พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีคนมาชวนวิ่งให้กำลังใจกับเภสัชกรท่านหนึ่งซึ่งกำลังป่วยเป็นโรคร้าย โดยตกลงกันว่า ระยะทางทั้งสิ้น 42 กม. แต่ใครสมัครใจจะวิ่งเท่าไหร่ก็ได้ สำหรับผู้เริ่มชวนนั้น ตั้งใจไว้แล้วว่าจะวิ่งให้ครบ 42 กม. ผมไม่เคยวิ่งระยะทางยาวไกลขนาดนั้นมาก่อน แค่วิ่งจ๊อกกิ้งออกกำลังตอนเช้าระยะทางสั้นๆเท่านั้น ซ้อมก็ไม่เคยซ้อมไล่ไต่ระยะทางมาก่อน ก็เลยตัดสินใจว่า ขอแค่ 10 กม. น่าจะไหว 42 คงไปไม่รอด ยิ่งคืนก่อนที่จะออกวิ่ง อยู่เวรห้องฉุกเฉินเวรดึก กว่าจะลงเวรก็สายๆ แล้วทำงานต่อเช้าอีก จึงคิดว่าไม่ไหวแน่ เรานัดกันเที่ยงคืน โดยกะว่าจะวิ่งกลับมาถึง รพ.ในตอนเช้าพอดี ลึกๆ ในใจ อยากจะทดสอบตัวเองเหมือนกัน ว่าตัวเองมีความสามารถไหม จิตใจที่คิดว่า เคยฝึก อบรมตัวเองมา จะสามารถทำให้เรายืนหยัดได้ครบ 42 กม.หรือไม่ ร่างกายที่เคยออกกำลังกายจ๊อกกิ้งทุกเช้า ถึงแม้จะเป็นวันละเล็กน้อยก็ตาม น่าจะรับไหว คืนนั้น จึงเปลี่ยนใจไปให้ไกลที่สุด เท่าที่จะทำได้ เที่ยงคืน หลังจากที่ทั้งกลุ่ม ได้กราบนมัสการพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ก็เริ่มวิ่งออกจากหอพระ ไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางที่ได้กำหนดไว้ ก่อนตีสามเล็กน้อย ผมไปได้ครึ่งทาง 21 กม.แล้ว วิ่งแบบไปเรื่อยๆ ไม่เร่ง เริ่มปวดเมื่อยขา แต่ใจก็ยังไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย จึงไปต่อประมาณเกือบตี 5 ไปได้ 32 กม. แวะรับน้ำเครื่องดื่มเป็นช่วงๆ 10 กม.สุดท้าย เป็นช่วงที่จิตใจต้องควบคุมสังขารร่างกายให้ได้ ขาอ่อนล้าแล้ว แต่ใจก็ยังสั่งให้ก้าวต่อไป สุดท้าย ก็ครบระยะทางมาราธอน 42 กม.เศษๆใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงครึ่งเช้าพอดี พวกเรากลับถึงเป้าหมายแทบทุกคน น้อยคนที่เลิกกลางคัน กลับมาพิจารณาตัวเองทบทวนเหตุที่ทำให้อยู่ได้จนครบระยะ จิตใจ คำเดียว สมดั่งคำที่ว่า "ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกสิ่ง สำเร็จได้ด้วยใจ" เชื่อกับตัวเองว่า เป็นผลมาจากการฝึกปฎิบัติ อบรมจิตใจที่ผ่านๆ มา ที่สำคัญ หลังจากวันนั้น จะต้องผจญกับความปวด เมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ อาการแสบของผิวหนังจากการเสียดสีกับเสื้อผ้า และปัญหาที่เล็บเท้า เป็นบทเรียนให้ฝึกต่อไป การกำหนดรู้ในเวทนา ความรู้สึก ในภาษาที่เราเคยคุยกับเพื่อนร่วมวิชาชีพคล้ายๆ ว่า splitting emotion คือแยกให้ออกนะ ว่านี่เป็นเวทนา ความรู้สึก แล้วก็กำหนดรู้ มีสติรู้ แต่ไม่ได้ไปยึดติด ไม่น่าเชื่อว่า ลดความทุกข์ทรมานลงได้อย่างดียิ่ง แต่ก็ไม่ได้ฝืน หากปวดมาก ก็จะพัก และดูแลตามสมควร แช่น้ำอุ่น นอนยกขาสูง ทำตามข้อควรปฎิบัติ ที่ควรทำ ไม่ให้เกิดความประมาท เพียงแค่ข้ามวัน ก็สบายตัวขึ้นมาก โดยไม่ต้องพึ่ง NSAID (ยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบ) เลย สามวัน ร่างกายกลับคืนมาเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกสิ่งสำเร็จได้ด้วยใจ |