พิมพ์หน้านี้
|
ที่ตั้งของเกาะกูด เปิดแผนที่ประเทศไทยแล้วรู้จักกันดี ว่า ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศไทย ทางทิศใต้ของเกาะอยู่ติดกับน่านน้ำกัมพูชาเป็นเกาะสุดท้ายในน่านน้ำทะเลตราด ของอ่าวไทย
ตามสำมะโนครัวประชาการ มีคนไทยอาศัยอยู่กว่า 1,000 คน นอกนั้นเป็นชาวเขมร ลาว พม่า และมอญ ที่เข้ามาขายแรงงานกันอย่างดาษดื่น แต่ก็อยู่กันได้อย่างปกติสุข นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบทะเลอาจเคยไปเกาะกูดมาบ้างแล้ว ถึงกระนั้นความงดงามของทิวทัศน์ หาดทรายละเอียดขาวนวล และสีสันของพระ อาทิตย์ ทั้งยามอรุณรุ่ง และโพล้เพล้ เป็นแรงดึงดูดให้อยากไปเกาะกูดอีกครั้ง
ที่นี่ ชาวบ้านเขามีการเลี้ยงปลา ปู ในกระชัง เพื่อเตรียมไว้จำหน่ายให้กับลูกค้า และนักท่องเที่ยวที่มาเยือน มีทั้ง ปลาย่ำสวาท (ชื่อเรียกอย่างนี้จริงๆ) มีขายในสนนราคากิโลกรัมละ 800 บาทขึ้นไป จนถึง 1,500 บาท) นอกจากนั้น มีปลาเก๋า ปลาดุกทะเล ปูม้า และอื่นๆ อีกมากมาย น้ำทะเลในย่านหมู่บ้านชาวประมงไม่ได้ขุ่นคลั่กอย่างที่อื่นๆ แต่กลับใสสะอาดราวกับกระจกใส สามารถมองลงไปเห็นสัตว์น้ำได้อย่างทะลุปรุโปร่ง รวมถึง "หอยเม่น" ที่ยังมีอาศัยตามราวสะพาน หินใต้ทะเล เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความสมบูรณ์ของท้องทะเล ที่หมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้เป็นอย่างดี ชาวบ้านได้ช่วยกันรักษาความสะอาดของน้ำทะเลแห่งนี้ได้ดีมากเป็นการจัดการระบบนิเวศที่ดีและน่าสนใจ ไกลออกไปจากชุมชนในหมู่บ้านไม่มากนัก บ้านชาวประมงหลังหนึ่งเลี้ยงเต่าขนาดใหญ่ไว้ในกระชัง เห็นทีแรกก็ประหลาดใจ ประหลาดใจในขนาดของเต่า!
ในหมู่บ้านชาวประมงบ้านอ่าวสลัดนี้ จะมีบ้านสร้างอยู่ในริมอ่าวติดทะเลกว่า 20 หลัง บางบ้านทำเป็นกิจการ "โฮมสเตย์" เปิดบริการนักท่องเที่ยวในหลายๆ สนนราคา แล้วแต่ที่ตั้ง และเครื่องอำนวยความสะดวกที่สรรหามาให้ แต่ก็เป็นราคาที่เป็นกันเอง และตกลงกันได้
นอกจากนี้ คนเมืองตราดจะต่อต้านธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เป็นทุนต่างชาติ เข้ามาเปิดกิจการในตัวเมืองตราดอย่างหนักแน่น และเห็นทีไม่มีทางเข้ามาได้ด้วยอย่างแน่นอน เพราะที่นั่นยึดมั่นในชุมชนเข้มแข็ง เพื่อให้ค้าปลีกที่เป็นของคนท้องถิ่นได้อยู่รอดกัน หากจะพูดถึงที่พักที่เป็นรีสอร์ท ที่เกาะแห่งนี้มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่รวมกว่า 25 แห่ง ราคาต่ำสุด 300 บาท ถึงสูงสุด ราคา 6,000 บาท การเข้าพักในรีสอร์ทแต่ละแห่ง ขอบอกให้จองห้องพักล่วงหน้า เนื่องเพราะรีสอร์ทแต่ละแห่งจะอยู่กันคนละหาด และหากจะให้สะดวกสบายควรจองที่พักพร้อมกับเดินทางกับทางรีสอร์ทโดยทางสปีดโบ๊ต (เรือเร็ว) เพราะรีสอร์ทแต่ละแห่งจอดเรือรับลูกค้า นักท่องเที่ยวคนละท่าเทียบเรือกัน และบางรีสอร์ทก็รับเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเท่านั้น โดยทั่วไปการเดินทางจากฝั่งไปยังเกาะกูดจะใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง รีสอร์ทเกือบทุกแห่งจะมีบริการดำน้ำดูปะการัง ขอบอกว่าอย่าพลาดโปรแกรมนี้เด็ดขาด เพราะการดำน้ำดูปะการังทั้งที่เกาะรัง เกาะง่าม จะได้ชมความงามของท้องทะเลอ่าวไทยที่ยังมีความสมบูรณ์อยู่อย่างมาก และสัมผัสกับฝูงปลาน้อยใหญ่ที่วนเวียนมาหาแหล่งอาหารใต้ท้องทะเลสีมรกตนี้
เกาะนี้เป็นเกาะเดียวในจังหวัดตราด ที่มีโฉนด เป็นเกาะส่วนตัว มีค่าใช้จ่าย เป็นค่าเหยียบเกาะคนละ 60 บาท |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||