• muetheesamzsi
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jana2545@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-26
  • จำนวนเรื่อง : 6
  • จำนวนผู้ชม : 3858
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
มือที่สาม
เป็นblogที่นำเสนอเรื่องราวของวิถีชีวิตผู้คนพร้อมรูปถ่าย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/muetheesamszi
วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2550
เมื่อคนธรรมดามาเป็นครู
Posted by muetheesamzsi , ผู้อ่าน : 571 , 18:03:59 น.  
พิมพ์หน้านี้


ชาวบ้านท่าสะท้อนร่างหลักสูตรสอนให้ลูกหลานเรียนรู้วิถีชุมชน

ขหนำกลางป่าพรุสถานที่บ่มเพราะภูมิปัญญา

เมื่อเร็วนี้ชาวบ้านชุมชนท่าสะท้อน อ.ชะอวด จ .นครศรีธรรมราชร่วมกันร่างหลักสูตรของโรงเรียนชุดสาระท้องถิ่นเพื่อจัดการเรียนการสอนให้กับลูกหลาน โดยใช้ขนำลุงเหลิมซึ่งตั้งอยู่ในป่าพรุกุมแป ริมคลองบางกลม สายน้ำสำคัญของชุมชนที่เชื่อมต่อกับคลองชะอวดไหลไปลงแม่น้ำปากพนังและออกทะเลที่แหลมตะลุมพุก อ .ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

 การใช้พื้นที่ป่าพรุเพื่อร่วมกันร่างหลักสูตรของชุมชนในครั้งนี้เพื่อเป็นฐานคิดว่าชุมชนแห่งนี้แนบชิตกับป่าพรุ เนื่องจากชุมชนท่าสะท้อนตั้งอยู่บนพื้นที่ชุมน้ำหรือที่รู้จักในชื่อป่าพรุ วิถีชีวิตของชาวชุมชนจึงแนบชิดอยู่กับป่าพรุตั้งแต่เกิดจนตายซึ่งเป็นการให้เกียรติและแสดงความนอบน้อมแหล่งชุบเลี้ยงชีวิตของคนในชุมชน

เด็กกับสายน้ำที่อุดมสมบูรณ์

หลักสูตรสาระท้องถิ่นโรงเรียนวัดท่าสะท้อนเกิดขึ้นจากการที่โรงเรียนถูกปิดไปนาน 2 ปี สืบเนื่องจากไม่มีครูมาจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กนักเรียน  ผู้ปกครองจำเป็นที่จะต้องกลับมาเปิดโรงเรียนอีกครั้งเมื่อวันที่ 9 ก ค. ที่ผ่านมา การเปิดโรงเรียนครั้งนี้ชุมชนได้ร่วมกันร่างหลักสูตรการเรียนการสอนตามพรบ.การศึกษาปี 42 โดยชุมชนกำหนดให้นักเรียนได้เรียนวิชาสาระท้องถิ่น 30 เปอร์เซ็น วิชาแกนหลัก 70 เปอร์เซ็น

ใช่ว่าจะเชยอย่างที่คิดแม้อยู่กลางป่าพรุ  พวกเค้ายังติดต่อกับเพื่อนร่วมโลกได้ผ่านการสื่อสารไร้สาย

ครูเอียด นายอรุณ  สงค์แก้ว อายุ 39 ปี ครูผู้เชี่ยวชาญการทำประมงพื้นบ้านในป่าพรุเป็นหนึ่งในทีมที่ร่วมกันร่างหลักสูตรครั้งนี้ กล่าวว่าการที่ชุมชนได้ลุกขึ้นมาจัดทำหลักสูตรเพื่อจัดการเรียนการสอนให้กับลูกหลานโรงเรียนวัดท่าสะท้อนไม่ได้เกิดขึ้นเองอย่างไม่มีเหตุผลแต่มีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน เริ่มจากครูและผู้บริหารโรงเรียนวัดท่าสะท้อนไม่ยอมมาสอนเด็กเป็นเวลานาน 2 ปีกว่า

นั่งระดมความคิดอย่างมีชีวิชีวา

ชุมชนพยายามเรียกร้องกับทางเขตการศึกษา 3 นครศรีธรรมราชเพื่อให้โรงเรียนกลับมาเปิดการเรียนการสอนเหมือนเดิม เพราะผู้ปกครองและนักเรียนเดือดร้อนทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากเด็กต้องเดินทางไปเรียนโรงเรียนนอกหมู่บ้าน ผู้ปกครองกังวลความปลอดภัยของเด็กเพราะต้องเดินทางผ่านป่าพรุในช่วงฤดูน้ำหลาก ตลอด 2 ปี ที่เกิดปัญหาทางเขตฯ ก็เมินเฉย

เรียนเรื่องระบบนิเวศป่าพรุก็ต้องลุยป่าพรุถึงจะรู้จริงเห็นแจ้ง

ครูผู้เชี่ยวชาญกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความจำเป็นที่ชุมชนต้องตัดสินใจแก้ไขปัญหา  เมื่อเป็นเช่นนั้นวันที่ 9 ก ค.50 ที่ผ่านมาชุมชนจำเป็นที่จะต้องเปิดการเรียนการสอนอีกครั้ง เนื่องจากจะรอเขตฯ ซึ่งไม่มีความรับผิดชอบต่ออนาคตของลูกหลานเราไม่ได้อีกต่อไป เพราะทางเขตฯ ไม่มีหลักประกันใดๆ ให้ชุมชนว่าจะจัดการแก้ไขปัญหาอย่างไร

การที่ชุมชนกลับมาเปิดโรงเรียนและจัดการเรียนการสอนครั้งนี้ชุมชนได้ร่วมกันร่างหลักสูตรการเรียนการสอนกันเองเพื่อต้องการให้ลูกหลานได้เรียนรู้เนื้อหาที่เกี่ยวโยงกับวิถีชีวิตสามารถปฏิบัติได้จริงและได้เรียนวิชาแกนหลัก คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์   ภาษาต่างประเทศและภาษาท้องถิ่น โดยคาดหวังว่าหลักสูตรที่คนธรรมดาช่วยกันร่างจะทำให้ลูกหลานมีคุณภาพ เข้าใจเพื่อนมนุษย์เข้าใจสิ่งแวดล้อม

ด้านครูรุ่ง นาย รื่น  เพชรล้าน อายุ 54  ปี  เป็นอีกหนึ่งคนที่มีส่วนร่วมในการร่างหลักสูตรฉบับชุมชนกล่าวว่า การที่ชุมชนต้องลุกขึ้นมาจัดการเรียนการสอนให้ลูกหลานกันเองครั้งนี้นับเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะชาวบ้านธรรมดาที่ผ่านมายุ่งแต่เรื่องทำมาหากิน ฝากการเรียนการสอน ไว้กับคนที่มีการศึกษา

 เมื่อถึงเวลาที่ชุมชนเองต้องลุกขึ้นมาจัดการศึกษา ต้องรวบรวมความกล้ากันพอสมควรเนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ของชุมชนที่เข้ามาจัดการศึกษา ชาวบ้านธรรมดามีความเชื่อว่าการศึกษาต้องเป็นเรื่องของครูหรือนักการศึกษาเท่านั้น แต่ 2 ปีที่ผ่านมาชุมชนได้ข้อสรุปแล้วว่าจะฝากความหวังไว้กับครูหรือนักการศึกษาที่ไม่มีความรับผิดชอบต่ออนาคตของลูกหลานเราไม่ได้อีกต่อไป

ตรงนี้เองที่เป็นแรงผลักดันให้ชุมชนลุกขึ้นมาและผ่านความกลัวว่าเป็นคนไม่มีความรู้มาได้ หากไม่มีความเจ็บปวดตลอด 2 ปีที่ผ่านมา อาจจะไม่สามารถเดินทางมาได้จนถึงวันนี้ ส่วนเนื้อหาที่จัดให้เด็กได้เรียน คิดว่ายังต้องปรับปรุง  ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป แต่ก็ภูมิใจที่ได้มีส่วนในการทำสิ่งที่ดีเพื่อชุมชนของเรา

พระอาจารย์ทวีศักดิ์   จิรธัมโม   เป็นพระรูปหนึ่งที่ร่วมกันร่างหลักสูตรและเป็นครูผู้เชี่ยวชาญ  สอนวิชาพุทธศาสนา  กล่าวว่าการที่ชุมชนใช้วิชาความรู้ที่มีอยู่ในตัวทำให้เป็นความรู้ร่วมของหมู่บ้าน เป็นแนวทางที่น่าสนใจ สิ่งเหล่านี้มิใช่หรือคือสิ่งที่ทำให้คนที่นี่อยู่ได้อย่างมีความสุข วันนี้เรากำลังยืนยันในความรู้ที่เรามี สิ่งเหล่านี้สำคัญกับลูกหลานของเรา

เด็กแสดงละครล้อเรียนเขตฯที่ไม่ยอมส่งครูมาสอนพวกเค้าเปรียบเหมือนผีที่มาหลอกมาหลอนจนต้องแผ่ส่วนบุญไปให้

เมื่อมีการจัดการหลักสูตรที่เด็กสามารถเรียนรู้ได้ โดยเชื่อมโยงตัวเอง กับพ่อแม่ ลูกหลาน คนเฒ่าคนแก่   

วันก่อน อาตมาได้สอนทำนาโดยไม่ใช้สารเคมี ซึ่งเป็นองค์ความรู้เดิมของชุมชน  ได้เหยียบลงไปในนาที่เป็นดินโคลน เท้าเด็กได้สัมผัสดินนุ่มๆ สอนร่วมกับครูชีพ   การทำนาทำให้มีรายได้ ได้เงินด้วย และเป็นการประกอบอาชีพที่เป็นมิตรกับสัตว์และเพื่อนมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกละเลยมานาน วันนี้เด็กๆ ที่นี่ได้เรียนรู้   

ในวิชาทำนา เด็กได้เรียนรู้เรื่องสายพันธุ์ข้าวของชุมชน ได้ฝึกคำนวณว่าพื้นที่นาเท่านี้จะใช้ปริมาณข้าวกี่ถัง เด็กๆ ได้ฝึกไถนากันเอง เป็นการออกกำลังกายไปด้วย   ได้ฝึกสังเกตดินนาที่นี่เป็นดินเหนียวเป็นมันเนื่องจากดินไม่ผ่านการใช้สารเคมี ซึ่งเป็นการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์

การเดินทางเพื่อไปขหนำกลางป่าพรุ

กระบวนการที่เราทำกันเอง เมื่อพวกเรามีปัญหาใดๆ เรามีความรู้อยู่แล้ว  ก็สามารถจัดการได้   ในชุมชนมีความรู้มากมาย การที่ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการความรู้ ให้กับเด็ก จะเป็นความรู้แท้จริงของเด็ก  และนี่ถือเป็นการสอนธรรมะที่จะเข้าถึงความรู้ได้จริง ไม่ต้องไปกังวล มันเพิ่งเริ่มต้น หวังว่าจะขยายไปเรื่อยๆ ขอให้เชื่อมั่นกับสิ่งที่ดีงามที่ทำกันมา

ห้องเรียนรร.วัดท่าสะท้อนยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกลำคลองทั้งสายก็เป็นห้องเรียนของเด็กๆ

เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ที่เด็กได้เรียนรู้จะทำให้หมู่บ้านยั่งยืนเข้มแข็ง  ผลจากการเรียนรู้จะทำให้เขาสามารถอยู่ในพื้นที่ได้อย่างรู้สึกภาคภูมิใจ มีชีวิตรอดอยู่อย่างมีความสุข

นับเป็นความงดงามของคนธรรมดาที่มีความกล้าหาญลุกขึ้นมาจัดการศึกษาให้ลูกหลาน 

 

พักเที่ยงกินข้าวร่วมกัน ใครมีกับข้าวอหร่อยเอามาขวากเพื่อน

 

 

ลูกไทรค่ะ พวกหนูแย่งนกมากินค่ะ

 

 

เรียนอย่างมีความสุขแบบนี่หาได้ที่ไหนนอกจากรร.วัดท่าสะท้อน

 

เรียนเรื่องวิถีชีวิตอย่างเรื่องจับปลาไหลก็จับปลาไหลให้ได้

หลักสูตรการเรียนของลูกหลานเราต้องกำหนดเอง

 

 

 

 

 

ใต้ถุนขหนำพ่อแม่เด็กร่วมกันถอดบทเรียนทั้งชีวิตออกมาเป็นหลักสูตรของชุมชน

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 32
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 02.55 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit

เก่งค่ะเก่งมาก..ๆๆ
ความคิดเห็นที่ 31
สาวโรงงาน วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 02.45 น.
http://www.oknation.net/blog/mootong

ศัทธา คารวะ ด้วยใจจริง
ความคิดเห็นที่ 30
Giftyourlife วันที่ : 28/11/2007 เวลา : 00.24 น.
http://www.oknation.net/blog/giftyourlife

ชื่นชม
ด้วยใจจริงครับ
ความคิดเห็นที่ 29
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 27/11/2007 เวลา : 21.04 น.
http://www.oknation.net/blog/guide007
โลกนอกห้องเช่ามันช่างปลอดโปร่งเสียเหลือเกิน...

งานการศึกษาที่ยิ่งใหญ่คือการเรียนรู้สิ่งที่ตัวเองใช้ชีวิต
นับถือชุมชนแห่งนี้มากๆ
ครับ
ความคิดเห็นที่ 28
ป้าเปิ้ล วันที่ : 27/11/2007 เวลา : 15.01 น.
http://www.oknation.net/blog/siangdek

สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายชุมชนบ้านท่าสะท้อน ได้ยินเรื่องราวของ "ท่าสะท้อน" จากน้องคนหนึ่งที่ไปร่วมก่อร่างสร้างแนวคิดช่วงต้นๆ ของ ชุมชนบ้านท่าสะท้อน และคอยเอาใจช่วยตลอด ยินดีมากค่ะที่เห็นชาวท่าสะท้อนที่นี่

มีอะไรที่พอจะช่วยได้บอกได้นะคะ ตอนนี้ที่ "สำนักข่าวเสียงเด็ก" ก็เป็นศูนย์กลางชุมชนบ้านเรียนของ จ.นครศรีธรรมราชอีกชุมชนหนึ่งเหมือนกัน มีเด็กๆ ที่พ่อแม่เห็นว่าการจัดการศึกษาแบบทางเลือก น่าจะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับบุตรหลานของตนได้ค่ะ ตอนนี้มีน้องคนหนึ่งที่อยู่ อ.ฉวาง ก็นำแนวคิดจาก "สำนักข่าวเสียงเด็ก" ไปจัดการศึกษาแบบ "โฮมสคูล" ให้กับลูกตัวเองแล้ว ที่ อ.ขนอม มีครอบครัวที่เห็นชอบให้ลูกหลานตัวเองได้เรียนรู้แบบ "การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย" เพิ่มขึ้นอีก 3 ครอบครัวแล้วค่ะ และเร็วๆ นี้จะเพิ่มขึ้นอีกนับสิบครอบครัวทีเดียว

ขอเพิ่มเป็นเพื่อนบ้านด้วยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 27
วิกูล วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 16.53 น.
http://www.oknation.net/blog/wikulponang

นี่แหละครับการศึกษา
การศึกษาเพื่อชีวิต
สนับสนุนครับ
ความคิดเห็นที่ 26
กุงแกงแดง วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 15.31 น.
http://www.oknation.net/blog/Ban-Ban

เราในฐานะ"คนเมืองเชียก" ชะอวด
เราของคุยยาวๆน่ะ
เราว่าการที่คิดทำหลักสูตรการเรียนการสอนแบบตามอัธยาสัยมันเป็นสิ่งที่ดีมากๆๆ เราว่าไม่จำเป็นหรอกครับที่จะไปง้อให้ครูมาสอนลูกหลานของเราในเมื่อเขาไม่อยากมา
แต่ที่ดูๆจากภาพ ภาพมันฟ้องเกินไปว่ากลุ่มผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งเป็นอย่างน้อยกำลังเล่นตลกกับเด็กและชาวบ้านอยู่
ที่ว่าภาพมันฟ้องฟ้องยังไงดูดีดีทุกท่านคงดูออกถ้าดูด้วยหัวใจของการศึกษาแบบทางเลือกนี้
1.นั่งระดมความคิดอย่างมีชีวิชีวา มั่นจัดฉากเกินไปและแบบขี้เกียจมากด้วย ระดมความคิดคือการร่วมกันคิด ไม่ใช่แยกกันคิดแล้วที่ที่จัดให้นั่งกันก็แบบนั่งตรงนี้ถ่ายเสร็จลุก
2.การไปเรียนของเด็กมันขัดแย้งกันเองอยู่แล้วในภาพตัวอย่างน่ะครับ เช่น
ภาพที่เด็กนอนหงายจดอะไรซักอย่างหนึ่งในเรือพายหรือภาพที่เด็กจับปลาไหลมันขัดกันอย่างมากกับภาพที่ร่วมกันกินข้าวและภาพที่เด็กกินลูกไทร
ขัดกันอย่างไรนะเหรอครับก็ดูที่การแต่งตังของเด็กซิครับ การเรียนแบบทางเลือกไม่ต้องใส่หรอกครับชุดนักเรียนเพราะเขาต้องการที่จะออกนอกระบบให้มากที่สุดอยูแล้ว
หรือว่าเพียงแค่ต้องการประกาศก้องให้โลกรู้ว่าที่นี่ไม่มีครูส่งครูมาให้หน่อย แล้วจะเขียนหลักสูตรทำไม ไม่เข้าจั่ย
และสุดท้ายของเมนต์นี้ การที่เอาเด็กมานั้งเรือ มาจับปลา มาเล่นน้ำ มันคือการเรียนรู้โดยธรรมชาติและตรงตัวที่สุดเราชอบจริงๆจากใจ(ถ้ามันไม่ใช่การจัดฉากอ่ะน่ะ)
เด็กหนนใหญ่
ความคิดเห็นที่ 25
จอมยิ้ม วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 14.30 น.
http://www.oknation.net/blog/ujomyim

เราได้มีโอกาสเข้าไปในชุมชนมาแล้ว ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับครูอาสาทุกคนที่กำลังต่อสู้เพื่อเยาวชนของท้องถิ่น
ความคิดเห็นที่ 24
muetheesamzsi วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 11.25 น.
http://www.oknation.net/blog/muetheesam

ขอบคุณแทนชาวบ้านท่าสะท้อนสำหรับทุกกำลังใจครับ
และขอให้กำลังใจที่ได้รับแปรเปลี่ยนเป็นพลังไปผลักดันให้กระทรวงศึกทบทวนการยุบโรงเรียนขนาดเล็กนับหมื่นโรงเรียนในไม่ช้าไม่นานหลังจากนี้โดยอ้างเหตุผลว่าไม่คุ้มทุน แต่กระทรวงศึกษาไม่ยอมพูดความจริงว่าเป็นเงื่อนไขที่รัฐบาลไปทำข้อตกลงทางการเงินกับต่างชาติใว้ ประเด็นที่น่าสนใจคือว่าการศึกษาที่รัฐมีหน้าที่ต้องทำวันนี้ต้องคิดกำไรขาดทุนด้วยหรือ ก็ไหนบอกว่าทุกคนต้องได้เรียนและเรียนฟรี วันนี้ไม่แน่ใจว่าตกลงประเทศนี้มีอะไรเป็นหลักยึดได้บ้าง วันนี้พูดอย่างหนึ่งทำอย่างหนึ่ง พรุ่งนี้ก็พูดอีกอย่าง ทำอีกอย่างเรื่อง Homeschool ก็เช่นกันวันนี้ยังไม่ไปถึงไหน ที่พอจะขับเคลื่อนไปได้บ้างเพราะผู้ปกครองมีใจ และคนที่เห็นด้วยจำนวนนึ่งหนุน แล้ววันพรุ่งนี้ไม่แน่ใจ แต่ใช่ว่าไม่มีทางออกหากคนที่เห็นด้วยว่าถึงเวลาแล้วที่ชุมชนคนที่มีใจสสต้องลุกขึ้นมาทดลองค้นหาแนวทางการศึกษาที่รับใช้หัวใจมนุษย์จริงๆและเป็นการศึกษาที่สามารถนำพาสังคมไปสู่ความสงบสุขไม่ทำร้ายกันอย่างที่เป็นอยู่ ท่าสะท้อนเป็นเพียงรูปธรรมเล็กๆที่สำแดงให้เห็นว่าทุกคนสามารถทำได้แม้แต่คนที่ไม่ได้ชื่อว่าเป็นพวกมีการศึกษา(แต่มีความรู้)หากเราใส่ใจและรู้สึกทุกข์ร้อนกับปัญหาที่มันกดทับเราอยู่ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว
ขอให้ทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจมีความสุขกับชีวิตรายวันและมีกำลังใจมีพลังที่จะทำสิ่งดีๆเพื่อตัวเองและคนอื่นๆบ้าง
ขอบคุณมากครับ
ความคิดเห็นที่ 23
เด็กดอย วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 11.25 น.
http://www.oknation.net/blog/eapoe
 "ข้าวทุกเม็ดที่เรากิน เราไม่รู้เม็ดไหนทำให้เราโต"                 www.meukakeecotour.com 

จำเป็นแล้วครับที่ชุมชนจะต้องออกมามีส่วนร่วม ลำพังแค่หน่วยงานกระทวงศึกษาหมดปัญญาแก้ใขปัญหาการศึกษาแล้วครับ เพราะนับวันจะยิ่งนำพาเด็กหลุดออกจากสังคมความเป็นจริงมากขึ้นทุกวัน ให้เด็กหันไปสนใจด้านอุตสาหกรรมมากขึ้น แต่แท้ที่จริงแล้ว เราคนไทยนะกินข้าว ไม่ได้กินขนมปัง
ความคิดเห็นที่ 22
นายไขเคว็ดบ้านโคกหม้อ วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 09.57 น.
http://www.oknation.net/blog/khokmaw
ตำบลชายคลอง บ้านโคกหม้อ : พันธะชีวา นยะสหคาม (Community Live)


หรอย สุดยอดครับ ชุมชนต้องพรรนี้แหล่ะ
ทุกคน ทุกสรรพสิ่งในชุมชน คือครู
นี้แหล่ะ คือการร่วมกันเรียนรู้อย่างแท้จริงทุกระดับ

ขอบคุณการนำเสนอ ขอบคุณทุกคนที่ร่วมสรรค์สร้าง

ความคิดเห็นที่ 21
ราษีไศล วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 09.47 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ /www.banduannoi.com/ www.tourthailand.th.gs

เยี่ยมไปเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 20
โม้งหัวครก วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 09.23 น.
http://www.oknation.net/blog/think49

เป็นกำลังใจให้......

.........สู้ต่อไปครับ

ไม่เคยทราบเหมือนกันว่า คนไทยแท้ ๆ ยัง(มีสิทธิ)โดนตัดสิทธิทางการศึกษา .....
ความคิดเห็นที่ 19
โม้งหัวครก วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 09.23 น.
http://www.oknation.net/blog/think49

เป็นกำลังใจให้......

.........สู้ต่อไปครับ

ไม่เคยทราบเหมือนกันว่า คนไทยแท้ ๆ ยัง(มีสิทธิ)โดนตัดสิทธิทางการศึกษา .....
ความคิดเห็นที่ 18
Patong วันที่ : 26/11/2007 เวลา : 00.24 น.
http://www.oknation.net/blog/Patong

เคยเห็นทางทีวีค่ะ... อ่านแล้วเติมความเข้าใจได้อีกมากหลาย... ภาพแจ่มเหลือเกิน... ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 17
ศรีลำดวน วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 23.16 น.
http://www.oknation.net/blog/lumduan
----

ชอบจังเลยอ่า
-------------------------------------
- http://www.oknation.net/blog/spajoke
ความคิดเห็นที่ 16
บุรุษเส้นขอบฟ้า วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 23.14 น.
http://www.oknation.net/blog/horizontalman
เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง  ที่อยากจะไปเหยียบบนเส้นขอบฟ้า

ขาดการศึกษานี่ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะหนิ...
แต่ชีวิตเค้าน่าอยู่จัง กลับคืนสู่ธรรมชาติ
ความคิดเห็นที่ 15
น้ำทะเล วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 21.45 น.
http://www.oknation.net/blog/soda

ภูมิปัญญาท้องถิ่นแท้จริง
เสียดาย ภาคใต้บ้านน้ำทะเลมีท้องถิ่น และภูมิปัญญา
แต่ไม่สามารถนำมาให้เด็กเรียนได้เลย
เพราะ สถานการณ์
http://www.oknation.net/blog/soda/2007/11/24/entry-1
ความคิดเห็นที่ 14
สายลมลอย วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 21.37 น.
http://www.oknation.net/blog/suankikran

แทบทุกถิ่น....แม้อายุล่วงเลยขนาดนี้แล้ว ผมยังอยากเรียนรู้ทุกอย่างอันเป็นวิถีดั้งเดิม

สานสาด แทงจูด เหลาตอก ตีเหล็ก ฯลฯ

น่าเรียนไปเสียเหม็ด

ขอสนุน ให้ยืนยาว ต่อไป ครับ
ความคิดเห็นที่ 13
พ่อลูกนิวส์ วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 21.04 น.
http://www.oknation.net/blog/homeschool

หาทางโรงเรียนติดขัดเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอน ผมขอแนะนำให้ปรึกษากับทางสมาคมบ้านเรียนไทย ที่ www.thaihomeschool.com/ เป็นชุมชนhomeschool ที่อบอุ่นมากๆๆ

หรือไม่ก็ลองคุยกับคุณเปิ้ล แม่ของน้องหมิง-มิลล์ ทำ homeschool อยู่ที่ อ.ขนอม www.oknation.net/blog/mingmill หรือป้าเปิ้ลของเด็ก ในสำนักข่าวเสียงเด็ก ww.oknation.net/blog/siangdek
ความคิดเห็นที่ 12
พ่อลูกนิวส์ วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 20.49 น.
http://www.oknation.net/blog/homeschool

ขอนับถือความกล้าหาญและความฉลาดของชาวบ้าน ที่ทำhomeschool แบบชุมชน ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้ทีดีมาก ขอเอาใจช่วยด้วยคนครับ
ความคิดเห็นที่ 11
นายตะเกียง วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 20.06 น.
http://www.oknation.net/blog/naitakeing

เอาไปเลย 1 โหวต ..น่าอิจฉาเด็กในหมู่บ้านนี้จิรงๆ ..เห็นนอนเล่นบนเรืออย่างมีความสุข...อยากกลับไปเป็นเด็กอีก
ความคิดเห็นที่ 10
กรมกุชะ วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 18.51 น.
http://www.oknation.net/blog/cradm

อีกหนึ่งบริบทของชุมชนคุณภาพ ที่รัฐบาลต้องสำเหนียก
วิกฤตขาดแคลนครู
ขาดแคลนผุ้บริหาร
เป็นปัญหาที่ถุกวางไว้เป็นข้อท้ายๆของนโยบายทางด้านการศึกษา
ปัญหางบประมาณกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
มันคนละเรื่องเดียวกันก็จริง
แต่มันก็เป็นต้นสายปลายเหตุของความยุ่งเหยิงประเทศนี้แบบอีกหลายชั่วอายุคน…
อย่าไปว่าแดกเขต3 เลยครับ….นั่นมันปลายแถว
จี้ไปที่รัฐบาลและนโยบายกระทรวงศึกษาธิการน่าจะเกาถูกที่คันกว่า
เข้าใจว่าผู้เขียนBlog นี้เป็นทั้งนักคิด นักเขียนและนักถ่ายภาพมืออาชีพ
ภาวนาให้เรื่องราวของบ้านสะท้อน….
….สะท้อนภาพความเหลวแหลกของการจัดการศึกษาไทย…
ได้มีโอกาสตีแผ่ไปมากกว่านี้
รัฐบาลใหม่จะสำเหนียกบ้างไหมหนอ ?
ความคิดเห็นที่ 9
coolwater วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 18.42 น.
http://www.oknation.net/blog/cool
enough  is  enough   ความเพียงพอคือความพอเพียง

ขอแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจ
ถ้าทุกชุมชนในเมืองไทยเป็นแบบนี้
อนาคตของไทยคงจะไปไกลแน่นอนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 18.36 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ยอดเยี่ยมมากค่ะ ให้เลยนะคะ หนึ่งโหวต
ความคิดเห็นที่ 7
พระจันทร์ วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 18.31 น.
http://www.oknation.net/blog/sasithorn
เพราะเชื่อว่า...โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ...รู้หรือไม่รู้...เท่านั้นเอง

สุดยอดเลยค่ะ
นับถือน้ำใจจริง
"ชุมชนเข้มแข็ง" แน่นปึ๊ก..
...ขอคารวะ...

พระจันทร์
ความคิดเห็นที่ 6
ทรายรุ้ง วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 18.26 น.
http://www.oknation.net/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

มาเยีย่มและขอชื่นชมคุณครูจากใจ
เมื่อชุมชนเข้มแข็ง...การเรียนไม่จำเป็นต้องใช้ตำราที่เขานั่งเขียน..เขียนจากชีวิตจริงเด็กๆจะได้อาไรอีกเยอะเลยค่ะ
สู้ สู้
ความคิดเห็นที่ 5
HalfMoon วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 18.17 น.
http://www.oknation.net/blog/halfMoon
Twinkle light  from the "half Moon" in a dark sky...

นั่งอ่านเรื่อง นั่งดูภาพแล้วก็นึกอิจฉาและสงสารไปพร้อม ๆ กัน

อิจฉาเด็ก ๆ ที่นั่น แทนเด็กกรุงเทพ
ที่การเรียนสาระความรู้ตามหลักสูตรท้องถิ่น ได้เรียนรู้จากท้องถิ่น อย่างแท้จริง
ซึ่งผิดกับ เด็กในกรุงเทพ ซึ่งเรียนหลักสูตรท้องถิ่นจากหนังสือ หรือได้ออกไปสัมผัสกับชุมชนอย่างผิวเผินบ้างในบางครั้ง เท่านั้น
เนื่องจากครูในกรุงเทพ ใช้เวลาส่วนใหญ่ หมดไปกับการจัดการงานเอกสารต่าง ๆ เพื่อรองรับการประเมินคณานับที่ดาหน้ากันมาประเมินโรงเรียน ประเมินหลักสูตรและประเมินบุคลากร

การเรียนรู้แบบ learning by doing นั้นได้ผลและยั่งยืนกว่าจริง ๆ
อิจฉาแทนเด็ก กทม.ค่ะ

และรู้สึกสงสารที่ เกิดอะไรขึ้นกับองค์กรเพื่อการศึกษาที่นั่น อยู่ๆ โรงเรียนจะถูกยุบหรือยุติการสอนโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจนได้อย่างไร
สพฐ.ไม่จัดการใดกับเรื่องนี้หรือ?
กระทรวงฯ มัวทำอะไรอยู่?

เป็นกำลังใจให้เด็ก ๆ ได้โรงเรียนเดิม กลับคืนมาเร็ว ๆ นะคะ
และเป็นกำลังใจให้คณะครูทุกท่าน ที่อดรนทนไม่ได้กับเหตุการณ์ในครั้งนี้
ปูชนียบุคคลเหล่านี้ สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูและเอาเยี่ยงย่าง สมกับที่เป็น "ครู" จริง ๆ ค่ะ
+1 โหวต สำหรับเรื่องราวดี ๆ ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 4
นายชิกุวะ วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 18.11 น.
http://www.oknation.net/blog/chikuwa
"นายชิกุวะ" มีเรื่องราวดีๆ... มาเล่าให้ฟังเรื่อยครับ ลองแวะมาอ่านได้ขอรับกระผม

คาราวะจริงๆ ครับ เยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 3
รู้นิดรู้หน่อย วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 18.11 น.
http://www.oknation.net/blog/dare

รัดมนตี-ซวงศึกษาน่าจะเอาไว้คิดให้มากกว่าที่คิดทุกวันนี้จัง เฮ่อ..........
ทำต่อไปน่ะค่ะ ภูมิปัญญาไทยเราเองอีกเเหละ อิอิ หนับหนุน
ความคิดเห็นที่ 2
กิต วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 18.08 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ดีครับ

ชื่นชมด้วยความจริงใจครับ

สวัสดีครับ


ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 25/11/2007 เวลา : 18.07 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

นับถือจริงๆครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30