| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
โลมาสีชมพู โลมาขาวเทา หรือโลมาหลังโหนก กลายเป็นสัญลักษณ์คู่เมืองขนอมไปแล้ว น้าเคยถ่ายภาพโลมาสีชมพูบนบกมาหลายตัวแล้ว ล่าสุดน้าก็ได้ถ่ายภาพโลมาสีชมพูในน้ำได้สมใจ หลังจากที่ขับรถไปๆ มาๆ เมืองขนอมกว่า 4 รอบแล้ว ถ้าให้นับจำนวนกิโลเมตร ก็น่าจะมากกว่า 6,000 กิโลแล้ว ชื่อโลมาสีชมพู เป็นชื่อที่ชาวขนอมใช้เรียกโลมาขาวเทา (ชื่อตามหนังสือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในประเทศไทย) หรือโลมาหลังโหนก (ชื่อตามโปสเตอร์ของ WWF) เพื่อไม่ให้สับสน น้าให้ชื่อจริงไปเลยดีกว่า คือ Sousa chinensis
โลมาชนิดนี้อาศัยหากินอยู่ตามชายฝั่งอ่าวไทยตลอดแนวตั้งแต่ จังหวัดตราดไปจนถึงนราธิวาส เคยมีรายงานพบทางฝั่งทะเลอันดามันบ้างเหมือนกัน แต่น้อยมาก ถ้ายังไม่ลืมโฆษณาทางทีวีของ EGGO ที่คุณครูพาเด็กนักเรียนไปเยี่ยมชมโรงผลิตไฟฟ้าขนอม มีภาพโลมาสีชมพูกระโดดสูงตีลังกาสองสามตลบนั่น น้ายังไม่เคยเห็นโลมาชนิดนี้ในธรรมชาติทำอย่างว่านั่นเลย ที่เห็นก็คือมันพุ่งขึ้นมาในแนวเฉียงบ้าง ตรงตั้งฉากบ้าง แต่ก็ไม่พ้นน้ำทั้งตัวสักที ยิ่งตัวเล็กๆที่มีท้องสีชมพูนั่นชอบพลิกตัวหงายท้องเล่นกัน ดูซุกซนเหมือนหลานๆ ยังไงยังงั้น
ตามข้อมูลบอกว่ามันไม่ว่ายน้ำผาดโผน และไม่ว่ายเล่นน้ำตามหัวเรือเหมือนโลมาชนิดอื่นๆ ถ้าหลานอยากเห็นโลมาสีชมพูตัวจริง ไปดูได้ที่ชายหาดหน้าโรงผลิตไฟฟ้าขนอม ใกล้ๆปากคลอง โดยเฉพาะในช่วงเดือนกพ.-มีค.จะเห็นได้บ่อยมาก ปิดเทอมนี้หลานคนไหนสนใจจะติดตามน้าไปก็ได้ ตอนนี้น้าเกือบจะเป็นชาวขนอมไปแล้ว น้าขอบอกแทนคนขนอมว่า ชาวขนอมยินดีต้อนรับ ครับ
|