 | "บิ๊กธิ" ในมุมสบายๆ
|
อัญชลี เฉลียวชาติ
"เมื่อดวงใจมีรัก ดั่งเจ้านกโผบิน บินไปไกลแสนไกล..." มนต์เพลง 'ใจรัก'
ของ สุชาติ ชวางกูร ผ่านเส้นเสียงทุ้มๆ ของสุภาพบุรุษวัย 61 ปี
ชายชาติทหารที่ได้รับฉายา 'ขุนศึกกู้แผ่นดิน' พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ
(คมช.) ในรายการ 'มหานคร' ของบริษัท เวิร์คพอย์ท ทางช่อง 7 สี
เมื่อค่ำคืนวันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยสองพิธีกรคู่หู กนก
รัตน์วงศ์สกุล กับ ธงชัย ประสงค์สันติ
มาเจาะลึกประวัติชีวิตผู้นำรัฐประหาร ในมุมสบายๆ สวัสดีครับ...เสียงกล่าวทักทายแขกรับเชิญของสองพิธีกร ก่อนจะเปิดประเด็นสำคัญว่า ชีวิตท่านในวัยเด็กเป็นอย่างไร สุภาพบุรุษมาดเท่
ยิ้มรับก่อนจะย้อนอดีตให้ฟังว่า "ผมเกิดที่ปทุมธานี
แถวนั้นเป็นชุมชนชาวมอญ เป็นสังคมน่ารัก น่าอยู่ ผมเป็นพี่คนโต น้องๆ
เรียกว่า 'บัง' มีน้อง 6 คน คือ ศิธร พรทิพย์ ขนิษฐา สาธิต วิจิตรา
และยุพาวดี คุณพ่อเป็นทหาร ชื่อ พ.อ.สนั่น บุญยรัตกลิน และคุณแม่มณี (สกุลเดิม นาทอง) เป็นแม่บ้านและทำประมง (โพงพาง) หาปลาขายแถวๆ ปทุมธานี "ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ
คุณพ่อเป็นคนสมัยใหม่ ส่งให้ลูกๆ เรียนหนังสือเป็นส่วนใหญ่ ตอนเด็กๆ
ไม่เคยฝันว่าจะเป็นอะไร ก็สนุกไปตามประสาเด็ก
แต่พอโตมาก็มีแรงจูงใจอยากเป็นทหารเหมือนพ่อ
คือผมคิดว่าแต่ละคนต้องมีแรงจูงใจ ก่อนที่จะนำไปสู่ความอยากจะเป็นอะไร
อย่างผมตอนเด็กๆ พ่ออยากให้เป็นทหารหรือวิศวกร อะไรก็ได้
แต่บังเอิญเราอยู่ในค่ายทหาร ก็มีนักเรียนเตรียมทหารเดินผ่าน ก็ถามพ่อว่า
ใคร และเขาเป็นอะไร พ่อบอกต่อไปพวกเขาจะเป็นนักเรียนนายร้อย
ก็เลยเกิดแรงจูงใจวินาทีนั้นว่า อยากเป็นทหาร
ภาพตอนนั้นดูเขาเป็นลูกผู้ชายดี "ชีวิตในวัยเด็ก
ผมเริ่มเรียนชั้นอนุบาลหรือชั้นมูล ที่โรงเรียนวัดชินวรารามอยู่หนึ่งปี
ก็ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนวัดเทียนถวาย จากนั้นคุณแม่ส่งมาเรียนที่กรุงเทพฯ
ที่โรงเรียนอัสสละฟียฮ์วิทยาลัย อยู่แถวยานนาวา
เรียนตั้งแต่ชั้นมูลจนถึงมัธยม 1 และมาเรียนต่อมัธยม 2
ที่โรงเรียนวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน จนจบการศึกษาชั้นมัธยมต้นในปี 2506
ผมก็สอบเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมทหาร (รร.ตท.) อย่างที่ตั้งใจไว้
และได้เป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 6 (นตท.รุ่น 6) "สมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยม
ผมก็มีวีรกรรมเหมือนกัน คือในชั้นเรียนก็มีเพื่อนที่ชอบแซว
ชอบกวนก็มีบางครั้งทนได้ ก็ทน แต่ทนไม่ได้ก็ลุยเลย ผมท้าชกเลย
ผมไม่ชอบให้เพื่อนรังแกกัน อยากให้สังคมในกลุ่มเพื่อนนักเรียนรักกัน
แต่ถ้ามีใครรังแก ผมค่อนข้างจะออกไปรับแทนคนที่เสียเปรียบ เรียกว่า
ชอบวิธีสมานฉันท์มาตั้งแต่เป็นวัยเด็ก ตอนนั้นเพื่อนๆ เรียกผมว่า 'ธิ'
ไม่มีฉายาอะไร "และพอสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร
เรื่องบู๊ๆ ก็น้อยลง เพราะที่โรงเรียนมีกฎห้ามทะเลาะกัน
ใครมีเรื่องจะโดนตัดแต้มคะแนนหนักเลย ช่วงนั้นเรียนหนักมาก
เพราะผมเป็นนักกรีฑาของโรงเรียนเตรียมทหาร วิ่งตั้งแต่ 400 ลงมา
พอตกเย็นต้องไปซ้อมที่สนามศุภชลาศัย ฉะนั้นเราต้องแบ่งเวลามาดูหนังสือ
ซึ่งตามกฎของหอพักจะให้นักเรียนเข้านอน 4 ทุ่ม ผมก็ต้องขอต่อเวลาอีก 1
ชั่วโมงเพื่อดูหนังสือตอน 4 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม ผมทำอย่างนี้ทุกวัน "ผมเป็นคนไม่ค่อยยิ้ม
เป็นคนหน้าเฉยๆ ขรึมๆ เงียบๆ ก็เลยไม่ค่อยมีสาวๆ มายุ่ง ไม่มีแฟน
เรียนอย่างเดียว สมัยเรียนชอบวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
ชอบเล่นกีฬาทุกชนิดมาตั้งแต่เด็ก มีพรสวรรค์เป็นนักกรีฑา
ก็เลยเล่นกีฬาได้ทุกประเภท ฟุตบอลก็เล่น ชอบดูฟุตบอลอังกฤษ เป็นแฟนแมนฯ ยู
มา 20 ปีแล้ว "ชีวิตในรั้วโรงเรียนเตรียมทหาร (รร.ตท.) ช่วงนั้น
สนุกมาก มีประสบการณ์ในชีวิตเกิดขึ้นมากมาย เพราะเราเป็นนักเรียนประจำ
คุณแม่จะให้เงินอาทิตย์ละ 20 บาท สมัยนั้นไวตามินขวดละบาท คุณแม่ให้ 20
บาท ก็จะเป็นค่าอุปกรณ์การเรียน การสอบ ค่าอาหารกลางวัน
และค่ารถเมล์กลับบ้าน ที่เหลือก็จะเก็บออมไว้
มีอยู่ครั้งหนึ่งเพื่อนมายืมไป 20 บาท ผมก็ให้ ไม่เคยปฏิเสธเพื่อน
ปรากฏว่าอาทิตย์นั้นอด ไม่ได้ใช้เงิน ต้องกินข้าวโรงเรียนแทน (หัวเราะ)" 0 0 0 ถามถึงนามสกุล
'บุญยรัตกลิน' พล.อ.สนธิ เล่าว่า เดิมทีคุณพ่อสนั่น นามสกุลเดิม
(อหะหมัดจุฬา) สมัยเป็นทหารใหม่ๆ ในยุคนั้นนิยมใช้นามสกุลแบบไทยๆ
ท่านก็เลยขอมาใช้นามสกุลคุณย่า (สนอง บุญยรัตกลิน)
ซึ่งเป็นมอญอยู่แถววัดราชประดิษฐราม คุณย่ามีลูก 3 คน เป็นชาย 2 คน คือ
พ.อ.สนั่น กับ มนู บุญยรัตกลิน และเป็นหญิง 1 คน คือ อนงค์ บุญยรัตกลิน "ตอนคุณพ่ออายุไม่กี่ขวบ
คุณปู่สง่าก็เสียชีวิตลง คุณพ่อสนั่นต้องมาอยู่กับคุณย่าบ้าง คุณปู่บ้าง
พอคุณพ่อโตเป็นหนุ่มก็แต่งงานกับคุณแม่มณี (สกุลเดิม นาทอง)
ก็ย้ายไปอยู่บ้านพ่อตาที่ปทุมธานี ซึ่งต่อมากลายเป็นบ้านเกิดของผม" นามสกุล
'บุญยรัตกลิน' เป็นนามสกุลซึ่งรัชกาลที่ 6
พระราชทานแก่หนึ่งในสาแหรกฝ่ายคุณย่า คือ นายนาวาตรี หลวงพินิจกลไก
(บุญรอด) นายทหารเรือประจำกองหนุนชั้นที่ 1 กระทรวงทหารเรือ "ผมเป็นมุสลิมเก่าแก่
ที่สืบเชื้อสายตรงจากปฐมจุฬาราชมนตรี คือ ท่านเฉกอะหมัด
บรรพบุรุษของหลายตระกูลที่เดินทางเข้ามาในสมัยกรุงศรีอยุธยา
ต้นแผ่นดินพระเจ้าทรงธรรม ครอบครัวเราเป็นมุสลิมนิกายชีอะห์
ผมมีชื่อมุสลิมว่า 'อับดุลลอฮ์ อหะหมัดจุฬา' พี่น้องๆ เรียกว่า 'บัง'..." 0 0 0 พูดถึงความเป็นตัวตนของ
'พล.อ.สนธิ' กันพอสมควรแล้ว
จะไม่กล่าวถึงผู้อยู่เบื้องหลังแห่งชัยชนะทั้งมวลของเธอผู้เป็นหลังบ้าน
ผู้ทำหน้าที่ดูแลครอบครัว ดูแลลูก
เพื่อให้ผู้นำครอบครัวปฏิบัติหน้าที่ต่อประเทศชาติได้อย่างสมบูรณ์ คงมิได้ จากบทความตอนหนึ่งในหนังสือพอคเก็ตบุ๊คส์
ที่ชื่อว่า 'พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ม้ามืด ผู้นำรัฐประหาร'
ของสำนักพิมพ์มติชน ระบุว่า ภรรยาคู่ชีวิตที่เป็นคู่ทุกข์คู่ยาก
ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชายคนนี้ คือ... ปิยะดา ศรีหวัง
หรือ 'หล้า' หญิงสาวชาวไทยพุทธ ได้พบรักกับนักเรียนนายร้อย จปร. รุ่นที่
17 เมื่อนายทหารหนุ่มตาคมสายเลือดมุสลิมแอบหลงรักสาวชาวพุทธ
ทั้งสองใช้เวลาดูใจกันไม่นานเท่าไหร่ ก็ตัดสินใจร่วมหอลงโรง
เข้าพิธีวิวาห์ตามแบบมุสลิม โดยฝ่ายหญิงยอมเข้าเป็นมุสลิมมูอัลลัฟ
เพราะความรักสามี ต่อมาทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นชายล้วน
คนโตเป็นทหารเรือ ชื่อ ร.ต.นิธิ บุญยรัตกลิน (ร.น.) ชื่อเล่น 'ป๊อป'
เกิดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2525 ปัจจุบันอายุ 24 ปี จบจากโรงเรียนนายเรือ
โดยเป็นนักเรียนนายเรือ รุ่นที่ 99 ร.ต.นิธิ มีตำแหน่งผู้บังคับหมวดกองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือสัตหีบ ปัจจุบันช่วยราชการในตำแหน่ง นายทหารปกครอง โรงเรียนชุมพลทหารเรือ ส่วนคนรอง
นรินทร์ บุญยรัตกลิน หรือน้อง 'ไปป์' กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เกิดวันที่ 10 กันยายน 2529
ปัจจุบันอายุ 21 ปี ปัจจุบัน 'ปิยะดา' ทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน
ดูแลครอบครัว และรับตำแหน่งนายกสมาคมแม่บ้านทหารบก
เธอมีชีวิตหลังบ้านแบบเรียบง่าย ไม่ชอบออกงานสังคม
ชีวิตส่วนใหญ่ดูแลคนในครอบครัวบุญยรัตกลิน ถ้าจะว่าไปแล้ว
ชีวิตเรียบง่ายสไตล์ 'บิ๊กบัง' แม้ไม่อาจพูดได้ว่า
ราบรื่นเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบเสียทีเดียว
แต่ก็ถือว่าเป็นชีวิตที่เลือกได้ดีทีเดียว |