พิมพ์หน้านี้
|
หากคุณเดินทางไกลสักหน่อย ก็จะมีหนังฉายในรถในเรือให้คุณได้บันเทิง เกือบตลอดเส้นทาง แม้บางครั้งคุณอาจจะต้องตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาบ้างก็ตาม แต่มันก็จะไปเสียหายอะไร? ที่ท่าเรือรัษฎา ภูเก็ต ไปเกาะพีพี หญิงวัยสามสิบร่างอ้วนเตี้ยตัดผมสั้นเกรียนเหมือนผู้ชาย ผิวขาวเหมือนคนจีน เธอทรุดตัวลงนั่งเว้นห่างผมไป สองสามที่นั่ง ก่อนวางโทรศัพท์มือถือลง แล้วพูดว่า "ทำไมมันไม่รับสายว่ะ" เธอทำท่าฮึดฮัด แล้วกดโทรศัพท์ในมือใหม่อีกครั้ง สาวที่มากับเธอด้วยอายุราวยี่สิบห้า เดินเข้ามายืนข้างหน้าหลังจากที่เธอไปที่โต๊ะขายตั๋ว ร่างเพียวลมผิวดำแดงค่อนไปทางขาว ใส่แว่นกันลมสีใสอันใหญ่ พูดสำเนียงภาคกลาง แสดงกิริยาว่ามาจากกรุงเทพฯ แต่หน้าตาเธอไม่แน่ใจนักว่า เป็นคนภาคกลางหรือไม่ เธอพูดกับหญิงร่างอ้วนที่ท่าทางเหมือนชายที่มากับเธอด้วยความรู้สึกผิดหวังและหงุดหงิด " เขาว่าตั๋ว 150 ไม่มี ต้องเป็นเฉพาะคนเกาะเท่านั้น " เธอว่า " เนี่ย..เพราะว่าเขาเห็นฉันหัวแดง มากับเธอแน่เลย" หญิงร่างอ้วนเธอย้อมผมสั้นของเธอเป็นสีทองทั้งหัวแบบฝรั่ง ท่าทางเหมือน ทอมบอยฮ่องกง ใต้หวันอะไรราวๆนั้น ส่วนผู้หญิงที่มากับเธอก็คล้ายกับผู้หญิงที่ทำงานบาร์แถวพัทยา ที่เรามักคุ้นตาเวลาไปเที่ยว ในสายตาและประสบการณ์ของพนักงานขายตั๋วอาจจะตีความไปว่าเธอคงพาแฟนทอมบอยต่างชาติมาเที่ยว ก็เลยจะเก็บราคาตั๋วเธอสองคน คนละ 300 ตามราคานักท่องเที่ยว และไม่ยอมขายตั๋วราคาชาวเกาะให้ ผมเหรอ ผมใส่รองเท้าแตะสะพายเป้ เสื้อยืดคอกลมเก่าๆที่คอย้วยแล้วเพราะไม่มีให้เลือกมากนัก เอาที่ไม่มีกลิ่นก็พอ เธอทั้งคู่แสดงอาการไม่สบอารมณ์ กับการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกันนักระหว่างพนักงานขายตั๋วที่เป็นคนไทยด้วยกัน "แล้วทำไมไม่บอกเล่าว่าเราจะไปหาเพื่อนที่ทำงาน อนามัยที่เกาะ...ทำไมมันไม่รับวะ" คนผมสั้นพูดและยังกดโทรศัพท์ต่ออีกครั้งพร้อมกับยกแนบหู แล้วหันหน้าเล็กน้อยชำเลืองสายตามองผมแว่บหนึ่งด้วยหางตา ก่อนพยายามแนบหูฟังเสียงตอบรับจากโทรศัพท์อีกครั้ง "หนูบอกเขาแล้วแต่เขาก็บอกว่าไม่มี ป๋าลองถามเพื่อนป๋าซิว่า ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้" สาวที่มาด้วยพยายามอธิบาย เสียงดังเหมือนจะให้ผมเข้าใจด้วย ผมก็นั่งงัวเงียอ่านหนังสือแบบเรื่อยเปี่อยฆ่าเวลาไป เพราะยังไม่ได้นอนเลยตั้งแต่เมื่อคืน ในตาแดงก่ำ "อะไรวะ ... เดี่ยวเอาบัตรข้าราชการให้มันดูเลย ....ดูซิ แม่...งง ไม่รับสาย" เธอยิ่งหงุดหงิดขึ้นและมองมาทางผมอย่างไม่สบอารมณ์ คงติดพันจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ "เออ...ลองเอาให้มันดูเดะ บางทีอาจจะขายให้นะ ป๋าเอามารึป่าว" เธอกล่าวสนับสนุนความคิด คนที่เธอเรียกว่า ป๋า " ไม่ได้เอามาด้วยซิ...เดี่ยวไม่ปงไม่ไปแม่..งง เลย ชักอารมณ์เสียแล้ว อะไรวะยุ่งฉิบหาย ไม่อยากเที่ยวเท่วมันแล้ว เสียความรู้สึก" เธอพูดเสียงดังขึ้นใส่หญิงที่มากับเธอด้วย ซึ่งยืนหน้ามุ่ยพอๆกัน สายตาของทั้งสองคนมองมาทางผมแว่บหนึ่งราวกับจะให้ผมรับรู้ด้วยในความผิดของพนักงานขายตั๋วที่เธอคิดว่าคงเป็นคนใต้เหมือนกับผม เพราะผมมันคนตัวดำ ผมชักรู้สึกไม่ดีในการแบกรับความรู้สึกนี้ ก็เลยลุกไปตีตั๋วดีกว่า เห็นเขาเริ่มลงเรือกันแล้วด้วยใจตุ้มๆต่อมๆ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะโดนราคาเท่าไร จะโทรไปหาใครช่วยก็ไม่ได้ ถึงมีเบอร์เพื่อนที่เกาะ แต่พวกมันก็ไม่ได้เป็นคนสำคัญอันใดพอจะพูดให้พนักงานขายตั๋วราคาคนเกาะให้ผมได้ ผมเดินไปที่โต๊ะขายตั๋วด้วยหน้าตามัวซัวและรุงรังด้วยหนวดเคราบนใบหน้าที่ไม่ค่อยได้รับการดูแลนัก "จะไปเกาะ" ผมว่า พนักงานสาวหน้ารูปใข่ผมยาวถามผมว่า จะไปท่าต้นไทรหรือท่าเรือ ผมไม่ได้คิดอะไร ก็ตอบแบบตรงๆว่า "ท่าเรือ" ผมไม่รู้หรอกว่าที่เกาะ พีพี มีท่าต้นไทรและท่าเรือด้วยหรือ มันจะต่างกันยังไงเพราะมันก็มีอยู่ท่าเดียวนั่นแหละเท่าที่ผมรู้ ก็ไม่เข้าใจว่าเธอถามอย่างนั้นทำไม หรือบางทีผมอาจจะไม่รู้ก็ได้ ผมรู้ว่ามีอ่าวต้นไทรมันอยู่ที่ไร่เลอ่าวนาง ที่จังหวัดกระบี่โน้น แต่หล่อนก็ไม่ได้แสดงอะไร ตีตั๋วให้ผมหนึ่งใบเป็นใบสีเหลือง ราคา150 บาท ที่ตั๋วเขียนว่า สำหรับ ชาวเกาะ ผมไม่แน่ใจว่าผมเป็นชาวเกาะไปตั้งแต่เมื่อไร เพราะผมหาได้มีบ้านอยู่บนเกาะพีพี หรือเกาะไหนๆ ทั้งสิ้น
|
| อันดามัน7 | ||
ท่องเที่ยวอันดามัน2550 |
||
|
View All |
||