• dr.nakamon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2015-06-11
  • จำนวนเรื่อง : 345
  • จำนวนผู้ชม : 293912
  • ส่ง msg :
  • โหวต 369 คน
ชมรมรักและศรัทธา ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล
ส่งเสริมความรู้เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง การศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมไทย-อาเซียนในโลกสมัยใหม่
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nakamonTH
วันเสาร์ ที่ 14 พฤษภาคม 2565
Posted by dr.nakamon , ผู้อ่าน : 329 , 15:10:08 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อำนาจละมุน ซอฟต์พาวเวอร์(Soft Power)กับสังคมไทย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล  มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

 อำนาจละมุน ซอฟต์พาวเวอร์(Soft Power) ได้แก่ การขยายอิทธิพล การเปลี่ยนแปลงความคิด การทำให้ผู้คนมีส่วนร่วม หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้อื่น โดยไม่ได้ใช้อำนาจบังคับขู่เข็ญ(Hard Power) อย่างอำนาจเศรษฐกิจ อำนาจทางการทหาร เพื่อบีบบังคับให้ประเทศต่างๆ ต้องยอมปฏิบัติตามสิ่งที่เราต้องการ  สิ่งเหล่านี้หมายรวมถึงอาหาร วัฒนธรรม เกมออนไลน์ การ์ตูน   เป็นต้น หากได้รับการสนับสนุนอย่างชาญฉลาดจากผู้ที่มีอำนาจในมือ จะทำให้เกิดความสำเร็จได้อย่างดียิ่ง มองสิ่งเหล่านั้นเป็นเหมือนกลไกสำคัญที่จะสร้างชื่อเสียงและสร้างเศรษฐกิจได้มหาศาล

 สังคมไทย จะมีนโยบายรูปแบบไหนที่จะพาซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้สามารถตอบสนองความต้องการได้ อำนาจละมุน ซอฟต์พาวเวอร์(Soft Power)กับสังคมไทย มีหลายเรื่อง ที่สำคัญๆ ได้แก่-ต้มยำกุ้ง  อาหารบ้านเรามีชื่อเสียงดังไกลไปทั่วโลก-ศาสตร์การนวด เป็นศาสตร์ที่ทุกคนชื่นชม-ตุ๊กตุ๊กไทยยานพาหนะไทยที่ใครก็อยากมาลอง-มวยไทยกีฬาระดับชาติที่มีความยิ่งใหญ่และเป็นที่เคารพของผู้คนระดับโลก-ละครไทย กำลังเริ่มเติบโตไปในประเทศใกล้เคียง-การท่องเที่ยวไทย เป็นหมุดหมายสำคัญของคนทั่วโลก

 จะเห็นได้ว่า วัฒนธรรม ละคร ศิลปะและศิลปิน ในสังคมไทยชื่อเสียงที่ไม่แพ้ใครเช่นกัน  ซอฟต์พาวเวอร์(Soft Power)ไทยจะส่งพลัง หากมีแผนการระดับชาติที่จริงจังและผ่านการคิดค้นให้ทันยุคสมัยมากพอ หากบุคคลผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ถนัด ด้านการช่าง ออกแบบ สร้างซ่อม ผลิต ควบคุมสิ่งประดิษฐ์โดยมีใบประกอบอาชีพด้านวิศวกรรมเป็นการรับรองความสามารถพื้นที่ชีวิตและกิจกรรมร่วมกันของคนตั้งแต่2 คนขึ้น ตั้งแต่สามีภรรยา ไปสู่การสร้างครอบครัวและหลายครอบครัวเป็นคุ้ม หมู่ชุมชน เผ่าและหมู่บ้าน มีกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมร่วมกัน มีพื้นที่รวมใจของคนจนหลายกิจกรรมที่ทำแล้วเป็นที่ยอมรับกันผู้ที่มีความสามารถในคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เป็นเหตุเป็นผล เชื่อมโยงอย่างบูรณาการแบบข้ามศาสตร์ คละศาสตร์ผสมศาสตร์มีความรู้การใช้เครื่องมือเทคนิควิธี กระบวนการ ขั้นตอนในการพัฒนาคนในชุมชนท้องถิ่นโครงการวิศวกรสังคมเป็นกระบวนการพัฒนานักศึกษาเพื่อการเป็นบัณฑิตที่มีคุณลักษณะและทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่ตอบสนองต่อบทบาทการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฎ ภายใต้กรอบแนวคิดของการวิเคราะห์ศักยภาพชุมชน การยกระดับองค์ความรู้ของชุมชน การสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ปญหาชุมชน และการสร้างความยั่งยืนในการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่บนฐานข้อมูลชุมชน พัฒนานักศึกษา

 สรุปว่า วิศวกรสังคมมีความสำคัญในฐานะการเป็น ทักษะวิศวกรสังคม(Social Engineer Skills) แห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และเป็นทักษะเฉพาะของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎ ที่ได้รับการปลูกฝัง อบรม ให้ความรู้ ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล ค้นหาปัญหาที่แท้จริง คิดอย่างเป็นระบบ คิดเชิงสร้างสรรค์ คิดเชิงออกแบบ(Design Thinking) ลงมือทำอย่างมีระบบ แบบแผนขั้นตอนตามหลักวิชา ไม่ติดตำรา พิจารณาจากปัญหาที่แท้จริง สื่อสารประสานงานกับเป้าหมาย ภาคีเครือข่าย หุ้นส่วนทางสังคมอย่างเข้าใจ เข้าถึง พึ่งพา พัฒนาอย่างยั่งยืน รู้จักสร้างเครื่องมือ ใช้เทคนิควิธีให้สอดคล้องกับวิถีวิธีภูมิสังคมที่ประชาชนอยู่อาศัยในชุมชนท้องถิ่น ผลิตนวัตกรรมทางสังคมไปแก้ปัญหาของสังคมได้ ในแนวทางที่ถูกต้องดีงามจนสร้างตนเป็นที่พึ่งแห่งตน สร้างตนเป็นที่พึ่งของสังคมได้อย่างสง่างามสมกับ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎอย่างภาคภูมิทฤษฎีที่เกี่ยวกับวิศวกรสังคม

 ศาสตร์พระราชา คือองค์ความรู้วิชาภูมิปัญญาของพระเจ้าแผ่นดิน พระปรีชาญาณ มี 2 แนวคิด ดังนี้

1.วิศวกรสังคมเป็นทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในการออกแบบเพื่อสอนให้กับเหล่านักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศทั้ง 38แห่งที่ยึดโยงกับวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นแต่ละภูมิภาค ตามบริบทที่แตกต่างของภูมิสังคมที่เป็นทั้งชุมชนเมืองและชุมชนชนบท โดยการฝึกฝนอบรม บ่มเพาะให้นักศึกษาราชภัฎเป็นผู้มีทักษะวิควกรสังคมพร้อมกับการพึ่งตนเอง และเป็นที่พึ่งพาให้กับสังคมที่กำลังเผชิญปัญหา การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและสังคมโลก

 2.หลักปรัชญาวิถีวิธีวิศวกรสังคมโดยมีองค์ประกอบด้วยวิธี 4 เสา ได้แก่

-เสาต้น มี 3 หลักการ  

-เสากลาง ประกอบด้วย 1 นโยบายการศึกษา 4 มีเสาแกน ประกอบด้วย 4 ทักษะ  

-เสาท้าย คือ 1 วิธีการ คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา โดยอาศัยวิถีราชภัฎที่ประกอบด้วยหลักคิดโยนิโสมนสิการ 10 ประการ

บทบาท หน้าที่ของวิศวกรสังคมมีหลายด้าน ได้แก่ 1.วิเคราะห์ศักยภาพชุมชน 2.ยกระดับองค์ความรู้ในชุมชน 3.สร้างนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาชุมชน 4.สร้างความยั่งยืนในการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่บนฐานข้อมูลของชุมชน ทักษะสำคัญของวิศวกรสังคม ได้แก่ 1.ทักษะการคิดวิเคราะห์ เชิงเหตุ-ผล เห็นปัญหาเป็นสิ่งท้าทาย(นักคิด) 2.ทักษะในการสื่อสารองค์ความรู้เพื่อการแก้ปัญหา(นักสื่อสาร) 3.ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ระดมสรรพกำลัง ทรัพยากรเพื่อการแก้ปัญหา (นักประสานงาน)4.ทักษะการสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาสังคม(นักสร้างนวัตกรรม)

 จะเห็นได้ว่าวิศวกรสังคม(Social Engineer) คือคนที่ใส่ใจเรื่องราวต่าง ๆ ในสังคม และเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสังคมให้ดีขึ้น โดยใช้การสังเกต เก็บข้อมูล คิดวิเคราะห์ แบบมีเหตุและผล รวมทั้งการแก้ไขปัญหาแบบเป็นระบบ ในการลงพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น เพื่อร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาและสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนไปสู่ความเป็นพลเมือง และสร้างชุมชนที่มีการยกระดับสามารถจัดการตนเองได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< พฤษภาคม 2022 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]