วันศุกร์ ที่ 4 กรกฎาคม 2551
สันติสัมพันธ์ และสัตยาบันแห่ง สันติภาพ
Posted by
บินมูซา
,
ผู้อ่าน : 197
, 08:23:58 น.
| หมวดหมู่ :
สันติสัมพันธ์ และสัตยาบันแห่ง สันติภาพ
พิมพ์หน้านี้
สันติสัมพันธ์ และสัตยาบันแห่ง สันติภาพ 
ภาพโดย sigree bin mamak | | สันติสัมพันธ์ | สันติสัมพันธ์ และสัตยาบันแห่ง สันติภาพ นี่คือศาสนบัญญัติอิสลามว่าด้วยความสัมพันธ์อันดี ระหว่างผู้นับถือศาสนาอิสลามกับผู้นับถือศาสนาอื่น และศาสนบัญญัติอิสลามว่าด้วยสัตยาบันระหว่างประชาชนชาวไทยมุสลิม กับผู้นำราชอาณาจักรไทยดารุสสะลาม (Darussalam หมายความว่า แผ่นดินแห่งสันติภาพ)
โดย: อิหม่ามอะหมัดซิดดิก อับดุลเราะห์มาน
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ
อัลลอฮฺทรงตรัสว่า: "โอ้มนุษยชาติทั้งหลาย แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชาย และเพศหญิง และเราได้ให้พวกเจ้าแยกเป็นเผ่า และตระกูล เพื่อจะได้รู้จักกัน แท้จริงผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮฺนั้น คือผู้ที่มีความยำเกรงยิ่งในหมู่พวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน" (พระมหาคัมภีร์ อัล-กุรอาน 49:13)
อัลลอฮฺทรงตรัสว่า: "โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงเข้าอยู่ในความสันติโดยทั่วทั้งหมด และจงอย่าทำตามบรรดาก้าวของชัยฏอน/มารร้าย แท้จริงมันคือศัตรูที่ชัดแจ้งของพวกเจ้า" (พระมหาคัมภีร์ อัล-กุรอาน 2:208)
การสรรเสริญทั้งหลายนั้น เป็นสิทธิของอัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก อัลลอฮฺมิได้ส่งมุฮัมมัดศาสนทูตท่านสุดท้าย ของพระองค์มาเพื่ออื่นใด นอกจากเพื่อเป็นความเมตตา แก่มนุษยชาติทั้งโลก "พระองค์คืออัลลอฮฺ ซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีกนอกจากพระองค์ผู้ทรงอำนาจสูงสุด ผู้ทรงบริสุทธิ์ ผู้ทรงความศานติสุข ผู้ทรงคุ้มครองการศรัทธา ผู้ทรงปกปักรักษาความปลอดภัย ผู้ทรงความยิ่งใหญ่ ภูมิใจมหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮฺให้พ้นจากสิ่งที่พวกเขาตั้งภาคีต่อพระองค์"
แท้จริง อัลลอฮฺนั้น คือ พระผู้ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้า และแผ่นดิน พระองค์ทรงสร้างดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ อำนาจแห่งบรรดาชั้นฟ้า และแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้า และแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ พระองค์ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง
อัลลอฮฺทรงสร้างอาดัม ซึ่งเป็นมนุษย์คนแรกมาจากดิน แล้วพระองค์ทรงบังเกิดมนุษย์มาจากน้ำอสุจิ แท้จริงพวกเราทั้งหลายนั้นเป็นพี่น้องกัน เพราะพวกเรามาจากบรรพบุรุษคนเดียวกัน คือ ท่านอาดัมและอีวา แท้จริงท่านอาดัมนั้น เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม ผู้นอบน้อมต่ออัลลอฮฺ และท่านอาดัมไม่เคารพสักการะสิ่งอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ แต่ทว่ามนุษย์ลูกหลานของท่านอาดัมเดี่ยวนี้ ส่วนมากนั้น เนรคุณต่อพระเจ้าของเขา
ท่านที่เคารพรักทั้งหลาย พึงรักษาเครือญาติและความสัมพันธ์อันดีระหว่างมนุษยชาติ และจงเคารพสักการะอัลลอฮฺพระเจ้าของเรา และพระเจ้าของบรรพบุรุษของเรา.
อัลลอฮฺ นั้น คือ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกกราบไหว้โดยเที่ยงแท้ นอกจากพระองค์ และพระองค์ คือ พระเจ้าที่แท้จริง ซึ่งสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินต่างแซ่ซ้องสดุดีพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจผู้ทรงปรีชาญาณ.
โอ้อัลลอฮฺ พระองค์คือผู้เปี่ยมด้วยสันติ และจากพระองค์เท่านั้นจึงบังเกิดสันติภาพ ทรงเปี่ยมด้วยความประเสริฐโอ้ผู้ทรงไว้ซึ่งความเกรียงไกรและความกรุณา. 
หลักการอิสลาม 5 ประการ
ศาสนาอิสลามนั้นตั้งอยู่บนหลักห้าประการ คือการปฏิญาณตนว่า แท้จริงไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ และมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺ การดำรงการละหมาด การบริจาคซะกาต การถือศีลอดในเดือนรอมาฏอน การประกอบพิธีฮัจญ์หากมีความสามารถในการเดินทางไปที่นครมักกะฮฺ
เมื่อมุสลิมคนใดได้ปฏิบัติตามหลักขั้นพื้นฐานห้าประการของศาสนาอิสลามอย่างสมบูรณ์ มุสลิมคนนั้นจะเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม เมตตาธรรม และสันติธรรม
1.การที่มุสลิมได้กล่าวคำปฏิญาณตนนั้น เป็นการยืนยันว่าตัวเองได้นับถือศาสนาอิสลาม และพร้อมที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดไว้ ในคัมภีร์อัลกุรอาน และคำสอนของท่านศาสดามุฮัมมัด และเป็นการแสดงในความเป็นมุสลิมที่มีจุดยืน โดยเลือกอยู่ข้างสัจธรรม และความชอบธรรม ไม่ยอมเคารพกราบไหว้หรือสักการบูชาสิ่งใด หรือบุคคลใดที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาเป็นพระเจัานอกเหนือจากอัลลอฮฺ เป็นการยอมมอบชีวิตของตนต่ออำนาจแห่งพระเจ้าผู้ทรงอภิบาล จึงจะทำให้บังเกิดความสันติสุขอันแท้จริง
2.การที่มุสลิมได้ปฏิบัติละหมาดนั้น เป็นผู้ที่มีความผูกพันต่ออัลลอฮฺ และรำลึกถึงพระคุณของพระองค์อยู่ตลอดเวลา เป็นผู้มีสมาธิ รักระเบียบวินัย รักความสะอาด รักษาเวลา รู้รักสามัคคี เพราะการละหมาดจะก่อให้เกิดพลังทางจิตใจ เป็นผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ สะอาด สดชื่น ปราศจากอคติ เยือกเย็น ไม่กระทำสิ่งที่เป็นบาป แท้จริงการละหมาดนั้นเป็นพลังที่จะยับยั้งจากความชั่วช้าและความลามก
3.การที่มุสลิมได้บริจาคซากาต นั้น เป็นผู้ร่วมเสริมสร้างระบบการสังคมสงเคราะห์และการประกันสังคมแห่งอิสลาม ซึ่งผู้มีฐานะดีได้มีการอุปถัมภ์ค้ำชูผู้มีฐานะต่ำกว่า และช่วยเหลือให้ผู้อื่นมีการกินดี อยู่ดี ดังนั้น ผู้ที่ได้บริจาคซากาตก็จะเป็นผู้มีใจเมตตากรุณา
4. การที่มุสลิมได้ถือศีลอดนั้น จักเป็นผู้มีขันติธรรม มีความเมตตากรุณา มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และการถือศีลอดสำหรับมุสลิมนั้น เปรียบเสมือนกำแพงที่คอยสกัดกั้น มิให้เขาจากการกระทำสิ่งที่จะนำเขาไปเข้านรก ดังนั้นผู้ที่ถือ ศีลอดจะไม่พูดหยาบ ไม่ทำความบาปหมางความชั่ว ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน และไม่โกรธเคืองคนใดจนกระทั้ง หากมีคนมาด่าทอเขา เขาก็จะให้ตอบว่า "ฉันกำลังถือศีลอด"
5.การที่มุสลิมได้มีโอกาสไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครมักกะห์ นั้นเป็นการแสดงความเป็นเอกภาพของชาวมุสลิมทั้งโลก และทำให้ทุกคนได้สำนึกถึงความเสมอภาพ ในการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺพระเป็นเจ้าผู้ทรงเอกะ เพราะในขณะมุสลิมประกอบพิธีฮัจญ์นั้น เขาต้องอยู่ในสถานที่เดียวกัน ในเวลาอันเดียวกัน แต่งกายเหมือนกัน ไม่มีการเหลื่อมล้ำต่ำสูง ไม่มีการละเมิด และไม่มีการวิวาทใดๆ และพิธีฮัจญ์จะก่อให้เกิดพลังทางจิตใจ เพื่อเสริมสร้างความสันติสมานฉันท์แห่งมนุษยชาติ.
อิสลามสอนอะไร?
อิสลามสอนให้มุสลิมเป็นคนที่มีเมตตาธรรมและรักสันติธรรม ศาสนาอิสลามนั้น เป็นคำสอนที่สร้างผู้ศรัทธาให้เป็นพี่น้องกัน ให้มีความรักซึ่งกันและกัน ให้มีความช่วยเหลือในสิ่งที่ดี ให้มีการแข่งขันในการกระทำกุศลและความดี และให้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อสร้างสันติภาพแก่พี่น้องชาวมุสลิมและมนุษยชาติทั้งโลก โดยยึดปฏิบัติคำสอนแห่งพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน และพระวจนะของศาสดามุฮัมมัด
อัลลอฮฺได้ตรัสในอัลกุรอานว่า: "แท้จริงอัลลอฮ์ทรงใช้ให้รักษาความยุติธรรม และการกระทำความดี และการบริจาคแก่ญาติใกล้ชิด และให้ละเว้นจากการทำลามก และการชั่วช้า และการอธรรม" (กุรอาน 16:90) "และปวงบ่าวของพระผู้ทรงกรุณาปราณีคือ บรรดาผู้ที่เดินบนแผ่นดินด้วยความสงบเสงี่ยม และเมื่อพวกโง่เขลากล่าวทักทายพวกเขา พวกเขาจะกล่าวว่า ศานติ" (กุรอาน 25:63) "เจ้าจงยึดถือไว้ซึ่งการอภัย และจงใช้ให้กระทำสิ่งที่ชอบ และจงผินหลังให้แก่ผู้โฉดเขลาทั้งหลายเถิด" (กุรอาน 7:199) "แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธานั้นเป็นพี่น้องกัน ดังนั้นพวกเจ้าจงไกล่เกลี่ยประนีประนอมกัน ระหว่างพี่น้องทั้งสองฝ่ายของพวกเจ้า และจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด หวังว่าพวกเจ้าจะได้รับความเมตตา" (กุรอาน 49:10)
มุฮัมมัดศานทูตของอัลลอฮฺได้กล่าวว่า: "ผู้ใดไม่เอ็นดูเมตตาเพื่อนมนุษย์ อัลลอฮฺจะไม่ทรงเอ็นดูเมตตาเขา" "คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่าน จะยังไม่ศรัทธาจนกว่าเขาชอบที่จะให้ได้แก่พี่น้องของเขา อย่างที่เขาชอบที่จะให้ได้แก่ตัวของเขาเอง" "บุคคลใดก็ตามที่ไม่มีเมตตาต่อเด็กๆ ของเรา และไม่ให้เกียรติต่อบรรดาผู้อาวุโสของเรา ถือว่ามิได้อยู่ในแนวทางของเรา" "ไม่ใช่ผู้ศรัทธาต่อฉัน ถ้าผู้ใดนอนยามค่ำคืนในสภาพที่อิ่มหนำ ในขณะที่เพื่อนบ้านใกล้เคียงของเขากำลังหิวโหย ทั้งๆ ที่เขารู้เห็น" "อย่าให้มีการกระทำที่เป็นภัยต่อตัวเองและการกระทำที่เป็นภัยต่อผู้อื่น"
อิสลามสอนให้เรารักษาสายสัมพันธ์อันดีกับเครือญาติ และให้เราโปรยคำอวยพรแห่งสันติภาพ เพื่อพวกเราจะพบกับความสันติสุข เมื่อเราพบกันหรืออำลากันเราก็ควรกล่าวด้วยคำอวยพรว่า "อัสสลามุ อะลัยกุม" ความว่า "ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน"
ว่าด้วยสัตยาบันชาวมุสลิมในประเทศไทยดารุสสะลาม Darussalam หมายความว่า แผ่นดินแห่งสันติภาพ ประเทศไทยสำหรับชาวไทยมุสลิมในวันนี้เป็นประเทศดารุสสะลาม แม้ว่ายังไม่ได้เป็นประเทศดารุสสะลามอย่างสมบูรณ์แบบ เหมือนกับประเทศอิสลามต้นแบบ ณ นครมะดีนะฮฺ แต่ว่าดารุสสะลาม/ แผ่นดินแห่งสันติภาพของไทยในวันนี้ ก็คล้ายๆ กับราชอาณาจักรแห่งสันติภาพอียิปต์ ในสมัยนบี/ศาสดายูซุฟบุตรของนบียะกูบ ซึ่งมีบันทึกไว้ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานว่า "ดังนั้นเมื่อพวกเขาเข้าไปหายูซุฟ เขาได้สวมกอดพ่อแม่ของเขาและกล่าวว่า "พวกท่านจงเข้ามาในอียิปต์โดยปลอดภัยเถิด อินชาอัลลอฮฺ" (กุรอาน 12:99)
ไม่เห็นว่าจะมีความผิดทางศาสนาอิสลามแต่ประการใด ที่ชาวไทยมุสลิมยอมรับว่าประเทศไทยเป็นดารุสสะลาม /แผ่นดินแห่งสันติภาพ เพราะบุคคลทุกคนย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามบัญญัติของศาสนา และสำหรับชาวมุสลิมในประเทศไทยนั้น มีสิทธิเสรีภาพในการดำรงละหมาด บริจาคซากาด และใช้กันให้กระทำความดี ห้ามปรามกันให้ละเว้นความชั่ว และมุสลิมมีสิทธิเสรีภาพในการดะวะฮฺ (เรียกร้อง/เชิญชวน) มนุษย์ชาติไปสู่ศาสนาอิสลาม อัลลอฮฺได้ตรัสในอัลกุรอานว่า: "บรรดาผู้ที่เราให้พวกเขามีอำนาจในแผ่นดิน คือบรรดาผู้ที่ดำรงการละหมาด และบริจาคซะกาตและใช้กันให้กระทำความดี และห้ามปรามกันให้ละเว้นความชั่ว และบั้นปลายอของกิจการทั้งหลายย่อมกลับไปหาอัลลอฮฺ" (กุรอาน 22:41)
อิหม่ามอะหมัดซิดดิก อับดุลเราะห์มาน ในฐานะมีหน้าที่เป็นอิหม่าม เครือข่ายมุสลิมรักมนุษยชาติแห่งประเทศไทย Darussalam ในปัจจุบันนี้ ขอชี้แนะประชาชนชาวไทยมุสลิมทั่วราชอาณาจักรไทย ให้รวมกันทำสัตยาบันกับผู้นำราชอาณาจักรไทย เพื่อการมีส่วนร่วมในการบริหารการปกครองประเทศไทย Darussalam/ แผ่นดินแห่งสันติภาพ
โดยฝ่ายประชาชนชาวไทยมุสลิมให้สัตยาบันว่า "เราพร้อมให้การร่วมมือกับผู้นำราชอาณาจักรไทย และหน่วยงานของรัฐในการพัฒนาประเทศชาติ และการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ในทุกประการ ตราบเท่าที่ไม่ขัดกับหลักการของศาสนาอิสลาม หรือวัฒนธรรมประเพณีของชาวไทยมุสลิม"
ส่วนฝ่ายผู้นำราชอาณาจักรไทยให้สัตยาบันว่า "เราพร้อมที่จะสนับสนุนในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชนชาวไทยมุสลิมอย่างทัดเทียมกัน กับประชาชนชาวไทยผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ตราบเท่าที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ"
จุดยืนของเครือข่ายมุสลิมรักมนุษยชาติแห่งประเทศไทย Darussalam
เรากระทำกิจการต่างๆ ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ตามพระบัญญัติศาสนาของอัลลอฮฺ ในพระมหาคัมภีร์กุรอานและซุนนัฮ (แบบฉบับของศาสดามุฮัมมัด) เพื่อแสวงหาความเมตตา และสวนสวรรค์ของอัลลอฮฺในวันปรโลก และในขณะเดียวกันเราไม่ลืมในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของเราในโลกนี้.
เราเคารพความหลากหลายเชื้อชาติ ภาษา และศาสนา เราหวังว่าความแตกต่างทางศาสนา และประเพณีนั้นมิได้เป็นสิ่งกีดกั้น ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติภาพภายในประเทศไทย Darussalam ซึ่งเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว
เรารักในหลวง เรารักพ่อแม่ เรารักครูบาอาจารย์ เรารักญาติพี่น้อง และเรารักผู้กระทำความดีทุกคน แต่เราไม่เคารพสักการะอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺองค์เดียวเท่านั้น และเราไม่ร่วมมือในกิจกรรมใดๆ ที่มีพิธีการเคารพสักการะตามวัฒนธรรม และประเพณีที่ขัดกับหลักการศาสนาอิสลาม.
เราเผยแผ่ศาสนาอิสลาม เราเชิญชวนมนุษย์ทั้งหลายไปสู่อัลลอฮฺ เราร่วมมือกับทุกฝ่ายในการปฏิบัติความดี และการละเว้นความชั่ว เราช่วยเหลือกันในสิ่งที่เป็นคุณธรรม และความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ เราไม่ช่วยเหลือกันในสิ่งที่เป็นบาปและเป็นศัตรูกัน
เรารักษาความสมดุลในความเป็นชาวไทยมุสลิม คือเป็นพลเมืองที่ดีอยู่อย่างคนไทยภายใต้รัฐธรรมนูญ และกฎหมายบ้านเมือง และในขณะเดียวกันเราเป็นคนมุสลิมที่ดี ตามคำสอนศาสนาอิสลามจากพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน และพระวจนะของท่านนบียฺมุฮัมมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน)
เราร่วมสร้างความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ และร่วมมือในกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตการเป็นอยู่ร่วมกันของมนุษยชาติทั้งโลก แต่เราคัดค้านการสมานฉันท์ทางด้านศาสนา โดยการจัดพิธีการทางศาสนารวมกัน และเราไม่ร่วมมือในกิจกรรมใดๆ ที่มีพิธีการเคารพสักการะตามวัฒนธรรมศาสนาอื่น เพราะอัลลอฮฺทรงสั่งเสียให้ชาวมุสลิม ออกห่างจากพิธีการสักการะตามประเพณี และวัฒนธรรมของศาสนาอื่น และอัลลอฮฺทรงให้มุสลิมประกาศว่า "ฉันจะไม่เคารพสักการะสิ่งที่พวกท่านเคารพสักการะอยู่ และพวกท่านก็ไม่ใช่ เป็นผู้เคารพสักการะพระเจ้าที่ฉันเคารพสักการะ สำหรับพวกท่านก็คือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันก็คือศาสนาของฉัน" (กุรอาน 96:3-6)
อิสลามศาสนาแห่งสันติภาพ
อิสลาม คือ ศาสนาแห่งการนอบน้อมยอมจำนนต่ออัลลอฮฺพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก และศาสนาแห่งสันติภาพระหว่างมนุษยชาติ แน่นอน เมื่อมนุษย์มีการน้อมรับ และปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของพระเจ้า มันจึงจะทำให้เกิดความสันติสุขแก่ตนเอง และสันติภาพต่อสังคมส่วนรวม.
อิสลาม คือ ศาสนาของบรรพบุรุษของเราทุกคน ศาสนาของท่านอาดัมซึงเป็นต้นตระกูลของมนุษยชาติทั้งหลาย และศาสนาของบรรดาศาสนทูตทั้งหลาย ได้นับถือมาตั้งแต่ท่านอาดัม นูฮฺ อิบรอฮิม มูซา พระเยซู จนถึงมุฮัมมัดซึ่งเป็นศาสนทูตท่านสุดท้ายของอัลลอฮฺ
มุสลิม คือ ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ผู้ที่ไม่เคารพสักการะนอกจากอัลลอฮฺองค์เดียว ผู้ที่ดำรงไว้ซึ่งการละหมาด กระทำความดี เรียกร้องมนุษย์ไปสู่สัจธรรมแห่งอัลลอฮฺ ใช้ให้ทำความดี ให้มีความอดทน และมิใช่เป็นผู้บ่อนทำลายในแผ่นดิน.
มุสลิม คือ ผู้ที่รักแนวทางสันติในการดำรงชีวิต ผู้ที่ไม่กระทำสิ่งที่เป็นภัยต่อตัวเอง และไม่กระทำสิ่งที่เป็นภัยต่อผู้อื่น ผู้ที่มนุษยชาติทั้งโลกได้รับความปลอดภัยจากคำพูดและการกระทำของเขา ผู้ที่ต่อสู้เอาชนะอารมณ์ฝ่ายต่ำของตัวเองเพื่อเชิดชูสัจธรรมแห่งอัลลอฮฺ ผู้ที่ละทิ้งสิ่งที่อัลลอฮฺทรงห้าม
อิสลามคือศาสนาของอัลลอฮฺ ซึ่งนำมนุษยชาติไปสู่สวนสวรรค์ของอัลลอฮฺในวันปรโลก และผู้ใดแสวงหาศาสนาอื่นนอกจากศาสนาอิสลาม เขาจะเป็นผู้ขาดทุนในวันปรโลก ดังนั้นท่านจงหันมานับถือศาสนาอิสลามกันเถิด.ล
ท่านจงกล่าวเถิด คำปฏิญาณว่า: "ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ มุฮัมมัด รอซูลุลลอฮฺ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺ" แน่นอนท่านจะพบกับความสันติสุขในโลกนี้ และท่านจะพ้นจากไฟนรก และจะได้เข้าสวนสวรรค์ในวันปรโลก.
الاثنين،26 جمادى الاولى 1428 วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2550
|
| http://www.muslimteedee.net/content.php?ModuleKey=service&conID=18 | |
|