• แม่นำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kitiweth@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-24
  • จำนวนเรื่อง : 179
  • จำนวนผู้ชม : 125716
  • จำนวนผู้โหวต : 173
  • ส่ง msg :
nam-peth
มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดูแลลูกรัก เก็บตกเรื่องราวของเด็กพิเศษๆ และ นานาสาระน่ารู้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/nam-peth
วันพุธ ที่ 24 กันยายน 2551
ตอนที่ หก กระทู้คุยกันเรื่องลูกสมาธิสั้น
Posted by แม่นำ , ผู้อ่าน : 136 , 13:27:58 น.   | หมวดหมู่ : เรื่องราวของเด็กสมาธิสั้น  
พิมพ์หน้านี้


แม่นำ

ลูกชายแม่นำกำลังฝึกเล่นหมากรุก(สากล) กะแบบว่าจะต้องแข่งให้ได้สักแมช ทุกวันนี้ก็ฝึกกับคุณพ่อของเพื่อน กับกลุ่มเพื่อน ตอนเย็นที่ รร. กลับบ้าน 18.00 น.ทุกวัน

พอดีคุณพ่อของเพื่อนทีฝึกให้เค้าอยู่สมาคมหมากรุกแห่งประเทศไทย ก็จะจัดให้มีการแข่งเป็นระยะๆค่ะ

วันก่อนซื้อหนังสือ puzzle kids มีเกมฝึกสมองเยอะมาก ก็เอามาให้น้องเพชรทำ เค้าชอบมาก และมีเกมฝึกสมองเกี่ยวกับภาษาไทยด้วย ตรงนี้ก็จะได้ฝึกเรื่องภาษาไทย การสะกดคำ และกระตุ้นให้ฝึกกระบวนการคิดไปในตัว

พี่นำก็มาร่วมแจมด้วย ให้ทำ sudoku พี่นำทำได้เร็วมากค่ะ ลูกชายแม่นำจะมีปัญหาเรื่องเวลาคิดเลขแล้วไม่ค่อยชอบใช้กระดาษทดค่ะ ทำให้ผิดพลาด ตกๆ หล่น ในเรื่องเล็กๆน้อยๆ ตอนหลังเคยเอาเกมฝึกบวก ลบ เลขเร็ว เป็นเลขง่าย สำหรับฝึกคนแก่ป้องกันโรคสมองเสื่อม ปรากฏว่าพบปัญหาคือ ลูกลบภาพเก่าไม่ได้ เนืองจากสมองประมวลผลเร็ว ภาพเก่าที่ถูกจำไว้ ลบไปไม่หมด พอไปทำข้อใหม่ ก็เลยทำให้คิดเลขผิดพลาดค่ะ

สิ่งที่แม่นำเป็นห่วงจริงๆ สำหรับเด็กพิเศษ และเด็กทุกคนคือ วิธีการมองสังคม การใช้ชีวิตและการแก้ปัญหาด้วยตัวเองของเด็กๆค่ะ ทุกวันนี้มีเพื่อนลูกที่ รร. หลายคนมาปรึกษาเรื่อง พฤติกรรมของลูกวัยรุ่น เยอะเหมือนกัน

ขอโทษพิมพ์ผิด เพื่อนแม่นำ(แม่ของลูกเพื่อน) มาปรึกษา วันนี้ยังเอามาเล่าใน blog เลย แวะไปอ่านกันได้ค่ะ

http://www.oknation.net/blog/nam-peth/2008/06/24/entry-1/comment#post

 

Ooy

ตามไปอ่านแล้วค่ะ แม่นำช่างเป็นคุณแม่ที่น่ารัก ใจเย็น มีเหตุผล และเข้าใจเด็กมากเลยค่ะ

ได้อ่านแนวคิดและการเลี้ยงลูกของแม่นำแล้วก็อดอิจฉาพี่นำและน้องเพชรไม่ได้ที่มีคุณแม่แสนดีแบบนี้ ดิฉันจะพยายามนำวิธีการของแม่นำไปใช้กับลูกบ้างคะ ชอบไม้เด็ดของแม่นำมากแต่คิดว่าตัวเองคงเอามาใช้ไม่ได้ผลแน่ เพราะถ้าทำแล้วฝ่ายตรงข้าม(ทั้งพ่อและลูก) ไม่นำพา ไม่สนใจเรา แล้วเราจะทนเป็นน้ำแข็งไปได้สักแค่ไหนกันนะ..คงเป็นฝ่ายไปง้อเขาให้ตัวเองเสียหน้าแน่ๆเลย

เห็นแม่นำบอกว่าเป็นคาทอลิก คงพาน้องๆเข้าโบสถ์ทุกอาทิตย์ใช่ไหมคะ ดิฉันคิดว่าไม่ว่าศาสนาอะไรก็ตามต่างสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ถ้าเราน้อมนำคำสอนในศาสนามาใช้ มาฝึกจิต ก็น่าจะคุมสมาธิได้เช่นกัน เพราะดิฉันเองก็เคยเข้าโบสถ์สมัยเด็กๆเพราะเรียนรร.คริสต์ ได้ฟังเพลงที่ร้องในโบสถ์ที่มันก้องกังวานแล้วทำให้รู้สึกใจเย็นและสบายใจอย่างมากๆเลยค่ะ

 

พ่อน้องพลอย

ได้อ่านประสบการณ์ที่คุณแม่คุณพ่อท่านต่างๆเล่าสู่กันฟังแล้ว
ขอชื่นชมในความรัก ความเอาใจใส่ที่มีต่อลูกที่มีอย่างต็มเปี่ยมจนรู้สึกได้
และ ข้อมูลที่เล่ามามีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง ต่อผู้อ่านที่แวะเข้ามา
ขอร่วมแชร์ประสบการณ์ในฐานะที่เป็นหมอเด็กด้วยคนนะครับ
(โดยส่วนตัว ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับความเห็นคุณ susu, ^_^ และ คุณ tuner อย่างยิ่ง )

ในประเด็นที่ว่าโรคสมาธิสั้น (ผมขอย่อว่า ADHD) มีหลายอย่างที่ต้องพิจารณา

1 ADHD นั้นมีอาการหลักๆที่สำคัญ คือ inattentionสมาธิสั้น และ/หรือ hyperactivity ซนยุกยิก อาจจะเด่นด้านใดด้านหนึ่ง หรือ มีทั้ง 2 อย่างพอๆกันก็ได้ ซึ่งในคนปกติก็เคยเป็นอย่างนี้กันได้ เพียงแต่ไม่ได้ทำให้มีผลเสียต่อการเรียน การทำงานเยอะเหมือนในเด็กพวกนี้

ส่วนอาการรองๆที่อาจพบร่วมด้วย คือ forgetfulnessขี้ลืม impulsitivityควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยดี และ distractibilityโดนดึงความสนใจไปเรื่องอื่นง่าย โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีทุกอาการที่กล่าวมาทุกอย่างก็ได้

ที่สำคัญ พวกนี้มักมี co-morbidคือภาวะผิดปกติที่พบร่วมได้ถึง2ใน3 คือไม่ได้พบADHDเดี่ยวๆอย่างเดียว เช่น OCDย้ำคิดย้ำทำ, Agressiveก้าวร้าว, Depressionซึมเศร้า, Anxietyวิตกกังวล

อีกอย่างเด็กพวกนี้มักIQปกติ บางคนIQสูงๆมากๆก็มี

2 การวินิจฉัย ADHDนั้นไม่ง่ายเลย เพราะ ต้องใช้แบบประเมินที่เป็น subjective
ไม่มีอะไรที่เป็น objective เช่น lab ที่บอกได้ว่าเป็นแน่ๆ
ดังนั้น ความเชี่ยวชาญของแพทย์ ประวัติจากพ่อแม่และครู จึงมีความสำคัญมากๆ มีโอกาสที่จะผิดพลาดได้สูง จึงมีเด็กที่ under และ over diagnosis ได้เยอะ

มีบ่อยที่เด็กปกติที่ซนๆ ไม่ค่อยมีวินัย โดนวินิจฉัยว่าเป็น ADHD
ในขณะที่บางคนอาการน้อยๆ ก็ไม่เคยมีใครรู้จนเป็นวัยรุ่นก็มี

มีเรื่องขำๆอันนึง คือมีรุ่นน้องผมคนนึง ที่เป็นจิตแพทย์สาวสวย เพิ่งมารู้ตัวว่าตัวเองเป็น ADHD ตอนที่วนมาเรียนจิตเวชเด็ก เพราะ ลองทำแบบทดสอบแล้วปรากฏว่าใช่เลย เขาเองก็เคยแปลกใจว่าตอนเด็กๆเขาไม่ค่อยเหมือนเพื่อนเท่าไหร่ รู้สึกอยู่นิ่งไม่ค่อยได้ และ รอคอยอะไรไม่ค่อยเป็น อาศัยว่าเป็นคน IQ และ ความจำดี และ คงเป็นADHDชนิดที่ไม่รุนแรงมาก ก็เลยเอาตัวรอดมาได้ตลอด จนได้มาเรียนหมอในที่สุด

3 ADHD มีความรุนแรงหลายระดับ เป็น range ดังนั้น แต่ละคนไม่มีใครที่มีอาการเหมือนกันเลย
การวินิจฉัยในคนที่เป็นน้อยๆก็ยาก การรักษาก็ต่างกัน ผลการรักษาก็ต่างกันมากๆได้

4 การรักษา มีปัจจัยหลายอย่างที่มีผลต่อการรักษามากมาย

ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่าโรคนี้มันไม่หายขาด แต่ค่อยๆดีขึ้นเองได้ตามอายุ
โดยอาการยุกยิกhyperactive จะน้อยลง
แต่อาการสมาธิสั้น inattention มักจะยังอยู่จนโต ซึ่งตัวนี้แหล่ะที่ทำให้มีปัญหาต่อการเรียน การทำงาน และ การเข้าสังคม

การกินยา stimulant เป็นตัวที่ทางการแพทย์บอกว่าการcontrolโรคที่ได้ผลและคุ้มค่าที่สุด
ขอเน้นว่า ไม่ใช่กินยาแล้วจะหายจากโรคนี้นะครับ มันแค่ควบคุมโรคมากกว่า

แต่การกินยาอย่างเดียว ก็ไม่ได้ผลในทุกราย 
เพราะ ฤทธิ์ยาที่ช่วยจริงๆคือ สมาธิจดจ่อดีขึ้น ซนยุกยิกน้อยลงบ้าง ทำให้พอทำอะไรๆได้นานขึ้น
โดยเฉพาะเรื่องการเรียนมักดีขึ้น
แต่ไม่ค่อยมีผลต่อภาวะอื่นๆที่พบร่วมกับ ADHD เช่นเรื่องระเบียบวินัย ความอดทนอดกลั้น เรื่องวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ก้าวร้าว และ low self esteem ซึ่งต้องแก้ไขร่วมไปด้วย

ดังนั้น การรักษาที่ดี ควรเป็นการใช้ยาควบคู่ไปกับการรักษาอื่นๆ เช่น ควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ปรับ lifestyle เช่น จัดสิ่งแวดล้อมให้เป็นระบบระเบียบ ไม่มีของที่ไปดึงความสนใจของเขา เช่น tv เกมส์ และ การฝึกวินัยให้เขาทำอะไรบ่อยๆซ้ำๆ และ ส่งเสริม ให้กำลังใจ ให้คำชมในสิ่งที่เขาทำได้ และ ให้ความช่วยเหลือแนะนำให้คำปรึกษาพ่อแม่ และครูร่วมไปด้วย

สำหรับคุณ Ooy ผมไม่กล้าฟันธงว่าลูกคุณ Ooy เป็นเด็กสมาธิสั้นหรือเปล่า เพราะ ข้อมูลตรงนั้นน้อยเกินไป และ ไม่ขอวิจารณ์การรักษาของหมอท่านนั้น เพราะ อาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนกันได้ แต่ยังอยากให้คุณ Ooy พาลูกไปตรวจวินิจฉัยอีกครั้งในแผนกจิตเวชเด็ก รพ.ใหญ่ๆที่เป็น รร.แพทย์ เช่น จุฬา ศิริราช รามา พระมงกุฎ หรือ รพ.เด็ก หรือ รพ.ยุวประสาทก็ได้

สำหรับการบวชนี่ ผมว่าน่าจะได้เรื่อง lifestyle modification ในระดับหนึ่ง แต่ผมไม่รู้ว่าในระยะยาวจะเป็นยังไง เพราะ ตอนนี้การเรียนที่ไม่หนักมาก การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว อาจยังพอได้ผล แต่ยิ่งเด็กเรียนสูงขึ้นไป ยิ่งต้องใช้สมาธิสูงขึ้น ความซับซ้อนในการคิดสูงขึ้น อาจจะมีปัญหาในการเรียนได้ (ในกรณีที่เป็นADHDจริง และเป็นชนิดที่ไม่ใฃ่ความรุนแรงน้อยๆ)

เลยอยากฝากคุณ Ooy ให้ลองไปปรึกษาแพทย์ดูด้วยครับ คือ จริงครับที่ว่าพ่อแม่เราคงน่าจะรู้จักลูกเราดีที่สุด แต่การรักษาผสมผสานกันหลายๆอย่างน่าจะดีกว่าการตั้งธงว่าจะไม่รักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันเลย คือเราสามารถเลือกนำมาปรับใช้กันได้ โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อไปซะทุกอย่าง อย่างน้อยก็เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกเรา

ขอฝากไว้แค่นี้ล่ะครับ ถ้าใครอ่านแล้วตาลายต้องขอโทษด้วยครับ ไม่นึกว่ามันจะเยอะอย่างนี้ พิมพ์จนเมื่อยมือเลย

 

Ooy

ขอบพระคุณคุณหมอพ่อน้องพลอยมากนะคะที่กรุณาสละเวลามาให้ความรู้

ดิฉันพาลูกชายพบหมอประมาณเดือน ตค.50 กินยามาประมาณ 2 เดือน นัดครั้งสุดท้าย 19 ธ.ค.50 ดิฉันตัดสินใจเลิกรักษา ซึ่งจริงๆในช่วงที่รักษา 2 เดือนนั้น ก็ได้ปรึกษาญาติที่เป็นหมอเด็กที่อยู่ ตจว. ให้ช่วยวิเคราะห์ลูกให้ด้วย (เป็นญาติสนิทแต่พบกันปีละไม่เกิน 2 ครั้ง) ญาติเองก็คิดว่าลูกไม่น่าเป็นADHD และไม่สนับสนุนให้กินยา แต่สำหรับคุณหมอที่รักษา ญาติก็รู้จักดี ก็เลยไม่ออกความเห็นเกี่ยวกับการรักษา เพราะคิดว่าคุณหมอคงมีคนไข้มากก็เลยใช้เวลาตรวจน้อย ก็ได้แต่ให้ความเห็นกลางๆ พร้อมทั้งรับปากว่าจะให้เพื่อนหมอด้วยกันที่เป็นจิตแพทย์เด็กช่วยดูให้อีกครั้ง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้พบกัน เพราะเพื่อนยังไม่ว่างและดิฉันก็เกรงใจไม่อยากเซ้าซี้ อีกทั้งรู้สึกว่าการเข้าคิวตาม รพ.ของรัฐนั้นเสียเวลานานมาก และดิฉันอย่ ตจว. ก็เลยยังผลัดเรื่อยมา

จนกระทั่งลูกอาการดีขึ้นจากการดูแลประกบอย่างใกล้ชิดและการไปบวช ตอนนี้เลยไม่ได้คิดถึงเรื่องการพบหมออีกเลย ทั้งๆที่ครั้งแรกก็คิดว่าจะหาหมอสัก 2 - 3 ท่านเพื่อเปรียบเทียบแนวคิดของแต่ละท่าน

แต่หากคุณหมอพ่อน้องพลอยคิดว่าน่าจะได้รับการตรวจอีกครั้ง ดิฉันก็จะทำตามค่ะ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นผลดีต่อลูกจริงๆ แต่ขอรบกวนถามอีกนิดนะคะ

1. ควรไปตรวจที่ไหน ที่คิดว่าน่าเชื่อถือ (ตัดคลินิคออกเพราะเคยคิดว่าคุณหมอต้องการผลทางธุรกิจ) ไม่เสียเวลานาน รบกวนบอกชื่อคุณหมอด้วยจะเป็นพระคุณค่ะ pm บอกก็ได้ค่ะ เพราะเท่าที่ทราบต้องไปเข้าคิวรับบัตรนัดก่อน 1 รอบ จากนั้นรออีกเป็นเดือนกว่าจะถึงคิว

2. ควรบอกเรื่องที่เคยไปตรวจรักษาครั้งก่อนหรือไม่ เพราะดิฉันกลัวว่าหากคุณหมอคนใหม่ทราบว่าเคยตรวจกับหมอท่านนี้ ผลการวินิจฉัยอาจไม่เป็นจริง คืออาจอิงผลการวินิจฉัยของหมอท่านเดิม

3.ควรให้กินยาหรือไม่ในกรณีที่ยังพอควบคุมพฤติกรรมได้เช่นนี้ อาการที่ลูกแสดงลดลงจากเดิมมากกว่า 80%

ขอบพระคุณจากใจจริงค่ะ

 

แม่นำ

คุณ ooy และคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน ชอบคำแนะนำของพ่อน้องพลอย ค่ะ กระชับ เข้าใจง่ายดี

ที่บ้านจะไปโบสถ์(แต่เราจะเรียกว่า วัดเพราะความคุ้นเคยดี) ทุกวันอาทิตย์ แม่นำพาลูกไปตั้งแต่ลูกอายุครบ 1 เดือนค่ะ เด็กๆศรัทธามาก ขาดวัดไม่ได้เลย ยกเว้นกรณี ป่วยไปไม่ไหวจริงๆ หรือติดธุระสำคัญ ศาสนาช่วยเรื่องจิตใจ และการควบคุมความประพฤติ และอารมณ์ได้ดีค่ะ

ตอนนี้ลูกสาวแม่นำเริ่มเข้าวัยรุ่น อายุ 12ปี แล้ว ช่วงนี้ เค้าเริ่มรักษาสิทธิตัวเอง เช่นเมื่อวานทำงาน กพอ. น้องเพชรจับฉลากได้เป็นคนผัดอาหาร แต่พอถึงเวลา เพื่อนอีกคนกลับวิ่งไปทำเอง เพราะหาว่าเค้าตัวเล็ก เค้าก็เลยเถียง แต่เพื่อนในกลุ่มกลับบอกให้คนตัวสูงไปแทน

น้องเพชรมาบ่นว่า มันไม่ถูกต้องนี่ หนูก็ทำอาหารเป็น เตาที่ รร. ก็เหมือนที่บ้าน อยู่บ้านหนูก็ทำอาหารได้ แล้วสุดท้าย เพื่อนก็ทำอาหารไม่อร่อย สรุปแล้ว ไม่มีใครผ่านสักคน

แม่นำก็เลยบอกลุกว่า ไม่เป็นไรหรอกลูก มันเป็นงานส่วนรวม ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แก้ไขอะไรก็ไม่ได้ เอายังงี้ หนูก็ผัดที่บ้าน แล้วลองเอาไปให้เพื่อนๆ ที่ รร. ชิม พรุ่งนี้ก็ได้ เพื่อนก็จะได้รู้ว่าหนูสามารถทำอาหารได้ ไม่เกี่ยวกับตัวเล็กตัวใหญ่

นี่แหละค่ะ ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของเด็กสมาธิสั้น ที่ไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับให้แสดงความสามารถ ถึงแม้ว่ารักษาแล้ว แต่ภาพเก่าๆ ก็ยังติดตัวอยู่เสอมในสายตาคนอื่น

แม่นำก็เลยต้องพยายามให้กำลังใจกับลูกเสมอ ให้อดทน บางทีเพื่อนยังไม่เข้าใจเราก็ไม่เป็นไรขอให้หนูมีความพยายามต่อไป วันหนึ่งเพือนและครูก็ต้องเห็นความสามารถของหนู

แม่นำก็เลยจัดทำ blog ผลงานให้กับลูก เพื่อรวบรวมผลงานของลูกให้มันออกมาเห็นอย่างเด่นชัด ยิ่งมีคนเข้ามาcomment ยิ่งทำให้เค้ามีกำลังใจ มากขึ้น ว่าอย่างน้อยก็ยังมีเวทีไว้ให้เค้าแสดงความสามารถ

อีกอย่างน้องเพชรเป็นเด็กที่มีจินตนาการเยอะมากค่ะ เค้าไม่ใช่ hyper ในการเคลื่อนไหว ซุกซน โครมคราม แต่จะออกมาในทางจินตนาการที่แสนจะมากมายค่ะ เวลาที่คิดจินตนาการอะไรได้ ก็จะลงมือทำทันที เมื่อก่อนข้าวของรกมาก แม่นำก็ไม่ค่อยได้เก็บไว้ ทิ้งไปก็เยอะ ตอนหลังเพิ่งได้ ไอเดีย เอามารวบรวมเป็น หมวดหมู่ เออ...ก็ทำให้เรารู้สึกชัดเจนในความสามารถของน้องเพชรมากขึ้นค่ะ

อีกอย่างลูกเองก็จะได้เรียบเรียงจินตนาการ และต่อยอดความคิดต่อไปได้ค่ะ ลองแวะมาชมดูได้นะคะที่ www.oknation.net/blog/napath

แม่นำบอกลูกเสมอว่า ไม่ว่าใครจะนิทาว่าเรายังไง ก็อย่าไปถือสา เก็บมาคิด คนอื่นไม่ใช่ตัวเราเค้าไม่รู้หรอกว่าเราคิดยังไง แต่ไม่ว่าลูกจะทำอะไรในสิ่งดีๆ พระเจ้าจะรับรู้ และจารึกชื่อของหนูไว้แล้ว

อ้อ...ตอนนี้น้องเพชรเค้าเวลาวันเกิดเพื่อน วันครู วันพิเศษๆ เค้าไม่ต้องซื้อของขวัญแล้วค่ะ เค้าจะทำงานประดิษฐ์ แล้วเอาไปให้แทน เมื่อวันครูที่ผ่านมา นั่งปั้นอาหารจิ๋ว บะหมี่หมูแดงไปแจกคุณครู 10 ท่าน แน่ะค่ะ เค้าปลื้มมาก คุณครูถามว่า ซื้อมาหรือเปล่า น้องเพชรบอกว่า หนูทำเองกับมือ


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30