พิมพ์หน้านี้
|
สงกรานต์ปีนี้ขอหนีร้อนไปพึ่งเย็นที่เซี่ยงไฮ้กับคุณพ่อซะหน่อย โดยขอพักร้อนสัก 2 วันก่อนเทศกาลหยุดยาวเพราะเกรงการแออัดเพราะเราต่างออกไปท่องเที่ยวพร้อมๆ กัน ... ทั้งที่เคยผ่านจุด "กวนเกษียณสมุทร" มาแล้วหลายๆ ครั้ง เวลาเดินทางไปต่างประเทศ ผมไม่เคยได้หยุดเก็บภาพเลย แต่ครั้งนี้มีเวลามากพอสมควร หลังจากผ่าน ต.ม. มาแล้ว เลยขอเก็บภาพสวยงามมาเป็นภาพแรกของการเดินทางไว้ซักหน่อย ... แช๊ะ! ก่อนบินลัดฟ้าในเวลา 01:30 น.
งีบหลับบนเครื่อง ตื่นมาอีกทีก็รับประทานอาหารเช้าก่อนเครื่องร่อนลงสู่ สนามบินนานาชาติผู่ตง ของมหานครเซี่ยงไฮ้ จากนั้นก็ขึ้นรถบัสเพื่อไปรับประทานอาหารเช้า ที่ภัตตาคารจีนก่อนเดินทางต่อไปยังเมืองหังโจว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลเจ๋อเจียง
บรรยากาศภายในเมืองเซี่ยงไฮ้ที่มีผู้คนมากมาย กล่าวกันว่า นครปักกิ่ง มีขนาดใหญ่กว่า นครเซี่ยงไฮ้ แต่ยังมีจำนวนประชากรน้อยกว่านครเซี่ยงไฮ้เสียอีก
ถนนจะมีเลนในสุด สำหรับรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และคนเดินถนน ซึ่งต่างจากบ้านเราที่ปะปนไปหมดทั้งรถเล็ก รถใหญ่ โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซด์ที่คอยซอกแซกไปมา แต่คงทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะเราไม่ได้วางแผน แยกเลนไว้เพื่อรองรับรถมอเตอร์ไซด์และจักรยาน ดังนั้น ถ้าจะรณรงค์ให้คนใช้จักรยานในกรุงเทพฯ ก็คงเป็นไปได้ยากมาก
เมื่อออกนอกเมืองก็ต้องใช้เส้นทางพิเศษ และมีการจ่ายค่าผ่านทางหลายจุดตามระยะทาง รวมทั้งมีการผ่านเข้าอุโมงค์ในบางจุด ... รถยนต์ในเมืองจีนเขาใช้พวงมาลัยซ้ายกัน ตรงกันข้ามกับบ้านเรา ดังนั้นหากใครมาท่องเที่ยวประเทศจีน ถ้านั่งรถด้านขวาจะมองเห็นวิวได้ดีกว่าการนั่งในด้านซ้าย
ระหว่างทางซ้ายขวา จะมองเห็นทุ่งดอกไม้เหลืองๆ ซึ่งตอนแรกผมนึกว่ามันคือ ดอกผักกวางตุ้ง แต่ทราบภายหลังว่า มันเป็นพืชที่นำไปผลิตน้ำมันได้ ... สังเกตเห็นพลาสติกคลุมพืช คงจะปลูกพืชผักไว้กินเองและขายด้วย ซึ่งมีการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าจริงๆ ... ถ้ามองที่บ้านเรือนของเมืองหังโจวนี้ จะมียอดโดมบนหลังคานั้นมีความหมาย ซึ่งมีการใช้สีที่แตกต่างกัน เพื่อบอกให้รู้ว่า บ้านนี้มีลูกชายหรือลูกสาว
เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองหัวโจว ความรู้สึกแรกคือ เมืองนี้สวยสมชื่อ เมืองที่สวยที่สุดในประเทศจีน เพราะมีความสะอาด มีต้นไม้สวยงามตลอดข้างทางทั้งที่อยู่ในตัวเมือง ที่สำคัญคือ เมืองนี้เขามีกฏหมายห้ามใช้รถมอเตอร์ไซด์ แต่อนุญาตสำหรับรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อลดมลพิษทางอากาศจากควันรถ และที่สำคัญคือ ไม่มีมลพิษทางเสียงจากท่อไอเสียอีกด้วย
อาคารสูงตระหง่านมากมาย รูปทรงทันสมัย ... ภายหลังรับประทานอาหารกลางวันเสร็จที่เมืองหังโจว ก็ชมความงามใกล้ๆ ที่จอดรถ พบสีแดงสดใสของใบเมเปิล ทำให้นึกถึงสัญลักษณ์ประเทศแคนาดาในทันที
ในเมืองนี้ยังมีหมู่บ้านใบชา "เหมยเจียอู" ซึ่งได้ทราบจากไกด์ว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่เก็บใบชาและมีรายได้ดี นำไปสร้างบ้านที่มียอดโดมบนหลังคา ดังที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ... ขอชื่นชมความขยันขันแข็งของคนจีนจากใจจริง
เมื่อรถจอดลงเยือนหมู่บ้านใบชา ซึ่งมีไร่ใบชาตลอดข้างทางทั้งซ้ายและขวา และมีการเก็บยอดใบชาตลอดทั้งวัน เพราะยอดอ่อน จะมีการผลิออกตลอดเวลา
เข้าชมการสาธิตและรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับชา "หล่งจิ่งฉา" พบกับกาน้ำชายักษ์อยู่กลางน้ำ พร้อมทั้งผู้ที่นั่งจิบชากลางสวน บรรยากาศเยี่ยมช่วยเพิ่มอรรถรสในการจิบชาได้ดี
เคยไปเซิ่นเจิ้น ก็พบกับ "ชาลิ้นจี่" ชงน้ำร้อนแล้วจะได้กลิ่นลิ้นจี่ขณะดื่ม และตอนไปคุนหมิง ก็พบกับ "ชาผูเอ๋อ" ซึ่งเป็นชาประเภทหมักแล้วนำมาอัดเป็นก้อนเป็นรูปแบบต่าง ๆ เป็นชาที่คนจีนดื่มมาตั้งแต่ราชวงศ์ถัง แต่มาถึงหังโจว ได้พบกับ "ชาใบเขียวหล่งจิ่ง" เรียกว่า เมืองต่างๆ ในประเทศจีน จะมีจุดเด่นของใบชาที่แตกต่างกันไป
เคยได้ยินชื่อชา "หล่งจิ่ง" ในทีวีที่มีการนำไปเป็นส่วนผสมของยาสีฟันยี่ห้อหนึ่งในบ้านเรา ... ได้ชิมรสชาดก็ไม่ค่อยถูกปากนัก เมื่อเทียบกับ "ชาเชียว" ของญี่ปุ่น
ได้พบกับสีสันของต้นไม้ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย รู้สึกสดชื่น และเพลิดเพลิน ถือเป็นพักผ่อนอย่างแท้จริง ... ในตอนต่อไปจะนำไปล่องเรือชม "ทะเลสาบซีหู" ซึ่งงดงามด้วยธรรมชาติ เรือรูปทรงต่างๆ และสถาปัตยกรรมรอบทะเลสาบแห่งนี้ |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||