วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม 2551
เปิดมุมมองยักษ์โอเปเรเตอร์มือถือ 3Gกับอนาคตบรอดแบนด์ไร้สาย
Posted by
moonoi
,
ผู้อ่าน : 237
, 23:04:38 น.
| หมวดหมู่ :
IT
พิมพ์หน้านี้
|
บทพิสูจน์เทคโนโลยี HSPA บริการบรอดแบนด์ไร้สายที่เหนือกว่า Wi-MAX ด้วยการให้บริการจริงของเอทีแอนด์ที ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ที่พัฒนาบริการได้หลากหลายได้ประโยชน์ทั้งรายได้ด้านสื่อสารข้อมูลต่อเลขหมายที่เพิ่มขึ้น 53% และยอดยกเลิกการใช้บริการของลูกค้าที่ลดลงจาก 2.4% เหลือเพียง 1.8% รายงานข่าวในวงการโทรคมนาคมระบุว่า เทคโนโลยี HSPA (High Speed Packet Access) เป็นการพัฒนาทางเทคนิคที่ต่อยอดและช่วยเพิ่มขยายศักยภาพในการให้บริการของเครือข่าย UMTS/WCDMA เพื่อตอบรับความต้องการในการสื่อสารแบบบรอดแบนด์ไร้สาย เทคโนโลยี HSPA มีความโดดเด่นกว่า Wi-MAX ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางเลือกในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมเข้าสู่ตลาด ความสะดวกในการบริหารจัดการ ประสิทธิภาพของพื้นที่ให้บริการ ประสิทธิภาพในการใช้งานย่านความถี่วิทยุ และความประหยัดในแง่ของต้นทุน HSPA ช่วยให้ผู้ประกอบการเครือข่ายสื่อสารไร้สาย สามารถบริหารจัดการต้นทุนในการให้บริการบรอดแบนด์ไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เทคโนโลยี HSPA ให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใช้บริการทั่วไป รวมถึงมีการผลักดันความพร้อมของเครื่องลูกข่าย เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์สื่อสารแบบบรอดแบนด์ไร้สาย ซึ่งเดิมเป็นจริงได้เฉพาะในเครือข่ายแบบมีสาย นอกจากนั้นเทคโนโลยี HSPA ยังสนับสนุนการสื่อสารได้ในขณะเคลื่อนที่ และผู้ใช้งานสามารถทำการสื่อสารได้ในทุกพื้นที่ เทคโนโลยี HSPA ถือเป็นทางเลือกที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดสำหรับการให้บริการบรอดแบนด์ไร้สายด้วยเหตุผลเรื่องประโยชน์สูงสุดจากความประหยัดในเชิงปริมาณ (Economies of scale) ซึ่งเกิดจากปริมาณผู้ใช้งานจำนวนมากที่รองรับด้วยมาตรฐานเทคโนโลยีในสายตระกูล 3GPP (Third Generation Partnership Program) ซึ่งปัจจุบันรองรับผู้ใช้บริการทั่วโลกถึงกว่า 2 พันล้านราย ความเร็วในการสื่อสารที่สูงถึง 14 เมกะบิตต่อวินาทีในระยะแรก และจะพัฒนาขึ้นเป็น 42 เมกะบิตต่อวินาทีในระยะถัดไป ช่วยรองรับและทำให้เกิดการพัฒนาบริการเสริมชนิดใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ประสิทธิภาพในเชิงเทคนิค ช่วยเพิ่มขนาดพื้นที่ให้บริการทั้งในเขตเมืองและต่างจังหวัด ซึ่งผู้ให้บริการสามารถสร้างสถานีฐานรองรับพื้นที่ให้บริการขนาด 200 กิโลเมตร โดยที่ยังรักษาความเร็วในการสื่อสารบริเวณขอบพื้นที่เครือข่ายได้ด้วยความเร็วถึง 2 เมกะบิตต่อวินาที นอกจากนี้ยังมีแผนการพัฒนาเทคโนโลยีที่ชัดเจนและดำเนินการได้ง่าย โดยไม่มีความยุ่งยาก ผลการคำนวณภาระการให้บริการสำหรับเทคโนโลยี HSDPA (High Speed Downlink Packet Access) ซึ่งเป็นพัฒนาขั้นแรกก่อนจะมาเป็น HSPA พบว่าเทคโนโลยีดังกล่าวคุ้มค่าต่อการลงทุนของผู้ให้บริการ โดยสามารถรองรับการส่งข้อมูลขนาด 30 กิกะไบต์ ร่วมกับการรับชมภาพยนตร์ความยาวกว่า 400 นาทีผ่านเครือข่าย และรองรับการใช้โทรศัพท์พูดคุยอีก 1,000 นาทีต่อเดือน โดยไม่จำกัดตัวผู้ใช้บริการหรือพื้นที่ใข้งาน ในแง่การให้บริการเชิงพาณิชย์ บริษัท AT&T หรือเดิมชื่อบริษัท Cingular Wireless ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ได้มีการเปิดให้บริการบรอดแบนด์ไร้สายด้วยเทคโนโลยี HSDPA อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกของโลกตั้งแต่ ปี 2548 โดยถือเป็นพัฒนาขั้นต่อเนื่องจากการให้บริการสื่อสารด้วยเทคโนโลยี EDGE และมีการขยายขอบเขตของบริการอย่างรวดเร็วจนครอบคลุม 100 เมืองหลักทั่วประเทศใน ปี 2549 ด้วยความเร็วในการส่งข้อมูลจากสถานีฐานไปยังอุปกรณ์รับสัญญาณ (Downlink) 1.8 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งนับว่าสูงกว่าความเร็วมาตรฐานในระบบ WCDMA ทำให้ AT&T สามารถเปิดให้บริการใหม่ๆ อย่างโทรทัศน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile TV) และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ และที่สำคัญยังเป็นการเพิ่มรายได้เฉลี่ยเลขหมายหัวรวมถึงเพิ่มความภักดีต่อลูกค้า ทั้งนี้รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (Data ARPU) เพิ่มขึ้นอีก 53% ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2549 ขณะที่อัตราการย้ายค่ายผู้ให้บริการลดลงจาก 2.4% ในไตรมาสที่ 2 ของ ปี 2547 ไปเป็น 1.8% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2549 รายงานข่าวระบุอีกว่าจากความสำเร็จดังกล่าว AT&T ยังมุ่งหน้าที่จะพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายต่อไป ด้วยการพัฒนาเครือข่ายไปสู่เทคโนโลยี HSUPA (High Speed uplink Packet Access) ที่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ไปยังสถานีฐาน (Uplink) ให้สูงมากขึ้น ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาเครือข่ายสำเร็จ จะส่งผลทำให้ผู้ใช้บริการสามารถส่งแฟ้มข้อมูลขนาดใหญ่ผ่านอีเมลได้ พร้อมๆ กับการเปิดตลาดสื่อสารไร้สายในภาคองค์กร การเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลนี้ยังช่วยสร้างธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่แลกเปลี่ยนข้อมูลโดยตัวผู้ใช้บริการเอง เช่น การส่งวิดีโอที่ถ่ายทำกันเองผ่านเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์มือถือ 3G เพื่อเก็บหรือแสดงผ่านระบบเว็บพอร์ทัลของ AT&T AT&T ยังวางแผนที่จะเพิ่มความเร็วในการรับข้อมูลจาก 1.8 เมกะบิตต่อวินาที ไปเป็น 3.6 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณ และยังเป็นการรุกในเชิงการตลาด ปัจจุบันความเร็วเฉลี่ยที่เครือข่าย HSDPA สามารถให้บริการอยู่ในช่วง 400 700 กิโลบิตต่อวินาที ถือว่าสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ในระดับหนึ่ง การตัดสินใจเลือกลงทุนในเทคโนโลยี HSDPA ช่วยให้ AT&T เปิดให้บริการสื่อสารไร้สายความเร็วสูงที่มีคุณภาพดี รองรับข้อมูลที่หลากหลาย นอกจากนั้นการใช้ประโยชน์จากช่องสัญญาณความถี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีผลทำให้ต้นทุนและการกำหนดอัตราต่าบริการด้านสื่อสารข้อมูลไร้สายเป็นไปอย่างเหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ เครือข่าย 3G HSDPA ของ AT&T นับตั้งแต่วันเปิดให้บริการจึงมีประสิทธิภาพทั้งในเชิงเทคนิคและเศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี HSPA จึงมีประโยชน์อย่างมากในการให้บริการบรอดแบนด์ไร้สาย ผู้ให้บริการเครือข่ายรวมถึงผู้ใช้บริการทั่วโลก มีสิทธิที่จะเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้และใช้บริการบรอดแบนด์ไร้สายโดยการเปรียบเทียบที่เป็นธรรม การตัดสินใจอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยเชิงพาณิขย์ หรืออาจต้องเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมในบางประเทศ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมจะต้องพิจารณาถึงคุณประโยชน์ต่อผู้บริโภคเป็นสำคัญ ในประเทศไทยพูดได้เต็มปากว่า อนาคตของบริการโทรศัพท์มือถือไม่ว่าจะเป็น 3G หรือ HSDPA หรือ HSPA อยู่ที่กทช.เป็นคนกำหนด ซึ่งยิ่งล่าช้ามากเท่าไหร่ ก็ทำให้โอเปอเรเตอร์มือถือในบ้านเราต้องทุ่มเงินหลายหมื่นล้านบาท ลงทุนกับเทคโนโลยีเครือข่ายปัจจุบันเท่านั้น แทนที่จะลงทุนด้วยเทคโนโลยีที่รองรับอนาคตแทน ซึ่งผลเสียโดยตรงก็จะตกกับประชาชนผู้ใช้บริการ
|