พิมพ์หน้านี้
|
วันที่เลื่อน...เดือนที่รอ...พอศอที่คิดถึง.... ลูกหมาน้อย...น้องรักของพี่ พี่อ่านเอนทรี่ของเจ้าตอนเที่ยง ๆ แล้วพี่ก็พยายามตั้งสติ แล้วก็พิมพ์คอมเมนต์ไปเรื่อย ๆ กว่าจะจบ มันคง...นาน...เกินไป... กดเอนเทอร์เสร็จ มันคงไปชนกะของอาเตี้ยกลางอากาศ ของอาเตี้ย...อยู่ ของพี่...หาย...จ้อย... หมดพลังงานไปเรยยย.... เลิกงานกลับมาห้องพัก พี่เข้าเวปเสถียรธรรมสถานอีกครั้ง พิจารณาสิ่งละอันพันละน้อยในเวป ไปสามชั่วโมงกว่า พิจารณาไปพิจารณามา ใจนิ่ง กายนิ่ง (เพราะเป็นเหน็บ เคลื่อนที่แล้วมันจะเสียว !!) พี่เลยคิดว่า พี่ไม่เมนต์แล้วดีกว่า พี่มาเขียนจดหมายถึงเจ้า เป็นเอนทรี่มันซะเรยย หลายวันที่ผ่านมา พี่รอดูท่าที และทัศนะของเจ้า เกี่ยวกับเรื่องนี้ ในฐานะที่เจ้าเป็นน้องที่พี่รัก และห่วงใยยิ่งนัก ถึงแม้เราจะพบหน้าค่าตาและรับประทานอาหารร่วมกันเพียงแค่ครั้งเดียว พี่ก็มั่นใจว่าความเอ็นดูที่พี่มีต่อเจ้าเป็นทุนเดิม มันไม่ได้ลดลง หรือหายไปไหนเลยเมื่อถึงวันนี้ ลูกหมาน้อยน้องพี่ พี่ขออนุญาตเชิญคำสอนของคุณแม่ศันสนีย์ มาให้เจ้าช่วยพิจารณา เจ้าพอจะมีเวลาพิจารณาไปพร้อม ๆ กับพี่อีกสักทีมั๊ย ? อยากแลกเปลี่ยนมุมมองของเจ้าน่ะ ว่าแล้วพี่ก็บังคับเจ้า ให้พิจารณาไปด้วยกันในทันใด !!! ไป...น้องรัก
ถ้าเราเห็นคนคนหนึ่ง ถูกทุบหัวอย่างทารุณต่อหน้าเรา หรือทำสิ่งชั่วร้ายต่อหน้าเรา...จะเป็นได้ไหมว่าการมีอารมณ์โกรธของเราในเวลานั้น เป็นอารมณ์โกรธที่ถูกต้อง เพราะว่าถ้าเราวางเฉย ไม่รู้สึกอะไรเลย รู้สึกว่ามันเป็นปกติของมนุษย์ที่จะต้องทำชั่วบ้าง และเราไม่รู้สึกว่าจะต้องตอบสนองหรือหาทางช่วยนั้น เราจะทำได้จริงหรือ สิ่งที่ได้แลกเปลี่ยนกันก็คือ ทั้งสองคนนี้ไม่ได้ทำสิ่งที่ถูกต้องทั้งคู่ คนที่วางเฉยก็ไม่ถูก คนที่รู้สึกโกรธต่อสิ่งนั้นก็ไม่ถูก แต่คนที่ไม่โกรธแล้วช่วยคน คนนั้นแหละ คือสิ่งที่โลกต้องการ อารมณ์เกิดขึ้นได้แน่ เพราะเป็นการยากที่ปุถุชนจะไม่เกิดอารมณ์ โดยเฉพาะเมื่อเราเห็นความอยุติธรรมในสังคม แต่การหลงอารมณ์ของเราจะนำความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมได้จริงหรือ...อาจจะมีม็อบของคนที่หลงอารมณ์เกิดขึ้นก็ได้ และหากเป็นเช่นนั้นแล้วอะไรจะเกิดขึ้น มันก็จะมีแต่คนที่อยู่ในโลกนี้แบบดูดายไปเลย ซึ่งเป็นคนละความหมายกับคำว่าวางเฉย คนที่ดูดาย เห็นคนถูกข่มขืนแล้วก็ปล่อยให้กระทำ โดยไม่ลุกขึ้นมาช่วยเหลือหรือต่อสู้ ไม่ใช่คนจริง แต่คนที่ป้องกันและแก้ไขไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับมนุษยชาติโดยไม่โกรธ คือคนที่ต้องทำให้เกิดขึ้นในชีวิตของเราไม่ใช่คนอื่น เจ้าคิด...เจ้าเห็น...อย่างไร ???
ในยามที่ชีวิตประสบกับปัญหาและความทุกข์ยาก พุทธศาสนาแบ่งมนุษย์ออกได้เป็น ๔ ระดับ คือ เจ้าคิด...เจ้าเห็น...อย่างไร ???
มนุษย์ทุกคนมีจุดอ่อน และเราต้องรู้จุดอ่อนของเรา เพื่อนำจุดอ่อนนั้นมาเป็นโจทย์ ที่จะสร้างข้อปฏิบัติเพื่อให้เกิดประสบการณ์การแก้ไขในชุมชนของเรา โปรดอย่าไปผิดหวังกับจุดอ่อนของบุคคลอื่น ชีวิตของเราควรต้องทุ่มเทให้เกิดการสร้างสังฆะ เพื่อเป็นที่พึ่งของสัตว์โลกทั้งหลาย เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีอะไรที่ควรลงทุนเท่ากับเอาชีวิตของเรามาลงทุนในการสร้างสังฆะ ให้เป็นชุมชนของอริยบุคคล เจ้าคิด...เจ้าเห็น...อย่างไร ??? คนเราอาจจะมียูนิฟอร์มต่างกัน แต่ความปรารถนาในการมีชีวิตที่มีความสุขจากการเกิดของเรานั้นไม่ต่างกัน เราคงไม่เกิดมาเพื่อให้โลกนี้มีความทุกข์เพราะเรา เพียงแต่ว่าบางขณะเราไม่ได้หันกลับมามองชีวิตของเราอย่างใจที่รู้จักพอ สุขทุกข์เป็นสิ่งที่สัมผัสได้ด้วยใจเรา ถ้าใจเราอยู่กับสิ่งที่เราเป็นอย่างเป็นสุข แสดงว่าใจของเราเป็นสุข ใจที่แข็งแรงเป็นใจที่ต้องฝึก ถ้าเราฝึกจนใจของเราแข็งแรงจนมองโลกได้อย่างที่โลกเป็น ไม่มองโลกอย่างที่เราอยากให้โลกเป็น เราจะเป็นสุขไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไร...คนเรามีมาตรฐานการวัดความสุขที่ใจ เจ้าคิด...เจ้าเห็น...อย่างไร ???
มาพิจารณาภาพนี้ด้วยกันนะ... เอ๊ะ...ประติมากรรมอะไรหนอ ประติมากรรมตรงไหน ถ้าหมาย ถึงที่โค้ง ๆ เป็นไม้สีดำ ๆ ละก็ ฝาโอ่ง นะคะ ฉันอดหัวเราะกับตัวเองไม่ได้ หลังจากย้อนกลับไปดูภาพถ่ายอีกครั้ง บางทีอาจเป็นเพราะ ความต้องการ...อยาก...ให้เห็นในสิ่งที่...ไม่ได้เป็น...ก็ได้มั้ง ก็ต้องยอมรับว่า มุมกล้อง สามารถทำให้เราเห็นอะไรแตกต่างได้... บ่อยครั้ง พอต่างมุม...ต่างบริบท ...เราก็เห็นภาพต่างกันไป เจ้าคิด...เจ้าเห็น...อย่างไร ???
คำเปิดเผยของบุตรสาวของผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง Ebrahim Hatinamikia ชาวอิหร่าน เธอเล่าให้ฟังว่าพ่อของเธอเป็นผู้กำกับฯ ภาพยนตร์ แม่เป็นนักวิชาการ และทั้งพ่อและแม่ของเธอเป็นคนที่มีความเคร่งครัดในศาสนามาก เธอเป็นลูกที่ฟังพ่อแม่พูด แต่เมื่อถึงเวลาตัดสินใจ เธอจะตัดสินใจเอง และเธอเชื่อว่าการที่เธอมีโอกาสที่จะได้ฟังข้อมูลทั้งหมดแล้วตัดสินใจด้วยตัวเองนั้นทำให้เธอสามารถอยู่ในโลกนี้ได้อย่างคนอีกรุ่นหนึ่งที่มีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง และเธอยังได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังอีกว่าพ่อของเธอได้สร้างภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง คือเรื่อง In the Name of Father โดยภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอเรื่องสันติภาพ สงคราม วิถีชีวิต ความคิดในแง่มุมต่าง ๆ และความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของชาวอิหร่าน โดยเฉพาะในเรื่องของคน ๒ วัย คือวัยพ่อกับวัยลูก เรื่องราวนั้นมีอยู่ว่า...
กล่าวได้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ได้เรียนรู้ถึงเรื่องสันติภาพผ่านความนึกคิดของคนสองวัยในความสัมพันธ์ของพ่อลูกที่ทำให้คนดูต้องกลับมาดูความสัมพันธ์ของคนครอบครัวที่มีความคิดของคนสองวัย ซึ่งจะทำให้สันติภาพเกิดขึ้นในโลกสืบต่อไป สงครามในโลกจะเกิดขึ้นถ้าสันติภาพนั้นเกิดขึ้นกับคนที่อยู่ในครอบครัวไม่ได้ ถ้าคนในบ้านทะเลาะกัน สังคมก็เดือดร้อน ความเดือดร้อนไม่ใช่เฉพาะคน ๒ คนเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าคนในครอบครัวสื่อสารกัน ถึงแม้ว่าความคิดเห็นของคนต่างวัยจะต่างกัน แต่ด้วยความเป็นคนที่ยินดีจะสื่อสารและเคารพในความแตกต่างว่ามีอยู่ สงครามในบ้านก็ไม่เกิด สงครามในโลกก็ไม่เกิด จงอย่าทำความต่างให้เหมือน เพราะจะเกิดความขัดแย้ง แต่จง เคารพความต่าง....เพื่อนำไปสู่ความเหมือน เจ้าคิด...เจ้าเห็น...อย่างไร ???
ลูกหมาน้อย...น้องรักของพี่ เจ้าไม่จำเป็นต้องตอบพี่ในวันนี้ ... สามวัน ... เจ็ดวัน ... สิบสองวัน ... สามเดือน ... เจ็ดเดือน ... สิบสองเดือน ... พี่ก็รอได้ สำหรับเจ้า พี่มีเวลาให้เจ้าเสมอถ้าเจ้าต้องการ แต่ถ้าเจ้ามีเวลาให้ตัวเองก่อน และเจ้าสามารถอธิบายให้กับตัวเองฟังได้ และเข้าใจได้ พี่จะยินดียิ่ง พี่เป็นพี่ที่เคารพการตัดสินใจของน้องเสมอ (เคารพ ไม่ได้แปลว่า เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย นะจ๊ะ) การย้ายไปเล่นที่อื่น บางทีมันอาจจะไม่ใช่ทางออกที่แท้จริงก็ได้นะคับ ส่วนอันนี้ สำหรับพี่ พี่เห็นด้วยเป็นอย่างมาก พี่คิดเอาเองว่า พี่เกิดมาบนโลกใบนี้ มาถึงวันนี้พี่รู้สึกไม่พอใจไอ้ระบบน้ำขึ้นน้ำลงประจำวัน ที่ไอ้ดวงจันทร์บ้ามันทำให้เกิด ทำไมมันต้องขึ้นต้องลง มันยืนยงคงสภาพระดับไว้ไม่ได้หรืองัย พี่จะพิจารณาแก้ไขปัญหามันยังงัย ถ้าพี่ย้ายไปอยู่ดาวอังคาร ปัญหาพี่ก็หมดไป เพราะมันก็ไม่มีน้ำให้ต้องขึ้นต้องลง แล้วปัญหาต่อไปพี่ก็จะอดตายเพราะไม่มีน้ำให้กิน ลืมคิดมาก่อนย้าย ย้ายมาแล้วทำงัย พี่ต้องย้ายต่อไป ต่อไป และก็ต่อไป..... แล้วพี่ต้องย้ายไปกี่ดาว ที่พี่จะพอใจกับทุกสรรพสิ่งรอบตัว ???? พียังตอบตัวเองไม่ได้ เพราะพี่เคยแต่อยู่อาศัยมาบนโลกใบเดียว ... แต่ถ้าเจ้าอยากเห็นแจ้ง ลองปรึกษากับคนที่เค๊ามีชีวิตมาหลาย ๆ ดวงดาวดูเอา !! (ถ้าหาเจอ) แต่ถ้าเจ้าบังเอิญเจอแล้ว ได้นั่งสนทนากับเค๊า ลองวางอคติ วางอารมณ์ วางสรรพสิ่งที่ติดตัว ติดใจเจ้ามา ไว้ไกล ๆ แล้วพิจารณาให้เห็น แต่สำหรับพี่ ถ้าพี่ยังตอบตัวเองไม่ได้ชัดเจน ว่าพี่ย้ายไปดาวดวงอื่นแล้ว ชีวิตพี่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างไร พี่ก็คงยังไม่ลงทุนเดินทางไป...
อยู่โลกบูด ๆ เบี้ยว ๆ ใบนี้ พี่ก็มีพี่ kamolnum ที่ไม่รู้จะพูดถึงยังงัยกับคนคนนี้ นะ เพราะเค๊าคนเดียว...เจง ๆ !! พี่มี พี่มะอึก เจ๊นกบ้านนา ที่เมตตาพี่ตลอดมา พี่มีหนูน้อย rainny ที่สนทนากันหลังบ้านอยู่ทุกบ่อย พี่มีพี่โฟล์คเหน่อที่ให้พี่พักพิงใจกับบทเพลงของเค๊าตามที่พี่ต้องการ พี่มีคุณลุงกิ๊ ที่ทำให้พี่ยิ่งเชื่อมั่นศรัทธาในการเป็นผู้ให้ พี่มีพี่ supawan ที่ถึงแม้จะยังไม่เคยรู้จักตัว เพียงแค่สนทนาทางเสียง พี่ก็รู้ว่าแกเอ็นดูพี่ขนาดไหน พี่มีพี่สิงห์มือซ้าย ที่มีน้ำใจไมตรีให้พี่ตลอดเวลา พี่มีพี่หอมฉุย (คนผ่านทาง) ที่คุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง พี่มีพี่ apooh , ยัย beckybloom , ยัยทิพย์อาภาหัวจุก ที่เค๊าเริ่มๆ จะหลงรักพี่แล้วล่ะ พี่มีน้องก้อนหินรำพัน ที่เค๊าต้องมาทุกเอนทรี่ใหม่ ๆ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วเค๊าก็มา พี่มีพี่ก๊วย ที่บางครั้งเค๊าก็กินฝรั่งมาหาพี่ ทำเอาพี่มึนตรึบปายเรยย พี่มียัย กู่ , ยัย hathai ที่พร้อมจะจิก จะกัด พี่ตลอดเวลาที่พี่เผลอ พี่มีเจ๊กุ้งกุหลาบ เจ๊นัช คนเลวที่แสนดี ที่เป็นพี่สาวที่พร้อมจะให้กำลังใจกันและกันตลอดเวลา พี่มีเจ้า กิต ซึ่งพี่ไม่เข้าใจซักทีว่ามานทำงานทำการอาไร ม่ายว่าครายจาโพสต์ มานมาคนแรกทู๊กที มานม่ายเคยหลับเคยนอน!!! มานมีอาชีพเฝ้าบล็อกแหง๋มๆ พี่มีลุงฟาง ที่นำเรื่องพบเห็นข้างทางมาฝากเกือบทุกวัน พี่มีคุณยายทิพย์ , หนูจุ๊กจุ่น ซึ่งไม่ได้เปิดบล็อก ก็มาเยี่ยมมาเมนต์บ่อย ๆ คุณยายทิพย์นี่สำคัญ มีทีไร ไม่ว่าหน้าบ้านหลังบ้าน ฮาน้ำหมากกระจายทู๊กที พี่มีครอบครัวต้นฝ้าย ที่พี่เข้าใจว่า เราคงเป็นคนในครอบครัวเดียวกันมาแต่ชาติปางก่อน และพี่ก็มี เจ้า ซึ่งพี่คิดอีกว่า แม่พี่ต้องไปแอบคลอดเจ้าไว้ แล้วลืมเก็บกลับมาจากถังขยะหน้าโรงบาล !! และอีกมากมายที่พี่มี ทำไมจะกล่าวให้ได้หมดในที่นี้ ที่ไม่ได้กล่าวถึง แต่ระลึกอยู่ในใจตลอด ก็มีอีกมากมาย อยากบอกว่า รัก และ คิดถึงนะ.... ยิ่งตอนนี้ ความคิดถึงมันมากกว่าเยอะเรยยย...
แต่ที่สำคัญ พี่ดัน "อยาก" มี ท่านปฐม ผู้หลากหลายเหมือนเดิม และพี่ก็ยัง "อยาก" มียัยซอสพริกเผ็ดจัดได้ใจ มาคอยหยิก คอยกัด คอยแทะเล็มพี่ตลอดเวลาอีกเหมือนกัน.... ใครจะสามารถสนองความต้องการนี้...ให้พี่ได้... อย่างที่พี่บอก พี่อยู่ที่นี่พอจะรู้ว่าใครเป็นอย่างไร เพราะได้อยู่ได้อาศัยมาระยะเวลานึง แต่ถ้าพี่ไปแล้วบังเอิญทุกสรรพสิ่งมันไม่ได้เป็นดังใจนึกหวัง มันไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม หรือซ้ำร้ายมันจะแย่กว่าเดิมซะอีก แล้วพี่ก็ยังรู้อีกว่า หากพี่หันหน้ากลับมาที่โลกบ้า ๆ ใบนี้เค๊าก็ยังคงต้อนรับพี่อยู่ แต่สภาพร่างกายของพี่ ที่มันต้องเปลี่ยนแปลงไปแล้วกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ของดาวดวงอื่น พี่คิดว่าสภาพร่างกายพี่คงทนไม่ไหว หรือไม่ก็ต่อต้าน กับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมไป...มา... สำหรับพี่ มันใช้พลังงานเยอะนะ...สำหรับการนี้... แต่สำหรับเจ้า ที่พี่คิดว่ามีพละกำลังมากกว่าพี่หลายช่วงตัว (เนื่องจากวัย) มองว่าร่างกาย และจิตใจเจ้า พร้อมเสมอสำหรับการปรับตัว เมื่อต้องเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม พี่ก็เข้าใจ....เป็นอย่างดี... น้องรัก ทั้งหมดทั้งมวล พี่อยากบอกเจ้าแค่ว่า ไม่ว่าจะยังงัยก็ตาม...เจ้ายังมีพี่เสมอ...ถ้าเจ้าต้องการ... ความรู้สึกดีดีที่พี่มีต่อเจ้า...พี่จะ เก็บมันเอาไว้ กับตัวกับใจ ตลอดไป รัก...และเป็นห่วงนะ...เจ้าลูกหมาน้อย...น้องพี่... พี่มุกกี้....
|