| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
(แก้วน้ำ ของขวัญจากขนอม) กิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติ ตามรอยลิงแสม แลนกออก บอกรักโลมาชมพู โดยสำนักข่าวเสียงเด็ก (ขนอม) วันที่ 8-10 ตุลาคมที่ผ่านมา น้าได้แง่คิดบางอย่างเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อยากจะเล่าให้หลานๆ ได้ฟังกัน หลานๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ได้รับแจกกระติกน้ำ (รวมน้ำเต็มกระติก) และแก้วน้ำคนละหนึ่งใบ ซึ่งทุกคนต้องรับผิดชอบไปตลอดทั้งทริป จนกว่าจะกลับขึ้นฝั่ง ทุกคนต้องใช้น้ำอย่างประหยัด ได้วันละ หนึ่งกระติกเท่านั้น เพื่อให้เห็นว่าน้ำมีค่าแค่ไหน แก้วน้ำที่หลานๆได้รับแจกเป็นแก้วพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งที่หลานเคยเห็นบ่อยๆ ตอนไปซื้อน้ำดื่ม ตามรถเข็นหรือในร้านสะดวกซื้อ นั่นแหละ แต่คราวนี้ทิ้งไม่ได้ จะไม่มีแก้วให้ใหม่อีกแล้ว ต้องรักษาไว้ตลอดการเดินทางในทริปนี้ (3วัน2คืน) น้าเองก็ได้รับมาหนึ่งใบเช่นกัน น้าสงสัยว่าทำไมจึงเอาแก้วน้ำแบบใช้แล้วทิ้งมาให้เด็กๆ ใช้ในค่าย เพราะน้าจะเน้นเรื่องการใช้ แก้วน้ำที่ใช้ได้นานๆ รวมทั้งกล่องข้าว และขวดน้ำด้วย (แก้วน้ำของน้าเกรียง) แก้วน้ำที่น้าใช้อยู่ในระหว่างการเดินทางไปในแหล่งธรรมชาติ จะเป็นแก้วแสตนเลส ที่มีอายุการ ใช้งานยาวนาน น้าใช้ทั้งดื่มน้ำ ดื่มกาแฟ ตักน้ำอาบในลำห้วย หุงข้าว ต้มน้ำ และอีกสารพัดที่จะใช้ ไม่รู้ว่ามันมาอยู่กับน้า ตั้งแต่เมื่อไหร่ พยายามจะนึกทบทวนถึงทริปแรกที่ใช้แก้วใบนี้ก็นึกไม่ออก น่าจะเกินสิบปีแล้วกระมัง ยังอยู่ในสภาพใกล้เคียงกับตอนที่ซื้อมา ยกเว้นสีเขียวเข้มที่เคยใช้สีพ่นทับลงไป กันสะท้อนแสงเวลาไปเฝ้าดูนก ขวดน้ำก็ใช้ขวดน้ำแบบถาวร ไม่ใช่ขวดน้ำตามร้านสะดวกซื้อ เวลาไปซื้อข้าวก็เอากล่องไปให้ใส่แทนกล่องโฟม แม้จะทำได้ไม่เต็มร้อย แต่ก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำแบบนี้ เพื่อลดการใช้ทรัพยากร และลดปริมาณขยะ ซึ่งทำมาหลายปีแล้ว ส่วนการใช้แก้วพลาสติกครั้งนี้ในแง่หนึ่งก็คือถ้าหลานยี่สิบคน ใช้แก้วน้ำครั้งละหนึ่งใบต่อการดื่ม น้ำหลังอาหารหนึ่งมื้อ ก็ยี่สิบใบ หนึ่งวันสามมื้อก็หกสิบใบไปค่ายสองวันก็ร้อยยี่สิบใบ เมื่อเทียบกับการใช้คนละใบตลอดสองวัน ก็แค่ยี่สิบใบเท่านั้นเอง ประหยัดแก้วไปได้ถึงหนึ่งร้อยใบเลยทีเดียว แต่สุดท้ายหลานก็เอาแก้วใบนี้ไปทิ้งอยู่ดี นั่นเป็นความคิดแรกเมื่อน้าเห็นแก้วพลาสติกในค่าย แต่เมื่อได้ฟังน้าแกะอธิบายให้ฟังว่า เด็กๆ จะได้เริ่มต้นเรียนรู้การประหยัด รู้จักใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า เพราะคุ้นเคยกับการใช้แก้วแบบนี้ในชีวิตประจำวันมาก ในการใช้แก้วครั้งต่อๆไป เขาอาจจะนึกถึงตอนที่มาเข้าค่ายครั้งนี้ ถ้าเน้นไปที่แก้วถาวรเลยหลานๆ อาจจะไม่ได้นึกอะไร เป็นขบวนการสำเร็จรูปที่ผู้ใหญ่กำหนดให้ เมื่อกลับไปใช้ชีวิตตามปกติก็จะใช้แก้วแล้วทิ้งโดยไม่นึกอะไรเช่นกัน ประโยคง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ แต่โดนใจน้ามาก ใช่แล้ว ถ้าเป็นวิธีของน้าเอง หลานกลับบ้านไปก็ซื้อน้ำดื่มตามร้านสะดวกซื้อใช้แล้วก็โยนโครม ลงถังขยะไป จบแค่นั้น ขณะเดียวกัน หลานที่ผ่านค่ายนี้ไป เมื่อมีโอกาสถือแก้วนี้อยู่ในมืออีกครั้งย่อมต้องนึกถึงแก้วน้ำที่ ได้รับแจกเมื่อตอนอยู่ในค่ายอย่างแน่นอน ก่อนจะทิ้งก็ต้องนึกถึงเช่นกัน โดยเฉพาะบางคนที่ทำแก้วหายในค่ายจะจำเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น หากว่ามีหลานในค่ายนี้สักคนหลีกเลี่ยงการใช้แก้วน้ำพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งอีกต่อไปนั่นคือว่า สุดยอด แล้ว และหากมีอีกสักคนคิดทำนองเดียวกับภาชนะหรืออุปกรณ์อย่างอื่นประเภทใช้แล้วทิ้งเหมือนกับแก้วน้ำนี้ก็ยิ่งถือว่า สุดยอด เข้าไปใหญ่ ไม่ใช่สุดยอดเพราะว่าหันมาใช้แก้วน้ำถาวรแบบน้า แต่เป็นสุดยอดที่เขา คิดได้เอง สุดยอดที่เขาเห็นด้วยใจของเขาเอง สำหรับน้า แก้วน้ำในค่ายนี้ก็ทำให้น้ามี เครื่องเตือนใจ เพิ่มขึ้นอีกชิ้นหนึ่ง เอาไว้คอยเตือนพฤติกรรมมักง่ายของน้าเอง น้ายังเก็บแก้วนี้เอาไว้บนโต๊ะทำงาน หลับตาก็ยัง เห็นภาพ ยับย่นยู่ยี่ของแก้วใบที่น้าได้มาเป็นอย่างดี สิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับการเดินทางไปขนอมครั้งนี้ ก็คือ แก้วพลาสติก ที่น้าปฎิเสธที่จะใช้มันมานานแล้วใบนี้นี่แหละ เป็นใบที่หลานคนหนึ่งชงกาแฟมาให้ในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่นอนค้างอยู่ที่หาดพ่อเฒ่า ขณะคุยกับน้าแกะ โดยมีเสียงหึ่งๆ ของเครื่องจักรผลิตกระแสไฟฟ้าขนอมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามประกอบไปด้วย ขอบคุณน้าแกะด้วยใจจริง |