• muananon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : muananon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-25
  • จำนวนเรื่อง : 32
  • จำนวนผู้ชม : 10877
  • จำนวนผู้โหวต : 147
  • ส่ง msg :
a man from Pluto
a sound of silence
Permalink : http://www.oknation.net/blog/muan
วันศุกร์ ที่ 23 พฤศจิกายน 2550
รักแห่งสยาม : รักบิดเบือน
Posted by muananon , ผู้อ่าน : 411 , 12:48:00 น.   | หมวดหมู่ : หนัง  
พิมพ์หน้านี้


คำเตือน : บทความนี้มีการเฉลยตัวหนังซึ่งอาจทำให้อรรถรสในการชมเสียหาย

คำเตือนครั้งสุดท้าย : เพื่อถนอมความสุขในการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ผู้ที่ยังไม่ชมกรุณาเปลี่ยนความสนใจไปอ่านเรื่องอื่น

โต้ง เด็กชาย ม.6 หน้าตาดีมีแฟนสาวสวยชื่อ โดนัท แต่ความรักของทั้งคู่เริ่มจะจืดจาง เพราะโต้งเริ่มตีห่างเพื่อหาคำตอบให้ตัวเอง
มิว เด็กชายวัยเดียวกันได้รับโจทย์ให้แต่งเพลงรัก แต่ด้วยความที่มิวไม่เคยมีความรักมาก่อน โจทย์ข้อนี้จึงยากมาก แต่ หญิง สาวข้างบ้านก็คอยให้กำลังใจอยู่ห่างๆ
วันหนึ่งโต้งกับมิวเจอกันโดยบังเอิญที่สยามแสควร์หลังจากขาดการติดต่อกันไปนานตั้งแต่โต้งย้ายบ้านไปตอนเด็กๆ มิวแนะนำให้โต้งรู้จักกับ จูน ที่หน้าเหมือนกับ แตง พี่สาวโต้งที่หายตัวไปตอนเด็กๆ
โต้งจึงคิดแผนกับแม่ สุนีย์ จ้างให้จูนปลอมตัวเป็นแตงเพื่อเข้ามาเยียวยาอาการติดเหล้าของพ่อ
กร
เรื่องราวความสัมพันธ์ที่โยงใยกลายเป็นความรัก ความผูกพัน มิตรภาพ ความเจ็บปวดที่ทุกคนต้องเรียนรู้และเติบโต

ข้อมูลเนื้อเรื่องที่เราได้รับข้างต้น คนที่ได้ดูหนังแล้วคงมองเห็นถึงสิ่งที่หายไประหว่างบรรทัด
แม้ตอนอ่านเรื่องย่อ จะพอเดาได้ว่าความจริงที่ถูกบอกไม่หมดของเรื่องนี้คืออะไร
ชายหนุ่มที่แฟนสวย เหินห่างกับแฟนเพื่อหาคำตอบ...มันจะมีกี่เรื่องกันเด็กหนุ่มที่ต้องครุ่นคิดหาคำตอบ

แต่ที่อนุมานผิดพลาดนั่นคือ เรื่องของความรักเพศเดียวกันไม่ได้มีหน้าที่แค่เติมเต็มคำว่า รักแห่งสยาม ซึ่งน่าจะแปลได้ว่าความรักหลากหลายรูปแบบที่พบได้ในสังคมของวัยรุ่น
แต่มันกลับเป็นหลักใหญ่ใจความของเรื่อง จนเชื่อได้ว่าหลังจากนี้ หลายคนคงเอาคำว่า รักแห่งสยาม ไปใช้แทนความรักแบบชายรักชายกันอย่างสนุกปากเลยทีเดียว

คนที่คาดหวังจะไปดูหนังรักกุ๊กกิ๊กของชายหญิงหน้าตาแนวเซ็นเตอร์พอยท์ แบบว่าคนนี้รักคนนั้น คนนั้นแอบชอบคนโน้น อย่างที่สื่อไว้ในโปสเตอร์ที่ใช้ ไอพอด เครื่องประดับของวัยรุ่นยุคใหม่ เชื่อมโยงคนทั้งสี่ไว้ด้วยกัน อาจจะผิดหวังเมื่อเข้าไปดูแล้วมันกลายเป็นหนังคนละเรื่อง (แต่ถ้าสังเกตดีๆ หูฟังไอพอดมีแค่โต้งกับมิวเท่านั้นที่ได้ฟัง ส่วนผู้หญิงสองคนนั้น เรียกว่า อ้อมหัว มากกว่า อะจึ๋ยๆ)

ที่สำคัญอาจจะต้องผิดหวังอย่างรุนแรงเมื่อหนึ่งในนักแสดงหญิงที่อยู่ในโปสเตอร์ได้ออกมาเพียงแค่ไม่เกิน 4 ฉาก พูดประมาณ 10 ประโยค และหลายคนต้องสะอึก เมื่อรู้ที่มาของเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เปิดกระหน่ำตามคลื่นวิทยุและทุกคนพากันร้องตาม ไม่ใช่เพลงที่มิวแต่งให้หญิงอย่างที่หนังตัวอย่างพยายามบอก

โต้งและมิวมีความรู้สึกที่ดีต่อกันในวัยเด็ก ได้ให้ของขวัญกัน สนิทสนมและรักกัน(ระบุไม่ได้ชัดเจนว่าเป็นความรักเกินเพื่อน) จากนั้นก็แยกจากกัน แล้วมาพบกันและรักกันใหม่ (คราวนี้เกินเพื่อนแล้วล่ะ) โดยความรักของทั้งคู่ถูกให้รายละเอียด ขับเน้นให้โดดเด่นออกมาจากพล็อตรองและตัวละครอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องความรักแบบชาย-หญิงที่กลายเป็นเพียงความรักเพ้อฝัน (หญิงแอบชอบมิวเหมือนคลั่งไคล้ดาราคนนึง, พฤติกรรมไสยศาสตร์ต๊องๆแบบการ์ตูนญี่ปุ่น) หรือกลายเป็นความรักแบบริมทาง (โดนัทสามารถหาคู่ควงคนใหม่ได้ตลอดเวลา  ทั้งๆที่หนังสามารถเรียกร้องความน่าสงสารให้โดนัทได้ แต่กลับเลือกที่จะให้โดนัทเป็นสาวประเภทสวยเลือกได้ เพื่อให้ความรักของโต้งและมิวดูเหมาะสมและมีน้ำหนักยิ่งขึ้น)รวมถึงผลกระทบทางอารมณ์ของโต้งที่มีต่อการหายไปของพี่สาว ดูจะน้อยกว่าการลาจากมิวในวัยเด็ก จนไม่แน่ใจว่าที่โต้งโตขึ้นเป็นคนเงียบขรึมเป็นเพราะสภาพครอบครัวที่แย่ลง หรือการไม่มีมิว

สำหรับคนที่ไม่อินกับเรื่องของมิวและโต้งก็จะให้น้ำหนักความซึ้งไปที่เรื่องของครอบครัวของโต้งเป็นหลัก โดยมีสุนีย์เป็นศูนย์กลาง (เพื่อนผู้หญิงที่ไปดูด้วยกันร้องไห้กับสุนีย์ แต่พอฉากถัดมาผู้ชายหล่อๆสองคนทำซึ้งใส่กันทำให้เธอถึงกับหันมาบ่นว่าเสียอารมณ์...แต่ผมว่าเธอเสียดายมากกว่า อิอิ) เราจะได้เห็นความรัก หลากหลาย มากกว่าในสยามสแควร์ ความรักของแม่ที่เหลือลูกชายเพียงคนเดียว ความรักปนหน่ายที่ภรรยามีต่อสามีขี้แพ้ ความรักของแม่ต่อลูกสาวที่หายตัวไปซึ่งต้องเก็บกดมันไว้เพื่อจะก้าวมาเป็นเสาหลักที่เข้มแข็ง ฉากที่คุณสินจัยเล่นหลายฉากกลายเป็นฉากที่น่าจดจำและติดตา

รักแห่งสยาม มีการเดินเรื่องแบบช้าๆ ไม่มีจุดหมายให้เดินไปอย่างรีบร้อน แต่เน้นเก็บรายละเอียดของตัวละครแต่ละตัว (ดูได้จาก กว่าชื่อเรื่องจะขึ้นก็ปาไป 20 กว่านาทีได้) ค่อยๆหยอด ค่อยๆเก็บไป ทำให้รู้สึกเหมือนเข้าไปวนเวียนอยู่ในวังวนของความสัมพันธ์ในตัวละครเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว

ความรักเป็นสิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกัน แต่การแสดงออกซึ่งความรักของแต่ละคนย่อมต่างกันไป สุนีย์แสดงความรักต่อลูกด้วยการเข้มงวด บิดเบือนความรักที่มีต่อกรด้วยการทำเป็นปั้นปึ่ง ส่วนกรแสดงความรักความอาลัยที่มีต่อแตงโดยการละทิ้งความรักตัวเองและคนอื่น การเข้ามาของจูน ทำให้ทุกคนรับรู้ว่าเธอไม่ใช่ จิ๊กซอว์ ที่หายไปของครอบครัวสุนีย์ แต่เธอสอนให้ครอบครัวนี้ เปิดเผย รักที่แท้จริงแก่คนที่ยังอยู่ ก่อนที่จะสายไปเหมือนชีวิตของเธอ รูปถ่ายที่ไม่มีแตงนั้น แท้จริงแตงอยู่ด้วยเสมอ แต่เป็นเพียงการอยู่หลังกล้องคอยมองทั้งสามคนตลอดเวลา ไม่เคยจากไปไหน

หากกรและสุนีย์ได้เรียนรู้ถึงการแสดงออกถึงความรักที่แท้จริง และเติมเต็มจิ๊กซอว์ที่เหลืออยู่ โต้งและมิวกลายเป็นตัวละครที่พยายามแสดงออกอย่างซื่อสัตย์ในความรู้สึกภายในของตน แต่โลกของผู้ใหญ่ที่กำลังจะก้าวไปนั้น กลับทำให้ทั้งคู่จำเป็นต้องอำพรางมันไว้ ฉากที่โต้งเลือกตุ๊กตาประดับต้นคริสมาสต์นั้น น่าจะหมายถึงการเลือกสิ่งที่ตัวเองจะเป็น(ชาย) มากกว่าหมายถึงการเลือกสิ่งที่ตนเองจะรัก(ชาย) ตุ๊กตาไม้ที่โต้งให้มิวแม้จะได้รับการเติมเต็มส่วนที่หาย แต่สิ่งที่อยู่ในใจกลับยังต้องเก็บและกดเอาไว้ บางทีอาจต้องผ่านชีวิต การเรียนรู้ การหาคำตอบมากมาย จึงจะสมารถเปิดเผยความรักที่มีอีกครั้ง

รักแห่งสยาม อาจไม่ใช่หนังกุ๊กกิ๊กวัยรุ่นเหมือนชื่อเรื่อง อาจไม่มีความหลากหลายของความรักหนุ่มสาวแบบ Love Actually แต่มันก็พูดถึงความรักที่มันมีในโลก มีอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิต และมาในหลายรูปแบบ ไม่ใช่แค่เรื่องรักหนุ่มสาวหรือเรื่องความใคร่ ในทางพุทธศาสนาความรัก(เมตตา)ถูกแยกออกจากความใคร่อย่างชัดเจน และในทางคริสตศาสนา คำสอนที่ว่า จงรักผู้อื่นเหมือนรักตนเอง ก็คงบอกในทางเดียวกัน นั่นอาจเพราะศาสนาเชื่อว่าความรักจะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ แต่การแสดงออกซึ่งความรักเป็นเรื่องที่มนุษย์แต่ละคนต้องรู้จักเรียนรู้ด้วยตัวเอง

การอำพราง หรือ การบิดเบือน ความรักที่แท้จริงภายใน อาจทำร้ายคนที่เรารักโดยไม่รู้ตัว เหมือนกับความรักใน รักแห่งสยาม ที่ถูก บิดเบือนอำพรางด้วยเหตุผลในแง่ธุรกิจ อยู่ที่ว่าเมื่อได้ชมและรับรู้เนื้อในของมันแล้ว จะเปิดใจยอมรับมันหรือไม่...

...สำหรับผม นี่คือหนังที่ดีที่สุดอีกเรื่องหนึ่งของปี 2550...

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 41
มีนา วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 22.32 น.
http://www.oknation.net/blog/mena
มุมมองของมีนา


สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๑
ขอให้ประสบความสุข ไร้โรคา พลามัยแข็งแรงค่ะ
ความคิดเห็นที่ 40
เล็กหมีพูห์ วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 21.14 น.
http://www.oknation.net/blog/KingsMule
บันทึกเบื้องหลัง การทำหนังของผม


ขอให้คุณ Muananon มีความสุขตลอดปีใหม่นี้นะครับ
ความคิดเห็นที่ 39
muananon วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 17.44 น.
http://www.oknation.net/blog/muan

ห่างหายไปเสียนานมาก เนื่องจากไปหลวงพระบางทริปมา 6 วัน (แต่ได้ข่าวไม่ได้เข้ามาอัพเป็นเดือน!!! )
เอาล่ะ ไว้มีเวลาว่าง(นานๆ)จะอัพเรื่องหลวงพระบางละ เรื่องราวมันเยอะเหลือเกิน

สะบายดีปีใหม่เน้อออ
ความคิดเห็นที่ 38
LukeKaEw วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 02.16 น.
http://www.oknation.net/blog/lukekaew
สบาย สบาย


ยังไม่ได้เขียนเรื่องลาวเลยแต่อัพรูปแล้ว อิอิ
ความคิดเห็นที่ 37
LukeKaEw วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 17.00 น.
http://www.oknation.net/blog/lukekaew
สบาย สบาย

อย่าเพิ่งอัพน๊า รอกันก่อง
ความคิดเห็นที่ 36
WoraDeLaFolle วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 03.54 น.
http://www.oknation.net/blog/waewwow


Happy New Year
Happy Noo+ Year
Happy Plutooooooo



ความคิดเห็นที่ 35
plutothedog วันที่ : 31/12/2007 เวลา : 22.08 น.
http://www.oknation.net/blog/muqpum


อ่ะรับ
ความคิดเห็นที่ 34
มิสนอราห์ วันที่ : 30/12/2007 เวลา : 13.22 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah



ความคิดเห็นที่ 33
BlackandWhite วันที่ : 20/12/2007 เวลา : 02.08 น.
http://www.oknation.net/blog/blackandwhite



May you experience
god's peace joy and
love throughout this
Christmas season
and throught
2008

มีความสุขกับชีวิตนะครับ
ความคิดเห็นที่ 32
Ruayrin วันที่ : 17/12/2007 เวลา : 02.00 น.
http://www.oknation.net/blog/jarupun

วอนคนมีบล๊อคทั้งหลาย ช่วยทำแบบสอบถามนี้ให้หน่อยค่ะ ไม่นานหรอก (ช่วยเพื่อนหน่อยเถอะ มันจะได้จบๆ เพื่อนฝากมา)
http://www.questionpro.com/akira/TakeSurvey?id=851391
ความคิดเห็นที่ 31
คันทรี่แมน วันที่ : 07/12/2007 เวลา : 18.39 น.
http://www.oknation.net/blog/countryman
ชีวิตกับเพลงของคนบ้านนอก และอื่นๆ

บางคนว่าดี
บางคนก็ว่าไม่ดี

เลยอยากดูมั่ง
ความคิดเห็นที่ 30
plutothedog วันที่ : 02/12/2007 เวลา : 23.05 น.
http://www.oknation.net/blog/muqpum

ยกให้เป็นหนังไทยที่ดีในรอบ 3 ปีนี้เลย
หนังนานมาก
และมี shot ที่ดีอยู่มากมายเช่นกัน
บางจังหวะการเล่าเรื่องเล่นเอาขนลุก
แต่คาดว่าน้องๆผู้ชายหลายคนที่เข้าไปดูจะขนลุกอีกแบบ
55
ความคิดเห็นที่ 29
เจซีทียู วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 21.01 น.
http://www.oknation.net/blog/aoyang

ว้าว..ว ว ว คอมเมนท์เริ่มหนาแน่น แสดงว่าหนังได้รับความสนใจจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 28
apooh วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 20.14 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
- พวก - พ...พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน//ว...ไว้วางใจซึ่งกันและกัน//ก...............เกรงอกเกรงใจซึ่งกันและกัน  ..  ของพี่แจ็ค สดๆร้อนๆ ชอบมากกกกกกกกก

ยิ่งทำให้อยากดูขึ้นมาอีก
ความคิดเห็นที่ 27
aoikrub วันที่ : 29/11/2007 เวลา : 23.14 น.
http://www.oknation.net/blog/pimpimol

เขียนซะขนาดนี้ สงสัยต้องไปดูซะหน่อยแล้ว
แต่มวนไปดูแล้ว อย่างนี้ก็อดเจอกันที่โรงหนังน่ะสิ
คนที่ไปดูมามีแต่บอกว่าชอบ
ชักอยากดูจริงๆ แล้วสิ
ความคิดเห็นที่ 26
mamababa วันที่ : 29/11/2007 เวลา : 21.27 น.
http://www.oknation.net/blog/tootoomama

อืม...เตือนแล้วก็เลยไม่อ่าน
ไปดูแล้วค่อยมาแวะเอนทรี่นี้นะน้อง

แฟนคลับมวนอนนต์ คนหน้า (เหมือน) แม่
ความคิดเห็นที่ 25
มิสนอราห์ วันที่ : 27/11/2007 เวลา : 09.36 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah

โห ไอคอนโพรไฟล์มัยโหดดด จิง
Mr.Oldboy
ความคิดเห็นที่ 24
muananon วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 17.32 น.
http://www.oknation.net/blog/muan

ขอบคุณ คุณsanu ครับที่มาตอบให้ ว่าไงว่าตามกัน
Lust, caution ดูที่สยาม ตัดเกลี้ยงเลยครับ แต่ยังก็รู้สึกอินกับหนังมากๆ เลยไม่เสียดายเท่าไหร่ที่ตัด


เรื่องจูบก็รู้สึกเหมือนกันว่า ทำไมหนังประเภทนี้ถึงชอบจูบกันในที่โล่งแจ้งขนาดนั้น หน้าบ้านมั่ง ดาดฟ้ามั่ง สนามหญ้ามั่ง รู้สึกเกินๆนิดนึงเหมือนกัน

คุณปลาท่องโก๋ ยาวแน่อย่างที่คุณว่าครับ คุยกะใครก็มีกระแสหลากหลายจริงๆ เพื่อนผมดูบางโรงคนลุกหนีเลย อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะโทษการตลาด หรือคนทำหนัง

ปล.ถ้าเอาตามจริง เวลาพูดถึงหนังเรื่องนี้ ผมจะนึกถึงพวกฉากครอบครัวสุนีย์ กร จูน ลอยมา ไม่รู้ทำไม สงสัยมีหลายจุดโดนใจ โดยเฉพาะฉากที่โต้งไม่กล้าติดต้นคริสมาสต์ เพระกลัวไม่ถูกใจแม่ กับฉากที่สุนีย์บอกจูนว่า ตอนแตงอยู่ไม่เคยจัดปาร์ตี้ให้เลย
ความคิดเห็นที่ 23
ปลาท่องโก๋ วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 16.44 น.
http://www.oknation.net/blog/Platongo
"油条" ป(ล)าท่องโก๋

-ฉากจมูกแดง ผมค่อนข้างเห็นด้วย(คิดลึกไปนิด)
-ฉากจูบ เกินไปครับ ผมว่าหอมแก้มกัน หรือ จุ๊บ ก็พอ
แล้วจับภาพให้ สุนีย์รู้ก็น่าจะเพียงพอครับ ผมไม่อยากมองว่า "เฮ้ยพระเอกมันจูบปากกันด้วยว่ะ ไปดูดิ แล้วเกิดกระเเสคนดูแน่น ไม่เอาดีกว่าครับ แบบนั้นหนังไทยจะโตช้า (อย่างว่าแหละครับ คงเหมือนฉาก ที่คุณษาถวายตัวในสุริโยทัย นั่นหละครับ ที่ผมรู้สึกว่าไม่จำเป็น)
ความคิดเห็นที่ 22
lizard วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 16.41 น.
http://www.oknation.net/blog/sanu

ขอตอบคุณ worawut แทนคุณ muan แล้วกันนะครับ เรื่องที่ตัวละครสองคนดูดปากกันในหนัง ฉากนี้มีความสำคัญต่อหนังมาก เพราะถ้าดูตามเนื้อเรื่องแล้วตัวละครที่เป็นแม่(ที่รับบทโดยคุณสินจัย) ยังไม่รับรู้ความเป็น....ของลูกชาย ฉากนี้ใส่มาเพื่อส่งต่ออารมณ์ให้คุณสินจัยได้เล่นต่อ ผมว่าฉากจูบปากกันนี่ในหนังมันก็มีแค่ฉากเดียวและก็จำเป็นสำหรับหนังมาก ไม่เหมือนกับฉากในหนังเรื่อง Lust caution ของคุณพี่อั่ง ลี เขา ไม่รู้จะใส่เข้ามาเยอะๆทำไมก็ไม่รู้ แต่อืม....มันก็เยอะจุใจดีจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 21
ปลาท่องโก๋ วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 16.39 น.
http://www.oknation.net/blog/Platongo
"油条" ป(ล)าท่องโก๋

เห็นคำว่า
บิดเบือน เลยคลิ๊ก เข้ามาดู
ว่ามีคนคิดเหมือนกัน ซึ่งแท้จริง ผมกลับรู้สึกเฉยมากกว่าน่ะครับ (ส่วนตัว)
-ผมคิดว่า หน้าหนังค่อนข้างหลอก (อารมณ์หนังกุ๊กกิ๊ก-หนังเกย์) คล้ายๆกรณี เมล์นรก(ดราม่า-ตลก) อันนี้ไม่เท่าไหร่
-แต่ หนังเรื่องนี้กลับชี้ให้เห็นว่า ผู้กำกับ ค่อนข้างสับสนในแนวทางของหนัง ซึ่งประเด็น รักแห่งสยาม ที่ชู สยามแสควร์เป็นประเด็น หลุดไปเป็น "โต้งรักมิว" ในภายหลัง จนประเด็นความหลากหลายในรักดังที่คุณบอกมันเป็นจริง (เห็นด้วย) ผมว่า รักแห่งสยาม(สแควร์)ตามที่ผู้กำกับบอก
กลายเป็น รักแห่งสยาม ในความหมายกว้างมากกว่า

-และที่สำคัญ เมื่อมองลงไปลึกๆในหลายจุดๆคำตอบยังไม่ชัดนัก ทั้งเรื่องของ แตงที่หายไป จูนพูดจาคลุมเครือ
หรือ มิวทำไมจึงต้องอยู่คนเดียวกับความเศร้า
ปล.ยาวแน่ๆครับ เรื่องนี้ เอาแค่นี้ก่อนละกันครับ
ปล.หนังเรื่องนี้เป็นหนังเกือบดีสำหรับผมครับ (ไม่เกี่ยวว่าเกย์หรือไม่)แต่เกี่ยวกับความสับสนของผู้กำกับมากกว่าครับ
ความคิดเห็นที่ 20
ATTS37 วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 08.42 น.
http://www.oknation.net/blog/worawut

เมื่อเช้ารุ่นน้องมาบ่น....ว่าไม่เข้าท่า...เสียดายเวลา 3 ชม.....และอีกด้านหนึ่งน้องผมบอกว่ามีเยาวชนและเด็กดูเยอะ....ไม่ต้องดูดปากกันโจ่งครึม...ก็ได้....สู้หนัง GTH ไม่ได้...น้องผมบ่นพรึมพรัม......ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 19
meawy วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 19.16 น.
http://www.oknation.net/blog/EPM4GROUP4
E p m 4 - G r o u p 4

ชอบนะคะหนังเรื่องนี้ แต่ว่าบางตอนมันเข้าใจยากไปหน่อย คิดเหมือนกันว่าโต้งนะจะรัก ชาย มากกว่าแต่เก็บกดเพ่อแม่งิๆๆ
ความคิดเห็นที่ 18
julyrhapsody วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 15.49 น.
http://www.oknation.net/blog/julyrhapsody
'attitude is everything'

เจอ 2 บรรทัดแรก ก็เลยต้องอ่านคอมเมนต์แทน
ความคิดเห็นที่ 17
LukeKaEw วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 15.15 น.
http://www.oknation.net/blog/lukekaew
สบาย สบาย

เข้าใจแล้วชิมิ ว่าทำไมดิฉันต้องกรี๊ด

เออ เขียนดีนะเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 16
มิสนอราห์ วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 11.39 น.
http://www.oknation.net/blog/missnorah

คือยังไม่ได้ดู เลยอ่านมั่ง ข้ามมั่ง
แต่รู้รายละเอียดไปเยอะแล้วค่ะ ไม่ซีเรียสเรื่องสปอยสำหรับเรื่องนี้ เพราะเพื่อนเราเองก็เล่าซะเกือบหมดเหมือนกัน แบบไม่ตั้งใจฟังก็ได้ฟัง ทำนองนั้น

แต่เราคงไปดูเพื่อซึมซับอารมณ์ของหนังมากกว่าถึงจะรู้ว่ามันลงเอยแบบไหน
ความคิดเห็นที่ 15
muananon วันที่ : 24/11/2007 เวลา : 15.13 น.
http://www.oknation.net/blog/muan

ตอบคุณ webberli(ต่อ)

ส่วนข้อสังเกตของคุณเรื่องจมูกตุ๊กตาที่ไม่พอเหมาะ ผมก็เพิ่งเอะใจตอนที่คุณบอกมาเนี่ยแหละ เพราะตอนผมดูผมไม่ติดใจตรงนั้นเลยอ่ะ(สงสัยต้องไปดูอีกรอบจริงๆแล้ว) ตอนแรกผมเปรียบเทียบกับตัวละครที่เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งพยายามตามหาจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไป(เพราะรู้สึกหนังจะใส่ภาพจิ๊กซอว์ที่ต่อไม่เสร็จอยู่ในห้องแตง ตอนที่สุนีย์เข้าไปกอดหมอนร้องไห้) จูนก็เป็นคนเข้ามาสอนว่า ส่วนที่ขาดหายไปไม่สำคัญเท่ากับการเปิดใจและรักษาสิ่งที่ยังอยู่

ตรงกันข้ามกับตัวละครวัยรุ่น โต้งและมิวยังอยู่ในวัยที่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกข้างใน แต่แล้วโลกแห่งความเป็นจริงกำหนดให้ต้องเก็บมันเอาไว้ โดยเฉพาะมิว ผู้ซึ่งจมอยู่กับความเหงาและความรักที่จะต้องผิดหวัง พลัดพราก แม้จะได้รับส่วนที่ขาดหายไปของตุ๊กตา แต่ในความเป็นจริงเขาเพิ่งสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดสิ่งหนึ่งไป

ขอบคุณที่มาแลกเปลี่ยนความเห็น ทำให้มุมมองกว้างขึ้นครับ
ความคิดเห็นที่ 14
muananon วันที่ : 24/11/2007 เวลา : 14.23 น.
http://www.oknation.net/blog/muan

ตอบคุณ webberli ขอแสดงความคิดเห็นต่อข้อสงสัยของคุณนะครับ ถือว่าเป็นการมาแชร์กันสนุกๆ ไม่มีใครผิดใครถูกนะขอรับ

ฉากที่สุนีย์เอาพะโล้ไปกินนั้น ผมไม่ได้ติดใจกับชนิดของอาหารนะ เพียงแต่คิดว่าเค้าคงอยากจะสื่อถึงความเสียสละของสุนีย์มากกว่า เหมือนกับว่าเอาข้าวตอนเช้า(พะโล้)มาให้กิน กรไม่ยอมกิน ซึ่งสุนีย์ก็คงเดาได้อยู่แล้วว่ากรต้องไม่กินเหมือนปกติ ตอนกลางวันสุนีย์ก็เลยซื้อข้าวกลางวันมาชุดเดียวให้กรกิน(แกงร้อนๆมีควันฉุย) แล้วสุนีย์ก็เอาพะโล้ชืดๆไปกินเอง(มันพะโล้เย็นจนกลายเป็นไขลอยย่องเต็มถ้วย) ซึ่งสุนีย์ก็ทำอย่างนี้ทุกวันเพียงแต่ว่ากรไม่เคยเห็นเบื้องหลังความเสียสละนี้
ถ้าจำไม่ผิดในหนังแสดงให้เห็นอย่างน้อยครั้งนึงแล้วว่าสุนีย์จะต้องกลับมาตอนกลางวันเพื่อเอาอาหารร้อนๆมาให้ แล้วก็จะเห็นอาหารเช้าที่กรไม่ได้แตะต้องวางอยู่ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้บอกว่าสุนีย์จัดการยังไงกับอาหารนั้น (ว่าแล้วก็อยากจะกลับไปดูเก็บรายละเอียดอีกรอบจริงๆเลย) สุนีย์เป็นคนแข็ง เธอไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอะไรให้ใครเห็น ไม่ว่าจะเรื่องความเสียใจที่แตงหายไป ความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ดีกับแตง หรือความรักที่มีต่อกรและโต้ง (ดูจากตอนที่เธอไปขับรถวนหาโต้ง ตอนที่โต้งไปค้างบ้านมิว แต่ก็ไม่มีใครรู้)
ความคิดเห็นที่ 13
webberli วันที่ : 24/11/2007 เวลา : 04.06 น.
http://www.oknation.net/blog/webberli

วิจารณ์ได้ตรงใจดีครับ ผมดูแล้วก็ประทับใจในความรักอีกรูปแบบหนึ่งที่ทุกคน(ที่ใจกว้างในความรัก)ควรชม

ให้คะแนนเก้าเต็มสิบครับ

ปล. คุณ muananun ครับ พอดีไม่เข้าใจฉากที่ สุนีย์ยกข้าวกับไข่พะโล้มาให้ กร กิน แต่สักพักก็ยกกลับไปเปลี่ยนเป็นข้าวกับแกงเขียวหวานและก็ผัดผักกาด ไม่ทราบว่าในหนังพยายามสื่ออะไรกับฉากนี้ รบกวนช่วยอธิบายหน่อยครับ

ส่วนฉากจบที่โต้งเอาจมูกไม้ที่ขาดหายไปมาให้มิว แต่พอมิวเอามาสวมมันก็ไม่สนิทและไม่พอเหมาะ ตัวหนังสื่อให้เห็นถึงว่า แม้ว่าโต้งจะยังคงรักและห่วงใย แคร์มิวเช่นใด(ดังเห็นจากหนังที่โต้งยังคงค้างในใจที่เดินผ่านร้านตุ๊กตาไม้ถึงสองครั้งก่อนที่หญิงจะอ้อนวอนร้านให้ขายเฉพาะจมูกให้) แต่ท้ายที่สุดแล้วรักของโต้งที่ให้มิวนั้นก็ไม่เหมาะควร ไปด้วยกันไม่ได้ใช่ไหม รึป่าว...
ความคิดเห็นที่ 12
Phatbo วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 23.08 น.
http://www.oknation.net/blog/phatbo

"ดังในใจความบอกในกวี
ว่าตราบใดที่มี "รัก" ย่อมมีหวัง...."

ไม่ว่า จะ ช รัก ญ , ญ รัก ช , ช รัก ช , ญ รัก ญ, คนแก่รักเด็ก,เด็กรักคนแก่, หญิงรักเกย์ หรือว่า ชาย รักทอม ทุกความรักย่อมมีความหวัง และความฝันแอบซ่อนอยู่เสมอ

ปล.เราว่าในชีวิตจริงเรามีทั้ง iPod ที่เหมือนในโปสเตอร์หนัง และมีมิว กะ โต้งเดินไปเดินมาให้เห็นเป็นประจำ HiHi

ความคิดเห็นที่ 11
ew*-* วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 20.11 น.
http://www.oknation.net/blog/witita
-=-// ร้มีด่พื่ //=-= 

ไปดูด้วย

ป้า คห 10 เลี้ยงด้วยนะ
ความคิดเห็นที่ 10
mayjune วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 18.40 น.
http://www.oknation.net/blog/juney
 บ้านหลังที่ ๒ เลขที่ - - http://www.oknation.net/blog/emotions

จะไม่ลังเลก็ตรงประโยคท้าย...

...สำหรับผม นี่คือหนังที่ดีที่สุดอีกเรื่องหนึ่งของปี 2550...

นี่แหละ
ไงก็จะไปดูค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 18.24 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
~~Love is like the wind, you cannot see it but you can feel it.~~


จะไปดูดีมั้ยเนี่ย

ไม่ชอบประเภท "รักเร้น" ซะด้วย
ความคิดเห็นที่ 8
Ruayrin วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 16.09 น.
http://www.oknation.net/blog/jarupun

หนังดีจริงๆ ชอบเรื่องนี้ แต่ชอบแบบผิดคาดดดดดด ดูแล้วอยากจะกรี๊ดๆๆๆๆ ออกมาดังๆ ในบางตอน
ความคิดเห็นที่ 7
Angelrous วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 14.38 น.
http://www.oknation.net/blog/angelrous
It's not who I am underneath, but what I do that defines me.

ถ้าทุกคนบอกว่าหนังดี คุณมะเดี่ยวผู้กำกับจาก คนผีปิศาจ และ 13 เกมสยอง ก็น่าจับตามองละครับ ฉีกแนวจากเดิมมากำกับหนังรักแบบนี้ได้
*****
รักปิดบัง รักซ้อนเร้น เป็น Brokeback Mountain ยุคใหม่รุ่นเล็กเลยหรือเปล่าครับเนี่ย
*****
อย่าปิดกั้นความรู้สึกตนเอง ขอให้ซื่อสัตย์และจริงใจต่อตนเองและผู้อื่น ไม่ว่าใครก็รักกันได้ทั้งนั้นครับ
ความคิดเห็นที่ 6
ATTS37 วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 14.19 น.
http://www.oknation.net/blog/worawut

อืม...หลายคนบอกว่าน่าดู.....ครับ...
ความคิดเห็นที่ 5
meawy วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 14.05 น.
http://www.oknation.net/blog/EPM4GROUP4
E p m 4 - G r o u p 4

น่าสนใจดีนะ
ความคิดเห็นที่ 4
เจซีทียู วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 13.49 น.
http://www.oknation.net/blog/aoyang

ถูก!!!ชั้นเสียดาย โต้ง...แม้จะพอเข้าใจความรักของมิวกับโต้งก็ตาม
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 13.03 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

แสดงว่าหนังดีใช่ไหมครับ
ความคิดเห็นที่ 2
กิ๊บก๊าบ วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 12.59 น.
http://www.oknation.net/blog/shaolinshanshan
ขอบคุณทุกๆคำชมและทุกๆเสียงตอบรับคะ ถ้าผู้เขียนมีอะไรขาดตกบกพร่อง ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วยคะขอบคุณคะกิ๊บก๊าบ

มีความสุขในทุกๆๆวันนะคะ
ความคิดเห็นที่ 1
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 23/11/2007 เวลา : 12.57 น.
http://www.oknation.net/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...ธรรมดา 6-9 พย.51 กับโครงการ   ตามรอยครูซัน...สานฝันเด็กน้อย

ตัวหนังสือเล็กจัง..อ่านยากมากครับ...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น: