พิมพ์หน้านี้
|
หลายท่านคงได้ชมภาพยนตร์เรื่องสบายดีหลวงพระบางที่อนันดา ( สุดหล่อของดิฉัน)เป็นพระเอกกันบ้างแล้วก็อิ่มเอมในระดับหนึ่งแต่ติดใจที่ชื่อเรื่องเกี่ยวกับเมืองหลวงพระบางที่ดิฉันลุ่มหลง เชื่อว่าหลายท่านก็คงเคยไปเยี่ยมที่นั่นมาแล้วคงพอทำเนาความประทับใจของดิฉันออก ว่าไปแล้วไทย -ลาวก็พี่น้องกันความสัมพันธ์ยั่งยืน การไปเที่ยวหลวงพระบางครั้งนี้จึงทำให้ดิฉันรู้สึกว่าเพียงเดินทางไปต่างจังหวัดไม่ใช่เมืองนอกเมืองนา สมัยเรียนป. ตรี ดิฉันเรียนที่อุดร แถบนั้นพูดง่าย ๆ ก็จะเป็นไทลาว ไทอีสานแทบทั้งนั้น มีที่ข้ามโขงจากเวียงจันท์มาเรียนก็มากโข ดิฉันก็เลยมีเพื่อนอินเตอร์เยอะหน่อย เวลาปิดเทอมทีก็บังคับแกมชักชวนเจ้าบ้านว่าให้พาไปเยี่ยมบ้านซักทีเหอะ เราทั้งก๊วนก็จัดการมัดมือชกจนไปไปเที่ยวฝั่งลาวในที่สุด ว่าแล้วเราก็จัดแจงแปลงกายเป็นแบ็คแพคเกอร์ หอบหิ้วสัมภาระ สัมภารกกันขึ้นรถไปลงหนองคายแวะบ้านเพื่อนที่ศรีเชียงใหม่ แล้วต่อรถจากหนองคายเข้าสู่เวียงจันท์ เป็นที่ถูกอกถูกใจ ก่อนที่จะวางโปรแกรมต่อไปที่หลวงพระบาง ด้วยการบังคับขู่เข็ญแถมปลอบประโลมในที เนื่องด้วยเจ้าภาพเองก็ยังไม่เคยเดินทางไปเช่นกัน ก่อนไปเราก็แลกสตางค์กันก่อน สมัยนั้น ( ถ้าจำไม่ผิด) 1 บาทไทยจะแลกกีบได้ประมาณ 250 -280 กีบ ดิฉันก็เลยเดินยืดเพราะรวยจริงจริง ...หุหุหุ ตังค์เต็มเป๋าเลย เห็นแม่ค้าในตลาดเวียงจันท์นั่งบนกองเงินกองทองแบบบนกองเงินมหึมาจริงๆ นับทีน่ามึนหัวแทน แต่เค้าก็รับเงินบาทไทยเหมือนกัน..เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วง แล้วเราก็ไปหาซื้อปี้ยนต์ ( ตั๋วรถ) กัน มีทั้งรถ ป.1 และ ป. 2 ให้เลือกนั่ง ราคาต่างกันตามสภาพ จากเวียงจันท์ไปหลวงพระบาง ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 10 ชั่วโมง ที่ได้ยินมานักท่องเที่ยวมักจะแวะเที่ยวกันที่ วังเวียงด้วย แต่ดิฉันขอยิงยาวที่หลวงพระบางเลย
สังเกตที่หลังคารถ สัมภาระทั้งหลายอยู่ด้านบนเป็นเรื่องธรรมดา บรรยากาศสองข้่างทาง... เส้นทางสู่หลวงพระบางเป็นถนนสองเลนไม่กว้างนัก คนขับต้องมืออาชีพจริง ๆ เพราะถนนเส้นนี้ มี 2 โค้งที่สำคัญ คือโค้งซ้ายกับโค้งขวา เพราะฉะนั้นรถก็เลยโค้งซ้ายแล้วก็โค้งขวา ( นับไม่ถ้วน ) ไปตลอดทาง พอกับถนนภาคเหนือของเรา แต่ขอบอกที่นี่มึนกว่าเยอะ ของเค้าดีจริง ๆ นั่งจนเมื่อยก้น นอนก็ไม่ค่อยหลับเพราะเวียนหัว 11ชั่วโมง ก็ถึงที่หมาย เย้ เย้ เย้ ในที่สุดก็ถึงซะที หลวงพระบางที่ใฝ่ฝัน ไม่ผิดหวังกับบรรยากาศและทัศนียภาพ ถ้าเปรียบแล้วเหมือนอยู่ในเมืองเก่าๆ สงบ ร่มเย็น ผู้คนยิ้มแย้ม ภาษาไม่เป็นอุปสรรค ดิฉันและเพื่อนสาวอีสานทั้งนั้น ก็เลยเว่ากันม่วนคักหลาย เอ....มองซ้ายมองขวานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเต็มไปหมด
ประเพณีสำคัญ แต่ต้องตื่นแต่เช้าร่วมตักบาตรข้าวเหนียว พระสงฆ์ 100-300 รูป แต่ต้องสืบเสาะดี ๆ เพราะบางที่ พระท่านจะเดินผ่านไม่ถึง 100 รูปก็มี ส่วนของใส่บาตรไม่ต้องห่วงมีแม่ค้ามาขายให้พรึ่บ
บรรยากาศตลาดเช้า ใส่บาตรเสร็จแล้วก็เดินตลาดเช้า แบกะดินกันถ้าคนในเมืองอาจคุ้นเคยกับตลาดสำเร็จหรือตลาดติดแอร์ แบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบแล้วคุณจะเห็นของป่า ของแปลกมาวางขาย เดินกันเพลิน ส่วนอาหารการกินก็คล้าย ๆแถวอีสานบ้านเรา ถ้าไม่ถนัดก็มีร้านอาหารให้เลือกทานเยอะแยะ ส่วนดิฉันประเภทชอบของแปลก อาหารการกินเลยไม่มีปัญหา แต่ขอบอกกาแฟลาวอร่อยค่ะ ทานกับปาท่องโก๋ หรือขนมปัง ( ฝรั่งเศส ) ที่นี่เรียกแปงหมี่ อาหารหลักอีกอย่างเฝอ หรือข้าวเปียก ( ก๋วยจั๊บญวน)คล้ายก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา ใส่ผัก เติมกะปินิด ๆ ก็อร่อยดี ทริปนี้ส่วนใหญ่ดิฉันก็จะไปกันแบบมั่ว ๆ คืออาศัยถามชาวบ้านเอาว่ามีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง เดินบ้าง นั่งรถบ้าง ว่ากันไปสนุกดีค่ะ
ตกค่ำเดินเล่นในเมืองกันแล้วก็แวะเดินตลาดมืด แบกะดินเช่นเคย หาซื้อของฝากแฮนด์เมดสวย ๆ เยอะแยะ น้ำตกกวางสีที่ขึ้นชื่อ แต่สวยจริง ๆค่ะ ขอบอก สนามเปตองข้างทางดิฉันช้อบ ชอบ กีฬายอดฮิตของคนแถวนี้
พระธาตุพูสี กว่าเดินขึ้นถึงตัวพระธาตุเล่นเอาหอบเหมือนกัน จากข้างบนมองลงมาจะเห็นหลวงพระบางในมุมสูงทั้งเมือง ดิฉันขึ้นไปรอชมพระอาทิตย์ตกดิน สวยจัง..... ที่นี่มีวัดเชียงทองซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ขึ้นชื่อ และเป็นมรดกโลกด้วย นักท่องเที่ยวไม่พลาดที่จะมาชมวัดแห่งนี้ และยังมีอีกหลายที่ที่ยังไม่ได้กล่าวถึง เช่นถ้ำติ่ง ต้องนั่งเรือจากหลวงพระบางไปประมาณ 2 ชั่วโมง พิพิธภัณฑ์ หรือที่ว่าการสร้างโดยผสมความเป็นฝรั่งเศสในที และอีกหลาย ๆ อย่างที่เวลา 4 วันของดิฉันเก็บกลับมาไม่หมด .. ว่าแล้วก็ถึงเวลากลับบ้านเรา เฮ้อ...นึกถึงการนั่งรถแล้วเหนื่อย เมื่อย และมึน....ค่ะ คิดฮอดหลวงพระบางเสมอ |
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||