พิมพ์หน้านี้
|
หลังจากรับประทานอาหารค่ำในภัตตาคารแถบหมู่บ้านโจวจวง เราก็เดินทางเข้าสู่เซี่ยงไฮ้ เพื่อมาพักที่โรงแรม 2 คืนในเมืองนี้ ...เราดื่มด่ำกับวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมโบราณมาถึง 9 ตอน พอมาถึงตอนต่อจากนี้ ผมจะเริ่มนำเข้าสู่จีนยุคใหม่ ซึ่งภาพบางส่วนจะได้ระหว่างนั่งอยู่บนรถ เพื่อให้เห็นภาพเมือง และวิถีชีวิตได้อย่างหลากหลายมุมมอง
เริ่มจากโรงแรมแนวใหม่แห่งนี้ ที่ตกแต่งทันสมัย สีสันสดใส พนักงานใส่เสื้อยืดสีส้มสดใสแทนการผูกไทด์ใส่สูทเหมือนที่อื่นๆ และพนักงานก็เป็นเด็กวัยรุ่นทั้งหมดในแต่ละตำแหน่งเท่าที่เห็น
การตกแต่งห้องพัก ทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยู่คอนโดมากกว่าพักอยู่ในโรงแรม มีสาย LAN เพื่อต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค หรือใช้ WIFI ได้ฟรี ในบริเวณล๊อบบี้และห้องอาหาร เรียกว่า ใช้อินเตอร์เน็ตได้สบายเลย
ไม่ได้จะเน้นห้องน้ำอะไรหรอกครับ แต่ผมจะนำเข้าเรื่อง "น้ำประปา" เมืองนี้ขุ่นมาก ห้ามใช้บ้วนปากหรือดื่ม! จนผมกลัวเลยว่า อาบแล้วจะคันหรือไม่ แต่ดีที่ไม่เป็นอะไร จึงคิดไปว่า น้ำประปาคงผลิตได้ไม่เพียงพอกับปริมาณประชากรในเมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถือเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศจีน หรือคงเป็นน้ำที่รีไซเคิลมาหรือไม่ ไม่แน่ใจ !!
มาสะดุดกับความเก๋ไก๋ของตู้ขายสินค้าอัตโนมัติในโรงแรมนี้ ที่ปกติจะเห็นขายน้ำกระป๋องเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่นี่เล่นขายอะไรทุกอย่าง ลองสังเกตภาพดูซิครับ ว่าเห็นสินค้าอะไรบ้าง
เราเดินทางมาถึงประมาณ 2 ทุ่มกว่า หลังจากเช็คอินนำสัมภาระไปบนห้องแล้ว เราก็นัดกันไปเดินเล่นแถวบริเวณนี้ ซึ่งเดินลงสถานีรถไฟใต้ดินและมาโผล่อีกฝั่งของสถานีรถไฟ มีผู้คนเยอะมาก เพราะติดกับสถานีรถไฟเซี่ยงไฮ้ ... มีร้านค้า ร้านอาหารเต็มไปหมด ผมจึงเก็บสีสันยามค่ำมาฝาก ... และไม่พลาดที่ต้องลิ้มลอง "เบอร์เกอร์ไก่เผ็ด" ของร้านแมคโดนัลด์ ขอบอกว่าสูตรเด็ดเข้มข้นกว่าบ้านเราซะอีก
สังเกตป้ายเต็มไปหมด แต่อ่านไม่ออกซักอัน แต่พอเดาจากรูปได้
พวกเราเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก มีตัวอักษรจีนคำว่า สถานีรถไฟ "ช่างไห่" หรือ "เซี่ยงไฮ้" ... จำได้ว่าดูข่าวช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา ที่มีผู้คนจำนวนมากติดอยู่ในสถานีรถไฟนี้ และไม่สามารถเดินทางได้ เนื่องจากเกิดหิมะตกอย่างหนัก ... เราเดินจนถึงเวลาเดินกลับ เกิดปัญหาซะแล้วซิ ... ทางลงสถานีรถไฟใต้ดินปิดสี่ทุ่ม เราจึงพยายามเรียกรถแท๊กซี่ เพื่อกลับไปยังโรงแรม แต่เขาไม่ยอมไปกัน เพราะโรงแรมมันอยู่ใกล้มากจนมองเห็นได้ เขาคงไม่คุ้มค่า แต่ปัญหาคือ เราจะกลับไปอย่างไร เพราะมีทางรถไฟกั้น ... ก็มีผู้หญิงชาวจีนคนหนึ่งเห็นพวกเรายืนเรียกรถอยู่นาน จึงเดินเข้ามาให้ความช่วยเหลือ และแนะนำให้เราเดินไปอีกทางเพื่อลอดอุโมงค์และเดินเลาะไปเรื่อยๆ จนกลับมาถึงโรงแรมด้วยความปลอดภัย (ประทับใจในน้ำใจของเธอยิ่งนัก) ... แต่ดีที่เราอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ เพราะมีพวกขี่มอเตอร์ไซด์พยายามขี่เข้ามาใกล้พวกเราจนรู้สึกได้ จึงขอแนะนำว่าหากเดินทางไปเที่ยวสถานที่นี้ อย่างไปคนเดียวโดยเด็ดขาด และต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ
ตื่นเช้าเพื่อเตรียมตัว ผมก็ได้ยินเสียงหวูดรถไฟดัง จึงลุกขึ้นมายืนที่หน้าต่าง ก็ได้เห็นรถไฟเริ่มออกเดินทาง และก็มีรถไฟที่แล่นเข้ามาชานชาลา คงเดินทางมาจากเมืองอื่น สลับกันไปมา ... เนื่องจากผมเป็นคนชอบอะไรที่เกี่ยวกับรถไฟ ผมจึงมักนำเรื่องรถไฟมาอยู่ในทริปต่างๆ ที่ไปมาเสมอ
เจอรถไฟหัวจรวดแบบ "ชิงกันเซ็น" ในญี่ปุ่น เป็นขบวนยาวมาก ... เลยตั้งเป้าหมายว่า ซักวันจะลองเดินทางด้วยรถไฟในจีนบ้าง
นี่ไม่ใช่ภาพรถไฟชนกันนะ แต่เป็นรถไฟขบวนยาวเดียวกันกับรถไฟภาพแรก โดยแล่นโยงจูงกันไป ... หลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย ก็ถึงเวลาเที่ยวในเมืองเซี่ยงไฮ้กันแล้ว
ชีวิตไม่หยุดนิ่ง ... ทั้งคนเดินถนน, คนปั่นจักรยาน, คนขับรถยนต์ ... อย่างที่ทราบกันว่า "รถยี่ห้อโฟล์คสวาเกน" จะมีจำนวนมากในประเทศจีน
แต่ที่ขาดเสียไม่ได้ คือ "รถจักรยาน" ... เป็นพาหนะที่ผมใช้ในการออกกำลังกายและกีฬาของผม ด้วยความชื่นชอบจักรยานและนำภาพเหล่านี้มาฝากชมรม TCC ที่ผมปั่นจักรยานด้วย ... สำหรับตอนต่อไป จะพาชม "วัดพระหยกขาว" ที่มีชื่อเสียง ... องค์พระหยกขาวมีความงดงามมาก และเข้าใจว่าได้มาจากประเทศพม่า ... แล้วมาติดตามตอนที่ 11 ให้ได้นะครับ |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |