พิมพ์หน้านี้
|
ไหนๆก็เปิดบล็อกมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ยังไม่เคยโพสเรื่องลงไปเลย เช้าวันอาทิตย์ที่สดใสเช่นนี้ถือเป็นฤกษ์ที่ดี อย่างน้อยก็เป็นฤกษ์สะดวก ที่จะต้องมารับผิดชอบต่อบล็อกที่เปิดขึ้นมาสักที งั้นเรื่องแรกขอเป็นเรื่องมีสาระและอินเทรด์หน่อยล่ะกัน (เดี๋ยวตอนจบจะทราบเองว่าเกี่ยวกับบ้านเมืองเราขณะนี้อย่างไร) เมื่อเอ่ยชื่อ "คัทริน " แห่งรัสเซีย ก็อาจงงๆอย่างตอนแรกอ่านเจอยังงงเลยว่าเป็นใครมาจากไหน แต่คนที่ติดตามประวัติศาสตร์คงพอคุ้นหูบ้าง พระนางเป็นผู้ที่ได้รับสมญานามทั้งด้านดีและด้านร้าย ผู้คนมากมายเรียกนางว่า "ทรราช" (ชักสนุกแล้วสิ อิอิ) ชาติกำเนิดพระนางเป็นเจ้าหญิงเยอรมันหางแถว นามเดิมคือ โซเฟีย ออกัสตัส เฟรเดอริกา แห่งอันฮาลต์-แซร์บสต์ ประสูติที่สเตตตินรัฐโปเมอราเนีย ในเดือน เมษายน ปี 1729 ชีวิตของโซเฟียก็เป็นไปตามปกติสุขเท่าที่เจ้าหญิงบ้านนอกอย่างพระองค์จะพึงมี แต่พรหมลิขิตกระมั่งที่ขีดเส้นให้เธอเป็นตำนานหน้าสำคัญของรัสเซีย เมื่ออายุ 15 ชันษา พระเจ้าเฟรเดอริคแห่ง ปรัสเซียส่งนางไปเป็นเจ้าสาวแห่งแกรนด์ดยุคแห่งรัสเซีย เพราะเห็นว่าเป็นพระญาติที่ต่ำต้อย (ตอนนั้นเยอรมันยังไม่รวมเป็นชาติ พระเจ้าเฟรเดอริคไม่อยากให้พวกรัสเซียมายุ่งกับพระองค์ จึงผูกไมตรีดองกันซะงั้น) เมื่อเจ้าหญิงโซเฟีย (ชื่อเดิมขณะนั้น) ไปถึงพระน้านางเอลิซาเบ็ธก็ถูกพระทัย รับไว้ในอ้อมใจเลยที่เดียว แต่ว่าบ่าวสาวคู่นี้ไม่ถูกกันหรอกนะ เหตุเพราะเจ้าชายปีเตอร์นั้นทรงเบบี้(ทางความคิด สติปัญญา) กว่าคัทรินมาก อีกทั้งหน้าตาก็คงไม่ได้หล่อเหลาเหมือนริชาร์ด เกียร์ เลยแหยงกันมาตั้งแต่แรกสบตา ฝ่ายเจ้าชายเองไม่โปรดชายาเหมือนที่ชายาไม่โปรดพระองค์เหมือนกัน แต่เหตุคงเพราะความฉลาดเฉลียวของคัทรินที่ออกจะเกินหน้าเกินตาไปหน่อย เมื่อเจ้าชายปีเตอร์ไม่ได้เป็นเจ้าชายในฝันหรือเพียงพอที่ฝากความหวังอันใดไว้ได้แล้ว คัทรินจึงตั้งหน้าตั้งตาทุ่มเทเวลาให้กับกิจการบ้านเมือง ศึกษาภาษารัสเซียจนแตกฉาน 8 ปีผ่านไป ความเหงาเริ่มเข้ามาครอบคลุมหัวใจของสตรีเก่ง ชายคนแรกที่เข้ามาหาคัทริน คือ แซร์แก ซาลติดอฟ มหาดเล็กในวัง "ชู้ต้องห้าม" จึงเกิดขึ้น เมื่อปี 1754 นางก็ได้ให้ประสูติพระโอรส นามว่า แกรนด์ดยุคปอล ไม่ต้องบอกใช่ไหมค่ะว่าลูกใคร(ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พอจะเดาออกอยู่หรอก) พระนางเอลิซาเบ็ธก็คงพอระแคะระคายอยู่บ้าง จึงทรงรับเจ้าชายน้อยไว้ดูแลเอง ส่วนมหาดเล็กผู้ใฝ่สูงต้องระเห็จออกจากวัง อ้างว่าไปรักษาสุขภาพ (อันที่จริงรักษาหัวตัวเองมากกว่า) คัทรินทรงรันทดพระทัยกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก เพราะถูกพรากสิ่งที่รักไปถึง 2 เด้ง ทำให้นางเข้าใจโลกบิดเบี้ยวใบนี้มากขึ้น จากนั้นเลยตั้งพระทัยไว้ว่า "ต่อแต่นี้จะไม่มีผุ้ชายคนไหนทำให้นางผิดหวังได้อีก แต่พวกเขาต่างหากที่ต้องผิดหวังเพราะพระนางเอง" แผนการณ์เริ่มต้นขึ้นแล้วนับหนึ่งได้นับสองจะไปยากอะไร ชายคนที่สอง 2 ของพระองค์ คือ สตานิสลาส โปเนียโทวสกี้ หนุ่มชาวโปล แต่คนนี้คงไม่เนียนพอ ถูกจับได้แต่เจ้าชายปีเตอร์ก็ทรงพระทัยดีจนใจหาย นอกจากไม่ประหารแล้วยังชวนนั่นเล่นไพ่ด้วยกันอีกต่างหาก (นโยบายสมานฉันท์ ไม่ได้เพิ่งมามีแค่รัฐบาลชุดนี้หรอกนะ เห็นไหมมีมาตั้งหลายร้อยปีแล้ว) จากนั้นโปเนียโทวสกี้กลายเป็นตัวประกันในเกมการฑูตในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและในที่สุดถูกขับออกจากรัสเซีย ต่อมาเมื่อพระนางคัทรินครองราชย์ พระนางเริ่มรุกทางการเมือง ตั้งอดีตชู้รัก ให้เป็นกษัตริย์โปแลนด์ แล้วบีบบังคับให้เขาสละราชย์สมบัติในวันรุ่งขึ้น โปเนียโทวสกี้ทนความอัปยศไม่ได้ถึงขนาดตรอมใจตายเลย ชายคนที่สามของพระนาง "เกรกอรี่ ออร์ลอฟ" เมื่อก้าวเข้ามาเป็นชู้รัก พวกตาดพอใจมากจนถวายความจงรักภักดีต่อพระนาง และยอมเป็นทหารที่สนับสนุนพระนางในการศึก ในเวลาเดียวกันพระนางใช้ชีวิตความรักอย่างไม่สนปากหอยปากกุ้งที่ไหน แต่ใช่ว่าจะประมาท ทรงมีการเตรียมการเหมือนกัน ทรงรู้ตัวว่าหากสิ้นพระจักพรรดิเอลิซาเบ็ธแล้ว ปีเตอร์พระสวามีที่ถูกต้องตามกฎหมายคงไม่ปล่อยนางไว้แน่ แล้วสิ่งที่กลัวก็เกิดขึ้นจริงๆ พระจักรพรรดิเอลิซาเบ็ธทรงสิ้นพระชมน์ ในวันคริสต์มาส 1761 เจ้าชายปีเตอร์สลัดคราบลูกแมวเชื่อง กลายมาเป็นสิงโตเจ้าป่าใหญ่ทันที ทรงล้อเล่นกับโลงศพที่บรรจุศพและไม่ยอมไว้ทุกข์ ไม่รู้ว่าสิ่งใดควรทำไม่ควรทำ (หรืออาจทรงเก็บกด) แต่ด้านคัทรินนี่สิ ถ้าเป็นส.ส.ก็ใช้ช่วงเวลานี้หาเสียงเต็มที่เหมือนกัน นางแต่งชุดดำตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า ให้เป็นที่ประทับจิตประทับใจของบรรดาทหาร พสกนิกรทั้งหลาย แต่ยังไม่ทันอะไร นางก็ทรงพระครรภ์ (พ่อของเด็กคือ ออร์ลอฟ ชายรักนอกสมรสคนที่ 3) แหมคราวนี้พระน้านางไม่อยู่เป็นขวากหนามแล้ว เจ้าชายปีเตอร์จะทรงยอมหรือ ก็แผลงอิทธิ์ฤทธิ์ประกาศว่า "ทารกองค์นี้ไม่ใช่ลูกของพระองค์" ด้วยเหตุนี้คัทรินยิ้มเลยเพราะนำเหตุนี้และความไม่รู้จักกาละเทศะของเจ้าชายปีเตอร์อีกหลายเรื่อง มาสร้างความชอบธรรมให้แก่ตนเอง ในที่สุดการรัฐประหารเกิดขึ้นอย่างกระทันหันในเวลากลางคืน ออร์ลอฟและพวกร่วมกันโค่นบังลังก์ราชา เช้าวันที่ 30 มิถุนายน 1762 คัทรินปรากฎตัวอย่างมีชัยชนะในเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก พระนางแต่งกายเต็มยศและทรงมีอำนาจเด็ดขาด น่าแปลกที่ไม่มีใครเสียดายเจ้าชายปีเตอร์สักคนเดียว พระเอกของเราในตอนต้นถูกจับขังไว้ในป้อม ชลูสเซลเบิร์ก และหมือนรู้ชะตากรรมของตนเองดี ทรงตรัสขอนางสนม สุนัขตัวโปรด นิโกร 1 คนและไวโอลิน แต่คัทรินประทานเพียง 3 อย่างหลัง จากนั้นสามสัปดาห์พระองค์สิ้นพระชนม์ลง แต่ด้วยสาเหตุอันใดก็สุดจะคาดเดา สิ้นศัตรูไปอีกหนึ่ง แต่ก็เหลืออีกหนึ่ง คือ รัชทายาทในนามพระเจ้าซาร์อิวานที่ 6 ถูกขังไว้ในคุกตั้งแต่ 6 ปีจนถึง 22 พรรษา (ตั้งแต่สมัยพระนางเอลิซาเบ็ธ) แต่ก็วาสนาน้อยเพราะยังไม่ได้ออกมาสูดอากาศภายนอกเลย พระองค์ก็ต้องสิ้นลมหายใจโดยร้อยโท เบซิลโมโรวิตซ์ แทงจนตายในคุกนั่นเอง และตอนนี้เองที่พิสูจน์ได้ว่า พระนางทรงมีความรักต่อประเทศรัสเซียอย่างจริงจัง ทรงทำทุกวิถีทางที่ให้รัสเซียเจริญ และเรื่องความรักของพระนางก็เกิดขึ้นอีกหลายครั้งหลายครา แต่ก็เหมือนถูกสาปให้รักใครไม่ได้ วาระสุดท้ายของจักรพรรดินีคัทรินผู้ยิ่งยง มาถึงเมื่อ 7 พฤศจิกายน 1796 หลังจากพระนางได้ต่อสู้เพื่อบัลลังค์รัสเซียมานานถึง 34 ปี พระนางค่อยๆอ่อนแรงลงเรื่อยๆหิมะสายแรกปลิวตามสายลมตกลงในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก พระชนม์ชีพของพระนางก็ปลิดปลิวออกจากร่าง จบชีวิตที่มีทั้งคนสรรเสริญและนินทา ผู้ที่ได้บังลังค์ต่อมาคือ "ปอล" ลูกที่เกิดจากชู้รักคนแรก แต่ขึ้นครองราชย์ก็มีแต่เสียงสบถกันสนั่นเมือง เลยถูกปลงพระชนม์และให้ลูกชายของปอลขึ้นครองราชย์แทน นั่นคือ "อเล็กซานเดอร์ที่ 1 " ผู้เกรียงไกรแห่งยุโรปนั่นเอง. (ขอขอบคุณหนังสือผู้หญิงบันลือโลก โดย คอสมอส ใครสนใจประวัติศาสตร์แนวหญิงเก่ง ที่โลกไม่เคยลืม ก็หาอ่านได้นะค่ะ) นี่แหละเป็นเรื่องหญิงที่เด็ดเดี่ยวและเป็นมหาราชินีที่สร้างให้รัสเซียเจริญรุ่งเรือง ทั้งที่ในกายไม่มีเลือด รัสเซียสักหยด ตรงกับภาษิตโบราณท่านว่าไว้ "อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น" แต่สิ่งที่คัทรินได้ทำไว้มากมายเหลือเกินใช่ไหมล่ะค่ะ. (ขอขอบคุณหนังสือผู้หญิงบันลือโลก โดย คอสมอส ใครสนใจประวัติศาสตร์แนวหญิงเก่ง ที่โลกไม่เคยลืม ก็หาอ่านได้นะค่ะ) |
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||