• mookie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mook_ravee@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-22
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 26585
  • จำนวนผู้โหวต : 244
  • ส่ง msg :
วันศุกร์ ที่ 11 มกราคม 2551
จดหมายน้อย...ถึงเจ้าลูกหมาน้อย...เสี่ยวป้อ...
Posted by mookie , ผู้อ่าน : 908 , 02:14:13 น.   | หมวดหมู่ : เรื่องของข้าพเจ้า  
พิมพ์หน้านี้


วันที่เลื่อน...เดือนที่รอ...พอศอที่คิดถึง....

ลูกหมาน้อย...น้องรักของพี่

พี่อ่านเอนทรี่ของเจ้าตอนเที่ยง ๆ  แล้วพี่ก็พยายามตั้งสติ  แล้วก็พิมพ์คอมเมนต์ไปเรื่อย ๆ กว่าจะจบ มันคง...นาน...เกินไป...  กดเอนเทอร์เสร็จ มันคงไปชนกะของอาเตี้ยกลางอากาศ   ของอาเตี้ย...อยู่  ของพี่...หาย...จ้อย...  หมดพลังงานไปเรยยย....

เลิกงานกลับมาห้องพัก  พี่เข้าเวปเสถียรธรรมสถานอีกครั้ง  พิจารณาสิ่งละอันพันละน้อยในเวป ไปสามชั่วโมงกว่า  พิจารณาไปพิจารณามา ใจนิ่ง  กายนิ่ง  (เพราะเป็นเหน็บ เคลื่อนที่แล้วมันจะเสียว !!)  พี่เลยคิดว่า พี่ไม่เมนต์แล้วดีกว่า  พี่มาเขียนจดหมายถึงเจ้า เป็นเอนทรี่มันซะเรยย

หลายวันที่ผ่านมา  พี่รอดูท่าที และทัศนะของเจ้า  เกี่ยวกับเรื่องนี้  ในฐานะที่เจ้าเป็นน้องที่พี่รัก และห่วงใยยิ่งนัก  ถึงแม้เราจะพบหน้าค่าตาและรับประทานอาหารร่วมกันเพียงแค่ครั้งเดียว  พี่ก็มั่นใจว่าความเอ็นดูที่พี่มีต่อเจ้าเป็นทุนเดิม  มันไม่ได้ลดลง หรือหายไปไหนเลยเมื่อถึงวันนี้

ลูกหมาน้อยน้องพี่  พี่ขออนุญาตเชิญคำสอนของคุณแม่ศันสนีย์  มาให้เจ้าช่วยพิจารณา  เจ้าพอจะมีเวลาพิจารณาไปพร้อม ๆ กับพี่อีกสักทีมั๊ย ?  อยากแลกเปลี่ยนมุมมองของเจ้าน่ะ  ว่าแล้วพี่ก็บังคับเจ้า ให้พิจารณาไปด้วยกันในทันใด !!!  ไป...น้องรัก

“ถ้าเราเห็นคนคนหนึ่ง ถูกทุบหัวอย่างทารุณต่อหน้าเรา  หรือทำสิ่งชั่วร้ายต่อหน้าเรา...จะเป็นได้ไหมว่าการมีอารมณ์โกรธของเราในเวลานั้น เป็นอารมณ์โกรธที่ถูกต้อง เพราะว่าถ้าเราวางเฉย ไม่รู้สึกอะไรเลย รู้สึกว่ามันเป็นปกติของมนุษย์ที่จะต้องทำชั่วบ้าง และเราไม่รู้สึกว่าจะต้องตอบสนองหรือหาทางช่วยนั้น เราจะทำได้จริงหรือ

สิ่งที่ได้แลกเปลี่ยนกันก็คือ “ทั้งสองคนนี้ไม่ได้ทำสิ่งที่ถูกต้องทั้งคู่ คนที่วางเฉยก็ไม่ถูก คนที่รู้สึกโกรธต่อสิ่งนั้นก็ไม่ถูก แต่คนที่ไม่โกรธแล้วช่วยคน คนนั้นแหละ คือสิ่งที่โลกต้องการ…อารมณ์เกิดขึ้นได้แน่ เพราะเป็นการยากที่ปุถุชนจะไม่เกิดอารมณ์ โดยเฉพาะเมื่อเราเห็นความอยุติธรรมในสังคม แต่การหลงอารมณ์ของเราจะนำความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมได้จริงหรือ...อาจจะมีม็อบของคนที่หลงอารมณ์เกิดขึ้นก็ได้ และหากเป็นเช่นนั้นแล้วอะไรจะเกิดขึ้น มันก็จะมีแต่คนที่อยู่ในโลกนี้แบบดูดายไปเลย  ซึ่งเป็นคนละความหมายกับคำว่าวางเฉย  คนที่ดูดาย เห็นคนถูกข่มขืนแล้วก็ปล่อยให้กระทำ โดยไม่ลุกขึ้นมาช่วยเหลือหรือต่อสู้ ไม่ใช่คนจริง แต่คนที่ป้องกันและแก้ไขไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับมนุษยชาติโดยไม่โกรธ  คือคนที่ต้องทำให้เกิดขึ้นในชีวิตของเราไม่ใช่คนอื่น”

เจ้าคิด...เจ้าเห็น...อย่างไร ??? 

…“ในยามที่ชีวิตประสบกับปัญหาและความทุกข์ยาก พุทธศาสนาแบ่งมนุษย์ออกได้เป็น ๔ ระดับ คือ
๑. มนุษย์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานปุถุชนสามัญ คือ พวกที่เจอทุกข์ก็ไม่ดิ้น ถูกภัยคุกคามก็ไม่ตื่นตัว ได้แต่ท้อแท้ ระทดระทวย หรือไม่ก็นอนเฉื่อย
๒. มนุษย์ปุถุชนสามัญ คือ พวกที่เมื่อถูกทุกข์บีบคั้นหรือถูกภัยคุกคามก็ลุกขึ้นดิ้นรนขวนขวาย พอสบายก็ลงนอนเสวยสุข เฉื่อยต่อไปอีก
๓. มนุษย์ที่พัฒนาแล้ว คือ พวกที่เมื่อถูกทุกข์บีบคั้นหรือภัยคุกคามก็ลุกขึ้นดิ้นรนขวนขวาย และแม้จะสุขสบายแล้วก็ยังเพียรสร้างสรรค์ต่อไป ไม่หยุด พวกนี้นับว่าเข้าสู่ทางของอารยชนแล้ว
๔.มนุษย์ที่ประเสริฐที่สุด คือ
ยามถูกทุกข์ บีบคั้น หรือ ภัยคุกคาม ก็ไม่พลอยทุกข์ จิตใจยังปลอดโปร่งผ่องใสอยู่ได้ แล้วก็ขวนขวายทำสิ่งที่ควรทำต่อไป หมายความว่าด้านการกระทำ ก็มีความเพียรพยายามสร้างสรรค์ ในด้านจิตใจก็มีความสุข ไม่ถูกความทุกข์ครอบงำ และแม้จะสุขแล้วก็ยังขวนขวายสร้างสรรค์ต่อไป
”

เจ้าคิด...เจ้าเห็น...อย่างไร ??? 

มนุษย์ทุกคนมีจุดอ่อน และเราต้องรู้จุดอ่อนของเรา เพื่อนำจุดอ่อนนั้นมาเป็นโจทย์  ที่จะสร้างข้อปฏิบัติเพื่อให้เกิดประสบการณ์การแก้ไขในชุมชนของเรา โปรดอย่าไปผิดหวังกับจุดอ่อนของบุคคลอื่น ชีวิตของเราควรต้องทุ่มเทให้เกิดการสร้างสังฆะ  เพื่อเป็นที่พึ่งของสัตว์โลกทั้งหลาย เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีอะไรที่ควรลงทุนเท่ากับเอาชีวิตของเรามาลงทุนในการสร้างสังฆะ ให้เป็นชุมชนของอริยบุคคล

เจ้าคิด...เจ้าเห็น...อย่างไร ??? 

“คนเราอาจจะมียูนิฟอร์มต่างกัน แต่ความปรารถนาในการมีชีวิตที่มีความสุขจากการเกิดของเรานั้นไม่ต่างกัน เราคงไม่เกิดมาเพื่อให้โลกนี้มีความทุกข์เพราะเรา เพียงแต่ว่าบางขณะเราไม่ได้หันกลับมามองชีวิตของเราอย่างใจที่รู้จักพอ  สุขทุกข์เป็นสิ่งที่สัมผัสได้ด้วยใจเรา  ถ้าใจเราอยู่กับสิ่งที่เราเป็นอย่างเป็นสุข แสดงว่าใจของเราเป็นสุข ใจที่แข็งแรงเป็นใจที่ต้องฝึก ถ้าเราฝึกจนใจของเราแข็งแรงจนมองโลกได้อย่างที่โลกเป็น ไม่มองโลกอย่างที่เราอยากให้โลกเป็น  เราจะเป็นสุขไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไร...คนเรามีมาตรฐานการวัดความสุขที่ใจ”

เจ้าคิด...เจ้าเห็น...อย่างไร ??? 

 

มาพิจารณาภาพนี้ด้วยกันนะ...

 “เอ๊ะ...ประติมากรรมอะไรหนอ”

“ประติมากรรมตรงไหน ถ้าหมาย ถึงที่โค้ง ๆ เป็นไม้สีดำ ๆ ละก็ ฝาโอ่ง นะคะ”

ฉันอดหัวเราะกับตัวเองไม่ได้ หลังจากย้อนกลับไปดูภาพถ่ายอีกครั้ง
ใครจะไปรู้ล่ะ...ก็เห็นฉากหลังเป็นทะเลสีคราม  ในขณะที่ภาพเน้นบริเวณที่ชิ้นไม้ รูปทรงโค้งขนาดใหญ่ เต็มจอ

บางทีอาจเป็นเพราะ  ความต้องการ...อยาก...ให้เห็นในสิ่งที่...ไม่ได้เป็น...ก็ได้มั้ง”

ก็ต้องยอมรับว่า ‘มุมกล้อง’ สามารถทำให้เราเห็นอะไรแตกต่างได้...

บ่อยครั้ง พอต่างมุม...ต่างบริบท ...เราก็เห็นภาพต่างกันไป
บ่อยครั้ง การเห็นสิ่งต่าง ๆ ก็
เชื่อมโยงกับการปรุงแต่งข้อมูลไปในทิศ ทางที่เราลุ้น...อยากเห็น...

เหมือนอย่างฉันที่เห็นส่วนมือจับรูปโค้งบนฝาโอ่งเล็ก ๆ เป็นงานประ- ติมากรรมชิ้นใหญ่ริมทะเล
แล้วคุณล่ะ...เคยเป็นแบบฉันบ้างไหมคะ

เจ้าคิด...เจ้าเห็น...อย่างไร ??? 

คำเปิดเผยของบุตรสาวของผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง Ebrahim Hatinamikia ชาวอิหร่าน

เธอเล่าให้ฟังว่าพ่อของเธอเป็นผู้กำกับฯ ภาพยนตร์ แม่เป็นนักวิชาการ และทั้งพ่อและแม่ของเธอเป็นคนที่มีความเคร่งครัดในศาสนามาก เธอเป็นลูกที่ฟังพ่อแม่พูด แต่เมื่อถึงเวลาตัดสินใจ เธอจะตัดสินใจเอง และเธอเชื่อว่าการที่เธอมีโอกาสที่จะได้ฟังข้อมูลทั้งหมดแล้วตัดสินใจด้วยตัวเองนั้นทำให้เธอสามารถอยู่ในโลกนี้ได้อย่างคนอีกรุ่นหนึ่งที่มีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง และเธอยังได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังอีกว่าพ่อของเธอได้สร้างภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง คือเรื่อง In the Name of Father โดยภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอเรื่องสันติภาพ สงคราม วิถีชีวิต ความคิดในแง่มุมต่าง ๆ และความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของชาวอิหร่าน โดยเฉพาะในเรื่องของคน ๒ วัย คือวัยพ่อกับวัยลูก เรื่องราวนั้นมีอยู่ว่า...

...เด็กสาวนักศึกษาวิชาโบราณคดีคนหนึ่งออกไซต์งานกับเพื่อน ๆ เพื่อขุดหาวัตถุโบราณชิ้นหนึ่ง ที่สุดเธอก็ได้พบมัน หากทว่าในดินที่ฝังกลบมิได้มีเพียงชิ้นวัตถุโบราณ ด้วยเมื่อขณะที่เธอชูมันขึ้นอวดเพื่อนพ้อง เสียงระเบิดก็ดังก้อง พร้อมกับเสียงหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด ความสำเร็จกับความสูญเสียเกิดขึ้นในนาทีเดียวกันนั้นเอง เด็กสาวต้องถูกตัดขาทิ้ง โดยหารู้ไม่ว่าระเบิดลูกที่นำความเจ็บปวดและความสูญเสียมาให้เธอนั้นเป็นฝีมือการฝังของพ่อบังเกิดเกล้าของเธอเมื่อครั้งที่เขาเป็นทหารในสงครามครั้งที่ผ่านมา แล้วก่อนหน้านี้ก็เพียรที่จะบอกลูกสาวว่าสงครามได้จบลงไปแล้ว ลูกสาวได้บอกกับผู้เป็นพ่อว่าที่พ่อพยายามบอกว่าสงครามจบไปแล้วนั้นมันไม่จริง สงครามแค่เพียงผ่านไป สงครามยังไม่จบ เพราะสงครามยังผ่านเข้าไปอยู่ในตัวของเธอ อยู่ในตัวของคนอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งก็สร้างความเจ็บปวดแก่พ่อผู้ทำเพื่อประเทศชาติ และตอนนี้กำลังส่งผลแก่ลูกสาวอันเป็นที่รักของเขา ผู้เป็นพ่อจึงปรึกษากับหมอว่ามีทางอื่นไหมที่จะช่วยเธอโดยไม่ต้องตัดขาทิ้ง หมอก็ให้ความเห็นว่าลูกสาวของเขายังโชคดีที่เพียงถูกตัดขา แต่
มีคนอีกมากมายที่ต้องเสียชีวิตทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีส่วนอะไรเลยในสงคราม เหตุใดพวกเขาจึงกลับต้องมาได้รับผลอันเลวร้าย ซึ่งเป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบได้ 

กล่าวได้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ได้เรียนรู้ถึงเรื่องสันติภาพผ่านความนึกคิดของคนสองวัยในความสัมพันธ์ของพ่อลูกที่ทำให้คนดูต้องกลับมาดูความสัมพันธ์ของคนครอบครัวที่มีความคิดของคนสองวัย ซึ่งจะทำให้สันติภาพเกิดขึ้นในโลกสืบต่อไป สงครามในโลกจะเกิดขึ้นถ้าสันติภาพนั้นเกิดขึ้นกับคนที่อยู่ในครอบครัวไม่ได้  ถ้าคนในบ้านทะเลาะกัน สังคมก็เดือดร้อน ความเดือดร้อนไม่ใช่เฉพาะคน ๒ คนเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าคนในครอบครัวสื่อสารกัน ถึงแม้ว่าความคิดเห็นของคนต่างวัยจะต่างกัน แต่ด้วยความเป็นคนที่ยินดีจะสื่อสารและเคารพในความแตกต่างว่ามีอยู่ สงครามในบ้านก็ไม่เกิด สงครามในโลกก็ไม่เกิด

เหมือนกับทุก ๆ เหตุการณ์และทุก ๆ สถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น มันจะสามารถสร้างความหวาดกลัวได้ถ้าเราไม่หันกลับมาสื่อสารกันด้วยหัวใจกับคนในครอบครัวของเรา เพราะเราไม่มีโอกาสรู้ว่าคนอื่นจะทำอะไร แต่เรารู้ได้ว่าไม่ว่าใครจะอยู่เบื้องเรา เราก็จะเคารพในความแตกต่างนั้น และความสุขก็จะยังอยู่ เท่ากับเป็นการสร้างความมั่นคงในความคิดของเราเอง ...
ว่า...คิดต่างได้  แต่ไม่แตกแยกกัน


จงอย่ามัว  ไปทะเลาะกัน  ในความต่าง....

จงอย่าทำความต่างให้เหมือน  เพราะจะเกิดความขัดแย้ง

แต่จง  “เคารพความต่าง....เพื่อนำไปสู่ความเหมือน”

เจ้าคิด...เจ้าเห็น...อย่างไร ??? 

ลูกหมาน้อย...น้องรักของพี่  เจ้าไม่จำเป็นต้องตอบพี่ในวันนี้ ... สามวัน ... เจ็ดวัน ... สิบสองวัน ... สามเดือน ... เจ็ดเดือน ... สิบสองเดือน ... พี่ก็รอได้  สำหรับเจ้า  พี่มีเวลาให้เจ้าเสมอถ้าเจ้าต้องการ  แต่ถ้าเจ้ามีเวลาให้ตัวเองก่อน  และเจ้าสามารถอธิบายให้กับตัวเองฟังได้ และเข้าใจได้  พี่จะยินดียิ่ง  พี่เป็นพี่ที่เคารพการตัดสินใจของน้องเสมอ  (เคารพ ไม่ได้แปลว่า “เห็นด้วย” หรือ “ไม่เห็นด้วย” นะจ๊ะ) 

“การย้ายไปเล่นที่อื่น  บางทีมันอาจจะไม่ใช่ทางออกที่แท้จริงก็ได้นะคับ”

ส่วนอันนี้  สำหรับพี่  พี่เห็นด้วยเป็นอย่างมาก  พี่คิดเอาเองว่า  พี่เกิดมาบนโลกใบนี้  มาถึงวันนี้พี่รู้สึกไม่พอใจไอ้ระบบน้ำขึ้นน้ำลงประจำวัน ที่ไอ้ดวงจันทร์บ้ามันทำให้เกิด ทำไมมันต้องขึ้นต้องลง  มันยืนยงคงสภาพระดับไว้ไม่ได้หรืองัย   พี่จะพิจารณาแก้ไขปัญหามันยังงัย  ถ้าพี่ย้ายไปอยู่ดาวอังคาร  ปัญหาพี่ก็หมดไป เพราะมันก็ไม่มีน้ำให้ต้องขึ้นต้องลง  แล้วปัญหาต่อไปพี่ก็จะอดตายเพราะไม่มีน้ำให้กิน  ลืมคิดมาก่อนย้าย  ย้ายมาแล้วทำงัย  พี่ต้องย้ายต่อไป  ต่อไป  และก็ต่อไป.....  แล้วพี่ต้องย้ายไปกี่ดาว ที่พี่จะพอใจกับทุกสรรพสิ่งรอบตัว ????  พียังตอบตัวเองไม่ได้  เพราะพี่เคยแต่อยู่อาศัยมาบนโลกใบเดียว ...

แต่ถ้าเจ้าอยากเห็นแจ้ง  ลองปรึกษากับคนที่เค๊ามีชีวิตมาหลาย ๆ ดวงดาวดูเอา !!  (ถ้าหาเจอ)  แต่ถ้าเจ้าบังเอิญเจอแล้ว  ได้นั่งสนทนากับเค๊า  ลองวางอคติ  วางอารมณ์  วางสรรพสิ่งที่ติดตัว ติดใจเจ้ามา  ไว้ไกล ๆ แล้วพิจารณาให้เห็น  แต่สำหรับพี่  ถ้าพี่ยังตอบตัวเองไม่ได้ชัดเจน ว่าพี่ย้ายไปดาวดวงอื่นแล้ว ชีวิตพี่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างไร  พี่ก็คงยังไม่ลงทุนเดินทางไป...

อยู่โลกบูด ๆ เบี้ยว ๆ ใบนี้  พี่ก็มีพี่ kamolnum ที่ไม่รู้จะพูดถึงยังงัยกับคนคนนี้…นะ  เพราะเค๊าคนเดียว...เจง ๆ !!  พี่มี พี่มะอึก เจ๊นกบ้านนา ที่เมตตาพี่ตลอดมา  พี่มีหนูน้อย rainny ที่สนทนากันหลังบ้านอยู่ทุกบ่อย  พี่มีพี่โฟล์คเหน่อที่ให้พี่พักพิงใจกับบทเพลงของเค๊าตามที่พี่ต้องการ พี่มีคุณลุงกิ๊ ที่ทำให้พี่ยิ่งเชื่อมั่นศรัทธาในการเป็นผู้ให้  พี่มีพี่ supawan ที่ถึงแม้จะยังไม่เคยรู้จักตัว เพียงแค่สนทนาทางเสียง พี่ก็รู้ว่าแกเอ็นดูพี่ขนาดไหน  พี่มีพี่สิงห์มือซ้าย ที่มีน้ำใจไมตรีให้พี่ตลอดเวลา  พี่มีพี่หอมฉุย (คนผ่านทาง)  ที่คุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง  พี่มีพี่ apooh , ยัย beckybloom , ยัยทิพย์อาภาหัวจุก ที่เค๊าเริ่มๆ จะหลงรักพี่แล้วล่ะ 

พี่มีน้องก้อนหินรำพัน ที่เค๊าต้องมาทุกเอนทรี่ใหม่ ๆ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วเค๊าก็มา  พี่มีพี่ก๊วย ที่บางครั้งเค๊าก็กินฝรั่งมาหาพี่ ทำเอาพี่มึนตรึบปายเรยย  พี่มียัย กู่ , ยัย hathai ที่พร้อมจะจิก จะกัด พี่ตลอดเวลาที่พี่เผลอ พี่มีเจ๊กุ้งกุหลาบ เจ๊นัช คนเลวที่แสนดี ที่เป็นพี่สาวที่พร้อมจะให้กำลังใจกันและกันตลอดเวลา 

พี่มีเจ้า กิต ซึ่งพี่ไม่เข้าใจซักทีว่ามานทำงานทำการอาไร  ม่ายว่าครายจาโพสต์  มานมาคนแรกทู๊กที  มานม่ายเคยหลับเคยนอน!!!  มานมีอาชีพเฝ้าบล็อกแหง๋มๆ  พี่มีลุงฟาง ที่นำเรื่องพบเห็นข้างทางมาฝากเกือบทุกวัน  พี่มีคุณยายทิพย์ , หนูจุ๊กจุ่น  ซึ่งไม่ได้เปิดบล็อก ก็มาเยี่ยมมาเมนต์บ่อย ๆ คุณยายทิพย์นี่สำคัญ  มีทีไร ไม่ว่าหน้าบ้านหลังบ้าน ฮาน้ำหมากกระจายทู๊กที  พี่มีครอบครัวต้นฝ้าย ที่พี่เข้าใจว่า เราคงเป็นคนในครอบครัวเดียวกันมาแต่ชาติปางก่อน  และพี่ก็มี “เจ้า” ซึ่งพี่คิดอีกว่า แม่พี่ต้องไปแอบคลอดเจ้าไว้  แล้วลืมเก็บกลับมาจากถังขยะหน้าโรงบาล !!  และอีกมากมายที่พี่มี ทำไมจะกล่าวให้ได้หมดในที่นี้  ที่ไม่ได้กล่าวถึง แต่ระลึกอยู่ในใจตลอด ก็มีอีกมากมาย  อยากบอกว่า รัก และ คิดถึงนะ....  ยิ่งตอนนี้  ความคิดถึงมันมากกว่าเยอะเรยยย...

แต่ที่สำคัญ  พี่ดัน "อยาก" มี  ท่านปฐม ผู้หลากหลายเหมือนเดิม และพี่ก็ยัง  "อยาก" มียัยซอสพริกเผ็ดจัดได้ใจ มาคอยหยิก คอยกัด คอยแทะเล็มพี่ตลอดเวลาอีกเหมือนกัน.... ใครจะสามารถสนองความต้องการนี้...ให้พี่ได้...

อย่างที่พี่บอก  พี่อยู่ที่นี่พอจะรู้ว่าใครเป็นอย่างไร  เพราะได้อยู่ได้อาศัยมาระยะเวลานึง  แต่ถ้าพี่ไปแล้วบังเอิญทุกสรรพสิ่งมันไม่ได้เป็นดังใจนึกหวัง  มันไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม  หรือซ้ำร้ายมันจะแย่กว่าเดิมซะอีก  แล้วพี่ก็ยังรู้อีกว่า  หากพี่หันหน้ากลับมาที่โลกบ้า ๆ ใบนี้เค๊าก็ยังคงต้อนรับพี่อยู่  แต่สภาพร่างกายของพี่ ที่มันต้องเปลี่ยนแปลงไปแล้วกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ของดาวดวงอื่น  พี่คิดว่าสภาพร่างกายพี่คงทนไม่ไหว  หรือไม่ก็ต่อต้าน  กับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมไป...มา...  สำหรับพี่ มันใช้พลังงานเยอะนะ...สำหรับการนี้...

แต่สำหรับเจ้า  ที่พี่คิดว่ามีพละกำลังมากกว่าพี่หลายช่วงตัว (เนื่องจากวัย)  มองว่าร่างกาย และจิตใจเจ้า พร้อมเสมอสำหรับการปรับตัว เมื่อต้องเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม  พี่ก็เข้าใจ....เป็นอย่างดี...

น้องรัก  ทั้งหมดทั้งมวล พี่อยากบอกเจ้าแค่ว่า   “ไม่ว่าจะยังงัยก็ตาม...เจ้ายังมีพี่เสมอ...ถ้าเจ้าต้องการ...”

ความรู้สึกดีดีที่พี่มีต่อเจ้า...พี่จะ “เก็บมันเอาไว้”  กับตัวกับใจ ตลอดไป

รัก...และเป็นห่วงนะ...เจ้าลูกหมาน้อย...น้องพี่...

พี่มุกกี้....


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 92
พระจันทร์สีเก่า วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 18.44 น.
http://www.oknation.net/blog/graticnumkaeng
ถ้าความฝันทำให้มีความสุข ก็เก็บมันเอาไว้เถอะ แต่หากว่าไม่ใช่ก็ควรจะพิจารณาเสียใหม่

การจะข้ามพ้นสะพานความรู้
ที่เรามีอยุ่ในความคิดของเรา นั้นยาก

และยิ่งคิดว่ารู้ ยิ่งรู้มาก ยิ่งข้ามยาก

ตราบใดที่เรายังข้ามฟากไปไม่ได้
เราจะไม่มีทางรู้เลยว่ามีอะไรดีๆรออยู่ในอีกฟากฝั่ง

เมื่อก่อนเคยคิดเสมอๆว่าตัวเองจะไม่มีวันเปลี่ยน ไปจากสิ่งที่เราเชื่อ
เพราะเราคิดว่า สิ่งที่เราเชื่อนั้น ..เรารู้
จวบเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ชีวิต ได้ทำให้เราได้เปลี่ยน
และเรามองเห็นในหลายๆสิ่ง ที่คนหลายคน
ได้เคยพยายามบอกแก่เราเมื่อครั้งอดีต

รู้สึกดีดีกับข้อเขียนซึ่งเป็นความอ่อนโยน
ที่คนๆหนึ่งมีให้กับอีกคน

การข้ามฟาก บางครั้งก็ต้องใช้เวลา

ความคิดเห็นที่ 91
Kibangkok วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 08.42 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..


แวะเข้ามาอ่านเรื่องอีกครั้ง คราวที่แล้ว อ่านยังไม่จบ
งวดนี้จบให้ได้ครับ
ความคิดเห็นที่ 90
กู่ วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 21.22 น.
http://www.oknation.net/blog/shadowy
 เตือนใจ ให้เตือนตน เกิดเป็นคน ไม่ง่ายดาย

เอาความคิดถึงมากองไว้ก่อน (ฮาซะดีๆ)
แบตในโน้ตบุคมันบอกว่าเหลือ 20 %

อ่านได้สามย่อหน้า แม้ไม่ใช่หมาน้อยก็ยังซาบซึ้งจ้ะ หลวงปู่มุกกี้จ๋า

ยังไม่รีบแก่หรอก..จนกว่ากู่จะได้ซ้อนท้ายเจ้ายักษ์ใหญ่ของมุกกี้ก่อน

เก็บความรักและคิดถึงไปไว้บนเรือนด้วยนะจ๊ะ กองหน้ากะไดนานไม่ดี..อาจมีคนเอาไปทิ้ง

แล้วจะหวนมาปล้นธรรมะเจ้าหมาน้อยต่อ เมื่อไฟฟ้าคล่องตัว
ความคิดเห็นที่ 89
kamolnum วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 00.42 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum

นอนหลับฝันดี นะไอ้น้อง
ความคิดเห็นที่ 88
นายสิบหมื่น วันที่ : 19/01/2008 เวลา : 10.30 น.
http://www.oknation.net/blog/namsean
ลูกชาวนา...ลูกอีสาน...

มาแสดงตน
บอกว่าคึดฮอดเด้อ..........

ขอให้ Note Book หายป่วยไวๆนะ......

ความคิดเห็นที่ 87
apooh วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 22.33 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
ในบางคราความรู้สึกที่ลึกล้ำ เหยียบย่ำย้ำในหัวใจเศร้า เมื่อมองเห็นเส้นทางระหว่างเรา เงียบเหงา ว้าเหว่วังเวงจำ (ดั่งดวงหฤทัย) : ทมยันตี

จ๊ะโอ๋จ๊ะเอ๋
น้องขา เป็งไงบ้าง ??
หายไปเลย
ความคิดเห็นที่ 86
มะอึก วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 20.10 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

มุกกี้......มุกกี้.....
ส่งเสียงมาเป็นกำลังใจ.....
.
ความคิดเห็นที่ 85
เจเจค่ะ วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 18.08 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
ยังไม่ได้ฤกษ์อัพบล๊อกอ่ะค่ะ..... 






ความคิดเห็นที่ 84
thip วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 17.36 น.
สาววัยดึก จี๊ดจ๊าด.........ป้าทิพย์ มาแล้วจ้า

mookieจ๋า..ยายอ่านบทความของลูกแล้วซาบซึ้งใจจัง - เหมือนไปนั่งฟังท่านพูดด้วยตัวเองอย่างที่เคยทำ //ขออนุโมทนาบุญสำหรับมธุรสวาจาที่มากด้วยคุณค่านะคะ
ความคิดเห็นที่ 83
ต้นฝ้าย วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 17.35 น.
http://www.oknation.net/blog/123shoot
แล้วทุกอย่างก็จะผ่านเราไปไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ทำไมเราจึงไม่เก็บแต่ความสุขไว้ในความทรงจำ ตามไปดูความสุขของผมกัน..

มา มาเอาคอมฯ ที่บ้านไปใช้แทนก่อนสักตัวสองตัว .. จะได้หายเบื่อ... อยากบอกว่าที่บ้าน มีฐานะ(จ้น จน)...555555 ผลกรรมของคนชอบโหลดคลิป.....ธรรมมะ..
ความคิดเห็นที่ 82
ลุงฟาง วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 17.25 น.
http://www.oknation.net/blog/semtele


ขอบคุณครับที่มาร่วมงานเปิดตัว....
ความคิดเห็นที่ 81
mookie วันที่ : 17/01/2008 เวลา : 10.35 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
มนุษย์…ยืดสุดตัว ก็ไปไม่ถึงไหน  ก้มต่ำสุดก็ไป ไม่ได้ไกล.. แล้วใยยังไขว่คว้า หาในสิ่งเกินตัว...

กราบเรียน ท่านผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน โปรดแซบบบบ

เนื่องจากโน๊ตบุ๊คของข้าพเจ้า เจ็บไข้ ม่ายฉะบาย โดนไวรัส เล่นงาน งอมแงม เพราะดันไปดาวน์โหลด นู่น นี่ มาอลังการงานสร้างมาก

ต้องส่งไปหาหมอที่คลีนิคที่บางกอก เพราะเค๊าบอกไม่ให้รักษากะคลีนิคบ้านนอก เค๊าบอกหากม๊ะเชื่อฟัง ประกันชีวิตที่ทำไว้และยังซื้อเพิ่มไว้อีกตังหาก กะคลีนิคบางกอก เป็นอันหมดสิ้นกันในทันใด

ฉะนั้น ม๊ะต้องเข้ามากดดันกัน ไม่อัพหรอกเฟร้ย ม๊ะมีอารมณ์ รอให้โน๊ตบุ๊คหายดี กลับมาจากบางกอกซ้าก่องนะ แล้วค่อยว่ากันใหม่....

ไม่ได้หายไป เพราะ จมอยู่กะอดีต ติดอยู่กะปัจจุบัน หรือฝันถึงแต่อนาคต แต่ประการใด.... เพียงแค่ ม๊ะมีอารมณ์ และอุปกรณ์คู่ใจ....แค่นั้น....

ติ่ง ติ้ง ติ๊ง .... จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน...


ความคิดเห็นที่ 80
ฅนผ่านทาง วันที่ : 16/01/2008 เวลา : 20.37 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
มุ ม ม อ ง เ ป ลี่ ย น :: ชี วิ ต ก็ เ ป ลี่ ย น ต า ม

กินมื้อเย็นยังนี่น้องชายนายมุกกี้

ความคิดเห็นที่ 79
ต้นฝ้าย วันที่ : 16/01/2008 เวลา : 16.53 น.
http://www.oknation.net/blog/123shoot
แล้วทุกอย่างก็จะผ่านเราไปไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ทำไมเราจึงไม่เก็บแต่ความสุขไว้ในความทรงจำ ตามไปดูความสุขของผมกัน..

พี่ พี่ ยังจมกองจดหมายอยู่เหรอ...ไอ้ป้อไปวิ่งน้ำทะเลเบิกบาน ร่าเริงเป็นคนเดิมตั้งนานแล้ว....555
ความคิดเห็นที่ 78
วิตามินบี วันที่ : 15/01/2008 เวลา : 23.05 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม

ความรักทำให้โลกนี้นุ่มนวลและอ่อนโยน
ความคิดเห็นที่ 77
นกบ้านนา วันที่ : 15/01/2008 เวลา : 21.10 น.
http://www.oknation.net/blog/nokbanna

เป็นข้อคิดที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ โหวตให้ดีกว่า อิอิ....
ความคิดเห็นที่ 76
red_ant วันที่ : 15/01/2008 เวลา : 18.55 น.
http://www.oknation.net/blog/captant
 Iไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา...ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไปI

รู้สึกสงบ
ความคิดเห็นที่ 75
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 15/01/2008 เวลา : 16.09 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต

รับรู้ได้ถึงความจริงใจ และ ความห่วงหาอาทรณ์
น่าปลื้มใจแทน เสี่ยว ป้อ จริงๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 74
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 15/01/2008 เวลา : 14.20 น.
http://www.oknation.net/blog/SingMueSai
......ชมลีลาสุดมันส์ เมื่อทีมโอเค ดวลแข้งกับทีมชลลดา... 

ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ยังไม่มีอารมณ์อัพบล็อก หรือคอมเม้นต์
ความคิดเห็นที่ 73
ปรัตยา วันที่ : 15/01/2008 เวลา : 11.04 น.
http://www.oknation.net/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

คุณเสี่ยวป้อนี่โชคดีนะครับ มีคนรักคนห่วงเยอะ


ปล. เขียนได้ดีครับ มีแง่คิด คุณเสี่ยวป้อคงดีใจ


ความคิดเห็นที่ 72
เจเจค่ะ วันที่ : 15/01/2008 เวลา : 08.29 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
ยังไม่ได้ฤกษ์อัพบล๊อกอ่ะค่ะ..... 

รูนหวัดฮ่ะ




ความคิดเห็นที่ 71
ทิพย์ธัญญา วันที่ : 15/01/2008 เวลา : 08.09 น.
http://www.oknation.net/blog/jonat
พ.ศ.2555 ครบรอบ 750 ปี เจียงฮายบ้านเฮา

มาเก็บความรู้สึกดีดี เหล่านี้ไว้ครับ
ช้าไปสักนิด เพราะหวัด
แต่ก็ได้ความรู้สึกที่ดีมากๆ
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนครับ
ความคิดเห็นที่ 70
kamolnum วันที่ : 14/01/2008 เวลา : 21.07 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum

เพิ่งกลับมาถึงเสียมเรียบ อยู่เมืองไทยไม่ค่อยได้ออนไลน์
เขียนได้ซึ้งมากๆจ้ะ ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีจังเลย

เรื่องหลาน
เศร้า รอบนี้ยังไม่ได้ เฮ้อ ต้องเหนื่อยอีกรอบแล้วล่ะ
สู้ๆ
ความคิดเห็นที่ 69
แม่หมี วันที่ : 14/01/2008 เวลา : 17.53 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

แม่หมีเข้ามาอ่านเอ็นทรี่นี้ ได้รับรู้ความรู้สึกดีๆ คำชี้แนะที่มีคุณค่า และจากการที่เห็นคุณบ่อยๆที่บล็อกของเสี่ยวป้อ ทุกครั้งที่เข้าไปได้อ่านถ้อยคำร่องรอยที่คุณทิ้งไว้ที่บล็อกนั้น คุณมุกเหมือนพี่สาวของป้อเขาจริงๆ ถ้าป้อเขาได้อ่านจดหมายนี้ เขาคงจะรับรู้และเข้าใจ แม่หมีก็อยากให้เขากลับมาค่ะ.......
ชื่นชมและโหวตให้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 68
ลุงฟาง วันที่ : 14/01/2008 เวลา : 17.37 น.
http://www.oknation.net/blog/semtele


..........คุณ mookie เปลี่ยนรูป แล้ว ก็เท่ ไม่เบาเหมือนกันนา
ความคิดเห็นที่ 67
สาวบาว วันที่ : 14/01/2008 เวลา : 16.11 น.
http://www.oknation.net/blog/babbaobao
ริทึ่มแอนด์บลู,เรกเก้,คันทรี่

มาเยี่ยมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 66
นกบ้านนา วันที่ : 14/01/2008 เวลา : 13.14 น.
http://www.oknation.net/blog/nokbanna

เพิ่งกลับมาจากไปจัดงานวันเด็ก ให้กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ ค่ะ
แล้วจะกลับมาอ่านอีกทีโดยละเอียดนะคะ ...
คิดถึงเสี่ยวป้อ ค่ะ ...อิอิ...
ความคิดเห็นที่ 65
เสดพีร์ วันที่ : 14/01/2008 เวลา : 10.31 น.
http://www.oknation.net/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ในใจ *+*