พิมพ์หน้านี้
|
พลันที่ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ส่งฟ้องคดีหวยบนดินต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับ พวกรวม 47 คน ในคดีร่วมกันยักยอกเงิน เป็นเหตุให้ เก้าอี้ครม.ในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี อย่างน้อย 3 กระทรวงต้องสั่นคลอนตามไปด้วย เพราะต้องถูกตั้งคำถาม เรื่อง จริยธรรมการเมืองทันที เพราะนับจากนี้ต้องจับตาว่าศาลฎีกาฯจะประทับรับฟ้องหรือไม่ หากศาลฎีการับฟ้องนั่นจึงเท่ากับว่า ครม.สมัคร อย่างน้อย 3 คนต้องยุติบทบาทการปฎิบัติหน้าที่ทันที นี่จึงเป็นเหตุผลที่ คตส.ต้องมีการประชุม และลงมีมติลับเพื่อส่งหนังสือถึง สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งให้ทราบว่า คตสได้ ส่งฟ้องจำเลยที่เกี่ยวข้องกับคดีหวยบนดิน ซึ่งมี ผู้เกี่ยวข้องเป็น 3 รัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมอยู่ด้วย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบทางใดทางหนึ่งต่อรัฐบาล ในข้อหาปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมีการยักยอกเงินหลวงเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ซึ่งต้องคดีอาญา พร้อมทั้งชดใช้ค่าเสียหายจนครบตามจำนวน โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐในปัจจุบันจำนวน 9 ราย แบ่งเป็นรัฐมนตรี 3 ราย ข้าราชการระดับสูง 6 ราย คือ จำเลยที่ 12 นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จำเลยที่ 19 นายสุรพงษ์ สืบวงษ์ลี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จำเลยที่ 26 นางอุไรวรรณ เทียนทอง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จำเลยที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งทางราชการหรือพนักงาน ได้แก่ จำเลยที่ 32 นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง จำเลยที่ 34 นายชัยฤกษ์ ดิษฐอำนาจ ปัจุบันดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน จำเลยที่ 36 นางอรอนงค์ มณีกาญจน์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลังระดับ 10 กรมบัญชีกลาง จำเลยที่ 38 นายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ จำเลยที่ 40 นายบัณฑูร สุภัควณิช ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ จำเลยที่ 43 พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตามกฎหมายปปช.มาตรา 55 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ในกรณีที่ ปปช.มีมติกล่าวหาใดมีมูล และ ปปช.มีมติดังกล่าวผู้ถูกกล่าวหาจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้จนกว่าวุฒิสภามีมติ หรือ ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำพิพากษา แล้วแต่กรณี นั่นจึงหมายความว่า จำเลยอย่างน้อยที่เป็นรัฐมนตรี 3 คนต้องยุติบทบาทการปฏิบัติหน้าที่ทันที จึงเป็นเหตุให้ คตส.ต้องส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้นายกรัฐมนตรีใช้ดุลพินิจในการพิจารณาให้เป็นไปตาม กฎหมาย ปปช.มาตรา 55 ที่สำคัญคือ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกกล่าวหาที่ถูกฟ้องเป็นจำเลย ไปดำเนินการในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเรื่อง ใดเรื่องหนึ่งก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา ดังนั้น สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะ เป็นผู้บริหารสูงสุดของฝ่ายบริหาร และมีหน้าที่ดูแลเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องใช้สามัญสำนึก และจริยธรรมทางการเมืองตัดสินใจ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในอนาคต สำหรับนักการเมือง ในกรณีที่ตกเป็นจำเลยในคดีอาญาต่อแผ่นดิน กรณีนี้เป็นประเด็นที่ท้าทาย ต่อมจริยธรรมทางการเมืองของรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช เป็นอย่างมากว่าจะใช้ดุลพินิจอย่างไร แน่นอนว่าขณะนี้มีรัฐมนตรี 1 รายคือ ป้าอุ ออกมายืนยันความบริสุทธิ์อย่างชัดเจนพร้อมจะกอดเก้าอี้จนถึงที่สุด จนกว่าศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะวินิจฉัยออกมาทางใดทางหนึ่ง เพราะที่ผ่านมา สมัคร ก็ได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่ยอมรับในการตรวจสอบของ คตส.เพราะเกิดจากเผด็จการทหาร คมช. ซึ่งขณะนี้มีการยกประเด็นการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปี 2550 มาเป็นประเด็นข้อต่อสู้ เพราะนั่นเท่ากับว่า ประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 ในการแต่งตั้ง คตส.ต้องยุติบทบาทไปทันที แต่ทั้งนี้ คตส.ยืนยันมาโดยตลอดว่า มีอำนาจหน้าที่เต็ม ในการตรวจสอบไต่สวนทำนองเดียวกับอำนาจหน้าที่ ป.ป.ช. เมื่อ คตส. ปฎิบัติหน้าที่โดยใช้อำนาจของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และเห็นว่าข้อกล่าวหามีมูลตามที่ผู้เสียหาย ยื่นคำร้อง มติของ คตส.ย่อมมีผลปฏิบัติตามกฎหมาย ปปช. ทั้งหมดนี้จะเป็นข้อต่อสู้ที่ ครม.สมัคร จะหยิบยกขึ้นมาต่อสู้และสร้างความชอบธรรมให้ กับ รัฐมนตรีในรัฐบาล ที่สำคัญหาก สมัคร ใช้ดุลพินิจให้ รัฐมนตรี 3 คนยุติบทบาทการปฏิบัติหน้าที่ นั่นเท่ากับว่า บัญชาของสมัคร จะกลายเป็นบรรทัดฐานทางการเมืองไปในทันที ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลแน่ เพราะย่อมส่งผลกระทบต่อเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของสมัคร อย่างหลีกเลี่ยงได้ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า สมัคร ยังมีชนักติดหลัง โดยตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในการทุจริตการจัดซื้อเรื่อ-รถดับเพลิงของกทม.ที่อยู่ในระหว่างการไต่สวนของ คตส.ที่มี นาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส.เป็นประธานอนุกรรการไต่สวน ที่เตรียมจ่อคิวส่งให้อัยการสูงสุด และ ศาลฎีกาฯสั่งฟ้องก่อนที่ คตส.จะหมดอายุลงในเดือนมิถุนายนนี้ จนทำให้ นาม กับ สมัคร ต้องกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันในที่สุด เพราะยังมีคดีฟ้องร้องเรื่องหมิ่นประมาท ติดอยู่ในชั้นศาล นั่นจึงหมายความว่าอายุของรัฐบาลสมัคร ก็สั้นลงตามไปด้วย เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงนับเวลาถอยหลัง ว่า สมัคร จะเป็นรายต่อไปที่ต้องตกเป็นจำเลย และต้องยุติบทบาทการปฏิบัติหน้าที่ทันทีตามกฎหมายปปช.มาตรา 55 เมื่อคดีส่งถึงมือศาลฏีกา แต่นาทีนี้ เมื่องา ไม่งอกออกจากปากหมา ฉันใด จึงอย่าได้ถามหาจริยธรรมทางการเมืองกับรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช อีกเลย นั่นเพราะสุดท้ายคนชื่อ สมัคร สุนทรเวช จะเป็นรายต่อไป ---------------------//------------------- |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||