พิมพ์หน้านี้
|
ตกเป็นข่าวใหญ่โต เมื่อมีทีมทนายนักการเมืองดังหิ้วขนมยัดเงินสด 2 ล้านบาท ฝากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของศาลฏีกา เพื่อส่งต่อให้องคณะผู้พิพากษาคดี สำคัญ ซึ่งล่าสุด ประธานศาลฎีกา ยอมรับ มีทนายความนักการเมือง หอบเงินสด 2 ล้านบาท ไปฝากไว้ให้กับเจ้าหน้าที่ศาลฎีกาจริง พร้อมสั่งตั้งองค์คณะสอบสวนข้อเท็จจริง สำหรับเงินของกลางนั้น ได้มอบคืนผู้ที่นำมามอบให้ไปแล้ว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้จดรายละเอียดไว้หมดแล้ว โดยขณะนี้ มีคดีสำคัญในศาลฎีกาของนักการเมืองอยู่ 3 คดี 1.คดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ตกเป็นจำเลย ในคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินรัชดาภิเษก 2.คดีของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กรณีถูกใบแดงในการเลือกตั้ง 3.คดีของนายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย ในคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินคลองด่าน เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า คดีทีมีความสำคัญที่สุด ถึงขนาดทำให้ ทีมทนายกล้าทำอุกอาจ ห้อบหิ้วเงินสดฝากเจ้าหน้าที่ของศาล คงหนีไม่พ้น ดคีทุจริตการจัดซื้อทีดิน นั่นเพราะมีข่าวแว่วๆ มาว่า คดีดังกล่าว ศาลฏีกาอยู่ระหว่างการทำงานอย่างหน้าดำคร่ำเคลียด โดยเตรียมที่จะเร่งสรุปได้อย่างช้าไม่เกินเดือนกันยายนนี้ ดังนั้นเมื่อกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญไม่สามารถทำได้ทันหรือสกัดกั้นการทำงานของศาลฏีกา วิธีการเดิมๆ ที่เคยปฎิบัติจึงถูกงัดออกมาใช้ แบบไม่ต้องสงสัย เพราะอำนาจเงินมันช่างล่อตาล่อใจยิ่งนัก แต่เมื่อพิจารณารายชื่อ 9 องศ์คณะผู้พิพากษา พิจารณาตัดสินชี้ขาดคดีทุจริตการซื้อขายที่ดินรัชดา แล้ว หลายคนต้อง ซี้ด.. ปาก แต่ละคนไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง เพราะบอกได้คำเดียวและ ตรงๆ ว่างานนี้ ทักษิณ กับ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร รอดยากส์!! เนื่องจากองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ล้วนแล้วแต่มีฝีไม้ลายมือ ที่สังคมให้ความเชื่อมั่นในกระบวนยุติธรรม
วันนี้ ผมเอารายชื่อมาเปิดให้ดูกันชัดๆ อีกครั้ง ประกอบด้วย 1. นายสมศักดิ์ เนตรมัย ประธานแผนกคดีพานิชย์และเศรษฐกิจ ในศาลฎีกา 2.นายทองหล่อ โฉมงาม รองประธานศาลฎีกา 3.นายสุวัฒน์ วรรธนะหทัย ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาในศาลฎีกา 4.นายสุรชาติ บุญศิริพันธ์ ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ในศาลฎีกา 5.นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา คนนี้แหละถูกจับตามองมากที่สุด เพราะเป็นถึงเพื่อนชี้ กับ กล้านรงค์ จันทึก กรรมการคตส. และเป็นศิษย์เอกของพ่อแก้วสรร อติโพธิ กรรมการคตส. นายวสันต์ เคยเป็นพยานจำเลยคดีอาญาที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญฟ้องหมิ่นประมาทหนังสือพิมพ์แนวหน้า และ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์แนวหน้า ที่เขียนบทความดูหมิ่นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการตัดสินคดีซุกหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กระทั่งศาลสั่งยกฟ้อง ถือเป็นคนซื่อตรงและค่อนข้างโผงผาง กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ที่กล้าออกมาแฉว่า มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งมาที่ศาลฎีกา มาขอคำปรึกษาในเรื่องที่จะเขียนคำวินิจฉัยให้ พ.ต.ท.ทักษิณพ้นผิด ซึ่งเขาไม่เห็นด้วยกับการกระทำของตุลาการคนนั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ วสันต์ เคยไปสมัครเข้าสู่กระบวนการสรรหา กกต.มาแล้วแต่ถูกเตะสกัดโดยขบวนการบล็อกโหวต สมัย สุชน ชาลีเครือ เป็นประธานวุฒิสภา งานนี้ วสันต์ กลับมาล้างตาอีกครั้ง จึงน่าจับตากับการปฏิบัติหน้าที่พิจารณาคดีนี้ 6.นายประพันธ์ ทรัพย์แสง ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ที่สำคัญ นายประพันธ์ เคยเป็นองค์คณะผู้พิพากษาและเจ้าของสำนวนตัดสินคดีนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีต รมว.สธ.ทุจริตจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ ที่ถูกยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงทางการเมือง จนสุดท้ายทำให้นายกรักเกียรติ ติดคุหัวโต ที่จังหวัดอุดรธานี 7. นายสมชาย พงษธา ประธานแผนกคดีล้มละลาย ในศาลฎีกา ซึ่ง เป็นหนึ่งใน 9 คณะตุลาการรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากที่วินิจฉัย คดียุบพรรคการเมือง 8. นายพิชิต คำแฝง ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา และ 9. นายธีระวัฒน์ ภัทรานวัช ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา ดังนั้น เงิน จะส่งให้ใคร ตุลาการ ทั้ง 9 คน รูดีแก่ใจ และควรรีบออกมาชี้แจง เปิดเผยตัวต่อสาธารณะชน เพราะหากเป็นทองแท้ ย่อมไม่กลัวไฟ ซึ่งจะทำให้สังคมชื่นชมในความ ซื่อสัตย์ กล้าหาญ ไว้วางใจในกระบวนการยุติธรรม สมกับเป็นที่พึ่งสุดท้ายของสังคมในยามนี้ เพราะรู้ๆ กันอยู่ หากนำเรื่องทั้งหมดมาประติดประต่อเข้าด้วยกัน..คงจะเดาได้ไม่ยาก ว่าเป็นใคร ถึงกล้าทำเช่นนี้ ----------------//------------- |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||