พิมพ์หน้านี้
|
สายตาของผม และของท่าน ยังปกติดีอยู่หรือ?...... ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) เป็นสารธรรมชาติจัดอยู่ในกลุ่มของสารรงควัตถุที่มีสีในตระกูลของสาร แคโรทีนอยด์ แต่มีความแตกต่างจากคาโลทีนอยด์ชนิดอื่นตรงที่จะไม่เปลี่ยนไปเป็นวิตามิน เอ นอกจากนี้ ลูทีนและซีแซนทีน ยังพบได้ในตับ ตับอ่อน ไต ต่อมหมวกไต และเต้านม แต่ก็เป็นสารที่ร่างกายสังเคราะห์เองไม่ได้ ร่างกายของเรา จะได้รับสารนี้ก็ต่อเมื่อรับประทานพืชผักที่มีสารนี้เท่านั้น แต่สารซีแซนทีน นอกจากจะได้จากอาหารส่วนหนึ่งแล้ว ร่างกายสามารถเปลี่ยนสารลูทีนในตาไปเป็นสารซีแซนทินได้ พืชผักที่มีสาร ลูทีน และซีแซนทีน โดยมากมักจะเป็นผัก ผลไม้ ที่มีสีเหลืองและสีเขียวเข้ม เช่น ข้าวโพด ผักกาด ผักปวยเล้ง คะน้า ผักโขม ลูทีน ( Lutein ) และ ซีแซนทีน ( Zeaxanthin ) ที่มีอยู่ในจอตาทั้งคู่จะทำหน้าที่ ลูทีนและซีแซนทีน มีประโยชน์ในโรคหลายชนิดด้วยกัน ที่สำคัญคือ โรคต้อกระจก และโรคโรคจุดรับภาพเสื่อม โรคหัวใจและหลอดเลือด และช่วยลดอุบิตการณ์ในโรคมะเร็ง บางชนิด โรคจุดรับภาพเสื่อม( Age-Related Macula Degenerationหรือ AMD ) เกิดจากการเสื่อมของจุดรับภาพ (Macular) ซึ่งเป็นกลางจอตา (Retina) ทำให้การมองเห็นภาพเบลอ บิดเบี้ยวบางครั้งอาจรุนแรงขนาดเห็นจุดดำมาบังภาพอยู่ตลอดเวลาอาจมีสาเหตุมาจาก : ผู้ใช้สายตามาก ผู้ที่ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นานๆ หรืออยู่กับแสงสว่างจ้า กลางแดด ผู้ที่ต้องขับรถกลางคืนบ่อย ๆ ผู้ที่โดนแฟลช ดูทีวีมากและนาน : การมีพฤติกรรมชอบบริโภคอาหารที่มีไขมันและคอเรสเตอรอลสูง เพราะอาหารประเภทนี้อุดมไปด้วยอนุมูลอิสระที่จะไปทำลายเนื้อเยื่อในร่างกายให้เสื่อมสภาพได้ รวมถึงการขาดสารอาหารบางชนิด ลูทีน และซีแซนทีน กับโรคจุดรับจอภาพเสื่อม กล่าวโดยสรุป ลูทีนและซีแซนทีน จึงเป็นสารอาหารธรรมชาติที่มีคุณประโยชน์เป็นที่เชื่อถือได้ ในหลายโรคด้วยกัน โดยเฉพาะการรักษาดวงตาที่มีค่าที่สุดของทุกท่าน มีความปลอดภัย และเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้บริโภค โปรดดูแลถนอมดวงตา อันมีค่าของท่านด้วยนะครับ รับประทานอาหารที่มีคุณค่า และปลอดสารพิษ สารเคมี ด้วย........ |