• dr.nakamon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2015-06-11
  • จำนวนเรื่อง : 345
  • จำนวนผู้ชม : 294546
  • ส่ง msg :
  • โหวต 369 คน
ชมรมรักและศรัทธา ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล
ส่งเสริมความรู้เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง การศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมไทย-อาเซียนในโลกสมัยใหม่
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nakamonTH
วันเสาร์ ที่ 4 มิถุนายน 2565
Posted by dr.nakamon , ผู้อ่าน : 367 , 09:47:24 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผู้ว่าฯกรุงเทพ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ บทบาทผู้นำนักพัฒนาชุมชนเมือง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

 กระบวนการพัฒนาชุมชน เป็นการจัดลำดับขั้นตอนในการทำงานกับชุมชนเพื่อให้คนในชุมชนมีอยู่มีกิน มีใช้ มีหลักประกันชีวิตที่มั่นคง โดยการจะสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนได้ก็ต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน สามารถนำมาใช้วางแผนในการพัฒนาได้จริงด้วย ซึ่งกระบวนการพัฒนาชุมชน จะเริ่มด้วยการลงพื้นที่ศึกษาชุมชน เรียกกันว่าชุมชนศึกษา เพื่อสำรวจสภาพปัญหาต่างๆ ที่พบในพื้นที่มาทำการวิเคราะห์ แยกแยะลำดับความสำคัญ  ขั้นนี้เป็นขั้นตอนการศึกษาปัญหาชุมชน  หลังจากนั้นจะทำการจัดลำดับปัญหาและความต้องการของชุมชน  จัดทำวางแผนและโครงการเพื่อการพัฒนาชุมชน  การลงมือปฏิบัติในขั้นการดำเนินงาน  มีการประเมินผลงาน ขั้นตอนที่สำคัญคือการทบทวนเพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคเป็นกระบวนการทำงานที่มีลักษณะเป็นวงกลมเชื่อมโยงกันไปเรื่อยๆ เมื่อรู้ปัญหาก็หาวิธีการแก้ปัญหา ขณะที่ทำการแก้ไขปัญหาหากมีข้อบกพร่องที่พบ ก็จะทำการแก้ไขให้เรียบร้อย ทำอย่างนี้ไปต่อเนื่องจนทำให้ชุมชนมีทักษะและเกิดการเรียนรู้ เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ มีความสามารถเชื่อมโยง สร้างเครือข่าย ถ่ายทอดความรู้ต่อกันไป ทั้งในแนวราบ แนวกว้างและแนวลึก จึงเกิดความมั่นคงและมีความยั่งยืน

 หลักการพัฒนาชุมชน ที่ถือเป็นหลักคิดในการพัฒนาคน ซึ่งที่จริงก็คือวิธีการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนให้ดีขึ้น มองได้ทั้งในมิติการมีอาชีพ มีรายได้ มีหลักแหล่งในการทำมาหากิน เป็นเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงความมั่นคงทางสังคม

 มองการเมืองผ่านการพัฒนาชุมชน และนโยบาย 214 ด้าน ของผู้ว่าฯกรุงเทพ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะพบว่าการพัฒนาชุมชนถูกนำมาเป็นยุทธศาสตร์ในการจัดทำนโยบาย 214 ด้าน อย่างไร้รอยต่อ มีความลงตัว กลมเกลือนกันไปหมด เรียกว่าแทบจะไม่มีการพูดว่าจะมีนโยบายพัฒนาชุมชนให้เห็นสักคำ ซึ่งคำว่าพัฒนาชุมชน นี้ อาจจะเป็นคำที่หลายคนมองเป็นภาพคุ้นชินว่าเป็นการพัฒนาที่ไม่พัฒนา บางครั้ง ถูกมองตรงๆ ว่าเป็นการพัฒนาที่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือเป็นความไม่คุ้นค่า

 ดังนั้น นโยบายการพัฒนาชุมชน ที่ควรจะถูกหยิบยกมาเป็นยุทธศาสตร์การรณรงค์หาเสียงกับคนกรุงเทพฯ  แต่กลับเป็นคำว่า ความหวัง ที่ทีมงานหาเสียงนำมาใช้แทน อย่างเช่น เลือกผู้ว่าฯ ชัชชาติ เพื่อความหวัง ซึ่งคำว่า ความหวัง ก็คือการผลสำเร็จของการพัฒนา การเลือกใช้คำนี้ กลายเป็นคำที่ได้ใจ ตรงใจ และเป็นที่ชอบใจของคนเมืองกรุง อย่างล้นหลาม

 ความหวัง เป็นเรื่องของการรอคอยคนที่จะมาเป็นผู้นำ รอคอยโอกาส และความสุข ของผู้คนมาทุกยุคสมัย ซึ่งหากย้อนกลับไปพลิกดูประวัติศาสตร์ทางการเมือง ประวัติศาสตร์ศาสนา ก็มีให้เห็นมาก การนำเรื่องความหวัง มาขยายผลและนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย  เป็นเรื่องของความลงตัว และจังหวะพอดี ที่คนในสังคมอาจจะไม่ค่อยมีความหวังในการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาของประเทศก็อาจเป็นได้ และการสร้างความหวัง ของผู้ว่าฯกรุงเทพ ก็เริ่มจากเรื่องง่ายๆ อย่างที่เรียกว่านโยบายเส้นเลือดฝอย คือทำเรื่องเล็กๆ ที่เป็นเรื่องจำเป็น และมีความสำคัญแก่การใช้ชีวิตของคนในชุมชนก่อน ไม่ต้องเน้นนโยบายโครงสร้างที่ใช้งบประมาณมาก และเห็นผลได้ช้า เอาเรื่องที่เป็นความทุกข์ ความลำบากที่ควรแก้ไขได้เฉพาะหน้าให้ได้ก่อน ทำได้ง่าย ทำได้เร็ว และเห็นผลในการแก้ไขได้ทันใจ ซึ่งก็เป็นแนวคิดในการพัฒนาชุมชนเบื้องต้นนั่นเอง คือทำจากง่ายไปยาก ทำจากน้อยไปหามาก เรื่องที่ธรรมดามาก แต่ไม่มีคนมองเห็น

 การมองเห็นการพัฒนาชุมชน เป็นเรื่องความหวัง หรือเป็นความต้องการของชุมชน เป็นโอกาสในการเก็บมาเป็นข้อมูลและทำเป็นนโยบาย 214 ข้อ ก็เป็นเรื่องที่ชาวชุมชนมองเห็นและร่ำเรียนกันมานาน ทั้งในเรื่องกระบวนการพัฒนา การวางแผน การจัดทำนโยบาย และยุทธศาสตร์การพัฒนาในชุมชน เป็นหลักการและแนวคิดที่มีกว่า 60 ปี ของการพัฒนาชุมชนไทย แต่การที่นักพัฒนาชุมชน มองการพัฒนาในมุมที่ยึดโยงระบบราชการ ระเบียบปฏิบัติที่ค่อนข้างเคร่งครัดมาก จึงติดกับในการทำงาน  ต่างจากมุมของผู้ว่าฯชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่มองว่าหลักการข้างต้น เป็นการสื่อสาร การรับทราบความทุกข์ยาก รับฟังปัญหา และจะเสนอความหวัง เป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาแก่ชุมชนในพื้นที่ต่างๆ โดยยึดโยงกับผู้นำชุมชนในแต่ละพื้นที่ และมีแผนการทำงาน มีทีมที่ใช้ระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับไปที่ชุมชนได้ง่าย และเร็ว มีข้อมูลที่เพียงพอต่อการนำไปแก้ไขปัญหาได้ ทำให้การทำงานระหว่างคนรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่จูนกันได้ง่าย และมีพลังอย่างมากในการทำงาน

 การมองเห็นปัญหาสุขภาพของคนส่วนใหญ่หรือเกือบทุกชุมชน ตลอดจนวิถีชีวิตของคนเมืองส่วนมากที่ไม่ค่อยมีการจัดเวลาในการออกกำลังกาย ข้อนี้ ทำให้ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ใช้วิธีการสื่อสารโดยการวิ่งออกกำลังกาย พบปะผู้คน นำเสนอนโยบายสุขภาพ ด้วยการวิ่งออกกำลังกายเป็นตัวอย่าง  ให้คนสนใจ และสร้างอีเมจชายที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ขึ้นมาประกบนโยบายสุขภาพ อย่าง เรื่อง เดินทางไม่เกิน 15 นาที ถึงสวนสาธารณะ ซึ่งทำให้การออกกำลังกายง่ายขึ้นสำหรับทุกคน

 การลงพื้นที่แบบสุดแสนจะธรรมดา คือการเดินลงไปพบปะ พูดคุย ใช้จักยาน หรือการวิ่งไปหาคน ภาพจำบรรยายกาศการหาเสียงลักษณะนี้ห่างหายไปนานสำหรับคอการเมืองบ้านเรา ช่วงกว่า 10 ปี ที่ผ่านมา ทำให้การวิ่ง กลายเป็นกลยุทธ์ที่ดึงดูดผู้คนได้ง่าย เป็นเรื่องของคนธรรมดาทั่วไปจะเข้าหากันได้อย่างสนิทใจ ประกอบกับการแต่งกายที่ไม่ต้องมีการดูแลอะไรมาก กางเกงขาสั้น รองเท้า ก็เข้าถึงจิตใจของคนได้อย่างลึกซึ้ง

  อย่างไรก็ตาม การทำงานการเมืองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอย่างกรุงเทพฯ  ผู้นำแม้จะต้องมีความรู้และทักษะในงานพัฒนาชุมชนอย่างลึกซึ้ง เพราะพื้นที่มีความซับซ้อนของปัญหาเมืองค่อนข้างมาก  ซึ่งการพัฒนาชุมชนก็คือการพัฒนาคน หัวใจของการพัฒนาคือการมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตภายใต้ความจำเป็นขั้นพื้นฐานคือสร้างโอกาส สร้างความหวัง ให้มีปัจจัย 4 เพียงพอ ไม่ว่าจะอาหาร ที่พักอาศัย เครื่องนุ่มห่มและเวชภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพที่ดี เหล่านี้แม้จะเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จของการขับเคลื่อนเพื่อนำกรุงเทพฯ ไปสู่ความเปลี่ยนแปลงและเป็นมหานครแห่งความสุขของทุกคนก็ตาม แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ความตั้งใจจริงของผู้ว่าฯชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการแก้ปัญหา การพัฒนาให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ ได้สำเร็จนั้นก็ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคนเพื่อกรุงเทพฯวันนี้ที่ดีกว่า  พัฒนากรุงเทพฯ เริ่มแล้วที่ชุมชน.

 

 

 

 




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< มิถุนายน 2022 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]