พิมพ์หน้านี้
|
กลับบ้านเที่ยวนี้เป็นช่วงหน้าฝนพอ ชาวบ้านกำลังเร่งปักดำนาให้ทันกับฝนฟ้าที่กำลังกระหน่ำตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องติดต่อกันในช่วงวันหยุดยาวเข้าพรรษา ชาวบ้านบอกว่าปีนี้น้ำท่า ฝนฟ้าดีกว่าทุกปี เพราะมีน้ำเจิ่งเต็มท้องนาตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา หลายคนจึงถือโอกาสนี้หว่านกล้าเพื่อดำนากัน
(ควายเหล็กเร่งไถนา) ------------------------
(เด็กๆ วิ่งตามเก็บปลา) ---------------------------
---------------------
------------------
(ข้อง ไส่ปลา) ผิดกับก่อนหน้านี้หลายคนในระแวกบ้านเตรียมที่จะไถที่นาทิ้งเพื่อปลูกต้น ดับเบิ้ลเอ หรือ ต้นยูคาลิปตัส ดีๆ นี่เอง พอฝนฟ้าตกลงมาตั้งแต่ต้นฤดูทำนาหลายคนก็เปลี่ยนใจทำนาแทน ประกอบราคาข้าวที่เริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลายคนจึงตั้งใจทำนาโดยหวังว่า ปลายปีจะได้ราคางามในฤดูเก็บเกี่ยว ไม่มากก็น้อย
(เตรียมดินรอปักดำ) ----------------------
(ต้นกล้า ที่ถอนออกจากแปลง เตรียมนำไปปักดำ) ------------------------------------------------------
(แปลงนี้ถูกถอนไปกว่าครึ่งแล้ว) ช่วงนี้ในระแวกหมู่บ้านเดินไปทางไหนก็จะเห็นชาวบ้านต่างขะมักเขม้นทำนา บ้างทำนาหว่าน บ้างก็ทำนาปักดำ หลายภาพที่เคยเห็นตอนเป็นเด็กก็กลับปรากฏมาให้เห็นอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นภาพชาวบ้านไถนา ถอนกล้า ปักดำ ซึ่งเป็นภาพชินตาในอดีต และค่อยๆ เริ่มเลือนหายไปเมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัย
(เพิ่งปักดำเสร็จ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา) ----------------------------------------
(หอยเชอรี่ ศัตรูเบอร์หนึ่งในนาข้าว) ---------------------------------
(ไข่สีชมพูอ่อนสวย ฝักออกมาแล้วอันตราย) -------------------------------------------- วันนี้ภาพเหล่านั้นกลับมาปรากฏอีกครั้งจนอดใจไม่ได้ที่หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปบันทึกความทรงจำเอาไว้ ก่อนที่ชาวนาจะทิ้งอาชีพดั้งเดิมตั้งแต่ปูยาตาทวดแม้ภาพวันนี้จะแตกต่างกันตรงที่เปลี่ยนจาก ควายถึกบึกบึน มาเป็น ควายเหล็ก จนกลายเป็นภาพที่เห็นชินตาของชาวบ้านไปนานแล้ว เพราะในหมู่บ้านแทบหาควายไม่เจอ
------------------------
(แมงปอ สีสันแปลกตา ตามท้องนา) -----------------------------------
------------------------ แต่ก็อดที่จะนึกถึงวัยเด็กไม่ได้ เพราะเป็นช่วงที่สนุกที่สุด โดยในช่วงวัดหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไม่ได้ไปโรงเรียน เด็กๆ มักจะไปวิ่งเล่นตามท้องนา หรือไม่ก็ยิงนก ตกปลา บางคนก็เดินตามรอยไถของพ่อเพื่อเก็บปลา ในระหว่างไถและคราด ก่อนปักดำ
(ตั๊กแตนตำข้าว แฝงตัวในกอข้าว)
ส่วนอีกฟากคัดนา กลุ่มผู้ใหญ่ต่างขะมักเขม้น ถอนกล้าเพื่อเตรียมนำไปปักดำ ซึ่งหลายคนตั้งจะปักดำให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้
(ข้าวกำลัง แตกกอ)
สิ่งหนึ่งที่เห็นความตั้งใจของชาวนา ที่หลายบ้านได้รับผลกระทบท่ามกลางสภาวะน้ำมันแพง แต่ชาวนายังต้องทุ่มทุนซื้อน้ำมันมาหล่อเลี้ยงรถไถนาคันเก่า เพราะหวังว่าจะขายข้าวในช่วงปลายปี แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆ เพราะปีนี้ชาวบ้านบอกว่าหอยเชอรี่ ศัตรูอันดับหนึ่งของนาข้าวระบาดอย่างหนักฆ่าเท่าไหร่ไม่ยอมตายเสียที เพราะทันทีที่ปักดำนาได้ไม่กี่วันเจ้าหอยเชอรี่ก็ลงตามรุมทึ้งกินต้นข้าวเสียหายทันที จนต้องมีการหว่านยากำจัดหอย แต่เหมือนยิ่งหวานยิ่งเพิ่มขึ้น เพราะที่นาส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ติดต่อกันหลายหมู่บ้าน จึงทำให้เจ้าหอยเชอรี่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว พอนาคนหนึ่งให้ยาฆ่า ก็แห่ไปนาข้างๆ พอน้ำท้วมทั่วถึงกันก็กลับมาระบาดอีกครั้ง
-------------------
(ฝรั่งขี้นกข้างคันนา เด็กๆ ชอบกิน แต่เดี๋ยวนี้หากินได้ยากมาก) -------------------------- จึงดูเหมือนว่าฤดูทำนาปีนี้ ชาวบ้านจะลงทุนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และชาวบ้านทุกคนต่างหันมาทำนาอีกครั้งเพื่อหวังขายข้าวในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว พอถึงวันนั้นจริงๆ ข้าวจะได้ราคาอย่างที่ชาวบ้านตั้งหน้าตั้งตารอหรือไม่นั้น ยังไม่มีใครบอกได้ แต่วันนี้ขอให้มีความหวังก่อนแล้วกัน อย่างน้อยขายไม่ได้ก็เก็บเอาไว้กินเอง ในยุคข้าวยากหมากแพง
-----------------//------------------ |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||