| ก่อนฝนมาหลังฝนซา | ||
ถ่ายภาพมันไปเรื่อง กล้องก็ยืมเขามา |
||
|
View All |
||
| ลายแคนลมพัดไผ่ | ||
อ.สมบัติ สิมหล้า เทพแห่งแคน ผู้บรรเลงพรมพริ้วกรีดนิ้วไล่รู |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
ความจำเป็นบางอย่างที่ดูจะโหดร้ายเกินไปสำหรับชีวิตของคนเรานั้น ดูเหมือนว่ามันไม่ได้อยู่ไกลจากตัวเรามากนัก เพียงแต่ว่าเมื่อใดเท่านั้นเองทีมันจะเข้ามาแนบชิดเราและคนรอบข้างของเรา เมื่อไม่นานมานี่เอง ช่วงต้นเดือนเมษายน เดือนแห่งความร้อนแรงเลวร้าย พี่สาวของแม่น้องธีร์อาการทรุดหนักลง เหล่าญาติพี่น้องจึงต้องกลับพร้อมหน้ากัน เพื่อสิ่งที่เรียกว่าความผูกพันความรักความห่วงใยของพี่น้องในสายเลือดและในช่วงนั้นของเวลาก็ได้ทำให้พ่อลูกต้องห่างกันไกลหลายร้อยกิโลฯ ดังที่เคยบอกกล่าวกันมาแล้ว แต่วันนี้ความรู้สึกนั้นที่ผมเคยบอกทรมาน คิดถึง ดูมันจะน้อยนิดเหลือเกินกับความรู้สึกเป็นห่วงทุกข์ใจกังวลใจของเหล่าญาติพี่น้อง เพราะเธอเป็นโรคร้ายแรงที่ใครๆก็ไม่อยากเป็น แต่ก็มีความเสี่ยงและมีโอกาสเกิดจึ้นได้ หากเราไม่ดูแลรักษาสุขภาพของเรา มะเร็ง......เจ้าตัวร้ายที่คอยกัดกินร่างกายของคนเรา มันจะค่อยๆคืบคลานกัดกิน จนในที่สุดตัวเราจะทนไม่ไหวและตายไปในท้ายสุดนั้น แต่ถ้าเรารู้เท่าทัน ก็อาจรักษามันได้ ยับยั้งมันได้ แต่โดยส่วนมากแล้ว กว่าจะรู้ว่าตนเองเป็นมะเร็งก็สายไปเสียแล้ว เพราะกว่าอาการมันจะแสดงออกนั้นมันก็เลยไปจนจะถึงระยะสุดท้ายเสียแล้ว การรักษาก็ทำได้แค่เพียงประทัง และยืดชีวิตออกไปให้ได้รับความทรมานออกไปอีกเท่านั้นเอง นับตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้องของแม่ คุณป้าก็เข้ามารับการรักษาที่ศูนย์มะเร็ง เป็นระยะ ทั้งฉายรังสีเพื่อยับยั้งเจ้าตัวร้ายนั่น จนมาถึงการให้เคมีบำบัด แต่ดูเหมือนว่าอาการของป้าจะทรงๆทรุดๆมิได้หาย เพียงแต่กำลังใจเท่านั้นที่ทำให้ป้าต่อสู้กับมันมายาวนานนัก คนรอบข้างต้องให้กำลังใจป้ากันทุกคน อาการของป้าเริ่มแย่ลง เมื่อใกล้วันที่ลูกจะถึงกำหนดคลอด โดยปกติแม่จะต้องคลอดเจ้าด้วยวิธีธรรมชาติ หากแต่วันนั้นแม่ได้รับโทรศัพท์ข่าวป้าอาการแย่ลง ทำให้ความดันของแม่ขึ้นมาเยอะมากๆ คุณหมอเกรงจะมีอันตรายทั้งแม่และลูกจึงนัดผ่าเจ้าออกมาอย่างปลอดภัยต้องขอบคุณคุณหมอ ชาตินักรบ เป็นอย่างมากที่ดูแลทั้งแม่และลูกจนปลอดภัย หลังจากที่เจ้าคลอดแล้ว ป้าก็เดินทางเข้ามาที่ลพบุรีเพื่อรักษาอีกครั้ง เป็นการให้เคมีครั้งที่สาม แต่ป้าเจ้าก็ไม่ได้หวังอะไร หากเพียงแต่กำลังใจจากคนรอยข้างทำให้ป้าฮึดสู้อีกครัง และเข้ารับการรักษาแล้วกลับมาพักฟื้นที่บ้านเรา เมื่อป้าเห็นหน้าเจ้าดูป้ามีความสุข คอยอยู่ใกล้ๆเจ้าจนครบอาทิตย์ดูอาการของป้าเจ้าดีขึ้นมาก และก่อนกลับไปพักฟื้นที่บ้านต้องไปหาหมออีกรอบ ในครั้งนี้ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นป้าเจ้าไม่ยอมเล่าให้ใครๆฟัง เอาแต่ร้องไห้ และเดินทางกลับศรีสะเกษทันที หลังจากนั่นไม่นานอาการก็กลับทรุดลงอีกจนเจ้าต้องห่างจากพ่อเกือบเดือน ในครั้งนี้ก็ได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งสุดท้ายที่ไปหาหมอ ป้าเจ้าเล่าว่า วันนั้นไปพบหมอที่ศูนย์มะเร็งหมอเรียกไปคุยถามว่ามีญาติมาด้วยหรือเปล่า ป้าเจ้าบอกไม่มี หากมีอะไรก็ให้คุยกับตัวป้าได้เลย จากนั้นหมอก็พ่นไอ้สิ่งที่ไม่น่าออกมาจากปากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นหมอ "คุณไม่ต้องมารักษาอะไรอีกแล้ว เพราะรักษาไปก็ไม่มีวันหายหรอก เสียเวลาเปล่าๆ" คิดดูสิว่าคนป่วยด้วยโรคร้ายเมื่อได้ยินหมอพูดแบบนี้ไม้ชักกระตุกตายต่อหน้าก็บุญเท่าไหร่แล้ว ดูมันช่างโหดร้ายเหลือเกินนะ ไอ้ความจะเป็นนี้ ถึงวันนี้อาการของป้าเจ้าก็ยังไม่ได้ดีขึ้นหรือเลวลงแต่อย่างใด ที่อยู่ได้เพราะกำลังใจจากลูกหลานนั่นเอง แต่ก็คงอีกไม่นานนัก.......... |