• นายสิบหมื่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 193
  • จำนวนผู้ชม : 49662
  • จำนวนผู้โหวต : 255
  • ส่ง msg :
ลายแคนลมพัดไผ่

อ.สมบัติ สิมหล้า เทพแห่งแคน ผู้บรรเลงพรมพริ้วกรีดนิ้วไล่รู

View All
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



วันพุธ ที่ 31 ตุลาคม 2550
เพื่อน ๑.....หัวใจเธอมันน่ากราบ
Posted by นายสิบหมื่น , ผู้อ่าน : 313 , 10:57:04 น.   | หมวดหมู่ : จดหมายที่ไม่ได้ส่ง  
พิมพ์หน้านี้


เพื่อน๑_หัวใจเธอมันน่ากราบ

จากภาพในอดีตวัยเยาว์เพื่อนในความหมายของผมคือ มีของกินกินด้วยกัน มีของเล่นเล่นด้วยกัน ร่วมเที่วซอนซอกตามป่าตามทุ่งใกล้ๆหมู่บ้าน ร่วมกันสร้างวีระกรรมแบบพวกทะโมนทำกัน บางครั้งก็ทะเลาะกันบ้างตามประสาเด็ก มีการผลัดกันงอนและง้อกันอยู่ประจำ แต่บางครั้งก็รุนแรงเลือดตกยางออก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเลิกคบกันได้

          ยามเย็นๆตะวันคล้อยแดดอ่อนแรง เสียงเด็กๆดังลั่นมาจากบริเวณลานหญ้าแห้วหมู ที่ว่างในหมู่บ้าน ที่นี่เป็นแหล่งรวมตัวกันของพวกทะโมนทั้งหลาย บ้างเล่นวิ่งไล่จับ บ้างเล่นขี่ม้าส่งเมือง บ้างเล่นขายของ บ้างก็เล่นตำรวจจับโจร เสียงยังดังไม่ยอมลดลงแม้จะมีเสียงร้องปรามของพวกผู้ใหญ่ก็ตาม

          ในกลุ่มนี้ยังมีสามเพื่อนซี้ปะปนอยู่ด้วย ผม เหมียน และปาน (หลายๆคนคงจำกันได้ในหนังสือเรียนชั้นประถม วิชาภาษาไทย มานะ มานี วีระ ปิติ และจันทร) เพื่อนผมคนที่ชื่อปานนั้นเธอเหมือนกับจันทร คือเธอพิการขาลีบ เพราะเป็นโปลิโอ ปานเดินได้ไม่คล่องนักส่วนวิ่งนั้นไม่ต้องพูดถึง มันเป็นเรื่อยากเกินไปสำหรับปาน ด้วนความซนของทะโมนอีกสองคนเกิดความรำคาญ เพราะเวลาเล่นกันปานจะเชื่องช้า ไอ้สองตัวก็เข้าขนาบข้างทันที หิ้วปีกและออกวิ่ง วิ่งได้บ้างโดนลากบ้างแต่ปานไม่เคยร้องไห้เลย กลับมีแต่เสียงหัวเราะชอบอกชอบใจ นั่นยิ่งทำให้ทะโมนสองตัวได้ใจ พาวิ่งเล่นแทบทุกวัน บ่อยครั้งเข้าปานเกิดความเคยชินและพัฒนาการในการเดิน ปานเดินได้เร็วขึ้นและสามารถวิ่งได้เอง แม้จะไม่เร็วนักก็ตาม แรกๆนั้นเราโดนแม่ของปานเอ็ดเอา เพราะเขาหาว่าเราแกล้งลูกเขา แต่เราก็ไม่เคยหยุดนะ เวลาเล่นก็ยังคงพาปานวิ่งเหมือนเดิม สุดท้ายแล้วเมื่อปานเดินได้คล่องและวิ่งได้เอง แม่ของปานก็เปลี่ยนท่าทีและขอบใจทะโมนสองตัวนั้น

          พรสวรรค์ สิ่งนี้ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีกันได้แต่ปานเป็นหนึ่งในจำนวนน้อยนั่น พอโตขึ้นมาปานได้มีโอกาสเรียนเสริมสวย และปานนั้นทำได้ดีและเก่งทีเดียว พอจบปานก็เกิดร้านเสริมสวยที่บ้านของเธอ แต่ที่บ้านนอกนั้นรายได้ไม่ดีอะไรนักหนา เพราะมีแต่ชาวไร่ชาวนาใครจะมาเสริมสวยกันได้บ่อยๆ นอกจากในช่วงงานบุญของเทศกาลต่างๆเท่านั้น ปานตั้งใจไว้ว่าเธอจะต้องเข้ามาบางกอกให้ได้เพราะเคยได้ยินว่าที่นี่ รายได้จากงานเสริมสวยนั้นดีมากๆ

          และแล้วในวันนั้นวันที่ปานรอคอยก็มาถึง จากการเช่วยเหลือของพี่ชาย ปานจึงได้เข้ามาทำงานในเมืองบางกอก ในร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง ย่านหัวลำโพงเป็นลูกจ้างในร้านนั้น แรกๆรายได้ก็ไม่ค่อยดีนัก แต่ด้วยความมานะปานอดทนทำงานเรื่อยมา จนลูกค้าติดใจในฝีมือของปานใครมาก็เรียกหา ทั้งที่ในร้านมีช่างอยู่สามคน ปานเริ่มมองเห็นอนาคตแล้ว อีกสองปีต่อมาปานก็ได้มีร้านเสริมสวยเป็นของตนเอง โดนเช่าห้องเล็กๆห้องหนึ่งถัดจากร้านเดิมที่เคยทำงานอยู่อีกสองซอย ที่นี่ปานมีรายได้เป็นอบเป็นกำ แรกๆปานทำเองทุกอย่างแต่พอลูกค้ามากขึ้นทำไม่ไหวปานก็รับลูกจ้างเป็นช่างมาช่วยผ่อนแรง ปานเป็นคนที่เก็บหอมรอมริบได้เก่ง ในช่วงนี้มีหนุ่มๆหลายรายเข้ามาติดพัน แต่ปานก็ไม่ตกลงปลงใจกับใครเลย จนในที่สุด ปานก็พบรักกับผู้ชานคนนั้น เขามีอาชีพรับจ้างทั่วๆไป เป็นนักเที่ยวกลางคืน กินเหล้าเก่ง ผมก็ยังสงสันว่าเธอรักเขาได้อย่างไร แต่ก็นั่นหล่ะนะ บุบเพบุบพัง ทั้งสองอยู่กินกันมาจนกระทั่งมีลูกสาวหนึ่งคน ปานตั้งใจไว้ว่าจะปลูกบ้านเป็นของตนเองที่บ้านนนอก และปานก็ทำได้ดังที่ตั้งใจไว้ ปานเคยบ่นกับผมว่า ปลูกบ้านเสร็จเมื่อไหร่จะทำงานที่บางกอกอีกสักสองปี เก็บเงินสักก้อนแล้วจะกลับมาอยู่ที่บ้าน บ้านของเธอเอง เธอบอกเหนื่อยเหลือเกินแล้วชีวิต ชีวิตของผู้หญิงพิการคนหนึ่งต่อสู้ชีวิตจนได้สิ่งที่เธอต้องการ ผมนับถือในความอุตสาหะและเป็นนักต่อสู้ชีวิตของเธอมาก

          ดูเหมือนกับว่าเรื่องราวจะจบลงด้วยดี แต่นั่นแหละชีวิตหาอะไรแน่นอนไม่ได้ ปานลมป่วยลงกระทันหัน โดยไม่มีวี่แววใดๆเลย ผมเคยถามแต่ปานก็ไม่ได้บอกอะไรมากนัก ผมได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ หลังจากนั้นราวหนึ่งเดือนเห็นจะได้ปานก็ต้องเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีใครบอกว่าเป็นอะไร ปานบ่นว่าอยากกลับไปอยู่บ้านไปพักฟื้นที่นั่น บ้านที่เธอสร้างด้วยนำพักน้ำแรงของเธอ อีกหนึ่งเดือนถัดมาผมได้ยินข่าวว่าปานเสียชีวิตแล้ว และไม่มีใครส่งข่าวให้ผมรู้เลย จนกระทั่งเสร็จพิธิแล้วนั่นแหละถึงได้รับข่าว ผมสอบถามเรื่องราวจากพี่สาวและแม่ว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกัน แม่บอกว่า ในวาระสุดท้ายนั้นปานทรมานมาก นอนกัดฟันเสียงดังแต่ไม่มีเสียงครวญครางใดๆหลุดรอดมาจากเธอ ตามตัวเต็มไปด้วยตุ่มและแผลพุพอง โรคร้ายที่ปานเป็นนั้นมันร้ายแรงนักทางบ้านบอกว่าคนที่ทำให้ปานเป็นแบบนี้ก็สามีของฌะอเองนั่นแหละเป็นผู้กระทำ แล้วทำไมคนที่รับกรรมต้องเป็นเพื่อนผม ผู้หญิงที่อาภัพในชีวิต แต่ไม่เคยท้อถอยต่อโชคชะตาคนนี้ หลังจากงานศพเรียบร้อยแล้ว สามีของปานก็หายเงียบไปไม่มีข่าวคราวเลย

         ปานเพื่อนเอย..ขอให้วิญญาณของปานจงไปสู่สุขคติ และได้โปรดอโหสิกรรมให้แก่ผู้ชายคนนั้นด้วย เพื่อที่ปานจะได้ไปสู่ภูมิภพที่ดีกว่าในชาตินี้ ลาก่อน.........

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25
thesnake วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 08.35 น.
http://www.oknation.net/blog/snake

ตามชะตา..
ความคิดเห็นที่ 24
พราวนภา วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 10.23 น.
http://www.oknation.net/blog/yui

ร่วมไว้อาลัยด้วยค่ะ..
ความคิดเห็นที่ 23
slipknot วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 21.24 น.
http://www.oknation.net/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยยตอนนี้มีบ้านอีกหลัง www.oknation.net/blog/hellstory อย่าลืมแวะไปชมบ้างนะ...คริ...คริ...คริ

เศ้ราจังอะพี่...
ความคิดเห็นที่ 22
mylife วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 18.28 น.
http://www.oknation.net/blog/mae23

น้องสาวเพื่อนก็แบบนี้

ติดโรคร้ายจากสามี

เสียไปแล้วทั้งคู่

สงสารปาน

ชาติหน้ามีจริง

ขอให้เกิดมามีชีวิต

ที่ดีกว่านี้
ความคิดเห็นที่ 21
นายสิบหมื่น วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 17.42 น.
http://www.oknation.net/blog/namsean
ลูกชาวนา...ลูกอีสาน...

ตอบท่านระจันครับ
ตอนนี้ลูกสาวของปานอยู่กับพี่สาวของปานครับ
เธอไม่ได้ติดเชื้อโรคร้ายแต่อย่างใด เพราะปานมาติดโรคร้ายภายหลังครับ

ขอบคุณครับที่ถามถึง
ความคิดเห็นที่ 20
Dogstar วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 17.33 น.
http://www.oknation.net/blog/dogstar

ความทรงจําที่แสนงามนึกทีใรมีความสุขเมื่อ
นึกถึงบ้านเก่า เพื่อนเก่าความหลังวัยเด้ก
ขอให้ ปานไปสู่ที่สุขคติ
ขอให้คุณแสนจําเธอไว้นานๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 19
raksanok วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 17.09 น.
http://www.oknation.net/blog/raksanok
รักสนุกเพราะความสุขอยู่ที่ใจ

เก็บเธอไว้ในใจ และระลึกถึงภาพเก่าๆเสมอ
ความคิดเห็นที่ 18
นายสิบหมื่น วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 16.15 น.
http://www.oknation.net/blog/namsean
ลูกชาวนา...ลูกอีสาน...

บล็อคอืดครับพี่น้อง
เฮ้อ......
ความคิดเห็นที่ 17
วิทย์แดงจันศรี วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 15.58 น.
http://www.oknation.net/blog/wit
ระบายภาพด้วยคำ

ปานเธอจะไปสู่สุคติครับพ่อใหญ่
ความคิดเห็นที่ 16
มะอึก วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 12.42 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

อาลัยเพื่อน
ความคิดเห็นที่ 15
ระจัน วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 12.23 น.
http://www.oknation.net/blog/rajun

แล้วลูกของปานละครับ

เฮ้อ ชีวิตคน


ขอให้เพื่อนพี่แสน ไปสู่สุขคติ
ความคิดเห็นที่ 14
คนช่างเล่า วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 12.16 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ตอนผมเด็กๆ ผมท่องบทดอกสร้อย

จิ้งเอ๋ยจิ้งโจ้วิ่งโล่ในลำสำเภาใหญ่.......

ซักเอ๋ยซักซาวผลมะนาวทิ้งทานในงานศพ



ครับแอบมานั่งหน้าจอ ใกล้ๆเที่ยง ที่ศูนย์ลูกค้า เวลาบอก

เวลา นิวยอร์ค 10.15 น/เวลาลอนดอน 6.15

เวลากรุงเทพฯ บอก 12.20 น เวลา ดตเกี่ยว บอก บ่าย สองโมง สิบห้านาที่ เวลา ซิดนีย์ บ่าย สามโมง สิห้านาที่ เวลา เอ เอ็ม พี เอ็ม ไล่ดูครับ

ที่บอกเช่นนี้ อย่าด่าว่าผมหนีงานมาเล่นเนต นะจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 13
เจ้าชายเย็นชา วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 11.45 น.
http://www.oknation.net/blog/aiem

คุณแสนเขียนเรื่องนี้
ผมอ่านแล้วต่อมน้ำตาแทบล่วงเลย
ชะตาฟ้าคงลิขิตมาให้ปานเขาเหนื่อยแค่นี้ครับ
ความคิดเห็นที่ 12
ศุภศรุต วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 11.41 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา

เก็บเธอไว้ ในความทรงจำของเรา....ตลอดไป

ความคิดเห็นที่ 11
buppha วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 11.41 น.
http://www.oknation.net/blog/supermom

............... เธอไปสบายแล้วค่ะ ............... แต่ความดียังตรึงอยู่ในใจของคนรอบข้าง
ความคิดเห็นที่ 10
anytime วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 11.40 น.
http://www.oknation.net/blog/anytime

จิตใจของปานงดงามกว่าร่างกายของเธอนัก แม้นพิการ แต่ใจก็หาพิการไม่ ต่อสุ้ชีวิตจนประสบความสำเร็จ แต่ไม่น่าต้องจบชีวิตแบบนี้เลย ขอให้เธอไปสู่ภพภูมิใหม่ที่สงบและร่มเย็นค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
แม่สีไฟ วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 11.39 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


ยังสงสัยว่าชายคนนั้นรักปานจริงเหรอ
ไม่เชื่อว่าเขารักที่ปานเป็นปานนะ

หมดกรรมไปแล้วล่ะค่ะ
มาส่งวิญญาณเธอให้สู่สุขคติ

...
เศร้าอ่ะนายแสน
ความคิดเห็นที่ 8
นายสิบหมื่น วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 11.32 น.
http://www.oknation.net/blog/namsean
ลูกชาวนา...ลูกอีสาน...

ขอบคุณทุกท่านครับ
เธอจิตใจเต็มร้อยสวยงามครับ
และผมก็หวังว่าปานจะไปสู่ภูมิภพที่ดีแน่นอนครับ
ความคิดเห็นที่ 7
plamywe วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 11.30 น.
http://www.oknation.net/blog/plamywe


จิตใจที่งดงามยิ่งใหญ๋กว่าสิ่งอื่นใด
ขอแสดงความเคารพต่อดวงวิญญาณของคุณปาน
และขอให้ดวงวิญญาณของเธอไปสู่สุขคติ
ละซึ่งห่วงใด ๆ
ความคิดเห็นที่ 6
แม่หมี วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 11.22 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

เป็นผู้หญิงที่มีจิตวิญญาณของนักสู้จริงๆ น่าชื่นชมมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
ผ่านมาระบาย วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 11.21 น.
http://www.oknation.net/blog/Sodoyouthinkyoucanblog

มีเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน เสียชีวิต หลายคนเหมือนกันค่ะ
บ้างก็โรครุมเร้า บ้างก็อุบัติเหตุ

อ่านเร่องนี้ยิ่งทำให้คิดถึงวันเก่า ๆ กับเพื่อน ๆ

......................................
ความคิดเห็นที่ 4
roselobster วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 11.11 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
RosELobsteR->>สิ่งที่คุณเห็นและสิ่งที่ฉันเป็น

คนเราแม้จะพิการร่างกาย

แต่จิตใจเธอเต็มร้อย...น่านับถือค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 31/10/2007 เวลา : 11.05 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต


สู่สุขคติ นะครับ
ความคิดเห็นที่ 2
feng_shui