|

ระหว่างที่ผมหายหน้าไป 2 วัน เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้กิน เที่ยวอย่างปรีดิ์เปรม เกษมศานติ์ ผมเลือกหนังมาดู 3-4 เรื่อง ก่อนไปลงเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา...  
หนังบางเรื่องก็เป็นหนังดีมาก... แต่ไม่ได้รับความสนใจ อย่าง Zodiac ( อันนี้แนะนำให้ดูนะครับ ) ออกเป็น VCD แล้ว และอีกเรื่องที่ควรซื้อเก็บไว้คือ 

...การ์ตูนเรื่อง Ratatui การ์ตูนเสริมความเข้มแข็งให้จิตใจ ภายใต้คำพูดประโยคที่ว่า..."ใครๆก็ทำอาหารได้"
สำหรับวันนี้ ผมขอนำหนังที่เพิ่งมี VCD ให้เช่าดูอีกเรื่องที่อยากเขียนถึง 
มวยไชยา ครับ..หนังดีที่ขาดแรงทางการตลาด
ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น ภูมิใจเสนอ ภาพยนตร์แอ็คชั่น... สู้ 360 องศา... ผลงานกำกับ โดย ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับ ภาพยนตร์ เรื่อง ลองของ ผู้เขียนบท ภาพยนตร์เรื่อง เปนชู้กับผี เรื่องราวของลูกผู้ชาย สามคน ที่ยืนหยัดประจัญหน้า ประกาศอานุภาพเลือดนักสู้ ในการแบกมรดก การต่อสู้ มวยไทย ไชยา ไว้บนบ่า เขาทั้งสามก้าวเข้ามาสู่สังเวียนนักสู้ในกรุงเทพฯ ด้วยความฝัน ความมุ่งมั่น แต่สิ่งที่ประสบในวงการมวย กลับ ไม่เป็นอย่างที่เขาคิด ความรัก มิตรภาพ การเสียสละ ระหว่างเพื่อน ชัยชนะ ขัดแย้ง และเล่ห์เหลี่ยม กลโกง วงการมวย เจ้าพ่อ นักพนัน สังเวียนเปื้อนเลือด แชมป์เปี้ยนตัวจริง พิสูจน์จากรางวัลหรือความเป็นลูกผู้ชาย 
กอฟ- อัครา อมาตยกุล ทุ่มเทที่สุดในชีวิตการแสดง กับบทนักสู้ที่ผู้ชมต้องทึ่ง บอย- ธวัชชัย เพ็ญภักดี จาก ไทยแลนด์ เพอร์เฟ็คต์แมน กับการแจ้งเกิดในบทนักมวยไชยา สน - สนธยา ชิตมณี กับบทบาทที่ทุกคนจะต้องรักเขา พบกับการแสดงครั้งสำคัญของ จี๊ด- แสงทอง เกตุอู่ทอง ในบทสาวอะโกโก้ 
ร่วมด้วย ยอดสนั่น 3 K แบตเตอรี่ สวมบทบาทในชีวิตจริง และ กิเนีย- ภริตา คงเพชร นางเอกสาวหน้าหวานที่จะมาละลายหัวใจคุณ

ไฟว์สตาร์ ภูมิใจนำเสนอ เต้ ไชยา ว่าที่ สถาปนิกหนุ่ม ผู้ร่ำเรียนวิชามวยไชยา อย่างเอาจริง กับการก้าวเข้ามาเป็น ดาวรุ่งทางด้านการแสดงบทแอ็คชั่น ครั้งแรกของแผ่นดิน ที่จะประกาศศักดาศาสตร์ มวยไทยไชยาบนแผ่นฟิล์ม ข้อมูลจาก http://www.thaicinema.org/kit72muaythai.asp ผม Copy โปรยคำโฆษณาให้เต็มๆเลยฮิๆ 
หนังเรื่องนี้ มีอะไรหลายๆอย่างที่ตั้งใจจะให้..แต่ผู้รับไม่ได้รับ เพราะความที่หนังไม่ติดกระแส และอาจเป็นเพราะองค์ประกอบสำคัญ หลายๆอย่าง เช่น หนังใช้ภาษาใต้ เป็นภาษาพูดค่อนข้างมาก ขนาดร้านเช่าวิดีโอยังออกความเห็นว่า เพราะพากษ์ติดแหลงใต้มากไป หนังเลยไม่ได้รับความสนใจด้วยเหตุหนึ่ง...
แม้ผมจะไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ก็ฟังหูไว้หูนะครับ และต่อไปนี้คือ ความคิดเห็นของผมที่มีต่อหนังไทย เรื่องนี้ 
บทบู๊ แม้จะสู้องค์บากไม่ได้แต่ ให้สาระ ให้วิชาการมากกว่าในแง่แม่ไม้มวยไทย บทตลกโปกฮา น่ารัก แบบเด็กๆ ได้คะแนนดีพอใช้ครับ บทโหด...โหดสะใจ ชนิดเลือดทะลักท่วมจอ บทรัก...ก็หวานพอได้ระคนเจ็บแปลบๆแทนพระเอกอีกคนของเรื่อง ผู้แสดง : หน้าใหม่สำหรับหลายๆคน แต่ที่จริงมีผลงานพอสมควร พระเอกและพระรองแสดงได้เป็นธรรมชาติดี จนบางครั้ง...ดีเกินไปด้วยซ้ำ โดยเฉพาะนางเอก สวยหวานแบบสาวใต้ ใจเด็ด เหมาะจริงครับ ความคิดเห็นสำหรับ บทภาพยนตร์ บทหนัง : มวยไทยไชยา ยึดติดกับความจริงในชีวิตมากไป และความเป็นจริงในชีวิตนั้น...มันรันทด !!! 
ผมอยากจะเปรียบภาพยนตร์เรื่องนี้ " เหมือนงานเลี้ยงชุดใหญ่" ในท่ามกลางสำรับอาหาร หลากรส ที่ถูกเสริฟสู่สายตา (แน่ละมันไม่ใช่ ขันโตก เพราะมันคือ แกงเลียงปักษ์ใต้ เผ็ดแสบถึงเลือดถึงเนื้อ) 
มันไม่ใช่ " บุฟเฟต์" ที่จะเลือกตักเฉพาะชนิดที่เราชอบได้ หลายคนจึงจำต้องเสพรับ รสชาติเฝื่อน, ขม ของบางฉากบางตอนจนแทบอาเจียนออกมา และมันก็ไม่ใช่ "โต๊ะจีน" แม้ว่า "ออเดิฟร้อน" ตอนเริ่มเรื่องจะอร่อยน่าประทับใจก็ตาม 
ถ้าจะให้เปรียบเทียบ ผมคิดว่า หนังเรื่องนี้คล้าย "ค๊อกเทล" มากกว่า อาหารจิ้ม- เสียบ คล้ายกับแกล้มเหล้า ที่ดูพื้นๆธรรมดา ติดดินประเภท... หมูสะเต๊ะ, กระเพาะปลา, ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ, ทอดมัน, ลูกชิ้นปิ้ง ฯลฯ 

ค๊อกเทลทรมานใจ ที่ต้องฝืนแยกเขี้ยว กัดฟันยืนกิน ปวดขาปวดน่องเพราะไม่มีที่นั่ง ไม่มีที่หลบพักหอบหายใจ เหมือนบางฉากบางตอนที่ พระเอกเป็นหมาจนตรอก ไม่มีที่ไป...!!! ถึงขนาด ถ่ายเป็นเลือด ..!! เพราะช้ำในสาหัส จากการชกมวยเถื่อน  

บางช่วงก็สนุกออกรสชาติ เมื่อเจอซีนที่ถูกใจ ฉากที่รอคอย เช่น ฉากสอนมวยไชยาให้เด็กๆ ฉากเพื่อนตาย 3 คนไม่ทิ้งกันกอดคอกันตกเขา !! ภาพเด็ก3 คน ของ เผ่า, เปี๊ยก และสะม้อที่จับมือกันเป็นทอดๆจนร่วงไปตามๆกัน เป็นความประทับใจในน้ำมิตร (ที่โง่เขลา) ประการหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นสภาพความจริง ไม่ควรตัดสินใจแบบนั้น แต่...นี่คือหนัง... หนังสามารถเสกสรรให้กีฬาที่หฤโหดเลือดสาด กลายเป็นสิ่งที่หฤหรรษ์ได้ เช่น...ฉากพนันเงินต่อยมวย สมัยเด็กของ 3 เกลอ ที่ผมอดยิ้มไม่ได้เมื่อ... สะม้อ เพื่อนตายเป่าขม่อมให้เปี๊ยกเพื่อรักก่อนขึ้นเวที ชกกินตังค์ 12 บาท ด้วยคาถามหาลาภ "ตังค์มึง ตังค์กู" 
จะว่าไปแล้วหนังไทยหลายๆเรื่องที่เปี่ยมคุณภาพ แต่ด้อยการตลาด เรามีพบเห็นบ่อยๆ... แต่สำหรับหนังเรื่องนี้ มีจุดนึงที่ผมอยากชี้ให้ชัดทำนอง ตำหนิติติงกันเลย คือ...การเอา "เหน่อสุพรรณ" สามารถ พยัคฆ์อรุณ มาเล่นบทพูดสำเนียง ทองแดง !! เล่นเอา หมดมู้ดเลย เวลาสุพรรณแหลงใต้ !!! 
สำหรับข้อดีทั่วๆไปที่เราพอจะมองเห็นและเก็บเอามาได้จากการดูหนังเรื่องนี้ ก็มีหลายอย่างพอดู เช่น... - มิตรภาพตราบวันตาย - สิ่งที่เราเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่มัน "เป็น" จริงๆ - ความดำมืดของวงการมวย และโศกนาฎกรรมเบื้องหลังเวทีผืนผ้าใบ ซึ่งถูกเปิดเผยลงบนแผ่นฟิลม์หนังเรื่องนี้ 



แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้ โดยองค์รวมจากภาพยนตร์เรื่องนี้ มิใช่ "ความภาคภูมิใจ" ในแม่ไม้วิชามวยไทย แต่เป็นความรู้สึก "ถูกทำร้าย" และ"หวาดกลัว" มากกว่าที่จะ "ชื่นชม" นี่อาจเป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้หนังเรื่องนี้ไปไม่ถึงดวงดาว !! 

ความเห็นส่วนตัว...หากคนเขียนบทหนังจะยอมปรับเลี่ยนบท ให้ Positive มากหน่อย และถ้าให้ดี Happy Ending ไปเลย...ก็จะดีไม่ใช่น้อย 



เชิงมวยไชยา มีจุดเด่น ท่าดี - ขายได้ ลีลา และรูปแบบก็ไม่เป็นรองใคร หากคนเขียนบทหนัง "ครูทิว" อิงแนวของ "หวงเฟยหง" ซึ่งจีนเขาทำหนังแบบเชิดชูเกียรติ จนมีผลช่วยเสริมให้มวยจีน กลายเป็นแบบแผนที่เยาวชน รับไปฝึกปรือเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงได้ ก็จะดีไม่ใช่น้อย...( ฝันอีกแร้ววววครับทั่น) สุดท้ายผมขอจบด้วยการกลับคำพูดในหนังตอนต้นๆประโยคนึงว่า "เราได้รู้ที่มาของมวยไชยา แต่เราไม่อาจคาดเดา...จุดจบ"
หมายเหตุ : การสนับสนุนให้เด็กต่อยมวยหากินตั้งแต่ยังเล็ก เป็นอันตราย อาจทำให้ร่างกายแคระแกรน หรือสติปัญญาเสื่อมถอยได้ รวมทั้ง กฏหมายไม่คุ้มครองเด็กที่อายุ ต่ำกว่า 15 ปี กรณีบาดเจ็บจากการชกมวย
|