พิมพ์หน้านี้
|
เท่าที่ผมจำได้จากการติดตามข่าวสารเรื่องการขึ้นค่าราคาค่าโดยสารรถเมล์ เพราะเป็นคนหนึ่งที่ต้องโหนรถเมล์ ไปทำงานประจำ คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง มีมติเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2551 ปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รถร่วม ขสมก. รถบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และรถร่วม บขส. ซึ่งจะให้มีผลตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมเป็นต้นไป จากนั้น เครือข่ายคัดค้านการขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะ ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ต่อศาลปกครองกลาง และในที่สุดศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการขึ้นค่ารถโดยสารรถ ขสมก.-รถร่วม มีผลตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น วันรุ่งขึ้นปรากฏว่ารถ บขส.และรถร่วมสายอื่นๆ ได้ยุติการขึ้นราคา ตามคำสั่งของศาลทันที แต่ขณะนี้ ณ วันที่ 3 มิ.ย. กลับปรากฎว่ามีผู้ประกอบการรถเมล์ร่วม สาย 171 ที่วิ่งเส้นทางระหว่างหมู่บ้านนักกีฬา ไปจนถึงปิ่นเกล้า ยังมีการเก็บค่าโดยสารเกินราคาโดยเพิ่มระยะ ละ 1 บาท ตามมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งฯ เพราะบังเอิญในช่วงเช้าผมต้องไปโรงพยาบาลรามาฯ จึงต้องขึ้นรถเมล์สาย 171 จากย่านลำสาลี ผมจึงควักตังค์ 18 บาทให้กับกระเป๋ารถเมล์ ไม่นานกระเป๋ารถเมล์บอกว่าขึ้นราคาเป็น 19 บาท ตามมติของคณะกรรมกรขนส่งทางบกที่ให้ขึ้นระยะละ 1 บาท ผมก็งงซิครับ เลยถามกระเป๋ารถเมล์ว่า ศาลสั่งระงับคุ้มครองการขึ้นรถเมล์ชั่วคราวไม่ใช่หรือ กระเป๋าบอกผมว่าไม่เห็นมีคำสั่งเลย แถมยังชี้ให้ผมดู มติการขึ้นราคาโดยสารระยะอีกละ 1 บาท ของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งฯ ไว้ตรงเหนือประตูทางขึ้น-ลงรถเมล์ ด้วย ผมยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ว่าเป็นเพราะเหตุไดกรมการขนส่งยังปล่อยให้รถเมล์สาย 171 ขึ้นราคาได้เพียง โดยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของของศาลปกครองกลาง ทั้งๆ ที่สายอื่นก็ลดทันทีหลังศาลมติ สุดท้ายผมก็ต้องจ่าย 19 บาทเพราะไม่อยากเถียงกับกระเป๋ารถเมล์
(นี่แหละครับ ตั๋วโดยสาร ที่ฉีกเพิ่มอีก 1 บาท) พอถึงหน้าโรงพยาบาลรามาฯ ผมรีบโทรศัพท์ไปร้องเรียนที่สายด่วน 1584 กรมการขนส่งทางบก ทันที แต่เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนแจ้งว่าให้ไปร้องเรียนกับสายด่วน 184 โดยบอกว่า เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการวิ่งรถเมล์โดยตรง พอวางสายเสร็จผมรีบโทรศัพท์ไปร้องเรียนกับสายด่วน 184 ทันที โดยเจ้าหน้าที่รับสาย ให้มีการแจ้งรายละเอียดพร้อมหมายเลขประจำรถเมล์ที่เก็บเกินราคา พร้อมทั้งระบุรายละเอียดเวลาการขึ้นรถโดยสารด้วย โดยรถเมล์สาย 171 เก็บราคาเริ่มต้นจากระยะละ 12 บาท เป็น 13 บาท โดยผมถูกเก็บ 18 บาท และมีการฉีกตั๋วเพิ่มขึ้นมาอีก 1 บาท แต่ปรากฏว่าในตั๋วเพิ่มไม่ได้มีการระบุว่าเป็นรถเมล์ ประจำสายไดด้วย
(ดูกันชัดๆ เป็นตั๋วที่ไม่มีการระบุว่า เป็นรถเมล์สายไหน) จากการสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่สายด่วน 184 ได้ความคำสั่งของศาลปกครองดังกล่าวครอบคลุมไปถึงรถเมล์ร่วม บขส.ทุกสาย ดังนั้นจึงจะดำเนินการแจ้งคำสั่งดังกล่าวไปยังผู้ประกอบการรถเมล์สาย 171 ให้รับทราบและจะได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
(ตามปกติตั๋วรถเมล์ จะบอกราคา และสายของรถอย่างชัดเจน อย่างที่เห็นเป็น ปอ.สาย 44 ก่อนหน้านี้เก็บ 13 บาท แต่หลังศาลมีคำสั่งออกมาก็ลดเหลือ 12 บาทอย่างที่เห็นนี่แหละครับ) แต่ที่ทำให้ผมแปลกใจมากไปกว่านั้นคือ เจ้าหน้าที่รับสายบอกว่า จะใช้เวลาในการดำเนิน 1 สัปดาห์ โดยอ้างว่าเป็นไปตามขั้นตอนของราชการ ผมได้แต่นึกในใจว่า กรมการขนส่งทางบก ไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องโหนรถเมล์สายนี้เป็นประจำ เพราะรถเมล์สาย 171 วิ่งจากหมู่บ้านนักกีฬา ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เข้าสู่ถนนพระราม 9 ผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผ่านโรงพยาบาลรามาฯ แล้ววิ่งผ่านถนนนางเลิ้ง ผ่านฟ้าลิลาศ ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนที่จะขึ้นสะพานปิ่นเกล้า และไปสิ้นสุดที่ปิ่นเกล้า ซึ่งเกิบตั๋วเกินราคามาตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.จนถึงขณะนี้ ทั้งๆ ที่รถเมล์สาย 171 ระบุข้างรถว่าเป็นรถยูโร และติดก๊าซเอ็นจีวีด้วย ดังนั้นเรื่องกระทบราคาน้ำมันแพงคงไม่ใช่เหตุผลอีกต่อไป หรือเป็นเพราะว่า กรมการขนส่งทางบก ทำเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ปล่อยให้รถเมล์เอาเปรียบผู้บริโภค แถมละเมิดคำสั่งศาลปกครองอีกต่างหาก นี่ก็ปาเข้าไปร่วม 2 สัปดาห์แล้วที่รถเมล์สายนี้ขึ้นราคา ----------------//-----------------
|
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||