| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |
พิมพ์หน้านี้
|
ในโลกของการติดต่อสื่อสารยุคปัจจุบันทำให้ทุกภูมิภาคของโลกเชื่อมโยงถึงกันอย่างง่ายดาย อีกทั้งการเดินทางข้ามโลกไปมาก็ทำได้สะดวกยิ่งขึ้น และไม่เพียงคนเท่านั้นที่มีการเดินทางย้ายถิ่นฐานบ้านช่องจากประเทศหนึ่งไปอยู่ยังอีกประเทศหนึ่ง ผีเสื้อเองก็เดินทางย้ายถิ่นด้วยเหมือนกัน แต่ต่างจากคนก็ตรงที่มันเองอาจไม่ได้ต้องการจะทำเช่นนั้นก็ได้ ผีเสื้อจูเลีย มีบ้านเดิมอยู่แถบอเมริกากลางเรื่อยไปจนถึงอเมริกาใต้โน่น ก่อนที่แพร่พันธุ์ไปจนทั่วอเมริกา ตอนนี้ย้ายมาตั้งรกราก ตั้งครอบครัวใหม่ที่เมืองไทยเรียบร้อยแล้ว ครั้งแรกเข้ามาอยู่ที่ภูเก็ตหรือไม่ก็จังหวัดใกล้เคียง ก่อนจะขยับขยายออกไปยังจังหวัดใกล้เคียง จนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2550 บางตัวขึ้นมาอยู่แถวๆ นครศรีธรรมราชแล้ว และปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา น้าพบมันอยู่แถวๆ อ.ขนอม ซึ่งเป็นอำเภอสูงสุดของจ.นครศรีธรรมราช น้าเชื่อว่าตอนนี้มันน่าจะขึ้นมาถึง จ. สุราษฎร์ธานีเรียบร้อยแล้ว หลานๆ ที่อยู่ทางภาคใต้สามารถไปดูผีเสื้อจูเลียได้ตามชายป่า และป่าละเมาะ มันชอบที่โล่งแจ้งที่มีแดดแรงๆ หน่อย สวนทางกับผีเสื้อหนอนหนามกะทกรกที่เข้ามาทางเหนือของเมืองไทย แล้วค่อยๆ เดินทางลงใต้ ผีเสื้อจูเลียอาจจะไม่ได้อยากมาอยู่เมืองไทยก็ได้ แต่ว่าเมื่อหลุดรอดออกมาจากกรงขัง (สันนิษฐานกันว่าเป็นผีเสื้อที่หลุดออกมาจากฟาร์มเลี้ยงผีเสื้อ) ก็พยายามดิ้นรนที่จะมีชีวิตต่อ และเมื่อมันไม่ได้หลุดออกมาตามลำพังตัวเดียว เมื่อได้มีโอกาสแต่งงานจึงขยายพันธุ์ต่อ โชคดีที่เมืองไทยมีแหล่งอาหารของลูกๆ สมัยที่ปู่ย่าตายายมันเคยกินอยู่แถวอเมริกานั่นคือก็คือ ต้นกะทกรกนั่นเอง ต้นกะทกรกในอเมริกาที่ญาติๆ ของมันกินก็มี Passiflora suberosa, Passiflora tenuiloba, Passiflora lutea หลานอย่าเพิ่งเบื่อชื่อยากๆ เหล่านี้นะ นี่เป็นชื่อจริงของพวกกะทกรกแต่ละชนิด น้าขอบันทึกไว้หน่อย ส่วนชื่อจริงของกะทกรกที่ขึ้นอยู่ตามชายป่าและป่าละเมาะในเมืองไทยก็คือ Passiflora foetida ซึ่งเป็นอาหารตามปกติของมันอยู่แล้ว เมื่อมีอาหารสำหรับเด็กๆ ในวัยหนอนอย่างอุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศที่แตกต่างอยู่บ้างก็ปรับตัวอีกเล็กน้อย เท่านี้จูเลียก็อยู่เมืองไทยได้สบายๆ น้าเชื่อแน่ว่ามันจะต้องขยายพันธุ์ไปทั่วประเทศไทยเป็นแน่ เพราะต้นกะทกรกมีให้กินอยู่ทั่วเมืองไทย การที่เมืองไทยมีผีเสื้อเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชนิด หลานๆ อาจจะดีใจ แต่การเพิ่มขึ้นแบบนี้ในอนาคตอาจไม่ได้เป็นผลดีเสมอไป สัตว์หรือพืชบางชนิดที่ถูกนำเข้ามาโดยมนุษย์อาจก่อให้เกิดการกระทบกระเทือนต่อระบบนิเวศดั้งเดิม เช่น การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว การนำเชื้อโรคบางอย่างติดเข้ามาด้วยแล้วแพร่พันธุ์ไปสู่สัตวง์และพืชดั้งเดิม การได้ผีเสื้อเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชนิด อาจได้เชื้อโรคร้ายเพิ่มขึ้นหลายชนิดเป็นของแถม จะน่าดีใจมั้ยถ้าป็นอย่างนั้น
|