หลานได้รู้จักกับขาหน้าทรงพลังของแมลงกระชอนไปแล้ว แมลงที่มี ขาหน้า ที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน ตั๊กแตนต่อยมวย หรือตั๊กแตนตำข้าวที่หลานหลายๆ คนรู้จักหน้าค่าตามันดี
ไม่ผิดหรอกที่มันจะได้ชื่อว่าตั๊กแตนต่อยมวย ไม่ว่าใครที่ได้เห็นท่าทางมันยงโย่ยงหยก ยกขาหน้าขึ้นตั้งการ์ดราวกับนักมวยพร้อมชกยังไงยังงั้น ส่วนชื่อ ตั๊กแตนตำข้าวก็มาจากท่าทางของมันอีกนั่นแหละที่บางคนบอกว่าเหมือนมันกำลังตำข้าวมากกว่า

เอ.. หลานจะเข้าใจมั้ยเนี้ยะว่าการตำข้าวคืออะไร น้าอธิบายให้ฟังก็ได้ เมื่อก่อนนั้น (หรือสมัยนี้ตามชนบทที่ห่างไกล) เมื่อเราได้ข้าวเปลือกมา ยังไม่สามารถหุงกินได้ วิธีที่จะเอาเปลือกข้าวออกก็ต้องเอาไปใส่ครกตำ เป็นครกขนาดใหญ่ ไม่ใช่ครกตำส้มตำที่หลานเคยเห็นบ่อยๆ เป็นครกที่ใหญ่กว่าตัวหลานหลายเท่า
เมื่อครกใหญ่เวลาตำก็ต้องใช้สากขนาดใหญ่เช่นกัน สากยาวสัก 2 เมตรเห็นจะได้ จะให้ถนัดก็ต้องยืนตำ ต้องตำจนเปลือกข้าวแตกออก เหลือแต่ข้าวสารสีขาวๆ จึงจะเอาไปหุงกินได้
หลานลองให้คุณพ่อคุณแม่สาธิตให้ดูก็ได้นะว่าการตำข้าวสมัยก่อนนั้นทำกันอย่างไร
เอาล่ะ... เข้าเรื่องนักมวยนอกสนามกันต่อ หลานลองดูที่ขาหน้าของมันซิมีอะไรเป็นพิเศษ ก็หนามแหลมๆ ราวกับฟันเลื่อยนั่นแหละ แหลมคมอย่าบอกใครเชียว ไม่มีใครรู้ซึ้งถึงความคมของมันได้ดีเท่าเหยื่อเคราะห์ร้ายที่เคยโดนมันเล่นงาน
ถ้าขาหน้ากล้ามใหญ่ติดฟันเลื่อยนี้ตะครุบเหยื่อได้เมื่อไหร่เป็นอันจบเกมทันที รอดยากครับ ยังไม่ทันตั้งตัวหัวของเหยื่อก็หลุดเข้าปากไปแล้ว ... สยองมั้ย..
ถ้าหลานสังเกตดีๆ จะพบว่าการจับเหยื่อกินกันตามธรรมชาติของสัตว์นานาชนิดแล้วล้วนแต่จ้องที่หัวก่อนเป็นอันดับแรก เพราะสัตว์ที่เป็นนักล่ารู้ดีว่านั่นคือจุดตายของเหยื่อ ตั๊กแตนตำข้าวก็รู้เคล็ดลับข้อนี้เหมือนกัน เหมือนกับว่าเรียนมาจากโรงเรียนนักล่าโรงเรียนเดียวกัน ดังนั้นหลังจากตั๊กแตนตำข้าวจับเหยื่อได้มันจะรีบกัดกร้วมลงไปที่หัวก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยกินส่วนอื่นๆ ภายหลัง
ตั๊กแตนตำข้าวจะกินแมลงทุกชนิดที่มันสามารถจะจับได้ แม้แต่ผีเสื้อปีกใหญ่ๆ บินเก่งๆ ก็ไม่รอด ที่น่าประหลาดใจก็คือ มันสามารถกินผีเสื้อหนอนใบรักได้ด้วย ซึ่งเป็นผีเสื้อที่มีพิษในตัว ขนาดนกยังอ้วกแตกอ้วกแตนเลยถ้าเผลอกินเข้าไป แต่ตั๊กแตนตำข้าวกินได้หน้าตาเฉย เรื่องนี้น้าเห็นมากับตา แถมยังถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานด้วย ยืนยันได้