• บินมูซา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-21
  • จำนวนเรื่อง : 112
  • จำนวนผู้ชม : 25427
  • จำนวนผู้โหวต : 34
  • ส่ง msg :
อ่านคัมภีร์ อัลกุรอ่าน

โดยนายอามีน ศรีสมบัติ โรงเรียนเฮดายาตุลอิสลามบ้านฮ่อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รอมดอน กันยายน 2551

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



วันศุกร์ ที่ 4 กรกฎาคม 2551
สันติสัมพันธ์ และสัตยาบันแห่ง สันติภาพ
Posted by บินมูซา , ผู้อ่าน : 197 , 08:23:58 น.   | หมวดหมู่ : สันติสัมพันธ์ และสัตยาบันแห่ง สันติภาพ  
พิมพ์หน้านี้


สันติสัมพันธ์ และสัตยาบันแห่ง สันติภาพ

 

ภาพโดย  sigree bin mamak

  สันติสัมพันธ์

สันติสัมพันธ์ และสัตยาบันแห่ง สันติภาพ

           นี่คือศาสนบัญญัติอิสลามว่าด้วยความสัมพันธ์อันดี ระหว่างผู้นับถือศาสนาอิสลามกับผู้นับถือศาสนาอื่น และศาสนบัญญัติอิสลามว่าด้วยสัตยาบันระหว่างประชาชนชาวไทยมุสลิม กับผู้นำราชอาณาจักรไทยดารุสสะลาม (Darussalam หมายความว่า แผ่นดินแห่งสันติภาพ)

โดย: อิหม่ามอะหมัดซิดดิก อับดุลเราะห์มาน

                    ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

    อัลลอฮฺทรงตรัสว่า: "โอ้มนุษยชาติทั้งหลาย แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชาย และเพศหญิง และเราได้ให้พวกเจ้าแยกเป็นเผ่า และตระกูล เพื่อจะได้รู้จักกัน แท้จริงผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮฺนั้น คือผู้ที่มีความยำเกรงยิ่งในหมู่พวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน" (พระมหาคัมภีร์ อัล-กุรอาน 49:13)

    อัลลอฮฺทรงตรัสว่า: "โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงเข้าอยู่ในความสันติโดยทั่วทั้งหมด และจงอย่าทำตามบรรดาก้าวของชัยฏอน/มารร้าย แท้จริงมันคือศัตรูที่ชัดแจ้งของพวกเจ้า" (พระมหาคัมภีร์ อัล-กุรอาน 2:208)

     การสรรเสริญทั้งหลายนั้น เป็นสิทธิของอัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก อัลลอฮฺมิได้ส่งมุฮัมมัดศาสนทูตท่านสุดท้าย ของพระองค์มาเพื่ออื่นใด นอกจากเพื่อเป็นความเมตตา แก่มนุษยชาติทั้งโลก "พระองค์คืออัลลอฮฺ ซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีกนอกจากพระองค์ผู้ทรงอำนาจสูงสุด ผู้ทรงบริสุทธิ์ ผู้ทรงความศานติสุข ผู้ทรงคุ้มครองการศรัทธา ผู้ทรงปกปักรักษาความปลอดภัย ผู้ทรงความยิ่งใหญ่ ภูมิใจมหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮฺให้พ้นจากสิ่งที่พวกเขาตั้งภาคีต่อพระองค์"

แท้จริง อัลลอฮฺนั้น คือ พระผู้ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้า และแผ่นดิน พระองค์ทรงสร้างดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ อำนาจแห่งบรรดาชั้นฟ้า และแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้า และแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ พระองค์ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง

          อัลลอฮฺทรงสร้างอาดัม ซึ่งเป็นมนุษย์คนแรกมาจากดิน แล้วพระองค์ทรงบังเกิดมนุษย์มาจากน้ำอสุจิ แท้จริงพวกเราทั้งหลายนั้นเป็นพี่น้องกัน เพราะพวกเรามาจากบรรพบุรุษคนเดียวกัน คือ ท่านอาดัมและอีวา แท้จริงท่านอาดัมนั้น เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม ผู้นอบน้อมต่ออัลลอฮฺ และท่านอาดัมไม่เคารพสักการะสิ่งอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ แต่ทว่ามนุษย์ลูกหลานของท่านอาดัมเดี่ยวนี้ ส่วนมากนั้น เนรคุณต่อพระเจ้าของเขา

      ท่านที่เคารพรักทั้งหลาย พึงรักษาเครือญาติและความสัมพันธ์อันดีระหว่างมนุษยชาติ และจงเคารพสักการะอัลลอฮฺพระเจ้าของเรา และพระเจ้าของบรรพบุรุษของเรา.

        อัลลอฮฺ นั้น คือ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกกราบไหว้โดยเที่ยงแท้ นอกจากพระองค์ และพระองค์ คือ พระเจ้าที่แท้จริง ซึ่งสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินต่างแซ่ซ้องสดุดีพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจผู้ทรงปรีชาญาณ.

       โอ้อัลลอฮฺ พระองค์คือผู้เปี่ยมด้วยสันติ และจากพระองค์เท่านั้นจึงบังเกิดสันติภาพ ทรงเปี่ยมด้วยความประเสริฐโอ้ผู้ทรงไว้ซึ่งความเกรียงไกรและความกรุณา.



หลักการอิสลาม 5 ประการ

ศาสนาอิสลามนั้นตั้งอยู่บนหลักห้าประการ คือการปฏิญาณตนว่า แท้จริงไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ และมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺ การดำรงการละหมาด การบริจาคซะกาต การถือศีลอดในเดือนรอมาฏอน การประกอบพิธีฮัจญ์หากมีความสามารถในการเดินทางไปที่นครมักกะฮฺ

เมื่อมุสลิมคนใดได้ปฏิบัติตามหลักขั้นพื้นฐานห้าประการของศาสนาอิสลามอย่างสมบูรณ์ มุสลิมคนนั้นจะเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม เมตตาธรรม และสันติธรรม

1.การที่มุสลิมได้กล่าวคำปฏิญาณตนนั้น
เป็นการยืนยันว่าตัวเองได้นับถือศาสนาอิสลาม และพร้อมที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดไว้ ในคัมภีร์อัลกุรอาน และคำสอนของท่านศาสดามุฮัมมัด และเป็นการแสดงในความเป็นมุสลิมที่มีจุดยืน โดยเลือกอยู่ข้างสัจธรรม และความชอบธรรม ไม่ยอมเคารพกราบไหว้หรือสักการบูชาสิ่งใด หรือบุคคลใดที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาเป็นพระเจัานอกเหนือจากอัลลอฮฺ เป็นการยอมมอบชีวิตของตนต่ออำนาจแห่งพระเจ้าผู้ทรงอภิบาล จึงจะทำให้บังเกิดความสันติสุขอันแท้จริง

2.การที่มุสลิมได้ปฏิบัติละหมาดนั้น
เป็นผู้ที่มีความผูกพันต่ออัลลอฮฺ และรำลึกถึงพระคุณของพระองค์อยู่ตลอดเวลา เป็นผู้มีสมาธิ รักระเบียบวินัย รักความสะอาด รักษาเวลา รู้รักสามัคคี เพราะการละหมาดจะก่อให้เกิดพลังทางจิตใจ เป็นผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ สะอาด สดชื่น ปราศจากอคติ เยือกเย็น ไม่กระทำสิ่งที่เป็นบาป แท้จริงการละหมาดนั้นเป็นพลังที่จะยับยั้งจากความชั่วช้าและความลามก

3.การที่มุสลิมได้บริจาคซากาต นั้น
เป็นผู้ร่วมเสริมสร้างระบบการสังคมสงเคราะห์และการประกันสังคมแห่งอิสลาม ซึ่งผู้มีฐานะดีได้มีการอุปถัมภ์ค้ำชูผู้มีฐานะต่ำกว่า และช่วยเหลือให้ผู้อื่นมีการกินดี อยู่ดี ดังนั้น ผู้ที่ได้บริจาคซากาตก็จะเป็นผู้มีใจเมตตากรุณา

4. การที่มุสลิมได้ถือศีลอดนั้น
จักเป็นผู้มีขันติธรรม มีความเมตตากรุณา มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และการถือศีลอดสำหรับมุสลิมนั้น เปรียบเสมือนกำแพงที่คอยสกัดกั้น มิให้เขาจากการกระทำสิ่งที่จะนำเขาไปเข้านรก ดังนั้นผู้ที่ถือ ศีลอดจะไม่พูดหยาบ ไม่ทำความบาปหมางความชั่ว ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน และไม่โกรธเคืองคนใดจนกระทั้ง หากมีคนมาด่าทอเขา เขาก็จะให้ตอบว่า "ฉันกำลังถือศีลอด"

5.การที่มุสลิมได้มีโอกาสไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครมักกะห์ นั้นเป็นการแสดงความเป็นเอกภาพของชาวมุสลิมทั้งโลก และทำให้ทุกคนได้สำนึกถึงความเสมอภาพ ในการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺพระเป็นเจ้าผู้ทรงเอกะ เพราะในขณะมุสลิมประกอบพิธีฮัจญ์นั้น เขาต้องอยู่ในสถานที่เดียวกัน ในเวลาอันเดียวกัน แต่งกายเหมือนกัน ไม่มีการเหลื่อมล้ำต่ำสูง ไม่มีการละเมิด และไม่มีการวิวาทใดๆ และพิธีฮัจญ์จะก่อให้เกิดพลังทางจิตใจ เพื่อเสริมสร้างความสันติสมานฉันท์แห่งมนุษยชาติ.

อิสลามสอนอะไร?

อิสลามสอนให้มุสลิมเป็นคนที่มีเมตตาธรรมและรักสันติธรรม ศาสนาอิสลามนั้น เป็นคำสอนที่สร้างผู้ศรัทธาให้เป็นพี่น้องกัน ให้มีความรักซึ่งกันและกัน ให้มีความช่วยเหลือในสิ่งที่ดี ให้มีการแข่งขันในการกระทำกุศลและความดี และให้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อสร้างสันติภาพแก่พี่น้องชาวมุสลิมและมนุษยชาติทั้งโลก โดยยึดปฏิบัติคำสอนแห่งพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน และพระวจนะของศาสดามุฮัมมัด

อัลลอฮฺได้ตรัสในอัลกุรอานว่า: "แท้จริงอัลลอฮ์ทรงใช้ให้รักษาความยุติธรรม และการกระทำความดี และการบริจาคแก่ญาติใกล้ชิด และให้ละเว้นจากการทำลามก และการชั่วช้า และการอธรรม" (กุรอาน 16:90) "และปวงบ่าวของพระผู้ทรงกรุณาปราณีคือ บรรดาผู้ที่เดินบนแผ่นดินด้วยความสงบเสงี่ยม และเมื่อพวกโง่เขลากล่าวทักทายพวกเขา พวกเขาจะกล่าวว่า ศานติ" (กุรอาน 25:63) "เจ้าจงยึดถือไว้ซึ่งการอภัย และจงใช้ให้กระทำสิ่งที่ชอบ และจงผินหลังให้แก่ผู้โฉดเขลาทั้งหลายเถิด" (กุรอาน 7:199) "แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธานั้นเป็นพี่น้องกัน ดังนั้นพวกเจ้าจงไกล่เกลี่ยประนีประนอมกัน ระหว่างพี่น้องทั้งสองฝ่ายของพวกเจ้า และจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด หวังว่าพวกเจ้าจะได้รับความเมตตา" (กุรอาน 49:10)

มุฮัมมัดศานทูตของอัลลอฮฺได้กล่าวว่า: "ผู้ใดไม่เอ็นดูเมตตาเพื่อนมนุษย์ อัลลอฮฺจะไม่ทรงเอ็นดูเมตตาเขา" "คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่าน จะยังไม่ศรัทธาจนกว่าเขาชอบที่จะให้ได้แก่พี่น้องของเขา อย่างที่เขาชอบที่จะให้ได้แก่ตัวของเขาเอง" "บุคคลใดก็ตามที่ไม่มีเมตตาต่อเด็กๆ ของเรา และไม่ให้เกียรติต่อบรรดาผู้อาวุโสของเรา ถือว่ามิได้อยู่ในแนวทางของเรา" "ไม่ใช่ผู้ศรัทธาต่อฉัน ถ้าผู้ใดนอนยามค่ำคืนในสภาพที่อิ่มหนำ ในขณะที่เพื่อนบ้านใกล้เคียงของเขากำลังหิวโหย ทั้งๆ ที่เขารู้เห็น" "อย่าให้มีการกระทำที่เป็นภัยต่อตัวเองและการกระทำที่เป็นภัยต่อผู้อื่น"

อิสลามสอนให้เรารักษาสายสัมพันธ์อันดีกับเครือญาติ และให้เราโปรยคำอวยพรแห่งสันติภาพ เพื่อพวกเราจะพบกับความสันติสุข เมื่อเราพบกันหรืออำลากันเราก็ควรกล่าวด้วยคำอวยพรว่า "อัสสลามุ อะลัยกุม" ความว่า "ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน"

ว่าด้วยสัตยาบันชาวมุสลิมในประเทศไทยดารุสสะลาม Darussalam หมายความว่า แผ่นดินแห่งสันติภาพ ประเทศไทยสำหรับชาวไทยมุสลิมในวันนี้เป็นประเทศดารุสสะลาม แม้ว่ายังไม่ได้เป็นประเทศดารุสสะลามอย่างสมบูรณ์แบบ เหมือนกับประเทศอิสลามต้นแบบ ณ นครมะดีนะฮฺ แต่ว่าดารุสสะลาม/ แผ่นดินแห่งสันติภาพของไทยในวันนี้ ก็คล้ายๆ กับราชอาณาจักรแห่งสันติภาพอียิปต์ ในสมัยนบี/ศาสดายูซุฟบุตรของนบียะกูบ ซึ่งมีบันทึกไว้ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานว่า "ดังนั้นเมื่อพวกเขาเข้าไปหายูซุฟ เขาได้สวมกอดพ่อแม่ของเขาและกล่าวว่า "พวกท่านจงเข้ามาในอียิปต์โดยปลอดภัยเถิด อินชาอัลลอฮฺ" (กุรอาน 12:99)

ไม่เห็นว่าจะมีความผิดทางศาสนาอิสลามแต่ประการใด ที่ชาวไทยมุสลิมยอมรับว่าประเทศไทยเป็นดารุสสะลาม /แผ่นดินแห่งสันติภาพ เพราะบุคคลทุกคนย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามบัญญัติของศาสนา และสำหรับชาวมุสลิมในประเทศไทยนั้น มีสิทธิเสรีภาพในการดำรงละหมาด บริจาคซากาด และใช้กันให้กระทำความดี ห้ามปรามกันให้ละเว้นความชั่ว และมุสลิมมีสิทธิเสรีภาพในการดะวะฮฺ (เรียกร้อง/เชิญชวน) มนุษย์ชาติไปสู่ศาสนาอิสลาม อัลลอฮฺได้ตรัสในอัลกุรอานว่า: "บรรดาผู้ที่เราให้พวกเขามีอำนาจในแผ่นดิน คือบรรดาผู้ที่ดำรงการละหมาด และบริจาคซะกาตและใช้กันให้กระทำความดี และห้ามปรามกันให้ละเว้นความชั่ว และบั้นปลายอของกิจการทั้งหลายย่อมกลับไปหาอัลลอฮฺ" (กุรอาน 22:41)

อิหม่ามอะหมัดซิดดิก อับดุลเราะห์มาน ในฐานะมีหน้าที่เป็นอิหม่าม เครือข่ายมุสลิมรักมนุษยชาติแห่งประเทศไทย Darussalam ในปัจจุบันนี้ ขอชี้แนะประชาชนชาวไทยมุสลิมทั่วราชอาณาจักรไทย ให้รวมกันทำสัตยาบันกับผู้นำราชอาณาจักรไทย เพื่อการมีส่วนร่วมในการบริหารการปกครองประเทศไทย Darussalam/ แผ่นดินแห่งสันติภาพ

โดยฝ่ายประชาชนชาวไทยมุสลิมให้สัตยาบันว่า "เราพร้อมให้การร่วมมือกับผู้นำราชอาณาจักรไทย และหน่วยงานของรัฐในการพัฒนาประเทศชาติ และการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ในทุกประการ ตราบเท่าที่ไม่ขัดกับหลักการของศาสนาอิสลาม หรือวัฒนธรรมประเพณีของชาวไทยมุสลิม"

ส่วนฝ่ายผู้นำราชอาณาจักรไทยให้สัตยาบันว่า "เราพร้อมที่จะสนับสนุนในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชนชาวไทยมุสลิมอย่างทัดเทียมกัน กับประชาชนชาวไทยผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ตราบเท่าที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ"

จุดยืนของเครือข่ายมุสลิมรักมนุษยชาติแห่งประเทศไทย Darussalam

• เรากระทำกิจการต่างๆ ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ตามพระบัญญัติศาสนาของอัลลอฮฺ ในพระมหาคัมภีร์กุรอานและซุนนัฮ (แบบฉบับของศาสดามุฮัมมัด) เพื่อแสวงหาความเมตตา และสวนสวรรค์ของอัลลอฮฺในวันปรโลก และในขณะเดียวกันเราไม่ลืมในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของเราในโลกนี้.

• เราเคารพความหลากหลายเชื้อชาติ ภาษา และศาสนา เราหวังว่าความแตกต่างทางศาสนา และประเพณีนั้นมิได้เป็นสิ่งกีดกั้น ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติภาพภายในประเทศไทย Darussalam ซึ่งเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว

• เรารักในหลวง เรารักพ่อแม่ เรารักครูบาอาจารย์ เรารักญาติพี่น้อง และเรารักผู้กระทำความดีทุกคน แต่เราไม่เคารพสักการะอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺองค์เดียวเท่านั้น และเราไม่ร่วมมือในกิจกรรมใดๆ ที่มีพิธีการเคารพสักการะตามวัฒนธรรม และประเพณีที่ขัดกับหลักการศาสนาอิสลาม.

• เราเผยแผ่ศาสนาอิสลาม เราเชิญชวนมนุษย์ทั้งหลายไปสู่อัลลอฮฺ เราร่วมมือกับทุกฝ่ายในการปฏิบัติความดี และการละเว้นความชั่ว เราช่วยเหลือกันในสิ่งที่เป็นคุณธรรม และความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ เราไม่ช่วยเหลือกันในสิ่งที่เป็นบาปและเป็นศัตรูกัน

• เรารักษาความสมดุลในความเป็นชาวไทยมุสลิม คือเป็นพลเมืองที่ดีอยู่อย่างคนไทยภายใต้รัฐธรรมนูญ และกฎหมายบ้านเมือง และในขณะเดียวกันเราเป็นคนมุสลิมที่ดี ตามคำสอนศาสนาอิสลามจากพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน และพระวจนะของท่านนบียฺมุฮัมมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน)

• เราร่วมสร้างความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ และร่วมมือในกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตการเป็นอยู่ร่วมกันของมนุษยชาติทั้งโลก แต่เราคัดค้านการสมานฉันท์ทางด้านศาสนา โดยการจัดพิธีการทางศาสนารวมกัน และเราไม่ร่วมมือในกิจกรรมใดๆ ที่มีพิธีการเคารพสักการะตามวัฒนธรรมศาสนาอื่น เพราะอัลลอฮฺทรงสั่งเสียให้ชาวมุสลิม ออกห่างจากพิธีการสักการะตามประเพณี และวัฒนธรรมของศาสนาอื่น และอัลลอฮฺทรงให้มุสลิมประกาศว่า "ฉันจะไม่เคารพสักการะสิ่งที่พวกท่านเคารพสักการะอยู่ และพวกท่านก็ไม่ใช่ เป็นผู้เคารพสักการะพระเจ้าที่ฉันเคารพสักการะ สำหรับพวกท่านก็คือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันก็คือศาสนาของฉัน" (กุรอาน 96:3-6)

อิสลามศาสนาแห่งสันติภาพ

อิสลาม คือ ศาสนาแห่งการนอบน้อมยอมจำนนต่ออัลลอฮฺพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก และศาสนาแห่งสันติภาพระหว่างมนุษยชาติ แน่นอน เมื่อมนุษย์มีการน้อมรับ และปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของพระเจ้า มันจึงจะทำให้เกิดความสันติสุขแก่ตนเอง และสันติภาพต่อสังคมส่วนรวม.

อิสลาม คือ ศาสนาของบรรพบุรุษของเราทุกคน ศาสนาของท่านอาดัมซึงเป็นต้นตระกูลของมนุษยชาติทั้งหลาย และศาสนาของบรรดาศาสนทูตทั้งหลาย ได้นับถือมาตั้งแต่ท่านอาดัม นูฮฺ อิบรอฮิม มูซา พระเยซู จนถึงมุฮัมมัดซึ่งเป็นศาสนทูตท่านสุดท้ายของอัลลอฮฺ

มุสลิม คือ ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ผู้ที่ไม่เคารพสักการะนอกจากอัลลอฮฺองค์เดียว ผู้ที่ดำรงไว้ซึ่งการละหมาด กระทำความดี เรียกร้องมนุษย์ไปสู่สัจธรรมแห่งอัลลอฮฺ ใช้ให้ทำความดี ให้มีความอดทน และมิใช่เป็นผู้บ่อนทำลายในแผ่นดิน.

มุสลิม คือ ผู้ที่รักแนวทางสันติในการดำรงชีวิต ผู้ที่ไม่กระทำสิ่งที่เป็นภัยต่อตัวเอง และไม่กระทำสิ่งที่เป็นภัยต่อผู้อื่น ผู้ที่มนุษยชาติทั้งโลกได้รับความปลอดภัยจากคำพูดและการกระทำของเขา ผู้ที่ต่อสู้เอาชนะอารมณ์ฝ่ายต่ำของตัวเองเพื่อเชิดชูสัจธรรมแห่งอัลลอฮฺ ผู้ที่ละทิ้งสิ่งที่อัลลอฮฺทรงห้าม

อิสลามคือศาสนาของอัลลอฮฺ ซึ่งนำมนุษยชาติไปสู่สวนสวรรค์ของอัลลอฮฺในวันปรโลก และผู้ใดแสวงหาศาสนาอื่นนอกจากศาสนาอิสลาม เขาจะเป็นผู้ขาดทุนในวันปรโลก ดังนั้นท่านจงหันมานับถือศาสนาอิสลามกันเถิด.ล

ท่านจงกล่าวเถิด คำปฏิญาณว่า: "ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ มุฮัมมัด รอซูลุลลอฮฺ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺ" แน่นอนท่านจะพบกับความสันติสุขในโลกนี้ และท่านจะพ้นจากไฟนรก และจะได้เข้าสวนสวรรค์ในวันปรโลก.

‏الاثنين‏،‏26‏ جمادى الاولى‏ 1428
วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2550

http://www.muslimteedee.net/content.php?ModuleKey=service&conID=18

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
daddynop วันที่ : 05/07/2008 เวลา : 11.53 น.
http://www.oknation.net/blog/daddynop


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน