500,000 คน นิตยสารไทม์สรายงานว่าที่น่าเป็นห่วงคือเมื่อก่อนโรคนี้จะพบในประเทศค่อนข้างร่ำรวย คืออเมริกาเหนือ ยุโรปตะวันตก แต่ตอนนี้ผู้หญิงในทุกภูมิภาคของโรคทั้งในเอเชีย อาฟริกา ยุโรปตะวันออก และละตินอเมริกา เป็นมะเร็งเต้านมกันถ้วนหน้า ส่วนหนึ่งที่มีผู้หญิงเป็นโรคนี้มากขึ้น เพราะคนเราอายุยืนขึ้นด้วยค่ะ สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้สันนิษฐานว่าเป็นเพราะ รับประทานอาหารหวานๆมันๆ ไม่ออกกำลังกาย และโรคอ้วน แต่สาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากมายต้องเสียชีวิตด้วยโรคนี้เพราะความอายค่ะ วัฒนธรรมและความเชื่อของแต่ละสังคมและประเทศมีความสำคัญมากต่อการรักษาโรคนี้
ในประเทศทางตะวันตก ผู้หญิงช่วยกันรณรงค์หาทางแก้ปัญหาโดยสวมสายรัดข้อมือสีชมพู กันอย่างเปิดเผย แต่ผู้หญิงในหลายประเทศไม่กล้าแม้แต่จะบอกกับสามีว่าเป็นมะเร็งเต้านม ที่อียิปต์ ทุกสามนาทีจะพบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นมะเร็งเต้านม แต่ความกลัวอันดับแรกของเธอไม่ใช่กลัวตายนะคะ แต่กลัวที่จะบอกข่าวร้ายนี้กับสามีเพราะเกรงว่าจะถูกทิ้ง ในขณะที่ผู้หญิงอินเดียที่เป็นมะเร็งเต้านมอาจจะถูกบังคับให้แยกช้อนส้อม จานชาม ที่ใช้ เพราะเชื่อว่าโรคนี้ติดต่อถึงกันได้ แพทย์กำลังพยายามวิจัยและหาทางรักษาโรคร้ายนี้นะคะ และส่วนหนึ่งพบว่าความแตกต่างด้านร่างกายของผู้หญิงแต่ละเชื้อชาติเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งด้วย อย่างเช่น ผู้หญิงเอเชียมักจะมีเนื้อเยื่อเต้านมหนาแน่นกว่าชาติอื่น และเนื้อเยื่อที่หนาแน่นมักจะเป็นพื้นที่ให้เกิดเนื้องอกมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ซ่อนเนื้องอกเหล่านั้นไว้มิดชิดทำให้การตรวจหายากขึ้น ฉะนั้นการรักษาผู้หญิงในแต่ละภูมิภาคจะแตกต่างกันไปค่ะ ใช้วิธีเดียวกันเป๊ะๆไม่ได้ อาหารและรูปแบบการใช้ชีวิตมีส่วนสำคัญมากเช่นกัน อย่างที่เราๆท่านๆพอจะทราบกันอยู่บ้างนะคะว่าการรับประทานอาหารตามอย่างชาติตะวันตก ที่เน้นเนื้อสัตว์ ของหวาน ขนมปัง และนม เป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงชาวจีน วัย 25 ถึง 64 ปีเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น ผิดจากเมื่อก่อนที่พบโรคนี้น้อยกว่านี้ ขณะเดียวกันพบว่าผู้หญิงที่รับประทานอาหารแบบเอเชียที่เน้น เต้าหู้ ผัก ถั่ว ปลา และ นมถั่วเหลือง มีความเสี่ยงน้อยกว่า จะเห็นได้ว่าอุปสรรคในการต่อสู้กับมะเร็งเต้านมนั้นเกิดจากอคติด้านวัฒนธรรมที่สังคมมองผู้หญิง เพราะถ้าผู้หญิงไม่อยากเปิดเผยกับคนใกล้ชิดหรือหมอว่าตนเป็นมะเร็งเต้านม ก็ยากที่จะเข้ารับการรักษา แต่ขณะเดียวกันผู้หญิงก็หาทางแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่งด้วยการดูแลตนเองและเลือกรับประทานให้เหมาะสม เรื่องของเต้านมนี่ไม่เข้าใครออกใครนะคะ มีแล้วต้องดูแลรักษาให้ดี |
| ความเขียว ที่สันกำแพง | ||
ฝนตกหลายวันที่เชียงใหม่ พอจะทำให้ต้นไม้เขียวขจี ขึ้นมาบ้าง |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||