• ม่อย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2009-01-27
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 56452
  • ส่ง msg :
  • โหวต 105 คน
แมกไม้บนรายทางชีวิต
ทรรศนะทางสังคม การศึกษากับการพัฒนา l สื่อเรียนรู้ เรื่องราวจากรากหญ้า l บทความ l เวทีคิด-ทำ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/moy
วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2552
Posted by ม่อย , ผู้อ่าน : 9822 , 03:35:33 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อช่วงวันหยุดยาวของวันวิสาขบูชาต่อด้วยเสาร์อาทิตย์และวันพืชมงคล ผมได้กลับไปบ้านที่บ้านห้วยส้ม ตำบลสันกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

บ้านเพื่อสู่วิถีพอเพียงแห่งชีวิต

ผมไปปลูกบ้านและหวังไปใช้ชีวิตอยู่กับชาวบ้านแถวนั้น ซึ่งยังคงมีสภาพเป็นชนบทมาก ลัดเลาะไปตามถนนเลียบคลองชลประทานซึ่งทอดผ่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ออกไปประมาณ ๑๕ กิโลเมตร เลยแหล่งที่จัดงานพืชสวนโลกไปนิดเดียว  รอบข้างเป็นละแวกบ้าน  สวนลำใย  นาข้าว และแหล่งเพาะชำกล้าไม้ดอก ไม้ยืนต้น เพื่อใช้จัดสวน

เช้าเย็นมีชาวบ้านนำฝูงวัวควายออกมาเล็มหญ้ากลางทุ่ง สงบเงียบจนได้ยินเสียงสายลมกรีดใบไม้ มีเสียงนก จักจั่น และหรีดหริ่ง เคล้าบรรยากาศทั้งกลางวันและคืน มีเสียงหอกระจายข่าวเป็นภาษาท้องถิ่น บางครั้งประกาศแจ้งข่าวแก่ชุมชน บางครั้งนำข่าวสารความรู้มาเผยแพร่แก่ชาวบ้าน บ้างบอกงานบุญและงานเอาแรงกันของชาวบ้านในชุมชน ให้ความเป็นชีวิตชนบทและบ้านทุ่ง

ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ทำนา ทำสวน ทำไร่ และเป็นแรงงานรับจ้าง มีแหล่งบ่มสร้างและพัฒนาชีวิตสาธารณะของชุมชนคือ วัดห้วยส้ม โรงเรียนบ้านห้วยส้ม และสถานีอนามัยบ้านห้วยส้ม วัดกับสถานีอนามัยอยู่ติดกัน และไกลจากบ้านผมเพียงเดินถึงเท่านั้น

ภรรยาผมออกแบบบ้านด้วยตนเอง ผม ภรรยา และพ่อแม่ของภรรยา  ช่วยกันทำบ้านโดยค่อยๆซื้อไม้จากบ้านเก่าที่ชาวบ้านมักรื้อออกเพื่อปลูกสร้างบ้านแบบสมัยใหม่ด้วยคอนกรีต

เราขออาศัยฝีมือของช่างชาวบ้านแถวท้องถิ่นนั่นเอง บ้านและการจัดพื้นที่ทั้งหมดทำตามแนวพอเพียงอย่างที่เราทำได้ ค่อยเป็นค่อยไป

ตัวบ้านใช้พลังงาน ลม และแสงสว่างจากธรรมชาติอย่างสูงสุด ฝาผนังบ้านทำเป็นเฟี้ยมพับเก็บและกางออก ปรับพื้นที่การใช้สอยได้อย่างเอนกประสงค์มากขึ้น หน้าร้อนก็เปิดโล่งรับลมเย็น  หน้าหนาวก็ปิดโดยรอบกลายเป็นผนังบ้านปิดทึบ ยามลมโกรก ก็ได้ความร่มเย็นและร่มรื่นทั้งกายใจ

ด้านข้างทำสวนผลไม้ มีกล้วยหลากชนิด ลำไย มะม่วง ฝรั่ง ชมพู่ และพืชผักที่เป็นอาหาร เช่น ต้นเภกาหรือมะลิ้นฟ้า กอไผ่หวานซึ่งให้หน่อมาทำเป็นอาหารมิได้ขาด ตามร่องน้ำก็เลื้อยคลุมไปด้วยผักบุ้งนาและผักบุ้งจีน รวมทั้งผักกระเฉด งอกงามจนกินไม่ทัน จนชาวบ้านที่เป็นเพื่อนบ้านสามารถเก็บเกี่ยวไปให้วัวควายและทำเป็นอาหารเลี้ยงหมูไม่หวาดไม่ไหว

ด้านหน้าเป็นสระบัว ปล่อยปลานิลและปลาทับทิมลงไปจนเติบโตเต็มสระหลายรุ่น แต่ก็นำมาทำกินเป็นอาหารไม่ลงเพราะให้อาหารเลี้ยงมากับมือจนเติบโต ต้องยกให้ชาวบ้านและหมู่ญาติพี่น้องมาจับเอาไปทำอาหารกิน

รอบข้าง พ่อตาและแม่ยายผมปลูกถั่วฝักยาว ผักกาด พริก หอม ตะไคร้ และไม้ดอก มีเพียงข้าวสารเท่านั้น เราก็สามารถทำอยู่ทำกินอยู่ในบ้าน โดยไม่ต้องออกไปซื้ออะไรเลยก็ได้ โดยการเตรียมพื้นฐานอย่างนี้ การเป็นอยู่ของเราก็จะใช้ทรัพยากรและพลังงานน้อยมาก ซึ่งก็จะทำให้สามารถทำงานที่สนใจได้มากขึ้น

เวลาได้กลับบ้าน ก็จะทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับไปชาร์จแบต ได้อยู่กับตัวเอง เยียวยาและเสริมพลังชีวิตให้แก่ตนเอง

อีกด้านหนึ่งของสระบัว กำลังเตรียมทำเป็นบ้านไม้และห้องประชุมเอนกประสงค์ เป็นสตูดิโอเขียนรูป แสดงงานศิลปะ จัดกิจกรรมภาวนา เป็นที่พบปะกันของเพื่อนฝูง ญาติมิตร และคนทำงานแนวเดียวกัน รวมทั้งเป็นเวทีทำงานความคิด เสวนาทางวิชาการ และแลกเปลี่ยนแบ่งปันประสบการณ์ในหมู่คนคอเดียวกัน  

หากมีเพื่อนๆ น้องๆ และคนทำงานชุมชน มาให้ผมแนะนำเรื่องการทำวิทยานิพนธ์และทำงานวิจัยชุมชน ใต้ถุนบ้านก็จะเป็นเหมือนคลินิควิจัยเพื่อประชาชนและคนทำงานชุมชน แบบกลายๆ

บางครั้งญาติๆ จากในเมือง ก็พากันมาเยี่ยมยามให้อุ่นใจ ก็ใช้ขอบสระบัวเป็นห้องรับแขก นั่งคุย นั่งเล่นดนตรีและร้องคาราโอเกะ อยู่กับสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายและมีความเป็นธรรมชาติ

เหลือพื้นที่อีกจำนวนหนึ่ง เราวางแผนว่าจะทำเป็นกระท่อมเพิงพักไว้รองรับผู้ที่สัญจรผ่านทางมาเยือนเราสัก ๔-๕ หลัง เราอยากให้เป็นแหล่งใช้ชีวิตอยู่กับการทำงานกับเด็กๆ ชุมชน นักวิจัยชาวบ้าน และคนทำงานศิลปหัตถกรรม เป็นแหล่งแสดงออกและขับเคลื่อนสิ่งที่จะสามารถทำได้นานๆให้กลมกลืนกับการดำเนินชีวิต

ตอนกลับเข้าบ้านเมื่อเดินทางถึง ผมได้ขอให้ภรรยาขับรถผ่านเข้าทางสถานีอนามัยและวัด เลยได้ทราบว่าชุมชนจัดงานวัดในวันวิสาขบูชาด้วย  พอถึงบ้าน  เลยรีบโยนข้าวของเก็บ ชวนกันขับมอเตอร์ไซคล์ออกไปเดินเที่ยวงานวัดและถือโอกาสทำบุญกับชาวบ้านไปด้วย

รากเหง้าชุมชนเพื่อชีวิตที่พอเพียง

วัดห้วยส้ม เป็นทั้งวัดของชาวบ้าน และเป็นมูลนิธิศูนย์วิปัสนากรรมฐานของเชียงใหม่และภาคเหนือ [๑][๒]  ในส่วนที่เป็นศูนย์วิปัสนากรรมฐานนี้  มีบทบาทเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมและอบรมตนเองของกลุ่มสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนทำงาน นักธุรกิจ และคนชั้นกลาง ทั้งในเชียงใหม่และจากแหล่งใกล้เคียง

ในโอกาสพิเศษก็จะมีกลุ่มผู้สนใจมาจากทั่วประเทศ มีหน่วยงานและสถาบันการศึกษาร่วมดำเนินการ โดยเฉพาะคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ในวันที่ผมไปซึ่งเป็นวันวิสาขบูชาด้วยนั้น วัดห้วยส้มก็มีกิจกรรมที่สอดคล้องกับกลุ่มความสนใจสองกลุ่มดังกล่าว ทั้งกิจกรรมวิปัสสนากรรมฐานสำหรับคนทั่วไป และการจัดงานวัดของชาวบ้าน

บริเวณงานวัดที่จัดขึ้นในช่วงเดียวกับวันวิสาขบูชา มองออกไปจากบริเวณภายในวัดออกไปยังประตูด้านทิศใต้ติดกับสถานีอนามัยบ้านห้วยส้มซึ่งเป็นหน่วยบริการสุขภาพชุมชน เห็นถังน้ำประปาชุมชนและบริเวณจัดกิจกรรมนอกรั้ววัด

สถานีอนามัยบ้านห้วยส้มอยู่ถัดไปจากแท๊งค์น้ำประปาชุมชน ข้อมูลการพัฒนาของหมู่บ้านด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตจัดว่าอยู่ในขั้นดี อบต ของชุมชนเพิ่งเป็น อบต ระดับ ๕ การดูแลความเป็นส่วนรวมของชุมชนโดยส่วนใหญ่จึงต้องอาศัยวิถีชุมชนและการทำกันเองของชาวบ้าน

อาคารด้านขวาที่เห็นตะคุ่มอยู่ในเงามืดนั้น เป็นอาคารเก็บข้าวของเครื่องใช้ของส่วนรวม มีไว้สำหรับชาวบ้านทุกชนชั้น  เช่น เต๊นท์สำหรับจัดงาน เก้าอี้และโต้ะแบบเก็บพับได้สำหรับจัดงานเลี้ยง รถลากสำหรับบรรทุกโลงศพ รถลากสำหรับจัดขบวนงานบุญและกิจกรรมประเพณีต่างๆ รวมไปจนถึงเครื่องครัวและอุปกรณ์ใช้สอยต่างๆสำหรับจัดงานบุญ งานประเพณี และกิจกรรมทั้งของส่วนรวม และของชาวบ้านในชุมชน

บทบาทด้านนี้ของวัดสำหรับชาวบ้าน จึงนับว่าเป็นแหล่งที่ชุมชนสามารถแบ่งปันการใช้สอยทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพโดยไม่แยกแบ่งฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน  การทำนุบำรุงและดูแลรักษาสิ่งต่างๆของวัดร่วมกันทั้งวัดและชาวบ้าน จึงเหมือนกับการช่วยกันดูแลรักษาโคมไฟให้พลังชีวิตของชุมชนและต้นกัลปพฤกษ์ ที่ใครจะยากดีมีจนอย่างไร ก็มานำสิ่งของไปจัดงานทำบุญประเพณีต่างๆในชีวิตได้อย่างเสมอกัน ทำให้อยู่ด้วยกันในสังคมได้อย่างพอควรแก่อัตภาพ

รูปหลวงพ่อวัดห้วยส้มองค์ก่อน เป็นภาพเขียนสีน้ำมันฝีมือดีจนสะดุดตา เลยต้องเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นลายเซ็นคล้ายลายเซ็นของอาจารย์ท่านหนึ่งของโรงเรียนเพาะช่าง กรุงเทพ ซึ่งมีชื่อเสียงในการเขียนภาพคนเหมือน และเป็นรุ่นน้องผม  

วัดห้วยส้ม ถือว่าวัดของชุมชนมีพระธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ จึงในวันวิสาขบูชา เลยถือเป็นการจัดงานเพื่อเป็นปฏิบัติบูชาต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการจัดงานไหว้สาพระธาตุและสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุด้วย เรียกว่ามีของดีคู่วัดก็ต้องคิดทำให้เหมาะสม

ตอนแรกผมก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมมีรูปแบบการจัดงานอย่างนี้ องค์พระธาตุนั้นทางวัดและชุมชนเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ๒๕๓๘ เนื่องในพระราชวโรกาส ๖๐ พรรษาแห่งการครองราชของในหลวงและวาระเฉลิมฉลอง ๒๐๐ ปีของนครเชียงใหม่

พระบรมสารีริกธาตุในพระเจดีย์แก้ว สำหรับให้ชาวบ้านได้สรงน้ำด้วยน้ำส้มป่อยที่ทางวัดและชาวบ้านจัดเตรียมไว้ให้

น้ำส้มป่อย ดอกไม้ธูปเทียนและแผ่นทองเปลวสำหรับนมัสการบูชาพระธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ ชุดละ ๑๐ บาทหรือมากน้อยตามกำลังศรัทธา

กลุ่มชาวบ้านที่ช่วยกันดูแล เป็นกลุ่มแม่บ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ มีคนเฒ่าคนแก่และชาวบ้านชายอยู่บ้าง แต่ทั้งหมดรวมกันแล้วก็มีอยู่อย่างประปราย นั่งดูแลของทำบุญและลงมือทำงานทุกอย่าง 

เสร็จแล้วก็นั่งพักและรอคอยผู้คนซึ่งมาร่วมงานวัดอย่างบางตา บางตาจนอยากอยู่เป็นเพื่อนและให้กำลังใจชาวบ้านนานๆ

ความพยายามจัดกิจกรรมให้คนได้ทำบุญและระดมทุนมาดูแลศาสนสถานและกิจการต่างๆ ของวัดและชุมชน ทำกันอย่างตามมีตามเกิด บางมุมก็ปั้นปูนด้วยฝีมือช่างหยาบๆเป็นรูปสัตว์ประจำปีนักษัตรย์แล้วนำมาตั้งเป็นมุมรับบริจาคสำหรับทำบุญตามอายุ บางมุมก็ทำเป็นบาตรเล็กๆสำหรับบริจาค ๒๐ บาทแล้วได้เหรียญสลึงมา ๑ ขันเล็กๆมาหยอดใส่บาตรกับพระอรหันต์ ๑๐๘ รูป ซึ่งก็สะท้อนการคิดกิจกรรมขึ้นมาบนฐานความรู้ในพระศาสนา ผสมผสานกับคติความเชื่อของคนร่วมสมัย

มีการจัดมโหรสพและสิ่งบันเทิงหลายอย่าง  คือการฉายหนังกลางแปลง  สวนสนุกของเด็กๆ  ร้านยิงปืนลมจับรางวัล และมีเวทีแสดงดนตรี  ร้องค่าวซอเพลงพื้นเมืองในตอนหัวค่ำซึ่งผมชอบมาก  พอมืดหน่อยก็เปลี่ยนเป็นเพลงลูกทุ่งคาราโอเกะ

มีรถเข็นขายของอยู่ประปราย ซึ่งดูแล้ว หากเข็นไปขายตามตลาดนัดหรือตามท่ารถเมล์ ก็คงจะมีคนเยอะกว่า

ผมและภรรยาเดินทำบุญตรงโน้นตรงนี้ แวะเวียนไปทำกิจกรรมที่มีจนครบ แล้วก็ได้นั่งคุยกับชาวบ้านแบบสบายๆเพราะไม่ค่อยมีคน

เห็นกลุ่มแม่บ้าน คนเฒ่าคนแก่ และชาวบ้านจำนวนเพียงเล็กน้อย ที่ช่วยกันทำสิ่งต่างๆแล้ว ก็ต้องกำหนดในใจเพื่ออนุโมทนาต่อความเสียสละและอุทิศแรงกายแรงใจจัดงานวัดขึ้น ทั้งเพื่อสร้างความเป็นชีวิตชีวาของชุมชนให้กลมกลืนอยู่กับพระศาสนา

รวมทั้งหาทางดูแลวัดในฐานะแหล่งจัดการสิ่งสาธารณะและทรัพยากรส่วนรวม ให้มีสิ่งที่จำเป็นไว้ในชุมชนเพื่อผู้คนจะได้มาใช้สอยในยามที่ต้องการ ราวกับเป็นผู้พากเพียรนั่งเฝ้าโคมไฟส่องธรรมและต้นกัลปพฤกษ์ของชุมชน  

คนเฝ้าโคมและต้นกัลปพฤกษ์ของชุมชน

ผู้คนมากมายทั้งในและนอกชุมชน ที่ได้ใช้สอยสมบัติส่วนรวม รวมทั้งมีวัดที่สัปปายะต่อการพัฒนาทางจิตใจ และเป็นกลไกผลิตซ้ำเพื่อสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับพระศาสนา ระบบภูมิปัญญา ศิลปะและวัฒนธรรม ให้กับผู้คนทุกชนชั้นหมู่เหล่า อาจจะไม่รู้ว่า ผู้นั่งเฝ้าโคมไฟและต้นกัลปพฤกษ์ของชุมชนมากมายทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่นๆที่เคยมีบทบาทต่อการบ่มสร้างโลกทัศน์และชีวทัศน์ของผู้คน ณ เวลานี้นั้น  มีอยู่ไม่น้อยที่คงจะเหมือนกับสภาพของวัดห้วยส้ม คือ อยู่ในสภาพเงียบเหงา ซบเซา เหมือนไร้เพื่อนร่วมคิดร่วมทำ ไร้ความใส่ใจดูแลร่วมกันของสังคม ราวกับเป็นคนเฝ้าโคมในทุ่งแล้ง.

.......................................................................................................................

ภาพถ่ายและภาพประกอบ  :  โดย วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ๒๕๕๒

แหล่งข้อมูลศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเอง

(๑)   ข้อมูลพื้นฐานของบ้านห้วยส้ม ตำบลสันกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ http://www.thaitambon.com/Tambon/ttambon.asp?ID= 501202    เมื่อ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เวลา ๒๔.๓๐ น.

(๒)   ข้อมูลมูลนิธิศูนย์วิปัสสนากรรมฐาน วัดห้วยส้ม  http://www.vipassanacm.com/th/home.aspx   




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ม่อย วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

ม่อย ranking : สมาชิกทั่วไป
email : [email protected]
วันที่สร้าง : 2009-01-27
จำนวนเรื่อง : 16
จำนวนผู้ชม : 10001
จำนวนผู้โหวต : 101
.........................................................................
วันนี้มีผู้เข้ามาชมเริ่มต้นหมื่นที่สองแล้ว

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ม่อย วันที่ : 16/02/2010 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

สวัสดีครับคุณดิเรก ไม่ได้แวะเข้ามาดูเป็นนานเลย ขออภัยครับ กำลังจะเอารูปห้องประชุมมาใส่เพิ่มให้ชมด้วยพอดีครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
Mr.Direct วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GiftforLand

มาเที่ยวบ้านอาจารย์ครับ...

บรรยากาศธรรมชาติร่มรื่นมาก ๆ ครับ...

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ม่อย วันที่ : 14/06/2009 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

วันนี้ เสาร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๙.๙๙ น. ช่างมาเทคานเอาความเป็นสิริมงคล เพื่อเริ่มสร้างห้องประชุมเอนกประสงค์ขึ้นมาในบ้านของเราอีกหนึ่งหลัง เป็นห้องขนาด ๔๘ ตารางเมตร เพดานสูงกว่า ๓ เมตร

ปิดเปิดผนังได้รอบด้าน เลยสามารถดัดแปลงให้เป็นที่ทำงานได้หลายอย่างกับชุมชน รองรับกลุ่มคนขนาด ๒๐-๓๐ คน พอเหมาะสำหรับทำงานที่ยังมีความเป็นจิตใจและความเป็นชุมชน ในบรรยากาศของกลุ่ม

ผมกับภรรยา จะทำให้เป็นทั้งบ้านและการใช้ชีวิตอยู่กับงานที่มิใช่แค่เป็นงานที่ต้องทำ แต่เป็นงานเพื่อใช้ชีวิต ก็คิดและจินตนาการกันไปตามเรื่อง แต่ก็ไม่ไกลเกินจะได้ทำจริง เพราะเวลากลับบ้านทั้งที่บ้านเกิดและบ้านที่เชียงใหม่ ผมและผู้คนที่รักชอบกันก็พากันทำเรื่องพวกนี้อยู่ประปรายอยู่แล้ว ก็จะยกระดับขึ้นนิดเดียว

เราจะทำให้เป็นที่ทำกิจกรรมศิลปะและพัฒนาเด็ก ที่ทำกลุ่มภาวนา แหล่งสร้างทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน และการจัดการเป็นกลุ่มของชาวบ้านและผู้นำชุมชน ที่พบปะและแสดงออกทางงานสร้างสรรค์ศิลปะของเพื่อนพี่น้องทั้งหลาย ที่นั่งเสวนาและอ่านหนังสือมาคุยกัน

รวมทั้งเป็นที่พัฒนาโครงการและคลีนิควิจัยสำหรับชุมชน ที่ไปเที่ยวหากันและไปนอนคุยกันในบรรยากาศบ้านนอกของหมู่เพื่อนและญาติๆ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ม่อย วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 20.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

สวัสดีครับคุณโน วันหน้าวันหลังอยากเชิญไปเยือนนั่งคุยกันจริงๆเน้อ หรือไปนอนอ่าน-เขียนหนังสือ แถวนั้นก็เหมาะครับ พอแดดร่มลมตกก็ได้แจมกีตาร์เพลงคันทรี่กันหน่อย

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
nobody007 วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 14.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 


สวัสดีครับม่อย

ตามมาเที่ยวด้วย
มาปูเสื่อนั่งเล่นใก้ลๆบ้านม่อยครับ
ร่มรื่นเนอะ

น่าจักเปนที่มีสันติสุข

ดูเปนชุมชนพอเพียง
ง่ายและงาม

ขอให้สุขทุกเมื่อเชื่อวันนะครับ
พระอวยพรครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ม่อย วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 05.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

สวัสดีครับคุณเจม

คุณเจมและคนทำงานศิลปะ-ทำงานหนังสือ ไปเห็นแถวนั้นละเป็นต้องชอบ มีกลุ่มคนทำงานศิลปะทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม หล่อโลหะ มาซื้อที่และทำบ้านอยู่ใกล้ๆกันสองสามเจ้าแล้ว

อีกด้านหนึ่งก็เป็นวัดและศูนย์วิปัสสนากรรมฐานอย่างที่ผมนำมาเล่านี่แหละครับ พูดเหมือนโน้มน้าวจะให้อพยพไปสุมหัวอยู่ด้วยกันเลยนะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
คุณเจม วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 00.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/terdsak
    ไปเรื่อยๆเหมือนรถขายโอ่ง   

เข้ามาอ่านเรื่องอาจารย์วิรัตน์เขียนครับ...บ้านบรรยากาศดีสุดๆครับ....ชาร์ตแบตเต็มแน่ๆครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ม่อย วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

ครูเอ ใช่ครับ แล้วก็เพื่อนบ้านกับชุมชนรอบๆ ก็เหมือนกับวิมานของบ้าน

ครูเอผลงานน่าสนุก และมีมุมมองในการเขียนรูปดีนะครับ ในด้านการวาดนั้น คนเขียนรูปเห็นต้องบอกว่าเขียนตีฟเก่งครับ แล้วก็ใช้สีม่วงกับเหลืองและเขียวอ่อนเก่งนะครับ หาคนเล่นสีกลุ่มนี้ให้ดีได้ยาก

-------------------------------------------

สวัสดีครับคุณสุ ยินดีครับ แล้วก็ขอให้ได้เขียนๆๆ อย่างสนุกนะครับ ทั้งใจรักและได้ครูดี

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
แฝดนรก วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 17.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nicharda
 เราชื่อ สุ

ขอบคุณค่ะคุณม่อย ณิชชดา หรือ สุ เกิดและโตที่พิษณุโลกค่ะ แต่ตอนนี้มาอยู่ที่ อุตรดิตถ์ งานส่วนมากที่ออกมาเรียนรู้จากการได้เห็นและการชี้แนะของ ครูเอ ครูต๋อม และรวมไปถึงการอ่านหนังสือ ที่มีอยู่เต็มห้อง

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ครูเอ วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/larnpikul

บ้าน คือวิมาน ของครอบครัว

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ม่อย วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

คุณณิชฌาดา พอไปได้เหมือนบ้านและสตูดิโอของหมู่เฮาคุณณิชฌาดา แถวเชียงรายไหม

--------------------------------------------------

คุณนุ 1991 ในอนาคต หากผ่านไปแถวเชียงใหม่ ก็เชิญแวะแอ่วกันนะครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
นายนุ1991 วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nainu1991
เป็น อยู่ คือปัจจุบัน

สวัสดีครับ อาจารย์ แวะมาชมบรรยากาศครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
แฝดนรก วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nicharda
 เราชื่อ สุ

เป็นธรรมชาติที่อยู่กับความสุข...ดีแท้ๆ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ม่อย วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

คุณนิลสมัย

จะทำกระท่อมและห้องเสวนาไว้รอต้อนรับคุณนิลสมัยกับชาวชมรมจิตรกรโอเคเนชั่น เพื่อไปเยือนกันสักเตื้อเน้อ ไปเขียนรูปด้วยกัน เอามาจัดแสดง แล้วก็นั่งคุยกัน ให้ได้แรงบันดาลใจและสุนทรียรมย์ในชีวิต กลับมาทำงานและดำเนินชีวิตได้อย่างดีและมีความสุข

--------------------------------------

คุณฟ้าจรดน้ำ

อ้ายบ่ไจ้คนยองเน่อ คุณนิลสมัยสิเธอเป็นคนยอง ระยอง เมืองกวีสุนทรภู่น่ะ น้องมาจากใต้มาเรียนอยู่ มช ก็เหมือนจากถิ่นชาวเลที่เคยเห็นแต่ฟ้าจรดน้ำ มาสู่ถิ่นชาวดอย และได้เห็นผืนป่า ภูผา กลืนหายไปกับขอบฟ้ากว้างและมวลเมฆ อ้ายก็เป็นลูกช้าง ศิษย์เก่า มช เหมือนกัน ขอให้มีความสำเร็จและได้ความงอกงามเติบโตมากมายในบรรยากาศที่ส่งเสริมวิชาการและได้ใกล้ชิดธรรมชาติ-สังคม ของ มช ยินดีนักที่แวะมาแอ่วกันเน่อ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ม่อย วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 08.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

ขอบคุณคุณ BlueHill ที่แวะมาเยือนครับ ผมก็ชอบแวะไปดูพาเที่ยวในบล๊อกของคุณ BlueHill นะครับ โดยเฉพาะเรื่องเที่ยวหาดวนกร ประจวบคีรีขันธ์ สวยจังเลยนะครับ ชอบเป็นพิเศษเพราะเป็นที่ที่ผมได้ไปสัมผัสทะเลครั้งแรกในชีวิต ได้ชิมดูว่ามันเข็ม ได้ยืนดูว่ามันกว้างเกินกว่าที่จะสามารถคิดได้ก่อนหน้าได้เห็นของจริง ได้เห็นหาดทราย ได้โถมลงไปดำผุดดำว่าย และได้เขียนรูปทะเลจากของจริง

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ฟ้าจรดน้ำ วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 21.31 น.

ปี้อยู่สันป่าตอง ปี้ก็เป็นคนยองใช่ก่อ

หนูเป็นคนใต้ที่ไปเรียน มช และมีรุ่นพี่ที่รู้จักอยู่สันป่าตองด้วย

เลยขอแวะมาเที่ยวบ้าน ร่มรื่น ร่มเย็นดีจัง ชอบๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
nilsamai วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 20.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

บึงบัวสวยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
BlueHill วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ผมเองก็ถวิลหาครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ม่อย วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

อีกทีครับ...ขออภัยคุณขาวดำครับ ที่ผมเขียน 'เภกา' นั้น ที่ถูกต้องเป็น 'เพกา' นะครับ หลายแห่งเขาเขียน 'เพกา' ครับ และมะลิ้นฟ้านั้น เขาก็เรียกว่า 'หมากลิ้นฟ้า' แต่ชาวบ้านในพื้นถิ่นแถวบ้านผมพูดออกสำเนียงลาวว่า 'บักลิ้นฟ้า' เหมือนเรียก 'มะเขือ' ว่า 'บักเขือ' เรียก'มะเฟือง'ว่า 'บักเฟือง'

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ม่อย วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 11.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

สวัสดีครับคุณสะเลเตริมรั้ว ผมพยายามจะตอบให้ต่อเนื่อง แต่อินเทอร์เน็ตมันหลุดๆอยู่เรื่อย

ขอบคุณนะครับ...ก็คงเพราะอยู่กันในวิถีนี้ด้วยเหมือนกัน พอเห็นวิธีคิดและแนวการทำงานของคุณสะเลเตริมรั้ว เลยรับรู้ได้อย่างประทับใจ

อันที่จริงศิลปะและงานสร้างสรรค์หลายอย่างก็ก่อเกิดในลักษณะที่คุณสะเลเตริมรั้วกำลังทดลองจัดวางนะครับ เช่น ...........

ทำนาและเกี่ยวข้าวมันเหนื่อยยากนัก แต่ด้วยความสามารถสร้างสรรค์ของมนุษย์ ก็ทำความเหนื่อยยากที่จำเป็นต้องทำให้เป็นความรื่รรมย์ของชีวิต เลยก็เกิดเพลงเต้นกำรำเคียว เพลงเรือ เพลงฉ่อย เพลงอีแซว

เป็นทาส ใช้แรงงาน ยากจน และรอนแรมเลี้ยงสัตว์พลัดถิ่นไกลบ้าน มันช่างแสนรันทด แต่พลังชีวิตและแรงสร้างสรรค์แห่งจิตใจ ก็ทำให้มันรื่นรมย์ ก็เลยเกิดเพลงบลูส์ ..ทำนองนี้

งานแนวที่คุณสะเลเตริมรั้วทดลองทำเป็นแบนี้เลยนะครับ น่าสนใจมากครับ เป็นแนวหนึ่งที่ผมชอบ เพราะมันเหมือนกับการทำงานศิลปะ ให้เป็นปฏิบัติการทางความคิด เจริญสติภาวนา สร้างความรู้ตัวเอง และมีพลังชีวิตที่จะเดินออกจากภายในตนเอง....อ้าวเลยคุยเพลินเลย ยาวไปอีก แต่ไม่ลบแล้ว เสียดาย เขียนอีกก็ไม่ได้อย่างเดิม

สัปปายะ แปลว่าอะไร ?......ท่านใดที่รู้ดี หากช่วยเข้ามาให้ความกระจ่างช่วยหน่อยได้ ก็จะเป็นการดีมากนะครับ

เห็นรูปศัพท์แล้วก็พอจะเดาได้นะครับว่าเป็นรากของคำว่า 'สบาย' เราควรจะเข้าใจว่า ภาวะที่เรียกว่า 'สบาย' นั้น เป็นอย่างไรดี

แนวอย่างเป็นทางการหน่อยๆ......

'สัปปายะ' มีลักษณะการเป็นเหตุปัจจัยที่เอื้อต่อการก่อเกิดภาวะที่เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน ให้เกิดขึ้นตามที่ต้องการ ในทางการวิจัยก็เรียกว่าปัจจัยและเงื่อนไขที่พอเพียง (Sufficcients Condition and Factors) ซึ่งมีลักษณะสำคัญคือ (๑) มีเหตุปัจจัยเป็นชุด (๒) ในชุดเหตุปัจจัยมีความเชื่อมโยงและปฏิสัมพันธ์กัน ก่อให้เกิดเงื่อนไขที่ผันแปรไปตามปฏิสัมพันธ์และความเชื่อมโยงกันในระบบทั้งมวล (๓) มีการสะสมทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ

ตัวอย่าง เช่น เมื่อเราต้มน้ำ เมื่อน้ำในภาชนะบนเตามเกิดความร้อยสะสมที่ระดับหนึ่ง พอถึงจุดเดือน น้ำที่เป็นของเหลวก็เกิดภาวะก้าวกระโดดกลายเป็นไอน้ำ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบไม่ต่อเนื่อง ข้ามจากภาวะการเป็นอย่างหนึ่ง ไปสู่อีกอย่างหนึ่ง

การที่เป็นอย่างนั้น เกิดจากหลายเหตุปัจจัยที่มาประชุมกันอย่างพอเพียง ทั้งการก่อไฟของคน ความร้อน ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ณ ที่แห่งนั้น คุณสมบัติของน้ำ คุณสมบัติของภาชนะ แต่ทั้งหมดจะปฏิสัมพันธ์และส่งผลต่อกันอย่างสะสม เรียกว่า ทั้งหมดเพียงพอหรือสัปปายะต่อการทำให้น้ำเดือด เกิดความสบายและปลดปล่อยพลังการเปลี่ยนแปลงต่างๆออกมา

แนวอย่างเอาความความเข้าใจง่ายๆ ......ก็คือ ความเหมาะสม พอเพียง และพอเหมาะพอควร พอดี ของวัดและสภาพแวดล้อมทั้งภายในภายนอกของเรา ที่ทำให้เราสบาย เอื้อต่อการเรียนรู้และปฏิบัติ ให้เข้าถึงธรรม หรือเข้าถึงสิ่งดี เช่น สัปปายะ หรือเป็นที่สบาย เอือต่อการอ่านและศึกษาค้นคว้าหนังสือ เอื้อต่อการเจริญสติ เอื้อต่อการทำงานศิลปะ เหล่านี้ เรียกว่าเป็นสภาพของสัปปายะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ม่อย วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 09.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

สวัสดีครับคุณณัฐรดา ดีครับ แวะมาผ่อนคลายในอริยาบทอื่นบ้าง ถือเป็นการมาเยือนกันไปในตัว ขอบคุณนะครับ ผมแวะไปดูดอกกุหลาบของคุณณัฐรดาค่อยๆงอกและแตกดอกออกช่ออยู่เรื่อยๆ มีความสุขและได้พักผ่อนในวันหยุดนะครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สะเลเตริมรั้ว วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poonjira

สวัสดีค่ะ . แวะมาขอบพระคุณในคำแนะนำทีดีดีค่ะ
คุณค่ามากมาย ในการจะนำไปศึกษาเรียนรู้ในสิ่ง
ที่ไม่เคยได้มีโอกาส..ถือว่ายิ่งใหญ่แล้วค่ะ.
..แท้ที่จริงเราไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้.. งดามในความเรียบง่าย มีความสุขทั้งครอบครัวและเปี่ยมไปด้วยพลังแรงใจในการทำงาน นะคะ.
ปล. คำว่า สัปปายะ หมายถึงอะไรค่ะ.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ม่อย วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 09.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

สวัสดีครับคุณดาวหมา ขอบคุณที่แวะมาเยือนครับ

เมื่อก่อน ก่อนที่ผมจะลองเขียนบล๊อกโอเคเนชั่นนี้เสียอีกกระมัง ผมเคยเข้าไปอ่านงานของคุณดาวหมาอยู่หลายเรื่อง ทั้งรอบด้าน น่าสนใจ และเขียนถ่ายทอดให้ตามอ่านได้ดีจริงๆ มีวิธีเลือกมองและแฝงแนวคิดที่ทำให้เรื่องที่นำมาเสนอมีแง่มุมที่ให้ความลึกซึ้ง

ขออนุญาตขึ้นรายการลิ๊งค์ไว้ในกลุ่มเพื่อนบ้านเอาไว้อ่านนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ม่อย วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moy
    ปีหนึ่งได้อ่านหนังสือดีๆสัก ๓ เล่ม   กวีสักบท  ดูแลความคิดจะทำทุกวัน   

สวัสดีครับคุณขาวดำ ผมเลยต้องเข้าไปหาดู ได้ความว่างี้ครับ

ไม้สกุลเภกา (Oroxylum) อยู่ในวงศ์แคหางค่าง วงศ์เดียวกับต้นดอกปีบ ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Oroxylum indicum (L.) Kurz) เป็นไม้ต้น พบในป่าดิบชื้น (จาก วิกิพีเดีย http://th.wikipedia.org/wiki/Bignoniaceae เมื่อ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๒)

แถวบ้านผม นครสวรรค์ เมื่อตอนที่ผมเป็นเด็ก เขาเรียกกันว่า 'หมกลิ้นฟ้า' 'ต้นลิ้นฟ้า' แถวราชบุรี ก็เห็นเรียก 'หมากลิ้นฟ้า' และ 'เภกา'

ลักษณะก็เหมือนชื่อ 'หมากลิ้นฟ้า' นั่นเลย คือเหมือนลิ้นยาวๆ กิ่งหนึ่งก็มักมีแค่ฝักเดียว ในเครื่องยาจีนจะมีไส้และเมล็ดในฝักเภกาเป็นเครื่องยาหลายอย่าง ผมเคยซื้อจับเลี้ยงมาทำกินก็เห็นมีส่วนประกอบเหมือนไส้เภกา

รสชาดของเภกาจะออกขมๆ แถวบ้านผมทำเป็นผักจิ้มน้ำพริกกินครับ เวลากินก็จะนำมาเผาจนเกรียม เสร็จแล้วก็ขูดผิวข้างนอกออก แล้วก็หั่นเป็นริวเล็กๆ จิ้มลาบหรือน้ำพริกปลาร้า น้ำพริกปลาทู น้ำพริกปลาย่าง ก็อร่อยเป็นที่สุด

เคยไปเห็นที่อื่นๆ เขาซอยเป็นริ้วเล็กๆแล้วก็ผัดกับเนื้อหมูสับ ก็อร่อยดีเหมือนกัน แต่สู้กินกับน้ำพริกไม่ได้

ขอบคุณที่เข้ามาเยือน และนำเอาวาระการรำลึก ๑๐๓ ปี พุทธทาส มาฝากด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 08.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

มาชื่นชมธรรมชาติ กับวัด ในวันหยุดค่ะ
ภาพเขียนพระคุณเจ้างามจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Dogstar วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 07.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

มาเยี่ยมเยียนค่ะ
เป็นชีวิตที่เรียบง่ายน่าชื่นชม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlackandWhite วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 04.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blackandwhite



ได้อิงแอบกับธรรมชาติ ทำให้ชีวิตสดชื่นขึ้นจริงๆ ครับ

ว่าแต่ ต้นเภกาหรือมะลิ้นฟ้า หน้าตาเป็นยังครับ

ส่วนมากนำมาทำอารประเภทไหน ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]