พิมพ์หน้านี้
|
::: ฉันชอบหนังเรื่องนี้....จัง..... ::: รื้อกะละมังดีวีดี หาหนังที่ดูไว้รอบนึงแล้ว มาดูอีกครั้ง เป็นหนังรักอย่างแท้จริง ในความรู้สึกของตัวเอง ชื่อเรื่อง The White Masai ภาพยนตร์เรื่องนี้ หยิบเอาหนังสือของ Corinne Hofman ที่มีชื่อเดียวกับหนังมาถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิลม์ นวนิยายเรื่องนี้เป็นแนวอัตชีวประวัติของผู้เขียน (Corinne Hofmann)
และยังเป็นนวนิยายที่ขายดีที่สุดเล่มหนึ่ง ในช่วงตลอดสิบปีที่ผ่านมา ในบ้านเราได้มีการแปลหนังสือเล่มนี้ออกมาวางจำหน่ายโดยใช้ชื่อว่า ล่ารักนักรบมาไซ แปลโดยคุณ วิภาดา กิตติโกวิท....
และภาพยนตร์เรื่องนี้ ยังติดอันดับหนังทำเงินสูงสุด 3 สัปดาห์ซ้อนในเยอรมัน กับตัวเลขที่เบียดทุกสถิติกว่า 450 ล้านบาท... เริ่มรู้ตัวเองช่วงห้าหกปีมานี้ ชอบดูหนังประเภท Base on a true story ซะจริง อาจจะเป็นเพราะหมดวัยแห่งความเพ้อฝันแล้วมั๊ง การดูหนังที่ Base on a true story หรือ Inspire by a true Story เนี่ย... มันทำให้เราได้มีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ ไปด้วย ถึงแม้ว่าจะถูกตีไข่ใส่สี ให้สนุกขึ้น ได้อรรถรสขึ้น แต่อย่างน้อยแก่นของเรื่อง ส่วนใหญ่มันก็ยังคงอยู่ให้เราได้รับรู้ ได้ศึกษา และได้เข้าใจ...
เรื่องเริ่มต้นด้วย นางเอกของเรื่อง (คาโลร่า) นอนอาบแดดอยู่ชายทะเลประเทศเคนย่า และมีเสียงของเธอดังมาจากอนาคต รำพึงรำพันว่า ว่ากันว่า ชาวมาไซจะตาย...ถ้าถูกจับขัง... พวกเค๊าไม่คิดถึงอนาคต ไม่คิดถึงอดีต คิดถึงแต่ปัจจุบัน... กว่าชั้นจะเข้าใจ...มันก็นานพอดู....นานมาก.... เธอกับสเตฟาน แฟนหนุ่มชาวสวิส คบกันมาสองปี... และใจเธอก็ไม่เคยคิดเป็นอื่น... พวกเธอมาเที่ยวพักผ่อนที่ชายทะเลประเทศเคนย่า สองอาทิตย์ จนถึงวันใกล้จะเดินทางกลับ แฟนหนุ่มของเธอชี้ชวนให้เธอดูชาวมาไซ สองหนุ่ม ที่ขึ้นมาบนเรือลำเดียวกัน....
แล้ว first impression ก็บังเกิดแค่คนทั้งสอง ในขณะที่สาวเจ้า ยังมีแฟนหนุ่มของเธอยืนอยู่เคียงข้าง.... สาวเจ้าตัดสินใจไม่กลับบ้านกับแฟนหนุ่ม เธอบุกป่าฝ่าดงออกเดินทางไปยังหมู่บ้านทุรกันดาร พื้นที่ซึ่งไม่ปรากฏในแผนที่ท่องเที่ยว... บ้านของชายหนุ่มผิวเข้ม ซึ่งเธอเพิ่งจะพานพบเพียงเสี้ยวสั้น ๆ ของชีวิต.... เธอกำลังทำตามที่หัวใจเรียกร้อง....
ครึ่งทางของการเดินทาง เธอได้พบกับเอลิซาเบธ สาวผิวขาวผู้ซึ่งมีสามีเป็นชาวเคนย่า ถ้าพบเค๊า แล้วคุณจะทำยังงัยต่อ? หล่อนถาม ยังไม่ได้คิดอะไรเลย เธอตอบ สั้น... ง่าย... แค่นั้นเอง... สำหรับอนาคตที่เธอกำลังจะเผชิญ.... งั้นก็คิดซะ!! เอลิซาเบธแนะนำ
เลมาเลี่ยน คือชื่อของเขา นักรบซัมบูรู จากเผ่าบาร์ซาลอย... ชายในฝันที่หัวใจเธอร่ำร้องถึง... บาร์ซาลอยไม่มีอะไรเลย ที่นั่นลำบากจะตาย น้ำไฟไม่มี คนพวกนี้เลี้ยงสัตว์ยังชีพ อยู่กระต๊อบโกโรโกโส จะบอกอะไรให้นะ คนอย่างเรา ๆ ไปอยู่.... ตายสถานเดียว... คำเตือนด้วยความเป็นห่วง จากเอลิซาเบธ
แต่ ณ ขณะนี้ ขณะที่ใจของเธอจดจ่ออยู่กับการที่จะได้พบชายในฝันของเธอ คำเตือนน่าจะไม่มีผลอะไรกับความรู้สึกของเธอเลย... อุปสรรค์ใด ๆ จะมามีอานุภาพ มีความหมายมากไปกว่า ความรู้สึกของหัวใจที่กำลังเรียกร้อง.... ในที่สุดหัวใจของเขาและเธอก็ได้เจอกัน....
ช่วงแรกของการอยู่ร่วมกันมีแต่ความหอมหวาน แต่เธอก็ต้องเรียนรู้ประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ ศรัทธา ภาษา ศาสนา และทุก ๆ อย่าง ในสังคมนี้.... เธอต้องปรับตัวหลายอย่าง ในการอยู่ร่วมกับสังคมใหม่ สังคมที่แตกต่างจากสังคมที่เธอเติบโตมาโดยสิ้นเชิง หลายครั้งที่เธอรู้สึกขัดแย้ง รู้สึกไม่เห็นด้วย แต่เธอต้องปรับความคิด ความรู้สึก เพื่อการอยู่ร่วมกันโดยไม่เกิดปัญหา....
เพราะพื้นฐานความรักที่ดี ที่เขาและเธอมีต่อกัน ทำให้ปัญหาต่าง ๆ มันเบาบางลง... เธอขอเดินทางกลับไปเซ้งร้านเสื้อผ้าของเธอในสวิสฯ และล่ำลาครอบครัวของเธอซึ่งประกอบไปด้วย แม่ และพี่น้อง พระเอกของเธอกลัวว่าเธอจะไม่กลับมาอีก เขาขอเธอแต่งงาน และขอสัญญาว่าเธอจะกลับมา....
แม่และพี่น้องของเธอไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้...อยู่แล้ว... แต่ใครล่ะ จะห้ามเสียงเรียกร้องของหัวใจเธอได้.... เธอกลับมาตามสัญญา งานแต่งงานเกิดขึ้นท่ามกลางป่าเขา.... และการร่วมแสดงความยินดีของคนทั้งเผ่า... ชีวิตคู่....กำลังเริ่มต้น...
อ๊ะโห... ขอบตาร้อนผ่าวววว เมื่อเธอเริ่มตั้งครรภ์ เธอเริ่มคิดถึงความมั่นคงในชีวิต ตามกระบวนการคิดจากสังคมที่บ่มเพาะเธอมา เธอสั่งซื้อสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคพื้นฐาน มาจากในเมือง และเปิดร้านเล็ก ๆ ขายในหมู่บ้าน...
สามีของเธอเฝ้ามองด้วยความไม่เข้าใจ สำหรับชาวมาไซ ที่เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต สามีเธอจึงรู้สึกอับอายที่ต้องเอาของมาขาย หากำไรจากคนในหมู่บ้าน และยังปัญหาชู้สาวที่สามีเธอเฝ้าหวาดระแวงอีก ทั้ง ๆ ที่เธอก็ไม่ได้มีใคร ไม่เคยแม้แต่จะคิด...เลย..... ทั้งสองซื่อสัตย์ต่อกัน แต่ด้วยวิธีคิดของสามีเธอตามพื้นฐานทางสังคมของเขา ทำให้เขาหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา...
ปัญหาแห่งความไม่เข้าใจ มันก่อร่างสร้างตัวขึ้นเรื่อย ๆ จากปัญหาหนึ่ง สู่อีกปัญหาหนึ่ง และอีกปัญหาหนึ่ง.... จากความไม่เข้าใจหนึ่ง สู่อีกความไม่เข้าใจหนึ่ง และอีกความไม่เข้าใจหนึ่ง... วนเวียน ๆ ๆ ๆ วกวน ๆ ๆ ๆ ในที่สุดก็ไม่มีใครที่จะปล่อยให้ชีวิตของตน ถูกปัญหาแวดล้อมรอบตัวอยู่ตลอดเวลา.... ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเดิม ๆ หรือปัญหาใหม่ ๆ
และในที่สุด ปัญหาของเขาและเธอก็ได้รับการแก้ไข แต่การแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ จะเป็นการแก้ที่ถูกต้อง ถูกใจสำหรับเขาทั้งสอง หรือถูกต้อง ถูกใจเฉพาะเธอ หรือเฉพาะเขา หรือไม่ถูกต้อง ไม่ถูกใจ สำหรับเธอและเขาเลย... ก็ตาม.... ปัญหามันก็ต้องถูกแก้...อยู่ดี... ป่วยการที่จะเสียเวลา หาว่าใครถูกใครผิด มันเป็นเรื่องของคนสองคน ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทั้งสองคน เค๊าเป็นผู้กำหนดมัน... เพื่อที่ความรับผิดชอบจะคงอยู่กับเค๊าทั้งสอง มิใช่คนอื่น มันเป็นหน้าที่ที่ทั้งสองต้องยอมรับมัน.... แม้จะไม่มีวันเข้าใจเลย....ก็ตาม...
::: ฉันชอบหนังเรื่องนี้....จัง..... ::: ----------------------------------------------------------------------------- หลายครั้งในตอนเด็ก ๆ ฉันแอบซ่อนตัวอยู่ใต้บันได กอดเข่าเฝ้ามองพ่อกับแม่ทะเลาะกัน ด้วยความไม่เข้าใจ เริ่มโตขึ้นมาอีกนิด ฉันเคยคิดว่า ทำไมเค๊าถึงไม่เลิกกันซะ บางทีบ้านมันอาจจะเงียบสงบ และเป็นบ้านมากกว่านี้ก็เป็นได้.... แต่ก็ไม่เคยเห็นเลยซักที ที่เค๊าคิดจะเลิกกัน... เค๊าเป็นคนเลือกที่จะรักกัน และเลือกที่จะอยู่ด้วยกันเอง ไม่ได้มีใครบังคับ เกือบสี่สิบปีที่เค๊าอยู่ด้วยกันมา ฉันไม่เคยเห็นซักครั้งสำหรับปัญหามือที่สาม ระหว่างพ่อกับแม่ เค๊าทั้งสองซื่อสัตย์ต่อกันเสมอมาสำหรับกรณีนี้.... ปัญหาที่เกิดส่วนใหญ่เป็นปัญหาจากความไม่เข้าใจทั่ว ๆ ไป... เกือบสี่สิบปีสำหรับปัญหาทั่วๆ ไป คงไม่หนักหนาอะไรสำหรับเขาทั้งสอง...แล้วมั๊ง แต่สมัยก่อนมันหนักหนาสำหรับเด็กอย่างฉัน...พอสมควรเหมือนกัน...
ฉันชอบเฝ้ามอง เรียนรู้ ศึกษา วิเคราะห์ ชีวิตคนอื่น ไม่ว่าจะผ่านจากสายตาที่ได้ประสบพบเห็น จากการอ่าน จากการฟัง จากภาพยนตร์ จากเพลง หรือ ฯลฯ .... มีหลายครั้งทีเดียว ที่ฉันรู้สึกว่า ฉันไม่ค่อยเข้าใจซักเท่าไหร่... แต่ฉันก็ไม่เห็นอยากจะดิ้นรน หาความเข้าใจเลย... แค่ได้เรียนรู้เพียงว่า อ้อ.. เค๊าตัดสินใจอย่างนี้นะ ชีวิตเค๊าเลยเป็นอย่างนั้น... เค๊าตัดสินใจอย่างนั้นนะ ชีวิตเค๊าเลยเป็นอย่างโน้น... แค่นั้นเอง.... ฉันมีอา ซึ่งเป็นน้องสาวคนสุดท้องของพ่อ อายุเจ็ดสิบแล้วปีนี้ ไม่ได้แต่งงาน (เคยแอบถาม บอกตอนสาว ๆ ก๊ะมีหนุ่ม ๆ มาจีบเหมือนกัน แต่ลืมพิจารณา มัวแต่ทำมาหากิน !!) แต่เห็นแกก๊ะมีความสุขในการดำเนินชีวิตเสมอมา เป็นแบบอย่างที่ดีเหลือเกิน...
เมื่อไหร่ที่ไปพบ ไปหอม ไปกอด ไปกราบสวัสดีขอพร ก็ให้ถามเรื่อยไปทุกที.... เจ้ามุกกี้ เมื่อไหร่เจ้าจะแต่งงาน อาจะช่วยงานเต็มที่เลย ด้วยความที่เราเป็นหลานกตัญญู รู้คุณ เป็นที่สุด เลยตอบอาไปว่า หนูเป็นคนที่เคร่งครัดในระบบอาวุโส เป็นอย่างมาก หากอายังไม่แต่งงาน หนูจะแต่งแซงได้อย่างไร!! อาแต่งงานเมื่อไหร่ หนูถึงจะค่อยคิดถึงตัวเอง!! พูดจบเห็นแกค้อนประหลักประเหลือก เดินบ่นพึมพำๆ...หนีไป!!
ชีวิตเรา... เป็นของเรา... เดินตามรอยชีวิตใคร ก็ไม่มีทางเหมือนชีวิตของเค๊าได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมันเป็นคนละชีวิต.... เคยนึกอิจฉาหลายๆ ชีวิต ที่พ่อแม่ปูทางสรรพสิ่งไว้ให้เพียบพร้อม แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่สนใจใยดี ทิ้งๆ ขว้างๆ โอกาสดีดีไป ไม่ตั้งใจเรียน ไม่สนใจสานต่อกิจการงาน... เคยคิดว่าทำไมโอกาสเหล่านั้น มันไม่เป็นของเรามั่งนะ จาทำให้ดี...เชียววว.... แต่ก็นั่นแหล่ะ ให้กลับมาคิดอีกที จะไปอิจฉาเค๊าทำไม ถ้าเราเติบโตมาในวิถีทางของครอบครัวแบบนั้น เราก็ต้องเป็นแบบเค๊าอยู่ดี แต่เพราะเราเติบโตมาในวิถีทางที่มีข้อจำกัดมากมาย ในแบบของเรา... วันนี้..เราจึงเป็นเรา....
แต่การศึกษาชีวิตคนอื่น อาจมีหลายแง่ หลากมุม ที่สามารถหยิบยกมาใช้ในชีวิตของเราได้ ฉันใช้บ่อย มีประสิทธิภาพซะด้วยสิ ไม่ต้องเสียเวลาไปประสบเอง เค๊าประสบกันมาแล้ว หยิบมาใช้เลย ปรับปรุงโน่นนิด นี่หน่อย ประสบการณ์ของพวกเขา ประหยัดเวลาให้เราได้เย๊อะพอดู.... ฮืมม ดีใจเจงเยยย วันนี้ได้เขียนถึงหนังที่ชอบซะที บอกมาตั้งกะเอนทรี่แรก!! จนวันนี้... สามสิบกว่าเอนทรี่แล้ว เขียนบ้าบออะไรอยู่ก๊ะม่ายรุ... ได้เริ่มแระ ดีจายเจง ๆ แล้วจาพยายามเขียนอีกน้า.... ไปแระ.... ด้วยรัก... จากมุกกี้ ขาดคนหุงข้าว พี่โฟล์คเหน่อ ขาดคนซักผ้า พี่หอมฉุย ขาดคนรีดผ้า !!! (อ้าว... เมิงจาต้องป่าวปากาศทามมายฟระ....อ้ายบร้า....!!!!) ปล.ต้องเดินทางไกลอีกแระ.... คราวนี้ไกลมากหน่อย พบกันสัปดาห์หน้า แล้วจารีบกลับมารายงานตัวคร๊าบบบ คิดถึงนะ จุ๊บ ๆ ๆ ๆ
อยากมีซีนแบบนี้....มั่ง...จัง....แฮ่ๆ ๆ ๆ . เพลง : ต่างคนต่างแพ้ ศิลปิน : อิทธิ พลางกูร
|