พิมพ์หน้านี้
|
อัลบั้ม : Conquer ศิลปิน : Soulfly เมื่อพูดถึงบราซิลแล้วหลายคนอาจจะนึกถึงดินแดนฟุตบอลที่อุดมไปด้วยเมล็ดพันธุ์ผลิตนักเตะเชิงสูงมาวาดลวดลายบนสนามหญ้า อย่าง กาก้า หรือโรนัลดิญโญ่ แต่ถ้าหากคุณอยู่ในแวดวงดนตรีแล้ว นอกจากยอดวง melodic metal อย่าง Angra แล้ว บราซิลยังคงเป็นต้นกำเนิดของบุรุษนาม Max Cavalera ผู้ให้กำเนิดวงหนักกะโหลกอย่าง Sepultura และ Soulfly วงที่จะพูดถึงกันนี้ล่ะ Max Cavalera ตั้งวง Soulfly ขึ้นในปี 1997 หลังจากได้หันหลังให้กับ Sepultura วงเก่า พ่วงกับมีปัญหากับ Igor Cavalera น้องชายแท้ๆผู้รั้งตำแหน่งมือกลองของ Sepultura ไปด้วย (ภายหลัง Igor ก็ตีจาก Sepultura แล้ว หันมาคืนดีกับ Max มาทำงานร่วมกันในนาม Cavalera Conspiracy) โดยอัลบั้มชุดแรกที่ทำในนามวง Soulfly ก็มีชื่อเดียวกับวง คือ Soulfly เป็นอัลบั้มที่แฟนเพลงให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ในฐานะที่เป็นวงใหม่ของนักร้องนำ Sepultura และ Max ยังหอบเอาแนวดนตรีและภาพแบบคนป่า ในช่วงชุดหลังๆของ Sepultura มาสานต่อขยายเพิ่มความดิบเถื่อนแบบ Tribe(ชนเผ่า) ในนาม Soulfly ทั้งในเนื้อร้องและท่วงทำนองที่เน้นจังหวะพื้นเมือง และเนื้อหาที่ปะปนไปด้วยหลักปรัชญาแบบมนุษย์พื้นฐาน ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ แม้ในยุคนั้นบางกระแสทำให้ดนตรีแบบ Soulfly ถูกนำไปรวมกับดนตรีแบบ Nu-Metal ทำให้ฐานของแฟนเพลงเริ่มจะกว้างขึ้นบ้างในหมู่คนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยสัมผัสงานแบบ Sepultura แต่แนวดนตรีที่โดดเด้งไม่เหมือนใครในแบบ Max Cavalera ผ่านบทเพลงคนป่าแบบ extreme metal ทำให้ Soulfly ไม่สลายหายไปตามกระแสที่ซาลงของ Nu-Metal ซ้ำยังตอกย้ำความเป็นเจ้าแห่งเพลงมหาดิบลงไปอีกในอัลบั้มชุดต่อมา Back to the primitive ที่เน้นความเป็นบราซิล และนำ ดนตรีพื้นเมืองมาเล่นอย่างเต็มสูบ และยังคงไม่เคยทิ้งแนวของตัวเองเลยในชุดต่อๆมา Conquer เป็นสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 6 แล้วของ Soulfly โดยงานนี้ Line up นักดนตรีจากชุดก่อนหน้ายังอยู่กันครบไม่ว่าจะเป็น Max Cavalera ในตำแหน่งนักร้องนำและกีตาร์ ,Marc Rizzo ในตำแหน่งกีตาร์ , Bobby Burns เบส และ Joe Nunez แม้ว่า Soulfly จะเป็นวงนึงที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวสมาชิกบ่อยมาก โดยที่สมาชิกทุกคนก็ล้วนเป็นนักดนตรีฝีมือเยี่ยมทั้งนั้น แต่สมาชิกยุคปัจจุบันของวง ถือเป็นทีมที่น่าจะลงตัวที่สุดเท่าที่ Max Cavalera เคยมีมา เพราะในทุกตำแหน่งดนตรี มีผู้เล่นที่สามารถงัดศักยภาพ และบรรเลงฝีมือผ่านเครื่องดนตรีได้อย่างสุดยอดและเป็นส่วนผสมที่ลงตัวทุกเครื่องดนตรี โดยเฉพาะอาวุธทีเด็ดอย่าง Marc Rizzo ที่มายืนในตำแหน่งกีตาร์ตั้งแต่ปี 2003 ได้แสดงทีเด็ดออกมาทั้ง riff และ solo ทำให้บทเพลงของ Soulfly ที่เคยเต็มไปด้วยความหนักแบบดิบกระด้าง ถูกขัดเกลาและเสริมเติมแต่งด้วยส่วนที่เป็นเมโลดี้ ช่วยเพิ่มความหลากหลายและทะลายกรอบของแนวดนตรีแบบ Soulfly ออกไปให้กว้างขึ้น แบบไม่ทำร้ายแฟนเก่าแถมได้ใจแฟนใหม่ไปอีกตรึม ในอัลบั้มนี้ประกอบด้วย 12 บทเพลงใหม่ที่ยังคงมีความต่อเนื่องในภาคดนตรีต่อจากอัลบั้มก่อน Dark Age ที่หันมาเน้นสัดส่วนของเมโลดี้มากขึ้นกว่าจะเน้นแต่จังหวะโยกๆมันๆ ภาพรวมของอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่มันมากๆ เหมือนเป็นการปลดปล่อยของ Max ผ่านการกระหน่ำบทเพลง metal แท้ๆ ในแบบ Soulfly เหมือน Max พยายามสร้างพายุหมุนขึ้นมารอบตัวเลยที่เดียว และที่พลาดไม่ได้ คือ Soulfly VI ที่มีมาทุกอัลบั้ม ภายใต้ชื่อ Soulfly ตามด้วยลำดับของอัลบั้มนั้นๆ และอัลบั้มนี้เพลง Soulfly VI เรียกได้ว่ามาหลุดแนวมากเลยทีเดียว นายสิบสาม รูปจาก www.roadrunnerrecords.com |