|
พอดีเมื่อคืนนี้ได้อ่านเรื่องราวของท่านปรัตยา ..entry เกลียดก่ออู้หนัก ๆ ฮักก่อฮักแต้ ๆ http://www.oknation.net/blog/chief-dan/2008/03/11/entry-1 แล้วเห็นรูปท่านในบล้อกคุณโก้ (เดาว่าใช่..ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัย) http://www.oknation.net/blog/nammon/2008/03/08/entry-1 ตาคมๆผมดอกเลา หล่อเหลาไม่เบาแต่แพ้ผมไปนิด ฮิๆ ให้บังเอิญที่ผมเพิ่งดูหนังเรื่องนึง เนื้อหาสาระออกจะหนัก แต่มันมีส่วนสัมพันธ์กับเรื่องราวใน entry ของท่านปรัตยา ชนิดที่เรียกว่า คงจะนำไปปรับใช้ได้ (ถ้ามองเห็นและเล่นเป็น) Lion for Lambs : ปมซ่อนเร้นโลกสะพรึง 
นำแสดง :ทอม ครูซ, โรเบิร์ต เรดฟอร์ด, เมอรีล สตรีพ ผู้กำกับ : โรเบิร์ต เรดฟอร์ด วุฒิสมาชิกหนุ่ม Irving รับบทโดย "ทอม ครู้ซ" - Tom Cruise นักข่าวโทรทัศน์สาวใหญ่ Jenny รับบทโดย "เมอริล สตรีพ" - Meryl Streep ศาสตราจารย์ Malley (อาจารย์) รับบทโดย "โรเบิร์ต เร็ดฟอร์ด" - Robert Redford นักศึกษา Tod (ลูกศิษย์) รับบทโดย "แอนดรู การ์ฟิลด์" - Andrew Garfield หนังเรื่องนี้ผมหยิบมาดูทันทีที่เจอในร้านเช่าวิดีโอ แม้ว่าจะไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ ผมไม่ได้ดูกระทั่งชื่อเรื่องหนัง แต่ที่หยิบทันทีเพราะหน้าดารานำแสดงบนปก 3 ท่าน ผมนั่งเสพ อรรถรสจากแต่ละประโยคของหนังเรื่องนี้อย่างพยายามซึมซาบให้มากที่สุด
ผมเชื่อว่า 80 %ของคนที่หลงหยิบหนังเรื่องนี้มาดูจะ ดูไม่เข้าใจ และอาจมี 50% ที่ดูไม่จบ ผมก็ไม่บังอาจบอกว่าผม Get สิ่งที่หนังเรื่องนี้นำเสนอ...ทั้งหมด เพราะมันมากมายเกินจะพรรณาหมดใน Entry นี้ ถ้า...คุณชอบ..การเมือง - การทหาร หรือ สนใจรัฐศาสตร์ ถ้า...คุณรู้จักปรัชญาการปกครองสมัยกรีก เคยได้ยินชื่อ เพลโต, โซเครติส ฯลฯ ไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้ครับ... และนี่คือ ตัวอย่างข้อคิด เล็กๆน้อยๆ ที่ผมพบจากในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ.. ผมพบว่า... การสร้างภาพ(ของนักการเมือง) ... เป็นเรื่องธรรมดาขี้ปะติ๋ว ถ้าเทียบกับการ ...สามารถหลอกใช้สื่อได้..!! ผมพบว่า...พยายามแล้วล้มเหลว ดีกว่าล้มเหลวโดยไม่พยายาม เพราะ...อย่างน้อยก็ยังได้ทำอะไรบ้าง...!! หนังเรื่องนี้ ถ่ายทอดเรื่องราว จาก 3 สภาพแวดล้อม สลับกันไปมา 
เริ่มเรื่องจากการที่ วุฒิสมาชิกหนุ่ม ( ทอม ครุยส์) ของพรรครีพับลิกัน ผู้ทรงอิทธิพลยิ่งด้านความมั่นคง ให้โอกาสนักข่าวหญิงอาวุโส สัมภาษณ์แบบ ตัวต่อตัว ถึงเรื่อง "ยุทธวิธีใหม่" ในการกำจัดฝ่ายศัตรูหลังจาก 6 ปีที่ล้มเหลวนับจากเหตุ 11 กันยายน เธอถามย้อนถึงความผิดพลาดที่อเมริกาหาเหตุบุกยึดอิรัก จนเสียคะแนนไปมากมายบนเวทีโลก วุฒิสมาชิกหนุ่ม มือขวาท่านประธานาธิบดี ได้เล่าเรื่องราวความจำเป็นที่สหรัฐ "แพ้ไม่ได้" ความจำเป็นที่ต้อง"ปักหลัก"ยึดครอง อาฟกานิสถาน เพื่อ"วางรากฐานประชาธิปไตย" และเพื่อมิให้พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญตกเป็นของฝ่ายศัตรู เขายอมรับข้อผิดพลาดในอดีต เขาปลุกเร้าความรักชาติของเธอ หว่านล้อมเธอ ให้เชื่อมั่นในแสนยานุภาพของกองทัพ บอกเล่าเรื่องราวสะท้อนภัยอันตรายจากบินละดิน และเหล่าภาคี ชี้ให้เห็นเหตุวิกฤติ และความสูญเสีย หากละวาง หรือถอนทัพ ฯลฯ เขาพยายามใช้ทุกวิธีการที่จะมุ่งสู่เป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม, เสียงตะคอก กระทั่ง...ใช้แววตาที่กลั้วคราบน้ำตา...!!! สิ่งที่เขาต้องการจากสื่อ คือ..ช่วย "ถ่ายทอด" - "ความคิดปลุกระดม" เพื่อให้ "กำลังใจ" และ "ขอแรงสนับสนุน"จากประชาชนชาวอเมริกัน ... สู่สิ่งที่สหรัฐกำลังกระทำอยู่..... ( ถ้าคุณเคยชอบเขาใน The Firm ...คุณจะต้องชอบบทบาทนี้ของ ทอม ครู้ซ อีกหน ) 
อีกด้านหนึ่ง เป็น... ภาพเหตุการณ์สนทนาในห้องพักครู ของศาสตราจารย์เฒ่า กับ ศิษย์หนุ่มนามว่า "Tod" อาจารย์กำลังพยายามค้นหา สาเหตุที่แท้จริง ที่ทำให้ลูกศิษย์ไม่ยอมเข้าเรียน ทั้งๆที่เด็กคนนี้ มีแววมากที่สุดว่าจะเป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองได้ ในอนาคต เนื่องจากเขาพบเห็นการนำเสนอแนวคิดที่โดดเด่นในขณะเรียนวิชารัฐศาสตร์ที่เขาสอน ทั้ง 2 เหตุการณ์ ถูกฉายภาพสลับกันไปมา พร้อมกันกับความเกี่ยวโยงไปสู่อีกหนึ่งเหตุการณ์ ..ที่แนวหน้าของสนามรบในอัฟกานิสสถาน กลุ่มทหารนาวิกโยธินสหรัฐ กลุ่มหนึ่ง ที่ได้รับคำสั่งให้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ โดดร่มไปลงยึดเป้าหมายบนภูเขาสูงแห่งหนึ่งไปปฏิบัติภารกิจ "ยุทธวิธีใหม่" นาวิกโยธินกลุ่มนี้ ไม่รู้ว่าตนเองเป็น "หนูตะเภา" ของทฤษฎีใหม่ ขณะที่ใกล้ถึงเป้าหมาย ฮ.ถูกยิงจากปืนต่อสู้อากาศยาน พรุนไปทั้งลำ..!! เพราะบินผ่านเขตที่เข้าใจว่า มันเป็น"ป้อมปืนร้าง"ของศัตรูโดยไร้ความระมัดระวัง ทหารนายหนึ่งได้รับบาดเจ็บและร่วงลงไปเบื้องล่าง ทหารอีกหนึ่งนาย ตัดสินใจกระโดดตามลงไปช่วยเพื่อน...!! ทหารทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย หนึ่งในนั้นคือ หนุ่มอาฟริกัน - อเมริกัน ผิวดำ, อีกคนหนึ่งเป็นเม็กซิกัน-อเมริกัน และทั้งสอง คือ... ลูกศิษย์ของอาจารย์และเป็นเพื่อนร่วมมหา'ลัยของTod ..!!! เรื่องราวดำเนินไป...จนเราทราบที่มาที่ไป ของทหารนาวิกฯหนุ่มทั้งสอง ผมถามตัวเองว่า ถ้าคุณสอนเด็กวัยรุ่นโดยการบอกว่ายาเสพติดมันเลว...เลว..และเลว... โดยไม่บอกว่า มันมีทั้งคุณและโทษอย่างไร ? ให้เห็นภาพชัดเจน จะมีเด็กไม่น้อยกว่า 20 % ที่คิดว่า... ขอลองหน่อยสิวะ..มันจะสักแค่ไหนเชียว !!?? การสอนรัฐศาสตร์การเมืองการปกครอง ด้วยวิธีที่ไม่เหมือนใคร ของศาสตราจารย์อดีตทหารผ่านศึกเวียดนามคนนี้ ทำให้เด็กหนุ่มไฟแรง 2 คน จากรั้วมหาวิทยาลัย ค้นพบคำตอบของทางออก ในการมีส่วนร่วมเพื่อช่วยชาติ "การไม่อยู่นิ่งเฉย..เมื่อกรุงโรมกำลังจะแตก คือ ควรทำอะไร..?" ในขณะที่ Present รายงาน เรื่อง"การมีส่วนร่วม" ของพวกเขาหน้าชั้นเรียน ทั้งสองผลัดกันนำเสนอ รายงานเชิงสถิติที่กระตุ้นให้คนตื่นตัว-ตระหนัก และพยายามมีส่วนร่วมต่อสถานะการณ์ของอเมริกา โดยการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ พวกเขาทั้งสองคนทนไม่ได้ เมื่อมีเพื่อนร่วมชั้นเรียนปรามาสว่า พวกเค้ากำลังสร้างภาพ สองหนุ่มเลยเปิดเผยการตัดสินใจของเขา...โชว์ใบสมัครเข้าเป็นทหาร ขึ้นจอสไลด์ขณะPresent...ซึ่งทำให้ ความเงียบปกคลุมไปทั้งชั้นเรียน !!
ขิงแก่ย่อมเผ็ดร้อน.. ที่กองบรรณาธิการข่าว....... นักข่าวสตรีสูงอายุ ไม่แตกตื่นไปกับข่าวใหญ่ อันมีค่ามหาศาลที่เธอได้รับ ไม่ว่าจะเป็นประเด็น.. การเปิดเผยความลับทางทหาร ( ซึ่งก็คือ ...ยุทธวิธีใหม่ ) หรือ คำยืนยันว่าจะไม่ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยหน้า หรือ...อื่นๆ ด้วยประสบการณ์ในวงการนักข่าวกว่า 40 ปีของเธอ ทำให้เธอฉุกคิดว่า ..มันมีอะไรไม่ปกติ..ซ่อนอยู่... เธอกลับมองเห็นว่า... อะไรคือ สิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง ? การให้สัมภาษณ์พิเศษครั้งนี้ ในฐานะผู้สื่อข่าวอาวุโส ของสำนักข่าวที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสหรัฐอเมริกา ข่าวใหญ่ที่ยังไม่มีใครได้รับทราบมาก่อนอย่างนี้ ย่อมสมควรทำให้เธอตื่นเต้นยินดีมิใช่หรือ? แต่เธอกลับตอบบรรณาธิการข่าวไปอย่างฉุนเฉียว ทันทีที่ถูก บก.คะยั้นคะยอให้เขียนข่าวใหญ่นี้ว่า ...เธอไม่อยากเป็นเครื่องมือของรัฐบาลอีก เหมือนเช่นหลัง 11 กันยายน ที่สื่อทั้งประเทศ ช่วยกันปลุกกระแสรักชาติ อย่างไม่ลืมหูลืมตา ผลคือ..สหรัฐอเมริกาบุกอัฟกานิสถานอย่างสายฟ้าแลบ ด้วยเสียงประชามติท่วมท้น และรุกคืบอย่างดึงดันไปยึดครองอิรัก ในเวลาต่อมา... วันนี้...ข้อเท็จจริง ได้บอกให้เธอรู้ว่า สื่อได้ทำความผิดพลาดครั้งใหญ่ วันนั้น....สื่อน่าจะดมกลิ่นของความไม่ชอบมาพากลของเกมยึดประเทศราชนี้ออก และควรจะทำอะไรบางอย่างที่เป็นการแสดงจุดยืนของสื่อมวลชนที่ถูกต้อง และเป็นกลาง แทนที่จะละเลยข้อเท็จจริง และทำหน้าที่เสมือนเพียงเป็นกระบอกเสียง ช่วยกระพือกระแสให้รัฐ สุดท้ายแล้วเธอจะตัดสินใจอย่างไร...เธอจะไม่ยอมเขียนข่าวใหญ่ ชิ้นนั้น ข่าว...ที่ไม่เคยมีนักข่าวคนใดได้สัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวนานเกือบ 1 ชั่วโมงแบบเธอ เธอ...จะยอมละทิ้ง เงินก้อนใหญ่และ ชื่อเสียง .. เธอ...จะเลือกเกียรติยศแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน นั่นคือ จรรยาบรรณของสื่อที่แท้จริง ต้องไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของใคร !!! หรือ เธอจะเลือกทำเพื่อปากท้อง ? โปรดไปยืมมาดูให้รู้แน่ก็แล้วกันนะครับ
คุณคงอยากรู้ ชะตากรรมของ... ทหารหนุ่มทั้ง 2 คน ที่เพียบพร้อมด้วยสติปัญญาความรู้ มีการศึกษาดี และไม่ได้ถูกเกณฑ์มาเป็นทหาร แต่ตั้งใจสมัครมาช่วยชาติด้วยตนเอง
ขออภัยที่ต้องให้ไปติดตามเอาเองจากในหนัง (ฮ่าๆ) แต่เชื่อไหมครับ ..ตอนจบของหนังเรื่องนี้ คุณจะอยากรู้มากกว่านั้นอีกว่า... Tod ...กำลังคิดช่วยชาติแบบไหน ?? ระหว่างการเลือกเส้นทางเดิน ...1. ไปเป็นแบบทหารเพื่อนรุ่นพี่ หรือ...2. เลือกที่จะเป็นนักการเมือง แบบวุฒิสมาชิกหนุ่ม ???
สุดท้ายนี้ครับ ขอจบด้วยประโยคทอง ของนักการเมืองระดับโลก "ถ้าเราต้องเลือกระหว่าง ความถูกต้อง และ สันติภาพ" "ข้าพเจ้า..ขอเลือก...ความถูกต้อง"
และแถมอีกประโยคจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ช่างสอดคล้อง กับสภาพแวดล้อมเสียนี่กระไร
"อย่าใช้ชีวิตอยู่..ด้วยความกลัว !!" ( คำเตือน : สำหรับท่านที่มีอาชีพเป็นสื่อมวลชน ) ( เมื่ออ่านจบ โปรดอย่านึกถึงเหตุการณ์ 19 กันยา 2549 นะครับ ) ( ผมขอร้อง เดี๋ยวจะกลั้นอารมณ์ไม่อยู่และทำแบบเดียวกะในหนัง ...แฮะๆ ) ขอบคุณข้อมูลจาก http://hilight.kapook.com http://microsites2.foxinternational.com/th/lionsforlambsteaser/
|