• หมูอ้วนแก่แก่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sathar@daidomon.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-11-09
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 1978
  • จำนวนผู้โหวต : 2
  • ส่ง msg :
มีสิทธิแต่ไม่มีเสียง
มีสิทธิแต่ไม่มีเสียง_ถูกว่าถากถางว่าโง่_ขายเสียง_เงินซื้อได้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/mou
วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม 2550
คนดีของแผ่นดิน ( ที่ควรถูกตรวจสอบ ที่มาของทรัพย์สิน )
Posted by หมูอ้วนแก่แก่ , ผู้อ่าน : 153 , 10:04:30 น.  
พิมพ์หน้านี้



อยากถาม คุณเทพชัย ในฐานะคนข่าว คิดเห็นอย่างงัย

รวมถึงผู้แสดงความโปร่งใส ทั้งหลาย ของแผ่นดิน

บัญชีทรัพย์สิน

วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้เปิดเผยรายการบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินของคณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ โดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยื่นบัญชีทรัพย์สินเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีมีทรัพย์สิน 38,796,977 บาท ประกอบด้วยเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ 10,241,195 บาท เงินฝากในสถาบันการเงินอื่น 13,355,541 บาท หลักทรัพย์รัฐบาล และรัฐบาลค้ำประกัน 142,600 บาท หลักทรัพย์จดทะเบียนและรับอนุญาต 6,393,240 บาท หลักทรัพย์และเงินลงทุนอื่น 4,664,400 บาท สิ่งปลูกสร้าง 1 หลัง มูลค่า 4 ล้านบาท ภรรยาทั้ง 2 คน ที่จดทะเบียนสมรสคือ นางสุกัญญา มีทรัพย์สินกว่า 14 ล้านบาท และ นางปิยะดา 42 ล้านบาท บุตรสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะกว่า 3 แสนบาท ซึ่งรวมทั้งครอบครัวแล้วมีทรัพย์สินกว่า 94 ล้านบาท

นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่าการแจ้งบัญชีทรัพย์สินตามกฎหมาย ต้องแจ้งคู่สมรสที่จดทะเบียนคนแรก ส่วนกรณีที่ พล.อ.สนธิ ยื่นบัญชีทรัพย์สินของภรรยาอีกคนนั้น ถือเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจของท่าน ไม่ถือว่าขัดต่อกฎหมาย ป.ป.ช. ส่วนกรณีทางกลุ่มพิราบขาว 2006 ออกมาเปิดเผยว่า พล.อ.สนธิ มีการจดทะเบียนซ้อนถึง 3 คน โดยได้จดทะเบียนกับนางวรรณา บุญยรัตกลิน ด้วยนั้น ตนยังไม่ทราบข้อ มูลในส่วนนี้ แต่ประเด็นอยู่ที่ พล.อ.สนธิ ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินของคู่สมรสที่จดทะเบียนเป็นคนแรก และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ที่จะต้องยื่นตามกฎหมายมาแล้ว อย่างไรก็ตามหากมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบว่าอาจจะมีการซุกทรัพย์สินไว้ที่ภรรยาอีกคนที่ไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ต่อ ป.ป.ช. นั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องนำข้อมูลหลักฐานมาพิจารณาอีกครั้ง แต่ขณะนี้เป็นเพียงขั้นตอนการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้สาธารณชนรับทราบเท่านั้น จากนั้นจึงจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ หากพบว่ามีการโอนทรัพย์สินไปให้ผู้อื่นถือครองแทน ก็ต้องพิจารณาว่าเป็นการจงใจปกปิดทรัพย์สินหรือไม่ ส่วนปัญหาเรื่องการจดทะเบียนสมรสซ้อนนั้น ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะดำเนินการตรวจสอบ

รองนายกฯ สนธิ ระบุ ไม่เกี่ยวข้องทางกฎหมายกับภรรยาคนที่สาม จึงไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึง การยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ที่ได้ยื่นบัญชี ของภรรยา 2 คนว่า ไม่ได้ปิดบังอะไรและยื่นแสดงบัญชีรายชื่อเรียบร้อยแล้วด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า มีทรัพย์สินอะไรบ้าง ส่วนกรณีที่กลุ่มพิราบขาว ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องของภรรยาคนที่ 3 ที่ไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินนั้น เนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางกฎหมาย

ฅ.คนหลังข่าว : พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ในมุมสบายๆ สไตล์ 'บิ๊กบัง' ในรายการ 'มหานคร'
"บิ๊กธิ" ในมุมสบายๆ

อัญชลี เฉลียวชาติ

"เมื่อดวงใจมีรัก ดั่งเจ้านกโผบิน บินไปไกลแสนไกล..." มนต์เพลง 'ใจรัก' ของ สุชาติ ชวางกูร ผ่านเส้นเสียงทุ้มๆ ของสุภาพบุรุษวัย 61 ปี ชายชาติทหารที่ได้รับฉายา 'ขุนศึกกู้แผ่นดิน' พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)

และในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ในรายการ 'มหานคร' ของบริษัท เวิร์คพอย์ท ทางช่อง 7 สี เมื่อค่ำคืนวันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยสองพิธีกรคู่หู กนก รัตน์วงศ์สกุล กับ ธงชัย ประสงค์สันติ มาเจาะลึกประวัติชีวิตผู้นำรัฐประหาร ในมุมสบายๆ

สวัสดีครับ...เสียงกล่าวทักทายแขกรับเชิญของสองพิธีกร ก่อนจะเปิดประเด็นสำคัญว่า ชีวิตท่านในวัยเด็กเป็นอย่างไร

สุภาพบุรุษมาดเท่ ยิ้มรับก่อนจะย้อนอดีตให้ฟังว่า "ผมเกิดที่ปทุมธานี แถวนั้นเป็นชุมชนชาวมอญ เป็นสังคมน่ารัก น่าอยู่ ผมเป็นพี่คนโต น้องๆ เรียกว่า 'บัง' มีน้อง 6 คน คือ ศิธร พรทิพย์ ขนิษฐา สาธิต วิจิตรา และยุพาวดี คุณพ่อเป็นทหาร ชื่อ พ.อ.สนั่น บุญยรัตกลิน และคุณแม่มณี (สกุลเดิม นาทอง) เป็นแม่บ้านและทำประมง (โพงพาง) หาปลาขายแถวๆ ปทุมธานี

"ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณพ่อเป็นคนสมัยใหม่ ส่งให้ลูกๆ เรียนหนังสือเป็นส่วนใหญ่ ตอนเด็กๆ ไม่เคยฝันว่าจะเป็นอะไร ก็สนุกไปตามประสาเด็ก แต่พอโตมาก็มีแรงจูงใจอยากเป็นทหารเหมือนพ่อ คือผมคิดว่าแต่ละคนต้องมีแรงจูงใจ ก่อนที่จะนำไปสู่ความอยากจะเป็นอะไร อย่างผมตอนเด็กๆ พ่ออยากให้เป็นทหารหรือวิศวกร อะไรก็ได้ แต่บังเอิญเราอยู่ในค่ายทหาร ก็มีนักเรียนเตรียมทหารเดินผ่าน ก็ถามพ่อว่า ใคร และเขาเป็นอะไร พ่อบอกต่อไปพวกเขาจะเป็นนักเรียนนายร้อย ก็เลยเกิดแรงจูงใจวินาทีนั้นว่า อยากเป็นทหาร ภาพตอนนั้นดูเขาเป็นลูกผู้ชายดี

"ชีวิตในวัยเด็ก ผมเริ่มเรียนชั้นอนุบาลหรือชั้นมูล ที่โรงเรียนวัดชินวรารามอยู่หนึ่งปี ก็ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนวัดเทียนถวาย จากนั้นคุณแม่ส่งมาเรียนที่กรุงเทพฯ ที่โรงเรียนอัสสละฟียฮ์วิทยาลัย อยู่แถวยานนาวา เรียนตั้งแต่ชั้นมูลจนถึงมัธยม 1 และมาเรียนต่อมัธยม 2 ที่โรงเรียนวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน จนจบการศึกษาชั้นมัธยมต้นในปี 2506 ผมก็สอบเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมทหาร (รร.ตท.) อย่างที่ตั้งใจไว้ และได้เป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 6 (นตท.รุ่น 6)

"สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยม ผมก็มีวีรกรรมเหมือนกัน คือในชั้นเรียนก็มีเพื่อนที่ชอบแซว ชอบกวนก็มีบางครั้งทนได้ ก็ทน แต่ทนไม่ได้ก็ลุยเลย ผมท้าชกเลย ผมไม่ชอบให้เพื่อนรังแกกัน อยากให้สังคมในกลุ่มเพื่อนนักเรียนรักกัน แต่ถ้ามีใครรังแก ผมค่อนข้างจะออกไปรับแทนคนที่เสียเปรียบ เรียกว่า ชอบวิธีสมานฉันท์มาตั้งแต่เป็นวัยเด็ก ตอนนั้นเพื่อนๆ เรียกผมว่า 'ธิ' ไม่มีฉายาอะไร

"และพอสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร เรื่องบู๊ๆ ก็น้อยลง เพราะที่โรงเรียนมีกฎห้ามทะเลาะกัน ใครมีเรื่องจะโดนตัดแต้มคะแนนหนักเลย ช่วงนั้นเรียนหนักมาก เพราะผมเป็นนักกรีฑาของโรงเรียนเตรียมทหาร วิ่งตั้งแต่ 400 ลงมา พอตกเย็นต้องไปซ้อมที่สนามศุภชลาศัย ฉะนั้นเราต้องแบ่งเวลามาดูหนังสือ ซึ่งตามกฎของหอพักจะให้นักเรียนเข้านอน 4 ทุ่ม ผมก็ต้องขอต่อเวลาอีก 1 ชั่วโมงเพื่อดูหนังสือตอน 4 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม ผมทำอย่างนี้ทุกวัน

"ผมเป็นคนไม่ค่อยยิ้ม เป็นคนหน้าเฉยๆ ขรึมๆ เงียบๆ ก็เลยไม่ค่อยมีสาวๆ มายุ่ง ไม่มีแฟน เรียนอย่างเดียว สมัยเรียนชอบวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ชอบเล่นกีฬาทุกชนิดมาตั้งแต่เด็ก มีพรสวรรค์เป็นนักกรีฑา ก็เลยเล่นกีฬาได้ทุกประเภท ฟุตบอลก็เล่น ชอบดูฟุตบอลอังกฤษ เป็นแฟนแมนฯ ยู มา 20 ปีแล้ว

"ชีวิตในรั้วโรงเรียนเตรียมทหาร (รร.ตท.) ช่วงนั้น สนุกมาก มีประสบการณ์ในชีวิตเกิดขึ้นมากมาย เพราะเราเป็นนักเรียนประจำ คุณแม่จะให้เงินอาทิตย์ละ 20 บาท สมัยนั้นไวตามินขวดละบาท คุณแม่ให้ 20 บาท ก็จะเป็นค่าอุปกรณ์การเรียน การสอบ ค่าอาหารกลางวัน และค่ารถเมล์กลับบ้าน ที่เหลือก็จะเก็บออมไว้ มีอยู่ครั้งหนึ่งเพื่อนมายืมไป 20 บาท ผมก็ให้ ไม่เคยปฏิเสธเพื่อน ปรากฏว่าอาทิตย์นั้นอด ไม่ได้ใช้เงิน ต้องกินข้าวโรงเรียนแทน (หัวเราะ)"

0 0 0

ถามถึงนามสกุล 'บุญยรัตกลิน' พล.อ.สนธิ เล่าว่า เดิมทีคุณพ่อสนั่น นามสกุลเดิม (อหะหมัดจุฬา) สมัยเป็นทหารใหม่ๆ ในยุคนั้นนิยมใช้นามสกุลแบบไทยๆ ท่านก็เลยขอมาใช้นามสกุลคุณย่า (สนอง บุญยรัตกลิน) ซึ่งเป็นมอญอยู่แถววัดราชประดิษฐราม คุณย่ามีลูก 3 คน เป็นชาย 2 คน คือ พ.อ.สนั่น กับ มนู บุญยรัตกลิน และเป็นหญิง 1 คน คือ อนงค์ บุญยรัตกลิน

"ตอนคุณพ่ออายุไม่กี่ขวบ คุณปู่สง่าก็เสียชีวิตลง คุณพ่อสนั่นต้องมาอยู่กับคุณย่าบ้าง คุณปู่บ้าง พอคุณพ่อโตเป็นหนุ่มก็แต่งงานกับคุณแม่มณี (สกุลเดิม นาทอง) ก็ย้ายไปอยู่บ้านพ่อตาที่ปทุมธานี ซึ่งต่อมากลายเป็นบ้านเกิดของผม"

นามสกุล 'บุญยรัตกลิน' เป็นนามสกุลซึ่งรัชกาลที่ 6 พระราชทานแก่หนึ่งในสาแหรกฝ่ายคุณย่า คือ นายนาวาตรี หลวงพินิจกลไก (บุญรอด) นายทหารเรือประจำกองหนุนชั้นที่ 1 กระทรวงทหารเรือ

"ผมเป็นมุสลิมเก่าแก่ ที่สืบเชื้อสายตรงจากปฐมจุฬาราชมนตรี คือ ท่านเฉกอะหมัด บรรพบุรุษของหลายตระกูลที่เดินทางเข้ามาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต้นแผ่นดินพระเจ้าทรงธรรม ครอบครัวเราเป็นมุสลิมนิกายชีอะห์ ผมมีชื่อมุสลิมว่า 'อับดุลลอฮ์ อหะหมัดจุฬา' พี่น้องๆ เรียกว่า 'บัง'..."

0 0 0

พูดถึงความเป็นตัวตนของ 'พล.อ.สนธิ' กันพอสมควรแล้ว จะไม่กล่าวถึงผู้อยู่เบื้องหลังแห่งชัยชนะทั้งมวลของเธอผู้เป็นหลังบ้าน ผู้ทำหน้าที่ดูแลครอบครัว ดูแลลูก เพื่อให้ผู้นำครอบครัวปฏิบัติหน้าที่ต่อประเทศชาติได้อย่างสมบูรณ์ คงมิได้

จากบทความตอนหนึ่งในหนังสือพอคเก็ตบุ๊คส์ ที่ชื่อว่า 'พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ม้ามืด ผู้นำรัฐประหาร' ของสำนักพิมพ์มติชน ระบุว่า ภรรยาคู่ชีวิตที่เป็นคู่ทุกข์คู่ยาก ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชายคนนี้ คือ...

ปิยะดา ศรีหวัง หรือ 'หล้า' หญิงสาวชาวไทยพุทธ ได้พบรักกับนักเรียนนายร้อย จปร. รุ่นที่ 17 เมื่อนายทหารหนุ่มตาคมสายเลือดมุสลิมแอบหลงรักสาวชาวพุทธ ทั้งสองใช้เวลาดูใจกันไม่นานเท่าไหร่ ก็ตัดสินใจร่วมหอลงโรง เข้าพิธีวิวาห์ตามแบบมุสลิม โดยฝ่ายหญิงยอมเข้าเป็นมุสลิมมูอัลลัฟ เพราะความรักสามี

ต่อมาทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นชายล้วน คนโตเป็นทหารเรือ ชื่อ ร.ต.นิธิ บุญยรัตกลิน (ร.น.) ชื่อเล่น 'ป๊อป' เกิดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2525 ปัจจุบันอายุ 24 ปี จบจากโรงเรียนนายเรือ โดยเป็นนักเรียนนายเรือ รุ่นที่ 99

ร.ต.นิธิ มีตำแหน่งผู้บังคับหมวดกองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือสัตหีบ ปัจจุบันช่วยราชการในตำแหน่ง นายทหารปกครอง โรงเรียนชุมพลทหารเรือ

ส่วนคนรอง นรินทร์ บุญยรัตกลิน หรือน้อง 'ไปป์' กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เกิดวันที่ 10 กันยายน 2529 ปัจจุบันอายุ 21 ปี

ปัจจุบัน 'ปิยะดา' ทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน ดูแลครอบครัว และรับตำแหน่งนายกสมาคมแม่บ้านทหารบก เธอมีชีวิตหลังบ้านแบบเรียบง่าย ไม่ชอบออกงานสังคม ชีวิตส่วนใหญ่ดูแลคนในครอบครัวบุญยรัตกลิน

ถ้าจะว่าไปแล้ว ชีวิตเรียบง่ายสไตล์ 'บิ๊กบัง' แม้ไม่อาจพูดได้ว่า ราบรื่นเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบเสียทีเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นชีวิตที่เลือกได้ดีทีเดียว


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
Supawan วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 10.22 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ .. สำหรับบทความที่น่าสนใจ

มีความสุขทุกวันนะคะ .. หากว่าง..อยากชวนไปดูงานแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ และ ภาพเมืองไทยโดยช่างภาพระดับโลกกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
โม้งหัวครก วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 10.16 น.
http://www.oknation.net/blog/think49

.......ให้กำลังใจท่านตลอดไป
ความคิดเห็นที่ 1
meawy วันที่ : 06/12/2007 เวลา : 10.09 น.
http://www.oknation.net/blog/EPM4GROUP4
E p m 4 - G r o u p 4

เป็นคนดีจังเลย
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31