พิมพ์หน้านี้
|
กลับมาแว้ววว...คร๊าบบบ...คิดถึงจังเลย.... เป็นการลอยกระทงครั้งแรกในชีวิต ในสถานที่ที่มิใช่บ้านเกิดเมืองนอน แปลกไปอีกแบบ มองจันทร์ดวงเดียวกัน จากแผ่นดินข้างๆ ทำให้คิดถึงคนข้างบ้านหลาย ๆ คนเลย แต่ไม่เศร้านะ อารมณ์มีความสุขมากกว่า เป็นความคิดถึงด้วยความสุข... พร้อมแล้ว ย้อนรอย เดินทางไปด้วยกันเลยนะจ๊ะ เริ่มต้นเช้าวันเสาร์ ออกเดินทางจากอรัญฯ สู่ด่านพรมแดน บ้านคลองลึก
นี่คืออาคารด่านศุลกากรฯ และอาคารด่านตม. บุคคลที่จะข้ามแดนได้ต้องใช้พาสปอร์ต ยิ่งโดยเฉพาะคนไทย ถ้าไม่ใช้พาสปอร์ต ผ่านไม่ได้นะจ๊ะ เดี๋ยวนี้ ตม.เค๊าเข้มงวดมาก อย่านึกว่ามาตายเอาดาบหน้า ไม่มีพาสปอร์ตมายังงัยก็ข้ามไม่ได้ ช่วยเห็นใจเจ้าหน้าที่เค๊าด้วยจ้ะ อย่ามาต่อรองเค๊าเลย ไม่มีใครเอาตำแหน่งหน้าที่การงานมาเสี่ยงหรอกนะจ๊ะ ส่วนข้าพเจ้าเป็นผู้มีอิทธิพลในท้องที่ ข้าพเจ้าไม่ต้องใช้พาสปอร์ต ใช้เพียง
แต่จะไปได้แค่เสียมเรียบเท่านั้น การทำ โดยยื่นคำร้องที่ ฝ่ายความมั่นคง ณ ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ลงนามอนุมัติ หนังสือผ่านแดนมีอายุหนึ่งปี แต่เวลาต่อจะง่ายหน่อย เพราะเค๊ามีข้อมูลไว้แล้ว ข้าพเจ้าต่อมาแล้ว 4 ปี
การมี Border Pass ทำให้ข้าพเจ้ามีความสะดวกอีกหนึ่งอย่าง คือ โดยปกติ ค่าวีซ่า เข้าประเทศกัมพูชา ตกอยู่ราว 20 ดอลล่าร์ สามารถทำ Visa on Arrival ได้ที่พรมแดนฝั่งประเทศกัมพูชา หรือกงสุลกัมพูชา ตั้งอยู่ใกล้ๆ พรมแดนในอาณาเขตไทย แต่ขอบอกให้ช้ำใจอย่างนึง ถ้าเป็นชาวต่างชาติ เสียค่าทำวีซ่า 20 ดอลล่าร์ แต่ถ้าเป็นคนไทย เค๊าไม่รับเงินยูเอสนะ เค๊าให้จ่าย 1,000 บาทถ้วน ด้วยขณะที่อัตราแลกเปลี่ยน ณ ปัจจุบันนี้ล่ะ เศร้ากันไป ไม่เข้าใจเหมือนกัน อ้อ เตรียมรูปถ่าย กับ 1,000 บาท มาก็ทำได้แล้วจ้ะ ถ้าลืมรูป อีก 100 ก็สามารถ.... อย่าลืมว่า Money talk เป็นภาษาสากล !!
แต่ถ้าข้าพเจ้าไปแค่เสียมเรียบ อย่าหวังว่าจะได้กำไรอัตราแลกเปลี่ยนเช่นนั้น ข้าพเจ้าใช้ Border Pass เสียเพียง 70 บาท อยู่ได้ 7 วัน ตกวันละ 10 บาท ควักให้ด้วยความเต็มใจ เอาร้อยนึงก็ยอมจ่าย เอามั๊ยล่ะ !! ติดต่อแท็กซี่ไว้ มีหลายราคา ถ้านั่งข้างหน้าคนเดียว เสีย 500 บาท ถ้านั่งข้างหลังนั่งได้ 3 คน คนละ 400 บาท คนขับรถชื่อ คุณพร พูดไทยได้ดีมาก อัธยาศัยดี
ตอนขับมาเจอรถขนหม้อดินเผา ข้าพเจ้าถามว่าเค๊าเอาไปขายที่ไหน คุณพรบอกไม่ได้ขาย เค๊าเอาไปแลกข้าวกับชาวนา!! คนผลิตหม้อ มีหม้อ ไม่มีเงิน ไม่มีข้าว คนผลิตข้าว มีข้าว ไม่มีหม้อ ไม่มีเงิน คนผลิตหม้อ กับคนผลิตข้าว จึงเอาหม้อ และ ข้าว มาแลกกัน โดยปราศจากสิ่งสมมุติ คือ เงิน !!
ข้าพเจ้าชอบจัง เคยเรียนแต่ในหนังสือ เกิดไม่ทัน ชีวิตเกิดมาพร้อมสิ่งสมมุติ คือเงินตรา เสียแล้ว มันถึงได้วุ่นวายกันขนาดนี้หนอ...ชีวิต
อันนี้ เป็นปั๊มน้ำมันที่ เชลล์ หรือ ปตท. มาเห็นต้องอายในคุณภาพ ระดับ ISO 3200 ไวแสงสูงสุด !!!
ส่วนแก๊สเติมกันจากถัง 48 กก. เห็น ๆ
ส่วนไฟฟ้า เค๊าซื้อจากไทย ไปจนถึงเสียมเรียบเลย
สภาพถนนหนทาง
บรรยากาศสองข้างทาง
ถ้ามาเจอกันต้องรอให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปก่อน เป็นสะพานที่รถวิ่งได้ทีละคัน สวนกันไม่ได้
รถบรรทุก (จริงๆ)
เริ่มเข้าตัวเมือง สภาพถนนค่อยดีขึ้นหน่อย เพียง 3 ชั่วโมง ก็มาถึงจังหวัดเสียมเรียบ เป็นจังหวัดที่สวยที่สุดของประเทศกัมพูชาในทัศนะของข้าพเจ้า มาถึงบ่ายโมง เพื่อนรุ่นน้องมารอรับ เป็นเพื่อนที่รู้จักกันเมื่อปีที่แล้ว ชื่อของเขาคือ ฟวย โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง ฟอ ฟัน วอ แหวน ยอ ยักษ์ ออกเสียงว่า ฟวย ปีที่แล้วตอนที่รู้จักกันใหม่ ๆ ข้าพเจ้ามีความลำบากใจในการเรียกชื่อน้องคนนี้มาก เวลาจะเรียก ต้องนึกในใจก่อน และสะกดทีละตัว ก่อนจะเปร่งเสียงออกมาเบา ๆ ถ้ามั่นใจแล้ว ค่อยเรียกดังๆ อีกที (ไม่ได้มุขนะ มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ลำบากอยู่ วัน สองวัน จนเรียกคล่องปาก เล่นเอาเหนื่อย กลัวพลาด!!) ฟวยอายุอ่อนกว่าข้าพเจ้าเกือบสิบปี และความสูงของฟวย คูณสอง จึงจะพอๆ กับข้าพเจ้า ฉะนั้น เป็นรองในทุกๆ อย่าง ฟวยจึงว่าง่าย พี่มุกกี้ว่าอะไร ว่าตามกัน...
ฟวยกำลังฝึกเป็นไกด์ ส่วนใหญ่รับลูกทัวร์คนไทย เพราะเค๊าพูดไทยชัดมาก เมื่อปีที่แล้ว ข้าพเจ้าส่งเสื้อตราสัญลักษณ์สีเหลืองมาให้ 1 ตัว ฟวยบอกว่าใส่ทุกครั้งที่ไปส่งลูกทริปเลย แล้วจะมีคนไทยถามตลอดว่าทำไมถึงมีเสื้อใส่ ฟวยบอกด้วยความภูมิใจว่า มีพี่สาวเป็นคนไทยส่งมาให้ ส่วนปีนี้ ข้าพเจ้าตั้งใจซื้อเสื้อสีชมพู กับสีฟ้า ไปฝาก แต่ไม่ได้เตรียมซื้อไว้ล่วงหน้า พอถึงวันจะเดินทางเสื้อทั้งสองสีในอรัญฯ ดันหมดสนิท เซ็ง เลยต้องซื้อเสื้อสีเหลืองไปฝากเหมือนเคย แต่ตั้งใจจะส่งอีกสองสีไปให้ทีหลัง
ฟวยมาพร้อมรถคัมรี่ ที่เราตกลงเช่าไว้ ในราคา 20 เหรียญ ต่อวันพร้อมน้ำมัน จริง ๆ แพงกว่านั้น แต่เราตกลงไม่เอาคนขับ เราขับเอง เค๊าก็เลยลดให้ ข้าพเจ้าเพิ่งได้ใบขับขี่ระบบใหม่ของขนส่งไทย ที่สามารถ ขับที่ไหนก็ได้ในประเทศอาเซียน เลยมั่นใจหน่อยว่าไม่ผิดกฎหมาย และอยากลองขับพวงมาลัยซ้าย กับ เลนขวา มานานแล้ว ว่าจะมันขนาดไหน ปรากฎว่ามึนอยู่ซักพัก แล้วก็เริ่มปรับตัวได้ ฟวยเห็นข้าพเจ้าสนุกใหญ่ เลยให้ขับตลอดทริปเลย ฟวยนั่งสั่งการ บอกทางอย่างเดียว
เราเริ่มมื้อแรก กันที่ Blue Pumpkin ร้านที่ท่านพี่ kamolnum แนะนำไว้ในบ้านเค๊า รูปนี้มุกกี้ถ่ายตัวเองสะท้อนจากกระจก เพื่อเป็นอนุสรณ์ว่ามาถึงแว้ววว จากนั้น เราจอดรถไว้ (เพราะเค๊าปิดถนน) แล้วลงเดินไปตามแม่น้ำเสียมเรียบ ชมบรรยากาศ การแข่งเรือประจำปี ซึ่งจัดขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ให้ดูภาพนิดหน่อย มีผู้มีอิทธิพลเค๊าสั่งข้าพเจ้าไม่ให้เขียน เค๊าบอก อยู่อรัญฯ ก็เขียนเรื่องอรัญฯ สิ มาแย่งเรื่องที่เสียมเรียบ แล้วเค๊าจะเขียนอะไร หมดมุขกันพอดี ข้าพเจ้าต้องยอมให้เค๊าคนเดียวจริง ๆ นะเนี่ย !!
เราเดินไปจนถึง พิพิธภัณฑ์ ที่เพิ่งเปิดใหม่ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ แต่ผู้มีอิทธิพลสั่งไว้อีก ไว้รออ่านบ้านเค๊าละกัน ถ้าไม่ยอมเขียนจะเอาระเบิดไปปาบ้านบึ้มเลย ตกเย็นมาเช็คอิน ที่โรงแรม ตอนแรกฟวยอยากให้ข้าพเจ้าพักโรงแรมที่ริมแม่น้ำ แต่เทศกาลอย่างนี้เต็มหมด ขนาดว่าจองล่วงหน้ามาหลายสัปดาห์ เลยให้อยู่โรงแรมใกล้ ๆ บ้านฟวย 20 เหรียญ ต่อคืน สะอาด ปลอดภัย ใช้ได้ เราเลยได้มานั่งทำกระทง ซึ่งเตรียมวัตถุดิบทั้งหมดมาจากอรัญฯ อยากให้ฟวยช่วยกันทำ แต่เค๊ามีธุระต้องกลับไปบ้านก่อน ข้าพเจ้าเลยทำให้ซะเลย กระทงของข้าพเจ้าอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนะ
เริ่มจากต้นกล้วย (มันเริ่มดำแระ มันร้อนมาในรถ)
ขนมปังแพ
ดอกไม้ นานา
ธูป เทียน (อันนี้สำเร็จรูป)
และก็ เข็มหมุด (อันนี้ไม่ต้องกลัวทิ่มปากปลานะ มุกกี้แสดงเจตนาชัดเจนให้คุณปลาเอาไว้แคะฟัน เวลาเศษขนมปังติดอ่ะ)
โอเค เสร็จแระ!!! อ้าว คิดกันสิ โตๆ กันแล้ว ไม่ต้องให้สอนทุกขั้นตอนหรอก ฟวยมารับใกล้ ๆ สองทุ่ม เราไปดูบรรยากาศริมแม่น้ำเสียมเรียบอีกครั้ง พบว่าคนเยอะเกินไป ฟวยเลยพาไปโตนเลสาป ข้าพเจ้าเตรียม พลุ ประทัด มาด้วย แต่ไม่ใช่แนวเสียงดัง เป็นแนวสวยงามมากกว่า เล่นในเมืองไทยผิดกฎหมาย เลยขนมาเล่นนอกประเทศมันซะเรยย
แจ้งความจำนงกับฟวยว่า อยากได้เด็กน้อย หลาย ๆ คน มาร่วมเล่นกัน พวกเค๊าคงไม่ค่อยจะมีโอกาสได้เห็น ได้เล่น ซักเท่าไหร่ ปรากฎว่าเราได้เด็กน้อย 4-5 คน เอง เพราะที่เหลือเค๊าไปแม่น้ำเสียมเรียบกันหมด ไอ้พลุเจ้ากรรม ดันจุดไม่ติด เพราะลมแรงมากกก จุดได้แต่ไฟเย็นเอง แต่แค่นี้ก็เรียกเรตติ้งจากเด็กน้อยได้ดีทีเดียว เลยทิ้งที่เหลือทั้งหมดไว้ให้พวกเค๊า บอกว่าให้เล่นตอนลมไม่แรง สอนวิธีการเล่นไว้ให้ ดีใจกันใหญ่
กระทงสัญชาติกัมพูชา จากนั้น ไปกินข้าวที่ร้าน Dead Fish ที่ท่านพี่ kamolnum แนะนำอีกเช่นกัน จริงๆ ก่อนมาสี่ห้าวัน ส่งจดหมายน้อย มานัดท่านพี่ไว้ บอกว่าให้โอกาสน้อง เลี้ยงข้าวซักมื้อ ท่านพี่บอกเสียดายโคตร ท่านพี่ต้องไปทำงานที่พนมเปญพอดี แป่ววว!! บอกท่านพี่ว่า มิมีปัญหา โอกาสหน้ายังมี
แต่พอมา Dead Fish พี่เล็กเจ้าของร้านเข้ามารับรองอย่างดี บอกท่านพี่หนุ่มสั่งไว้ ให้เลี้ยงไก่ย่างมุกกี้ด้วย โอ้วว สุดจะแซบซึ้ง รุ่งขึ้นท่านพี่โทรมาถามวันจันทร์กลับตอนไหน จะรีบกลับมากินข้าวเที่ยงด้วย มุกกี้บอกให้ไวเลย จะรอ วันอาทิตย์ ตื่นด้วยความสดชื่น ปกติถ้าอยู่เขมร อาหารเช้าที่ข้าพเจ้าโปรดปรานคือ ขนมปังบาแกต
เป็นขนมปังฝรั่งเศษ ผ่าครึ่ง ทาด้วยครีมคล้าย ๆ มายองเนส ปาดต่อด้วยหมูสับ บางร้านพิเศษ มีปลากระป๋องตาม กินกับผักดอง กับพริกตำ และพริกไทยผสมเกลือด้วยมั้ง มันเค็ม ๆ สุดยอดแห่งความอร่อย แต่ข้าพเจ้าว่า ที่เสียมเรียบอร่อยสุด พนมเปญ สู้ไม่ได้ โรงเกลือก็มีกินนะ แต่อร่อยไม่เท่า ต้องร้านนี้เท่านั้น 20 บาทถ้วน ต่อหนึ่งชุด
หลังจากอาหารเช้า ขับรถชมวิวรอบ ๆ นครวัด นครธม พนมบาเค็ง แต่ไม่ได้เข้าชมเลย เพราะปีที่แล้วชมหมดแล้ว เห็นว่าท่านพี่ BlueHill จะพาคณะมาเที่ยว ไว้รอมาดูแลแก ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ 20 เหรียญต่อวัน มีแบบ 3 วันจะลดอีกหน่อย แบบ 5 วัน 7 วันก็มี ใครคลั่ง ๆ ศิลปะแบบนี้ ซื้อแบบอยู่ทั้งปีคงจะมีละมั่ง !! วนไปวนมา ผ่านสนามบินเสียมเรียบ เล็กน่ารัก สายการบินสัญชาติไทย มีแต่ บางกอกแอร์เวย์ส เท่านั้นที่บินตรงจากกรุงเทพ สู่เสียมเรียบ สนใจปรึกษา ท่านพี่หนุ่ม แกบินประจำ ยังกะนั่งรถเมล์ !!
เลยสนามบินมา ข้าพเจ้าพบว่า มีบริการขึ้นบอลลูน ชมเมืองเสียมเรียบ ที่ความสูงเท่าไหร่ก็ลืม จริง ๆ ปีที่แล้วก็มี แต่ข้าพเจ้าพลาด ปีนี้ต้องลอง ค่าบริการ 15 เหรียญ ต่อ 15 นาที บอลลูนถูกโยงไว้ด้วยลวดสลิงเส้นเดียว ถ้ามันขาดผึงไป จะลอยไปถึงไหนเนี่ย !!
ขึ้นมาเห็นยอดนครวัด กับพนมบาเค็ง อยู่ลิบๆ ฟวยหน้าซีด ๆ สงสัยกลัวความสูง อยากเกิดมาเตี้ยทำไม เกิดมาสูง ๆ แบบพี่สิจะได้ชิน... ที่นี่เค๊ามีบริการนั่ง ฮ. ชมเมืองด้วยนะ ฟวยบอกว่า 60 เหรียญ ต่อ 15 นาที ข้าพเจ้าคำนวนแล้ว รู้สึกว่ามันโคตะระ แพง เลยปฏิเสธฟวยไป หลังจากนั้นก็ขับรถวนต่อไป
เจ๊อะแล้วครับท่าน ญาติคุณลุงกิ๊ ท่านตั้งเพิงสังกะสี กันริมถนนเห็น ๆ ญาติคุณลุงกิ๊ มาวาดรูปขายกันข้างทางครับผม มีหลายร้านเหมือนกัน สีสันสวยงาม ข้าพเจ้าไม่มีความสามารถในงานศิลปะ ดูไม่เป็นหรอก สวยไม่สวยน่ะ ข้าพเจ้าเห็นแต่ความอยู่รอดของศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน เลยอุดหนุนมาซะหน่อย
หลังจากอิ่มเอมใจกับบรรยากาศรอบๆ เมืองแล้ว ฟวยพาข้าพเจ้ามาที่เมืองจำลอง เป็นสถานที่แสดงโบราณสถาน และสถานที่สำคัญของชาวกัมพูชา คล้าย ๆ เมืองจำลองที่พัทยา และมีการแสดงน่าสนใจหลายรายการ อ้อ เขียนมากไปไม่ได้ ไว้รอให้ผู้มีอิทธิพลเค๊ามาเล่าเอง บ้านเค๊าเมืองเค๊าเน๊อะ จะไปละเมิดเล่าซะหมด มันก็เกรงจายยย
มุกกี้ ผู้ทรงพลัง ในเมืองจำลอง
อ้อ แต่อยากนำเสนอรูปนี้ ยังจำเอนทรี่ Ray ของท่านพี่หนุ่มได้ใช่มะ นี่เลยเครื่องดนตรีเดียวกัน
ส่วนอันนี้ ฝากเจ้าลูกหมาน้อย และท่านปฐม ไว้กินกะข้าว ขอข้าวเปล่าจาน กับไม่ต้อง !! เดินจนเมื่อย เลยแวะพักนวดเท้ากับแม่หมอสัญชาติกัมพูชาซักหน่อย ใช้ได้ทีเดียว หลับสบายไปหนึ่งตื่น ไอ้เจ้าฟวยพลังงานเหลือเฟือ บอกพักแล้ว ให้ไปฟังเพลงกันต่อ ที่โรงแรมสุขา โรงแรมอันดับหนึ่ง สัญชาติไทย ในเสียมเรียบ ฟวยเรียกว่า โรงแรมส้วม!!
มีนักร้องนักดนตรี ชาวฟิลิปปินส์ 4 ท่าน หญิง 2 ชาย 2 ร้อง เต้น เล่น สนุก แขกเกาหลีที่มาชมสนุกกันใหญ่ ลุกออกแดนซ์กันกระจาย เจ้าฟวยมาส่งที่โรงแรมเที่ยงคืนพอดี หมดพลังงาน เช้าวันจันทร์ เจ้าฟวยติดธุระ เลยให้ข้าพเจ้าไปกับคนรถ เกรงว่าไปคนเดียวจะหลงทาง เสียเวลา หลงรัชดา ติดเหม่งจ๋ายยยย ไปเดินชมตลาดเก่าซื้อของฝากคนข้างบ้านเสร็จ โทรหาท่านพี่หนุ่ม บอกอยู่เสียมเรียบแล้ว บอกพี่ท่านรออยู่ที่ทำงาน เดี๋ยวมุกกี้ไปรับ
อ้า... ท่านพี่อึ้งไปเยย รู้จักที่ทำงานท่านด้วย เข้าไปถึงห้องโถง โทรหาแกอีกที แกเดินออกมาหา โอ้ววว นึกว่าเป็นผู้ชายตัวน้อย ๆ ที่ไหนได้ แกขอตัวไปเอาของก่อน เลยได้มีโอกาสถ่ายรูปที่มีทุกบ้านของชาวกัมพูชามาฝาก
พร้อมกับรูปที่มีทุกบ้านของชาวไทยด้วย ภูมิใจจริง ๆ องค์กรของท่านพี่มีสองสัญชาติ ไปนั่งรับประทานอาหาร พร้อมคุยเรื่องสัพเพเหระ ท่านพี่คุยถึงความประทับใจกับหลายๆ บล็อกเกอร์ในชุมชนของเรา แลกเปลี่ยนความรู้สึกกัน สิ่งที่ข้าพเจ้าสัมผัสได้อย่างนึงคือ การที่เราคบหากันแบบไม่รู้จักตัวตน มันก็ความรู้สึกนึง แต่พอรู้จักตัวตน แล้วเค๊าเป็นคนพันธุ์เดียวกับเรา มันก็มีความรู้สึกที่ดีอีกแบบนึงนะ มิตรภาพเป็นสิ่งดีงามเสมอ ไม่ว่าจะต้องรู้จักกันขนาดไหนก็ตาม
อิ่มแล้วกลับมาส่งท่านพี่ ข้าพเจ้ารอรถคุณพร ที่จะมารับกลับปอยเปต เลยได้มีโอกาสเข้าไปนั่งในห้องทำงานของท่านพี่ เลยขอชักภาพกับรูปของคุณลุงกิ๊มาเป็นพยาน ว่าข้าพเจ้ามาถึงห้องทำงานของท่านพี่หนุ่มเรียบโร้ยยย ร่ำลาเมื่อรถมารับ โอกาสหน้าเจอกันที่ กทม.บ้างนะจ๊ะ เอนทรี่หน้า สำหรับคนข้างบ้านมุกกี้ ทุกคนครับ รบกวนติดตามด้วยครับ ฝันดีนะครับคืนนี้ รักนะ...
|