• Mr_Com
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chatchaipaakpoom@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-30
  • จำนวนเรื่อง : 41
  • จำนวนผู้ชม : 10204
  • จำนวนผู้โหวต : 74
  • ส่ง msg :
Mr.Com
ให้คำปรึกษาแก้ปัญหา Computer,Network,ข่าวสาร IT,คุยมันส์..ๆๆ เรื่อง Guitar(ย้ายแล้วอยู่ที่ bodin2)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/mrcom
วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม 2551
ไวรัส! "ของแถม" จากโรงงาน
Posted by Mr_Com , ผู้อ่าน : 181 , 11:51:30 น.   | หมวดหมู่ : ข่าวสาร IT  
พิมพ์หน้านี้


จากไอพอดมาจนถึงระบบปฏิบัติการที่ใช้ภายในเครื่อง แต่วันนี้ มันกลายเป็นอุปกรณ์ไฮเทคที่มาแรงที่สุดแห่งปี ซึ่งเป็นที่ปรารถนาของนักฟังเพลงทั่วโลก

แต่แล้วก็มีปรากฏการณ์ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น เมื่อผู้บริโภคบางส่วนที่ซื้อไอพอด ได้ของแถมมาจากโรงงานผู้ผลิตด้วย มันคือไวรัสที่ยังไม่ได้ติดตั้งตัวเอง ซึ่งจะขโมยรหัสผ่าน และเปิดประตูให้แฮคเกอร์เข้ามาล้วงข้อมูลในไอพอดเครื่องโปรดของคุณไปได้

บรรดาผู้ใช้คอมพิวเตอร์ได้รับการเตือนล่วงหน้ามาหลายปีเกี่ยวกับไวรัสซึ่งมากับอีเมลในรูปแบบของไฟล์แนบต่างๆ แต่วันนี้ ไวรัสเหล่านี้สามารถแพร่กระจายได้ง่ายเพียงแค่เสียบอุปกรณ์ไฮเทคของคุณเข้ากับคอมพิวเตอร์แล้วเปิดสวิทช์ เท่านั้น

สำนักข่าวเอพีได้รายงานกรณีที่เกิดขึ้นล่าสุด กับไอพอด ที่วางจำหน่ายในทาร์เก็ต เบสท์บาย และ ทอม ทอม ร้านขายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อดังในสหรัฐอเมริกา โดยส่วนใหญ่ สาเหตุมักจะมาจากเครื่องที่ผลิตในประเทศจีน ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า จีนมักจะเป็นผู้ผลิตที่กดต้นทุนให้ราคาต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ปัญหาการแทรกซึมของไวรัสเข้าสู่ระบบของอุปกรณ์ต่างๆ นั้นเกิดจากการขาดการควบคุมคุณภาพของสินค้า ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากพนักงานฝ่ายตรวจสอบที่ไม่ระมัดระวัง และทำการต่อเชื่อมอุปกรณ์ต่างๆ เข้าสู่คอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบการทำงาน โดยเฉพาะบรรดาเครื่องเล่นเพลง ซึ่งรายงานระบุว่า ปัญหาความมักง่ายเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าการที่แฮกเกอร์เข้าระบบของบริษัทเพื่อตั้งข้อมูลการแพร่กระจายของไวรัสเสียอีก

จีนค่อนข้างบอบช้ำจากคำวิจารณ์จากนานาชาติในเรื่องของสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ประเทศแห่งนี้เป็นผู้รับจ้างผลิต และล่าสุดก็เป็นเรื่องของอุปกรณ์ไอทีที่มาตรฐานต่ำกว่าเกณฑ์ หลังจากที่ ของเด็กเล่น ยาสีฟัน อาหารสัตว์ ที่มีสารตะกั่วปนเปื้อนกลายเป็นประเด็นหน้าหนึ่งของสื่อทั่วโลกมาแล้ว

กรณีของไวรัสกับ อุปกรณ์ไอทีนั้น ได้มีข้อสันนิษฐานไปต่างๆ นานา อาทิเช่น ถ้าหากไวรัสได้ถูกโหลดเข้าเครื่องในกระบวนการการผลิต อันเนื่องมาจากความทุจริตของพนักงานในการอัพโหลดซอฟต์แวร์เข้าสู่อุปกรณ์ หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่า ปัญหาอาจลุกลามใหญ่โตไปมากกว่านี้ เพราะไม่มีใครนับได้ว่า มีอุปกรณ์ไฮเทคที่ผลิตจากจีนวางจำหน่ายไปแล้วกี่ร้อยล้านเครื่อง และการตามย้อนรอยหาไวรัสในอุปกรณ์แต่ละตัวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะบริษัทเจ้าของแบรนด์เองก็มักจะเก็บข้อมูลการจ้างบริษัทผู้ผลิตในจีนเอาไว้เป็นความลับ

แต่หากพิจารณาถึงธรรมชาติของการผลิตในปริมาณที่มหาศาลแล้ว คาดกันว่า ตัวเลขของอุปกรณ์ติดเชื้อเหล่านี้ น่าจะมากมายเอาการอยู่ทีเดียว

เจอรี่ แอสคริว ที่ปรึกษาด้านคอมพิวเตอร์ในลอสแองเจลิส ซื้อกรอบรูปดิจิทัลยี่ห้อ Uniek เป็นของขวัญวันเกิดให้กับคุณแม่วัย 81 ปี ของเขา แต่ปรากฏว่า เมื่อเขาต้องการโหลดรูปสมาชิกในครอบครัวเข้าไป กลับโหลดภาพได้เพียงไม่กี่รูปเท่านั้น และเมื่อเขาต่อเชื่อมกรอบรูปของเขาเข้ากับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบวินโดวส์ โปรแกรมแอนตี้ไวรัสในเครื่องของเขาก็ทำงานทันที เพื่อให้เขาทำการกำจัดไวรัส

เขากล่าวว่า เขาซื้อกรอบรูปไฮเทคนี้มาในราคา 50 ดอลล่าร์สหรัฐ ที่ห้างทาร์เก็ต เมื่อพลิกดูข้างหลังก็พบว่า มันผลิตในประเทศจีน และเมื่อตรวจสอบชนิดของไวรัสก็พบทั้งหมด 4 ตัว รวมทั้งไวรัสที่ขโมยรหัสผ่านของเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย

“แน่นอนว่า ตอนที่เราตัดสินใจซื้อเราย่อมคาดหวังการควบคุมคุณภาพที่ดีจากผู้ผลิตเหล่านี้” แอสคริว วัย 42 ปี กล่าว และบอกว่า “เราไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น”

นักวิจัยด้านความปลอดภัยกล่าวว่า ซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายเหล่านี้มักจะถูกโหลดเข้าเครื่องในช่วงขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการผลิต เพราะในช่วงเวลาดังกล่าว อุปกรณ์เหล่านี้จะต้องถูกต่อเชื่อมกับคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบก่อนทำการบรรจุหีบห่อ และเป็นการทดสอบว่ามันสามารถทำงานได้

ถ้าหากกระบวนการทดสอบกับคอมพิวเตอร์ทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัส นั่นอาจจะมาจากการที่คนงานใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ของตัวเองที่มีการติดไวรัสมาก่อน บรรดาเชื้อโรคดิจิทัลเหล่านี้จึงสามารถถ่ายเทตัวเองสู่อุปกรณ์อื่นๆ ต่อไปได้

ประเด็นถัดมา คือเรื่องการแพร่เชื้อไวรัสที่อาจมีสาเหตุมาจากบรรดาแฮกเกอร์

“เราเห็นตัวเลขของปัญหาดังกล่าวนี้เพิ่มมากขึ้น” ซุลฟิลก้า รามซาน นักวิจัยด้านความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ของบริษัทไซเมนเทคกล่าว และบอกว่า “แฮคเกอร์อาจเจาะเข้าไปในกระบวนการทดสอบอุปกรณ์ขั้นสุดท้ายของบริษัทผู้ผลิต ในปัจจุบัน หลายฝ่ายกำลังพยายามหาทางปิดช่องโหว่ของระบบนี้อยู่ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นประเมินไม่ได้เลยทีเดียว”

โชคร้ายของเจ้าของคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้อัพเดทโปรแกรมแอนตี้ไวรัสของตัวเองบ่อยครั้งนัก อาจโดนไวรัสจากอุปกรณ์เหล่านี้แพร่เข้าสู่คอมพิวเตอร์ส่วนตัวด้วยโดยที่ไม่รู้ตัว และการอัพเดทซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสบ่อยๆ ก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะการันตีได้ว่า คอมพิวเตอร์ของคุณจะไม่ติดไวรัส

และอีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นกับ กรอบรูปดิจิทัลอีกเช่นกัน แต่ที่ร้านแซม คลับ ซึ่งติดไวรัสที่ทราบกันว่าจะขโมยรหัสผ่านของเกมออนไลน์ และยังทำให้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสในคอมพิวเตอร์ไม่ทำงานอีกด้วย

“มันก็เหมือนกับว่า ถ้าหากเราหยิบปืนที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เวลาที่จะเหนี่ยวไกปืน เราอาจไม่แน่ใจว่าจะมีกระสุนบรรจุอยู่หรือเปล่า” โจ เทลาฟิซิ รองประธานบริหารของบริษัทแมกอาฟี ผู้ผลิตซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสชื่อดังกล่าว

“เหมือนเปรียบเทียบแล้วไม่ค่อยเห็นภาพเท่าไหร่นัก แต่ไอเดียมันคล้ายๆ กัน เราน่าจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกสัก 30 วินาทีก่อนจะเปิดอุปกรณ์ชิ้นนั้นๆ ตรวจสอบไวรัสให้แน่ใจเสียก่อนที่จะใช้วินโดวส์ทำการโยกย้ายไฟล์เข้าสู่เครื่องมือใหม่ๆ”

ผู้บริโภคสามารถป้องกันตัวเอง และคอมพิวเตอร์จากการติดไวรัสจากอุปกรณ์ไฮเทคชิ้นใหม่ได้โดยการใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสในเครื่องตรวจสอบ และต้องหมั่นอัพเดทโปรแกรมอย่างสม่ำเสมอด้วย

ข้อมูลอีกหนึ่งทางซึ่งนักพัฒนาไอทีได้เขียนเอาไว้ในวารสารเล่มหนึ่งระบุว่า กรอบรูปไฮเทคที่เขาซื้อมาได้ติดไวรัสตัวที่ “ผมไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิตการทำงานด้านไอทีเกือบสองทศวรรษ” และในที่สุด ฮาร์ดดิสก์ที่ต่อเชื่อมภายนอกของเขาก็ไม่ทำงาน เพราะไวรัสตัวดังกล่าวได้ขโมยพาสเวิร์ดของเขาไป

การเข้าไปตรวจสอบต้นตอยังแหล่งผลิตเป็นอะไรที่ทำได้ยาก และต้องใช้ต้นทุนสูง โดยเรื่องนี้จะต้องมีการกระตุ้นจากบริษัทผู้จ้างซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์จากสหรัฐอเมริกาในการย้ำเตือน และหมั่นตรวจสอบมาตรฐานของระบบการผลิตในประเทศจีน โยชิ เชฟฟรี อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเอ็มไอทีกล่าวว่า

“ทั้งหมดนี้มันก็เป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการติดไวรัสของอุปกรณ์ไอที เรื่องสารตะกั่วในยาสีฟัน หรือของเล่น มันก็คือเรื่องมาตรฐานของการผลิตที่ขาดการควบคุมคุณภาพทั้งนั้น”

เขายังบอกอีกว่า การเข้าแทรกแซงการทำงานของผู้ผลิตในจีนนั้น เป็นเรื่องที่บริษัทเจ้าของแบรนด์ไม่ค่อยจะทำ แต่สิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวนี้คือการพยายามสร้างการแข่งขันด้านคุณภาพให้กับตัวแทนผลิต เพื่อเป็นการการันตีด้านคุณภาพของสินค้า

“ส่วนใหญ่แล้วบริษัทที่กันมาใช้นโยบายเช่นนี้มักจะบอกว่าได้ผล” เขากล่าว และบอกอีกว่า “บรรดาผู้ผลิตในจีนมักจะมีเหตุผลร้อยแปดมาอ้างว่าตัวเองพยายามทำตัวเป็นผู้ผลิตที่ดี และพวกเขาต้องพิสูจน์ให้ได้ ว่าจะทำเช่นนั้น เพราะพวกเขาต้องการงานในระยะยาว”

สำนักข่าวเอพีได้ติดต่อไปยังบริษัทผู้ผลิตในจีนรายใหญ่เพื่อขอความเห็นในกรณีดังกล่าว และเพื่อสอบถามวิธีการตรวจสอบ และการันตีมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ไอที โดยบริษัท ฮงไห่ พรีซีชั่น ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในไต้หวัน และเป็นผู้ผลิตไอพอดรายใหญ่ในประเทศจีน และบริษัท เฟล็กโทรนิกส์ อินเตอร์นเชั่นแนล ซึ่งมีเจ้าของเป็นชาวสิงคโปร์ และบริษัท ควานต้า คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นของไต้หวัน และสุดท้าย อาซุสเท็ค คอมพิวเตอร์ ทั้งหมดไม่ยอมให้ความเห็น และตอบคำถามใดๆ

ส่วนบริษัทที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดปฏิเสธที่จะตอบคำถามของสำนักข่าวเอพีเช่นกัน แต่บริษัทบางแห่งบอกว่าได้ทำการแก้ไขปัญหาด้านการติดไวรัสนั้นไปจนหมดแล้ว

ส่วนแอ๊ปเปิ้ลเองก็ปิดข้อมูลทั้งหมด โดยกล่าวแต่สั้นๆ ว่าไวรัสที่ติดในอุปกรณ์อย่างไอพอดนั้นเป็นไวรัสของปี 2006 และมาจากเครื่องพีซีที่ทำการตรวจสอบซอฟต์แวร์ของไอพอดในขั้นตอนสุดท้ายจริง

บรรดาที่ปรึกษาด้านไอทีกล่าวว่า การติดไวรัสของอุปกรณ์ไอทีจากโรงงานจะเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหม่ที่น่าปวดหัวสำหรับบรรดาเจ้าของร้านค้าปลีก และบริษัทเจ้าของแบรนด์ หากผู้บริโภคสามารถพิสูจน์ได้จริงว่า คอมพิวเตอร์ของพวกเขาติดไวรัสมาจากสินค้าที่เพิ่งซื้อมา

“ยังโชคดีว่าไวรัสตัวที่มีปัญหาในกรณีนี้ยังไม่ใช่ไวรัสที่ทำอันตรายให้กับระบบมากนัก แต่ปัญหาจะหนักกว่านี้ในอนาคตหากไวรัสอันตรายมากกว่านี้ ซึ่งไม่มีอะไรการันตีได้นอกจากจะต้องทำการแก้ไขเสียตั้งแต่วันนี้” นักวิเคราะห์กล่าว

ที่มาจาก : http://www.bangkokbizweek.com/20080303/itfor/index.php?news=column_25957934.html


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ย่าดา วันที่ : 31/03/2008 เวลา : 14.00 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

น่ากลัวจริงๆ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



คุณชอบ Note Book ยี่ห้ออะไร
Asus
6 คน
Acer
11 คน
Fujitsu
4 คน
HP
7 คน
Vaio (Sony)
1 คน

  โหวต 29 คน