พิมพ์หน้านี้
|
น.พ.บัณฑิต ศรไพศาล ท่านแนะนำสมการชีวิตน่าสนใจสมการหนึ่ง นั่นคือ ความเครียด = ความต้องการ ความเครียด มีค่าเท่ากับ ความต้องการ หารด้วยความสามารถ... พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ บอกว่า นั่นคือ ถ้าความต้องการมีมากแต่ความสามารถมีน้อย ตัวตั้งมากตัวหารน้อย หารออกมาอย่างไร ผลลัพท์ก็ย่อมมาก ขณะเดียวกันถ้าความต้องการมีมากและความสามารถมีมากตามไปด้วย หารออกมาผลลัพธ์ความเครียดก็คงไม่สูงมากนัก...
จากสมการนี้ พี่จิกบอกว่า ถ้าเราตั้งใจจะลดค่าของความเครียดลง ก็คงมีสองวิธี คือ ลดความต้องการหรือเพิ่มความสามารถ ประเทศที่เจริญมากๆ เขาเลือกวิธีที่สอง คือ พัฒนาความสามารถของมนุษย์... ถ้าอย่างนั้นมนุษย์ในประเทศที่เจริญแล้ว ก็คงไม่มีความเครียดหรือมีความเครียดน้อย...ใช่ไหม
ตรงกันข้ามครับ พระพุทธเจ้าท่านมองทะลุไปอีกว่า ความสามารถของมนุษย์เพิ่มได้ก็จริง แต่ความต้องการ (กิเลสของมนุษย์) เพิ่มได้ง่ายและเร็วกว่ามาก... ตัวสำคัญในสมการนี้ที่ต้องจัดการโดยเร็วก็คือ "ความต้องการ" นั่นเอง...
พี่จิกแนะนำให้ทบทวนตัวตั้งของตัวเอง และทบทวนตัวหารของตัวเองเสียบ้าง จะได้ทำให้สมการนี้แก้ได้ง่ายขึ้น.... วันที่ฉันกำหนดให้เป็นวัน "ทบทวนตัวเอง" ฉันมักเริ่มต้นวันด้วยการเป็น "ผู้ให้" ก่อนที่จะคิดถึง "ความต้องการ" อื่นใด...
ต้นกันยายน เกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา ฉันโหนรถเมล์ไปลงที่หน้าสภากาชาดไทย และเดินอย่างสง่าผ่าเผยเข้าไป.... ใช่ วันนั้น ฉันตั้งใจไปบริจาคโลหิต เป็นครั้งแรกในชีวิต.... ตอนที่นอนรอเจ้าหน้าที่บนเตียงรับบริจาค เครื่องปรับอากาศทำความเย็นฉ่ำ แต่ฉันเหงื่อซึมเมื่อใจดันไปคิดถึงขนาดของเข็ม ที่ไม่ใช่เข็มขนาดที่เคยรู้จัก พบเจอ คุ้นเคยกันมาก่อนในชีวิต...
ระหว่างที่ใจกำลังเริ่มจะฟุ้งซ่าน... พลันสายตาฉันเหลือบไปเห็นโปสเตอร์ที่แปะอยู่ที่ฝาผนังห้อง เป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นโปสเตอร์เชิญชวนให้บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล.... ฉันจ้องมองภาพนั้น... นิ่ง.... นาน...
นานจนความกลัว และความกังวลของฉัน ค่อยๆ ลดระดับลง.... ฉันจ้องมองภาพนั้นจนเมื่อเจ้าหน้าที่ถอนเข็มออกจากข้อพับแขน ฉันกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ นอกจากความปิติยินดีที่เกิดขึ้นในใจ.... หลังจากนั้น เมื่อใดที่ฉันคิดถึงการทำบุญ การบริจาคโลหิตจะเป็นเรื่องแรกๆ ที่ฉันมักเลือกทำ...เสมอมา...
ยี่สิบปีผ่านมา ฉันน่าจะบริจาคไปแล้วเพียงแค่ยี่สิบครั้งต้นๆ ซึ่งเป็นสถิติที่ยังไม่ดีเลย เพราะตามเกณฑ์ ปีนึงเราสามารถบริจาคได้ถึง 4 ครั้ง มีเพียงปีเดียวเท่านั้น ที่ฉันทำสถิตินี้ได้ครบ... จริงๆ หากคนส่วนใหญ่ มีเวลาที่จะทบทวนความต้องการของตนเองอยู่เสมอ น่าจะเป็นการดี หากเรารู้เท่าทันใจตนเองว่า เราเกิดมาเพื่อจะทิ้งอะไรไว้ ก่อนที่จะจากไป...
เกิดมาเพื่อต้องการเป็นคนร่ำรวยที่สุด เกิดมาเพื่อต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีให้นานที่สุด เกิดมาเพื่อที่จะต้องการยิ่งใหญ่คับฟ้า ไม่มีใครมาเทียบ ไม่ว่าจะเหยียบใครขึ้นมาอย่างไร ฯลฯ.... หรือเกิดมาเพียงเพื่อจะมีชีวิตที่สงบ เรียบง่าย ทำคุณงามความดีตอบแทนคุณแผ่นดินตามสมควรแก่กำลัง แล้วจากไปโดยมีเสียงสรรเสริญตามหลัง...
วันนี้ วันที่ฉันกำหนดให้เป็นวัน "ทบทวนตัวเอง" อีกครั้ง ฉันเริ่มต้นวันด้วยการเป็นผู้ให้ไปเรียบร้อยแล้ว... แต่เมื่อฉัน "ทบทวน" ความต้องการของตัวเอง ฉันดันมีความต้องการ... มาก... เกินไป... หรือเปล่า??... ฉันมี "ความต้องการ" ให้ ประเทศชาติของเรา... เลิกอยู่ในสภาวะเช่นนี้....เสียที...
นี่ฉันหวังและต้องการโดยที่ไม่ได้ประเมิน "ความสามารถ" ของตนเองเลยหรือนี่.... ถึงว่า "ความต้องการ" ของฉันมันมากเหลือเกิน ทั้งๆ ที่ "ความสามารถ" แทบจะไม่มี ฉันถึงยังจมปลักอยู่กับ "ความเครียด" เช่นนี้..... ฤา จะเป็นเพียงแค่ความหวัง ความต้องการลมๆ แล้งๆ.... ฮืมม ฉันว่าฉันต้องหาเวลาทบทวน "ความต้องการ" ใหม่ อีกหนแล้วมั๊ง...
.
|