พิมพ์หน้านี้
|
ปัจจุบันผมได้รับฟ้งข่าวทางวิทยุอยู่ประมาณ สองสามคลื่นขออนุญาติบอกคลื่นด้วยนะครับ คือ 96.50 98 101 และ 105 ช่วงเช้า และตอนเย็น ผมเองได้ฟังแล้วบางประเด็นที่ไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ไม่รู้จะบอกผู้จัดรายการได้อย่างงัย ซึ่งบางหัวข้อของการวิเคราะห์ข่าวผมมีความคิดเห็นว่าชักนำมากเกินไป อย่างเช่นรายการของอาจาย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง หรือของคลื่น 101 คุณเติมศักดิ์ ( ถ้าผมจำไม่ผิด )ในความเห็นของผม ในช่วงของการเลือกตั้ง ถ้าผู้จัดรายการไม่ชอบพรรคใด หรือคิดว่าพรรคใดเข้ามาแล้วทำให้มีปัญหา ก็ควรระบุให้ชัดเจนว่าจะไม่เลือกพรรดใดพรรคหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาผมเองเป็นหนึ่งคนที่เลือก พรรคไทยรักไทย ด้วยเหตุผลคือชอบคุณทักษิณ ซึ่งไม่ได้เลือกเพราะ " ถูกเิงินฟากหัว " แต่เลือกเพราะชอบวิธีคิด แนวทางในการปฎิบัติทางการเมือง และผมคิดว่าเข้าใจประเด็นของการขายหุ้นชินได้พอสมควร หรือประเด็นที่พูดถึงการเรื่องเผด็กการทางรัฐสภา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่าพูดกันน้อยคือ ความเสียหายจากการใช้วิธีการปฎิวัติทางทหาร โดยไม่ใช้วิธีทางการเมือง หรือทางรัฐสภา หรือกระทั้งถ้าถามผมปัจจุับัน สนช. สามารถเรียกเผด็จการทางรัฐสภาได้หรือไม่ เพราะถูกเลือกด้วย คมช. ถึงวันนี้เรามีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่เรายังมีวิธีคิดทางการเมืองแบบเดิม จากบุคคลกลุ่มเดิม อาจเรียกว่า กลุ่มอำนาจเก่า และกลุ่มอำนาจใหม่ แต่การแสดงความเห็นทางการเมืองยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน รวมถึงวิธีคิดของนักข่าว การวิเคราะห์ข่าวทางการเมือง ถ้าใครไม่เคยเป็นฝ่ายบริหาร จะไม่เข้าใจข้อจำกัดของการทำงาน ซึ่งนั้นหมายความว่าการกระทำงานใดๆๆ ก็ตามก็จะมีแนวทาง ข้อจำกัด ความเป็นไปได้ ซึ่งผมมีความเห็นว่าทางการเมือง หรือการบริหารบ้านเมืองย่อมเหมือนกัน เช่นทางเศรษฐกิจ เราคงไม่สามารถบอกได้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนสูงหรือต่ำดีกว่ากัน คงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แนวคิดเรื่องการศึกษา การให้เด็กๆๆ เรียนฟรีจะกี่ปีก็ตามไม่ใช่หนทางการแก้ปัญหา ถ้าเราไม่สามารถทำให้คุณคูร เข้าใจวิธีการสอน การเอาใจใส่ มากกว่าสอนให้เด็กเก่งแต่ทำอะไรไม่เป็น สุดท้ายผมก็คงเลือกพรรคไทยรักไทย ด้วยเหตุผลก็คือ ไม่เห็นมีใครที่แสดงความเชื่อมั่นให้เราได้ว่าถ้าเลือกพรรคใดที่นอกเหนือจาก ไทยรักไทยแล้ว จะมีอะไรที่ดีขึ้น แต่การเลือกพรรคไทยรักไทย ผมคิดว่ามันอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะอย่างน้อยคุณทักษิณ ก็ได้กลับมาพิสูจน์ตัวเองในสิ่งที่ถูกกล่าวหา ซึ่งที่สุดเราควรให้ศาลเป็นผู้ตัดสินภายใต้กฎหมาย มิใช่ผู้หนึ่งผู้ใดตัดสินโดยผู้ถูกกล่าวหามิได้ชี้แจง ประเด็นคือผมไม่เคยมีความเชื่อมั่นต่อ " คตส " เลยแม้นแต่น้อย เพราะผมคิดว่ามีการตีความกฎหมายแบบแปลกๆๆ หรือกระทั้งการแสดงออกมาให้ข่าวก็แปลกๆๆ เช่น รอการส่งจดหมายไปให้คุณทักษิณ ที่บ้านแล้วจึงจะประชุมต่อ คือ คตส. ทราบอยู่แล้วคุณทักษิณ ไม่อยู่บ้านคืออยู่ต่างประเทศ การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ก็ควรระบุให้ทราบเลยว่า คตส.กระทำตามกฎหมาย คือส่งไปที่บ้านที่กรุงเทพ และได้ส่งให้ที่ต่างประเทศเพื่อทราบข้อกล่าวหา หลังจากนั้นจะดำเนินการได้ภายในกี่วัน ผมอยากบอกว่า ไม่ได้เชื่อว่าคุณทักษิณ ไม่ผิด แต่กระบวนการทางกฎหมาย ต้องใช้หลักฐาน เนื่องจากระบบของเราเป็นระบบการกล่าวหา ถ้าศาลยังไม่ตัดสินก็คือผู้ถูกกล่าวหายังไม่ผิด หลายท่านอาจลืมไป การกระทำใดๆๆ ก็ตามขอให้มองอย่างเป็นกลาง และดูข้อเท็จจริง ซึ่งผมคิดว่า มีบางพรรคควรถูกตัดสินให้ยุบพรรค ตามไทยรักไทยด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลพรรคการเมืองมีหน้าที่ ที่ต้องส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือไม่ได้รับเลือกตั้งเลยก็ควรถูกยุบพรรค ซึ่งในสมัยหนึ่งพรรคการเมืองใดก็ตามไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง กกต. ควรสั่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินประเด็นดังกล่าวด้วย ถึงวันนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจคำว่า ประชาธิปไตย ไม่เข้าใจสิทธิทางการเมือง ไม่เข้าใจหน้าที่ของประชาชน และนอกจากทางออกที่ได้เข้ามาเขียนใน Blog ควรทำอะไรดี และผมก็ไม่เห็นด้วยกับการประท้วงด้วยความรุนแรง ผมควรทำอย่างไรดี กับการเลือกตั้งครั้งนี้ |