วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม 2551
...... ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับ น้ำมันมะพร้าว
Posted by
ปิรันญ่า
,
ผู้อ่าน : 516
, 21:10:20 น.
| หมวดหมู่ :
สุขภาพและความงาม
พิมพ์หน้านี้
ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับ "น้ำมันมะพร้าว"
ในอดีตกาล วงการแพทย์ได้ออกมาบอกว่า น้ำมันมะพร้าว เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับภาครัฐและเอกชนที่อยู่ในเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการปลูกมะพร้าว การแปรรูปผลิตผลจากมะพร้าว น้ำมันมะพร้าว ฯลฯ จนไม่อาจประมาณเป็นจำนวนเงินได้ถูก เป็นการเอาเปรียบทางการค้าจากผู้ผลิตน้ำมันพืชชนิดอื่นในระดับโลกกันเลยทีเดียว เพราะไม่ได้มีแต่ประเทศไทย และประเทศในแถบเอเซียเท่านั้นที่สามารถผลิตมะพร้าวและผลิตภัณท์ต่อเนื่อง ข้อเท็จจริงที่เปิดเผย ปรากฎว่า "น้ำมันมะพร้าว" ไม่ได้ให้โทษกับร่างกายอย่างที่เคยถูกกล่าวอ้าง แม้แต่ระดับคอเลสเตอรอลในน้ำมันมะพร้าวยังมีน้อยกว่าน้ำมันพืชอีกเกือบทุกชนิด นอกจากนี้ ในน้ำมันมะพร้าวยังมีกรดไขมันที่มีคุณค่าต่อร่างกาย ช่วยในการดูดซึม และเผาผลาญเป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็วเพราะมีโมเลกุลขนาดกลางที่สามารถผ่านเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย น้ำมันพืชอื่นยังสู่ไม่ได้ ประโยชน์ที่ได้จากน้ำมันมะพร้าว มีอเนกอนันต์ สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่หัวข้อทางด้านขวาค่ะ ขอบคุณที่มาอ่านและแสดงความคิดเห็นนะคะ ปิรันย่า 7 มีนาคม 2008
เขาหลอกให้เราเลิกบริโภคน้ำมันมะพร้าว
แล้วอยู่มาวันหนึ่งพวกเราทั้งหลายในเอเซีย และแปซิฟิก ซึ่งรวมทั้งคนไทยด้วยก็ได้รับการแนะนำโดยเหล่าบรรดาแพทย์โรคหัวใจ และนักโภชนาการว่าไม่ควรบริโภคกะทิ และน้ำมันมะพร้าว เพราะจะทำให้อ้วนและเป็นโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือดหัวใจใครหนอบังอาจหลอกเราได้?สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศผู้ปลูกถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดในโลกได้ผลผลิตปีละ 80 ล้านตัน และสามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์ต่างๆได้นับเป็นพันๆชนิด และสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เด่นที่สุดคือ น้ำมันถั่วเหลือง อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตน้ำมันพืชจากเมล็ด เช่นน้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด รายใหญ่ของโลกอีกด้วยแล้วเราก็ถูกหลอกจนได้ครั้นเมื่อผลิตน้ำมันถั่วเหลืองได้มากขึ้น แต่มีตลาดจำกัด สมาคมถั่วเหลืองอเมริกัน (American Soybean Association ASA) ซึ่งทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้กสิกรผู้ปลูกถั่วเหลืองชาวอเมริกัน 3 แสนครอบครัวจึงรณรงค์ให้มีการบริโภคน้ำมันถั่วเหลืองให้มากขึ้น โดยโฆษณาว่าน้ำมันถั่วเหลืองเป็นไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fat) ที่บำรุงสุขภาพและลดการเป็นโรคหัวใจ
แต่การรณรงค์ดังกล่าวก็ไม่บังเกิดผลเท่าที่ควรโดยเฉพาะในทวีปเอเซียและแปซิฟิก เพราะคนพื้นเมืองยังชอบบริโภคน้ำมันมะพร้าวที่ทำให้อาหารมีรสดี เก็บไว้ได้นาน และมีราคาถูก ASA จึงหาเล่ห์กลที่ทำให้ผู้บริโภคเหล่านั้นเลิกบริโภคน้ำมันมะพร้าวให้ได้ โดยการปรักปรำว่าน้ำมันมะพร้าวเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ เพราะเป็นไขมันอิ่มตัว (Saturated fat)
ทั้งนี้ โดยการกล่าวอ้างถึงผลการวิจัยชิ้นหนึ่งที่สรุปว่าไขมันอิ่มตัวมีคอเลสเตอรอลสูง และเป็นสาเหตุของไขมันอุดตันในเส้นเลือด ทั้งๆที่ไขมันที่นำมาใช้ในการทดลองดังกล่าวเป็นไขมันจากสัตว์ เช่นน้ำมันหมู ไขมันจากเนื้อ และน้ำมันมะพร้าวที่เสื่อมสภาพ (เพราะผ่านกรรมวิธีในการสกัดที่ใช้ความร้อนสูง และสารเคมี) ASA ก็ถือโอกาสสรุปเอาเลยว่าไขมันอิ่มตัวทุกชนิดเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ และใช้ประเด็นนี้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ตลอดจนโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร และร้านอาหารประเภทจานด่วนเลิกใช้น้ำมันมะพร้าว
ผลก็คือไม่แต่เฉพาะคนอเมริกันและยุโรปเท่านั้น ที่พากันเลิกบริโภคน้ำมันมะพร้าว และสิ่งแรกก็คือโรงงานน้ำมันมะพร้าวทั่วโลกต้องหยุดกิจการ และชาวสวนมะพร้าวขาดรายได้
เมื่อพระเอกกลายเป็นผู้ร้ายหลังจากที่ทุกคนพากันบริโภคน้ำมันถั่วเหลือง ชาวอเมริกันกว่า 60 เปอร์เซ็นพากันมีน้ำหนักเกินอัตราที่กำหนด ที่สำคัญกว่านั้นคือการเพิ่มโอกาสที่จะเป็นโรคร้ายแรงหลายโรค เช่นมะเร็ง เบาหวาน โรคอ้วน โรคของต่อไทรอยด์และอีกสารพัดโรค ที่คนทั้งโลกต้องประสบอยู่เป็นผลมาจากการบริโภคน้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันพืชที่ไม่อิ่มตัวอื่นๆเช่น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด
เมื่อผู้ร้ายกลับกลายมาเป็นพระเอกจากผลงานวิจัยในระยะหลังๆ ของนักวิทยาศาสตร์หลายสาขา และส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกันเองที่ยังซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของตน สรุปได้ว่า น้ำมันมะพร้าวไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ถูกกล่าวหา (ซึ่งเป็นเรื่องของผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงจริยธรรม) แต่กลับเป็นน้ำมันพืชที่มีคุณค่าต่อสุขภาพและความงามของมนุษย์มากที่สุดในโลก
ประจักษ์พยาน
1. จากบรรพบุรุษของคนไทย น้ำมันมะพร้าว และกะทิ เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของคนไทยได้บริโภค และใช้มานานแล้ว อาหารไทยทั้งคาวและหวานหลายอย่าง ต้องใช้กะทิหรือน้ำมันมะพร้าวเป็นเครื่องปรุง มีการเล่าขานถึงการใช้กะทิ หรือน้ำมันมะพร้าวในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง กะทิและน้ำมันมะพร้าวได้เข้ามามีส่วนในงานประเพณีของคนไทยในภาคต่างๆเช่นในงานประเพณีสารทเดือนสิบของคนภาคใต้ ที่ชาวบ้านต้องช่วยกันเก็บมะพร้าวนำมาปอกเปลือกกะเทาะกะลา ขูดเนื้อมะพร้าว คั้นกะทิ เคี่ยวน้ำมัน นอกจากนั้นก็มีการบอกเล่าปากต่อปากถึงวิธีการบริโภค เพื่อบำรุงสุขภาพและความงามโดยการใช้น้ำมันมะพร้าวมาทานวดตัวเพื่อรักษาโรคกระดูก ปวดเมื่อย และรักษาผิวไม่ให้กร้านแดดและเหี่ยวย่น ตลอดจนใช้น้ำมันมะพร้าวมาชโลมผมให้ดกดำเป็นเงางาม แต่คนสมัยใหม่กลับพากันไปพึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น อาหารเสริม เครื่องสำอาง ยากันแดด ครีม โลชั่น ซึ่งหลายอย่างกลับเป็นผลเสียต่อสุขภาพ และความงามของผู้ใช้อย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์2. จากชนชาติในเอเซีย และแปซิฟิก จากการที่มะพร้าว เป็นพืชที่ขึ้นได้ดีในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ชนชาติในดินแดนเหล่านี้ต่างก็ยกย่องให้มะพร้าว เป็นต้นไม้ให้ชีวิต (Tree of Life) เพราะมะพร้าวเป็นต้นไม้เอนกประสงค์ แต่ไหนแต่ไรมา ชนชาติของประเทศในทวีบเอเซีย เช่นศรีลังกา อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ซึ่งบริโภคมะพร้าวเป็นอาหารหลักอย่างหนึ่ง และแน่นอนได้ใช้กะทิหรือน้ำมันมะพร้าวเป็นส่วนประกอบของอาหาร แม้ว่าโภชนาการของประเทศเหล่านี้จะไม่เลอเลิศเหมือนดั่งประเทศตะวันตกในปัจจุบัน แต่เขาเหล่านั้นก็มีสุขภาพดี แข็งแรง ที่สำคัญไม่ค่อยมีคนอ้วนและเป็นโรคของคนสมัยใหม่เช่น มะเร็ง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคอ้วน ฯลฯในด้านความงามก็เช่นเดียวกัน คนพื้นเมืองในประเทศเหล่านี้แม้ว่าบางเชื้อชาติจะมีผิวคล้ำแต่ก็มีรูปร่างสมส่วนไม่อ้วนเป็นพะโล้เหมือนสาวฝรั่งส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ผอมแต่ ที่สำคัญมีผิวที่เนียนไม่แตกลายเหี่ยวย่น แต่ชุ่มฉ่ำและดูอ่อนเยาว์ ส่วนเส้นผมก็ดกดำเป็นเงางามเพราะชโลมเส้นผมด้วยน้ำมันมะพร้าว
คัดจากบางส่วนของเอกสารเผยแพร่ โดย ดร. ณรงค์ โฉมเฉลา.2548.เอกสารเผยแพร่ TNCEL (Thailand Network for the conversation and enhancement of landdraces of caltivated plants) ประธานเครือข่ายพืชปลูกพื้นเมืองไทย
| มะพร้าว Coconut Cocos nucifera Linn. ARECACEAE ชื่ออื่น หมากอุ๋น หมากอูน

| รูปลักษณะ ไม้ยืนต้นจำพวกปาล์ม สูงได้ถึง 25 เมตร ลำต้นตั้งตรง ไม่แตกกิ่ง มีรอยแผลเมื่อก้านใบหลุดออกไป ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ หนาแน่นที่บริเวณยอด ยาว 4-6 เมตร ใบย่อยรูปพัดจีบ กว้าง 1.5-5 ซม. ยาว 50-100 ซม. ดอกช่อ ออกระหว่างก้านใบ ดอกย่อยจำนวนมาก แยกเพศ อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกตัวผู้สีเหลืองหม่น ดอกตัวเมียสีเขียว หรือเขียวแกมเหลือง ใบประดับยาว 60-90 ซม. ผล เป็นผลสด รูปใข่แกมทรงกลมหรือรูปไข่กลับ สีเขียวหรือเขียวแกมเหลือง เนื้อสีขาว สรรพคุณและส่วนที่นำมาใช้เป็นยา น้ำมะพร้าว - มีเกลือโปแตสเซียม และน้ำตาลกลูโคสสูง อาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูง มีเกลือคลอไรด์ และโซเดียมต่ำกว่าผงน้ำตาลเกลือแร่ สูตรองค์การอนามัยโลก ที่ใช้กับโรคท้องเสีย ทำให้ชุ่มคอ บำรุงธาตุไฟ ช่วยกระตุ้นการหายใจ มีฤทธิ์ขับปัสสาวะเล็กน้อย
|
ขอบคุณภาพและรายละเอียดจาก http://www.ronghosp.org/hosmain/samonpai-thai/herbal/15.htm อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง ทำไมต้องเลือก น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ ไว้ประจำบ้าน ? มารู้จักน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์กันเถอะ บทบาทของน้ำมันมะพร้าวกับสุขภาพและความงาม ความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับน้ำมันมะพร้าว |
|