• mr_taweesak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mr_taweesak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-28
  • จำนวนเรื่อง : 92
  • จำนวนผู้ชม : 32474
  • จำนวนผู้โหวต : 168
  • ส่ง msg :
วันวานที่ผ่านมา ... มีหลายสิ่งที่น่าจดจำ
บอกเล่าเรื่องราว ผ่านภาพถ่ายและตัวอักษร และตู้สะสมภาพถ่ายประทับใจของฉัน มาแบ่งปันกัน Permalink : http://www.taweesak.in.th
Permalink : http://www.oknation.net/blog/mrtaweesak
วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม 2551
หยุดยาวสี่วัน ... หันไปเที่ยว "ลาว" - ตอนที่ 8 : จาก "วัดวิชุนราช" มาถึง "วัดเชียงทอง"
Posted by mr_taweesak , ผู้อ่าน : 230 , 13:13:27 น.  
พิมพ์หน้านี้


มาถึงตอนใกล้จะปิดทริปท่องเที่ยว "ลาวเหนือ" ซึ่งในตอนนี้ ยังมีสถานที่น่าสนใจในหลวงพระบางอีกหลายๆ แห่ง อย่างเช่น "พระธาตุหมากโม" เป็นพระธาตุอีกองค์หนึ่งซึ่งมีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม เป็นพระธาตุซึ่งมีเอกลักษณ์ที่แปลกกว่าพระธาตุองค์อื่น คือจะมีลักษณะเป็นทรง โอคว่ำ หรือคล้ายผลแตงโมผ่าครึ่งลูก

มีตำนานว่ากันว่า ใต้พระธาตุสมัยก่อนเป็นบ่อน้ำต้องคำสาป ไม่ว่าคนผู้ใด หรือสัตว์ตัวใดที่มองลงไปในน้ำต้องมีอันเป็นไปหมด พระนางจึงได้สั่งให้ทหารและช่างช่วยกันสร้างพระธาตุครอบบ่อน้ำไว้ เพื่อที่จะไม่ให้มีผู้ใดต้องล้มตายเพราะบ่อน้ำแห่งนี้อีก และในสมัยซึ่งหลังจากที่ถูกโจรฮ่อปล้นเมือง ได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ และได้มีการขุดค้นพบ สิ่งของล้ำค่ามากมาย เช่น ทองคำ พระพุทธรูปหล่อสำริด พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน โดยเฉพาะพระพุทธรูปที่แกะสลักจากแก้วซึ่งคล้ายกับพระแก้วมรกต โบราณวัตถุเหล่านี้ได้นำถวาย "เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์" และเก็บรักษาไว้ใน "พิพิธภัณฑ์พระราชวังเจ้ามหาชีวิต" ซึ่งเดี๋ยวจะพาไปชม

ซึ่งพระธาตุนี้ตั้งอยู่ในบริเวณ "วัดวิชุนราช" สร้างขึ้นเมื่อ ปีพ.ศ. 2046 ในสมัยพระเจ้าวิชุนราช

"พระอุโบสถ" หรือที่ชาวลาวเรียกว่า "สิม" เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบาง ตัวอุโบสถมีรูปทรงอาคารไทลื้อสิบสองปันนา ซึ่งมีจุดเด่นคือ ส่วนคอชั้นสองจะยกระดับสูงขึ้นไป ส่วนบนหลังคาประดับด้วยโหง่ (หรือช่อฟ้าแบบไทย) ตรงกลางหลังคามีช่อฟ้า เป็นรูปปราสาทยอดฉัตรเล็กๆ ลดหลั่นหลายชั้น หน้าต่างพระอุโบสถประดับด้วยลูกมะหวด บานประตูด้านหน้าทั้งสามช่องแกะสลักลงรักปิดทอง มีรูปพระศิวะ พระวิษณุ พระพรหม และพระอินทร์ ศิลปะแบบเชียงขวาง 

"พระประธาน" หรือพระองค์หลวงในพระอุโบสถมีขนาดใหญ่ที่สุดในหลวงพระบาง ด้านหลังพระประธานมีโบราณวัตถุที่เก็บรวบรวมมาจากวัดร้างต่างๆ ในหลวงพระบาง เช่น พระพุทธรูปสำริด พวกไม้จำหลักลวดลายต่างๆ พระพุทธรูปไม้แกะสลักลงรักปิดทองสูงเท่าคนจริงจำนวนมาก

มาเที่ยวต่อที่ "วัดเชียงทอง ราชวรวิหาร" สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2102-2103 ในสมัยของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช นับเป็นตัวแทนของศิลปะสกุลช่างล้านช้างที่งดงามและสมบูรณ์ และนับเป็นวัดสำคัญวัดเดียวที่ไม่ถูกเผาทำลายในศึกฮ่อธงดำบุกปล้นเมืองหลวงพระบาง ใน พ.ศ. 2428 ซึ่งนับว่าเป็นความโชคดีของวัดเชียงทองเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เช่นนั้น ปัจจุบันเราอาจจะไม่ได้ชมความงดงามของวัดที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดแห่งสถาปัตยกรรมล้านช้างก็เป็นได้

ภายในวัดเชียงทอง ยังมีจุดที่ต้องไปชม คือ "โรงราชรถหรือโรงเมี้ยนโกศ" ที่เป็นโรงเก็บราชรถที่เคยใช้ในการอัญเชิญพระโกศของพระเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ซึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2504

โรงเมี้ยนโกศหลังนี้ มีสิ่งที่ชวนชมทั้งภายนอกและภายใน โดยภายนอกจะงดงามวิจิตรไปด้วยลวดลายแกะสลักไม้สีเหลืองอร่ามเรืองรองฝีมือของ “เพียตัน” (พระยาตัน) หนึ่งในสุดยอดช่างของลาว และหากใครไปยืนเพ่งพินิจชมรายละเอียดก็จะเห็นว่าเพียตันนั้นแกะสลักไม้ได้งดงามนัก ไม่ว่าจะเป็นรูปสีดาลุยไฟที่พลิ้วไหวทรงพลังที่บานประตู รูปทศกัณฑ์ฝันว่ากำลังเสพสังวาสกับสาวงามก่อนตายที่บานหน้าต่างบานแรก (ด้านซ้าย) และรูปสลักที่งดงามอีกมากมาย ซึ่งหลายๆ คนที่ได้ยลต่างก็บอกว่า นอกจากเพียตันจะแกะสลักแล้วยังใช้การ “ควัก” ไม้ออกมาเป็นลวดลายอันวิจิตรดังที่เห็น

จากภายนอกเมื่อเข้าสู่ภายในโรงเมี้ยนโกศก็จะเห็นราชรถแกะสลักไม้สีทองเหลืองอร่ามทั้งคัน มีเศียรของพญานาค 5 เศียร ยื่นออกมาจากด้านหน้าราชรถอย่างอ่อนช้อยสวยงามแต่ว่าก็แฝงความขรึมขลังอยู่ในที่แห่งนั้น

นอกจากรูปทรงอันอ่อนช้อยแล้ว "สิมวัดเชียงทอง" ยังดูงดงามด้วยลวดลายลงรักปิดทอง หรือที่ชาวลาวเรียกว่า “พอกคำ” ที่มีให้ดูกันทั่วไปตั้งแต่หน้าบัน ด้านหน้า ด้านใน ด้านข้าง โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาพุทธและนิทานพื้นบ้าน ส่วนด้านในสิมนั้นก็ดูขรึมขลังไปด้วยพระประธานองค์โตที่ประดิษฐานอยู่ หากใครไปเยือนวัดเชียงทอง ควรเข้าไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล

สำหรับเสน่ห์ภาพชวนมองอีกอย่างหนึ่งก็คือ ลายประดับ “ดอกดวง” หรือกระจกสีรูป “ต้นทอง”ท่ามกลางสัตว์หลายชนิดที่แวดล้อมอยู่ ซึ่งหลวงพระบางในอดีตคือเมืองเชียงทองที่เต็มไปด้วยต้นทองอยู่เป็นจำนวนมาก โดยบริเวณวัดเชียงทองมีต้นทองยักษ์ขนาดหลายคนโอบอยู่ ด้วยเหตุนี้เมื่อ "เจ้าศรีสว่างวัฒนา" ทำการบูรณปฏิสังขรณ์วัดเชียงทอง จึงได้ให้ช่างทำลวดลายประดับดอกดวงเป็นรูปต้นทองไว้ที่ด้านหลังสิมเพื่อระลึกต้นทองยักษ์ในอดีต

พูดถึงลายดอกดวงนี่ไม่ใช่มีให้ชมแค่ที่หลังสิมเท่านั้น แต่ว่าที่ "หอพระม่านและหอพระไสยาสน์" ข้างหลังสิมก็มีลวดลายดอกดวงอันสวยงามบนผนังสีชมพู โดยลวดลายดวงดอกที่หอพระทั้งสองเป็นภาพคติสอนใจจากนิทานพื้นบ้านชื่อดังของลาวเรื่อง “สีเสลียว เสียวสวาด” และภาพวิถีชีวิตชาวหลวงพระบาง

อนึ่งภายในหอพระม่านจะมี “พระม่าน” หนึ่งในพระคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบางประดิษฐานอยู่ ในวันปกติหอพระม่านจะปิดใส่กุญแจไว้ตลอด ครั้นพอถึงช่วงสงกรานต์ก็จะมีการอัญเชิญพระม่านลงมาให้คนทั่วไปได้กราบไหว้และสรงน้ำพระกัน ต่างจากหอพระไสยาสน์ที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมภายในได้

สำหรับในตอนต่อไปจะเป็นตอน ปิดทริปประทับใจใน "หลวงพระบาง" มาติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้

แหล่งข้อมูล : อินเตอร์เน็ต


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
chedtha วันที่ : 12/08/2008 เวลา : 15.41 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

แวะมาเที่ยวย้อนหลัง ชมภาพจากเมืองลาวครับ
ความคิดเห็นที่ 4
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 21.00 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ชอบวัดเชียงทองจังครับ พระธาตุหมากโมก็รูปทรงแปลกตา เหมือนสถูปโบราณเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 18.15 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ภาพสวยมากๆ
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 14.12 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ตามมาเที่ยวค่ะ ... พักหายเหนื่อยแล้วจะแบกเป้ไปอีกค่ะ .. หลวงพระบางเที่ยวกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
ความคิดเห็นที่ 1
บินหลาหาดใหญ่ วันที่ : 07/08/2008 เวลา : 13.19 น.
http://www.oknation.net/blog/witphoto
Witphoto Photographers TH 

เยี่ยมครับ..มาชมโบราณสถานครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31