• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 52
  • จำนวนผู้ชม : 17068
  • จำนวนผู้โหวต : 129
  • ส่ง msg :
เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม 2550
ชเวดากอง ย่างกุ้ง เงาศรัทธาบนรอยทาง
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 518 , 15:12:41 น.   | หมวดหมู่ : บันทึกการเดินทาง  
พิมพ์หน้านี้


เต็มแสงจันทร์-อาบฟ้า, คืนมาฆบูชา

อาทิตย์ ๑๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๖

                        ผินหน้าทอดสายตาไปยังโพ้นฟ้าเบื้องบน โลกนัยน์ดวงตาข้าพเจ้าพลันโพลนแสงทองปลั่งจากจันทร์เหนือยอดมหาเจดีย์ชเวดากองหรือ “พระเกศธาตุ” ณ เบื้องหน้า ทาบทาให้องค์เจดีย์สีเหลืองทองในโมงยามนี้งามล้ำสง่างามงดสุดพรรณนา

                        เป็นความงามที่เก็บงำเรื่องราวยอกย้อนแสนพิสดารสู่ผู้คนมากมาย ทั้งอิ่มสุข บ้างอาบทุกข์ ลางเวลาขื่นขม ตรอมตรม ฯลฯ

แต่แน่นอนว่า…มวลมหาศรัทธายังคงยืนยงสถิตนิรันดร์กาลแม้เวลาจะผันผ่านนานเพียงใดก็ตาม

                        นับเวลาผ่านมาเนิ่นนานกว่า ๒๐๐๐ ปีมาแล้ว ที่ตระหง่านของพระมหาเจดีย์ชเวดากองประดิษฐานอยู่บนเนินเขาสิงฆุตตระ ชานเมืองด้านเหนือของ “เมืองตะเกิง” หรือ “ย่างกุ้ง” เมืองหลวงของสหภาพเมียนมาร์อันตั้งอยู่ริมน้ำฝั่งตะวันออกเช่นเดียวกับเมืองฟ้าอมรของสยามประเทศนาม “กรุงเทพมหานคร”

                        หากมหานทีย่างกุ้งหรือแม่น้ำลายง์ (Hlaing) ที่มีกำเนิดต้นธารจากเทือกเขาบะโก (Bago Yoma) ไหลซอกซอนสู่เบื้องทิศตะวันตกและทางใต้ของเมืองย่างกุ้ง และผ่านไปสู่อ่าวมะตะบัน (Gulf of martaban) สะท้อนความถึงความเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง

…วันแล้ววารเล่าที่รินไหล ค่ำแล้วคืนเล่าที่ขานไขหลากเรื่องราวที่เกิดขึ้นและดับไปตามวัฏสงสาร คงเป็นเฉกเช่นเดียวกับพระมหาเจดีย์ชเวดากองที่ตั้งอยู่ด้านเหนือของแม่น้ำและเมืองย่างกุ้ง ที่เก็บงำสารพัดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเวิ้งกว้างแห่งลุ่มอิระวดี

ปฐมยามล่วงเลยจนลุล่วงใกล้สี่ทุ่มของคืนมาฆบูชา ลานรอบเจดีย์เริ่มร้างราผู้คนที่ก่อนหน้าต่างหลั่งไหลจากทั่วทุกสารทิศเพื่อเดินทางมาสักการะมหาเจดีย์ในคืนเดือนเพ็ญอิ่มเต็มฟ้า ความเงียบเริ่มสยายร่างห่มคลุมรายรอบพื้นที่ สลับกับแว่วกังวานแห่งเสียงสวดมนต์ของเหล่าพุทธศาสนิกชนบางคนที่พร่ำภาวนาทอดเสียงเบาๆ มาเป็นระยะๆ

                        พลิ้วสายลมบางเบา ควันธูปเริงร่าร่ายรำ สรรพสิ่งเริ่มสงบเมื่อราตรีสงัด…

                        จะมีบ้างที่ยินยลก็คือเสียงกระดิ่งจากระฆังเหนือยอดเจดีย์ที่ส่องประกายแวววับเมื่อต้องแสงจันทร์ และแกว่งไกวตามแรงลมโบกส่งเสียงดังวังเวงแว่วดั่งเป็นลำนำเพลงมาแต่เบื้องไกลโพ้น

                        กรุ๊ง…กริ๊ง….กรุ๊ง….กริ๊ง…..กรุ๊ง…..กริ๊ง……กรุ๊ง……กริ๊ง…….กรุ๊ง…….กริ๊ง

                        เป็นเวลาเนิ่นนานเหลือเกินที่เสียงเดียวกันนี้ได้เปล่งลำนำกังวานแว่วจากยอดฉัตรเหนือมหาเจดีย์…สู่ผู้คนที่กอปรด้วยศรัทธาปสาทะและต่างหลั่งไหลมากราบไหว้นมัสการพระมหาเจดีย์ อย่างน้อยก็ขอให้เป็นครั้งหนึ่งในชีวิต

เกือบ ๔ ปีที่แล้ว ประมาณปลายเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒ หากได้มีโอกาสมาสักการะพระมหาเจดีย์ชเวดากองในห้วงเวลานั้น ข้าพเจ้าคงได้สัมผัสบรรยากาศการซ่อมปิดทองใหม่พระเจดีย์ชเวดากองอันถือเป็นกิจวัตรประจำที่ทุกๆ ๔ ปีมวลมหาชนจักพากันพร้อมใจมาร่วมงานในช่วงเทศกาลฉลองพระเจดีย์ หลังแรงลมฝนในวสันตฤดูได้ชะทองที่ปิดองค์เจดีย์จนชำรุดเสียหาย

ชาวพม่าถือว่าเดือนสิบสองหรือที่เรียกว่า “เดือนดะบอง” เป็นเดือนสุดท้ายของปีตามศักราชพม่า หรือตกประมาณปีมหาศักราช ๑๐๓ คาบเกี่ยวระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมเมื่ออากาศเริ่มคลายหนาว เป็นเดือนที่มีการสร้างมหาเจดีย์ชเวดากอง และเป็นปีที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ จึงกำหนดให้เดือนดะบองเป็นเดือนสำหรับงานบูชามหาเจดีย์ชเวดากองซึ่งจัดกันเรื่อยมาไม่มีหยุด

โดยเฉพาะเหตุการณ์สำคัญที่เพิ่งเกิดขึ้นในปี ๒๕๔๒ นับเป็นปีที่มีการบูรณะยอดฉัตรของมหาเจดีย์ครั้งยิ่งใหญ่อีกคำรบ กลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์สำคัญที่เกิดขึ้นภายใต้การดำเนินการของรัฐบาลทหารในนาม “สภาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา” (State Peace and Development Council : SPDC) หรือในชื่อเดิมว่า “สภาฟื้นฟูกฎระเบียบแห่งรัฐ หรือสล็อร์ก” (State Law and Order Restoration Council : SLORC)

อย่างไรก็ตาม หน้าประวัติศาสตร์ในการบูรณะมหาเจดีย์ชเวดากองในปี ๒๕๒๒ อาจเป็นภาพที่ตัดกันยิ่งกับประวัติศาสตร์ของสหภาพเมียนมาร์หรือพม่าไม่กี่ปีมานี้ ทั่วโลกต่างจดจำกันได้ดีถึงเหตุการณ์วันที่ ๒๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๓ ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ประวัติศาสตร์พม่าถูกจารึกไว้ว่า ณ ลานทางทิศตะวันตกของพระมหาเจดีย์ชเวดากองในเมืองย่างกุ้ง ออง ซาน ซู จี ได้ก้าวขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์ต่อมวลชนที่เดินทางมาชุมนุมกันเป็นครั้งแรกเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย

                        ออง ซาน ซู จี วีรสตรีประชาธิปไตย ผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ในเดือนกันยายนปี ๒๕๓๔

                        แต่รางวัลหรือชื่อเสียงใดๆ ที่เกิดขึ้นกับ ออง ซาน ซู จี คงจะไม่มีเรื่องใดน่าสนใจเท่ากับตำนานเล่าขานกันว่า ออง ซาน ซู จี คือการกลับชาติมาเกิดของ “พระนางชินสอบู” (Shinsawbu) ราชธิดาของพระเจ้าราชาธิราช ผู้ครองราชย์ระหว่างพุทธศักราช ๑๙๙๖–๒๐๑๕ และเป็นขวัญชีวิตของชาวมอญทั้งมวล ทรงสร้างลานและกำแพงล้อมรอบองค์สถูปและพระราชทานทองคำเท่าน้ำหนักพระองค์เองคือ ๔๐ กิโลกรัมนำไปตีเป็นแผ่นทองหุ้มองค์สถูป กระทั่งกลายเป็นแบบอย่างให้กษัตริย์รุ่นหลังๆ ทรงพระพฤติปฏิบัติตาม

                        ภาพซ้อนระหว่าง ออง ซาน ซู จี กับพระมหาเจดีย์ชเวดากอง จึงมีนัยสำคัญหลายประการในเชิงวีรสตรีของชาติที่ผ่านการต่อสู้อย่างหนักหน่วง และเล่าขานทำนองนักสู้คนจริงบนสายธารเชิงจิตวิญญาณที่ลุ่มลึก

                        เหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงหน้าประวัติศาสตร์ยุคใหม่ที่เพิ่งผ่านพ้น…

                        แต่หากย้อนกลับไปไกลกว่านั้น ดูเหมือนว่าประวัติศาสตร์หลายหน้าที่ถูกจารึกเกี่ยวกับมหาเจดีย์ชเวดากองยิ่งน่าสนใจเป็นทบเท่าทวีคูณ         นับตั้งแต่เรื่องราวของ “ชนชาติมอญ” ซึ่งเป็นชนชาติแรกที่ครอบครองดินแดนพม่าหรือเมียนมาร์ในปัจจุบัน ได้อพยพมาตั้งหลักแหล่งอยู่ในบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำสะโตง โดยเรียกถิ่นอาศัยว่า “สุวรรณภูมิ” หรือแผ่นดินทองคำของสุวรรณภูมิ (The land of Gold)

                        ตามตำนานพวกมอญก็คือผู้วางศิลาฤกษ์พระเจดีย์ชเวดากองเมื่อกว่า ๒๕๐๐ ปีมาแล้ว กระทั่งปี ๑๐๕๗ เมื่อพระเจ้าอโนระธาสร้างจักรภพพม่าได้สำเร็จและกวาดต้อนพวกมอญประมาณ ๓๐,๐๐๐ คนพร้อมพระราชวงศ์มอญกลับไปยังเมืองพุกาม ต่อมาจึงได้รับวัฒนธรรมจากพวกมอญไปด้วย หนึ่งในนั้นก็คือพุทธศาสนานิกาย “เถรวาท” ของชาวมอญ หรือที่ชาวรามัญเรียกว่า “รามัญนิกาย” ซึ่งพระเจ้าอโนระธา ได้รับการโน้มน้าวจากพระภิกษุชาวสิงหลชื่อ ซินอรหันต์ (Shin Arahan)

                        เอกสารสำคัญของชาวมอญชิ้นหนึ่ง กล่าวถึงตำนานพระมหาเจดีย์ชเวดากองซึ่งเป็นต้นฉบับใบลานจารึกด้วยภาษามอญ อักษรมอญโบราณ ปรากฏว่ามีอยู่ในประเทศไทยอยู่ที่วัดม่วง ต.บ้านม่วง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี กล่าวถึงตำนานพระบรมธาตุสำคัญที่เกิดจากศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชาวมอญ และเป็นเอกสารสำคัญตามตำนานที่กล่าวถึงชนชาติมอญเป็นครั้งแรกตั้งแต่สมัยพุทธกาล

                        ทุกวันนี้มีผู้คนมากมายโดยเฉพาะคนล้านนาทางเหนือและในเขตพม่า และคนที่เกิดปีมะเมีย ใฝ่ฝันว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตจะมีโอกาสกราบไหว้บูชาพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งเป็น ๑ ใน ๕ พระบรมธาตุ นอกเหนือจาก พระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ พระธาตุหริภุญไชย จังหวัดลำพูน พระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง และพระธาตุมุเตา เมืองหงสาวดี

                        เพราะเชื่อกันว่าในชีวิตของคนคนหนึ่งหากมีโอกาสบูชาพระบรมธาตุครบ ๕ แห่งแล้วจะบังเกิดอานิสงส์มหากุศลเป็นยิ่งถึงขั้นทำให้บรรลุมรรคผลนิพพาน

                        พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เมืองร่างกุ้ง สหภาพเมียนมาร์ จึงมีนัยเชิง “จิตวิญญาณ” ที่คาบเกี่ยวทั้งเรื่องเชิงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ หรือการต่อสู้และสันติภาพของแผ่นดินกว้างแห่งลุ่มน้ำอิระวดี

                        มหาเจดีย์ที่เล่ากันว่าพบร่องรอยการก่อสร้างครอบทับถึง ๗ ชั้นใน ๗ ยุคสมัย

                        มหาเจดีย์ที่ว่ากันว่าบนยอดเจดีย์เป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุทั้ง ๘ เส้นของพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระบริโภคเจดีย์ของพระพุทธเจ้าอีก ๓ พระองค์ กลายเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

                        มหาเจดีย์ที่ถูกใช้เป็นฐานกำลังบัญชาการรบสมัยพม่ารบอังกฤษเสมือนเป็น “ตัวประกัน” กระทั่งกลายเป็นตำนานแห่งความพ่ายแพ้ของชาวพม่าที่มิกล้าทำร้ายสิ่งที่ตนเคารพบูชายิ่ง

                        มหาเจดีย์ที่หุ้มด้วยทองคำแท้ถึง ๘,๖๘๘ แท่ง ฉัตรและมงกุฎยอดฉัตรเป็นเครื่องประดับรูปบัวตูมประดับด้วยเพชร ๕,๔๔๘ เมตร รวมทั้งทับทิม นิล และบุษราคัมอีก ๒,๓๑๗ เม็ด และเพชรเม็ดใหญ่ ๗๖ กะรัต

                        มหาเจดีย์ที่เผชิญกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวมานับครั้งไม่ถ้วน กระทั่งทำให้ฉัตรใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่บนพระเจดีย์หักลงมากลายเป็นลางบอกเหตุความพินาศของราชบัลลังก์พม่า จนต้องมีการเรี่ยไรเงินเพื่อทำการปฏิสังขรณ์เป็นการใหญ่

                        มหาเจดีย์ที่มีเรื่องราวเล่าขานถึงอิทธิปาฏิหาริย์ บ้างว่าอาจเห็นองค์เจดีย์เป็น ๒ องค์ บ้างเล่าขานว่าอาจมีแสงพวยพุ่งจากยอดมหาเจดีย์ และบ้างก็ว่าอาจเป็นบุญตาที่ได้เผชิญกับเงาทะมึนแห่งองค์เจดีย์ที่ทาบทายังแผ่นดินรอบลานเจดีย์

                        ไม่ว่าเรื่องเหล่านี้จะเป็นจริงหรือไม่? อย่างไร? แต่เชื่อว่าแสงเงาที่เกิดขึ้นแล้วอย่างแน่นอนก็คือ “เงาศรัทธา” ที่ทาบทา “จิตวิญญาณ” ของผู้คนและถูกสะท้อนเป็นรูปธรรมผ่านการเคารพบูชาด้วยสิ่งมงคลมากมาย และรวมถึงสิ่งปลูกสร้าง ถาวรวัตถุ พระพุทธรูป ฯลฯ ที่รายรอบองค์เจดีย์ล้วนบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และศรัทธาของผู้คนอย่างไม่มีวันจบสิ้น

                        กลายเป็นเรื่องราวเล่าขานของ “ชเวดากอง-ย่างกุ้ง เงาศรัทธาบนรอยทางแห่งจิตวิญญาณ”

...และแล้วเต็มแสงจันทร์-อาบฟ้า คืนเคียงวันไหว้พระจันทร์และเฝ้าดูจันทร์เดือนรอมฎอน พุทธศักราช ๒๕๕๐ มหานาฏกรรมแห่งการสูญเสียบังเกิดขึ้นอีกคราครั้ง

เกิดขึ้นท่ามกลางตระหง่านของ ‘พระมหาเจดีย์ชเวดากอง’ บนเนินเขาสิงฆุตตระ ชานเมืองด้านเหนือของ “เมืองตะเกิง” หรือ “ย่างกุ้ง” เมืองหลวงของสหภาพเมียนมาร์อันตั้งอยู่ริมน้ำฝั่งตะวันออกเช่นเดียวกับเมืองฟ้าอมรของสยามประเทศนาม “กรุงเทพมหานคร” 

มาเถิด, มวลมหามิตร เชิญร่วมขับขานทำนองเสนาะเพื่อปลอบโยนหัวใจใดที่อ่อนล้า และทาบทาดวงตาแห่งมิ่งมิตรเพื่อปลอบขวัญ.

ปราณชลี

๑๔.๒๔ น.

๔ ตุลาคม ๒๕๕๐

ในห้วงยามแห่งความร้าวราน

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 13/03/2008 เวลา : 00.22 น.
http://www.oknation.net/blog/underthesamesun

ขอบคุณครับสำหรับคำเชิญชวนมารับความสุขที่นี่
ไปพม่าแล้วสองรอบ 2546 2549 ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ เจ้าเส ลาโช ฉานสเตต พะโกกุ มิตทีลา พุกาม หงสาวดี
อยากไปอีกที แต่ยังลังเลอยู่ครับ
ความคิดเห็นที่ 15
ฟ้าบ่กั้น วันที่ : 13/03/2008 เวลา : 00.22 น.
http://www.oknation.net/blog/underthesamesun

ขอบคุณครับสำหรับคำเชิญชวนมารับความสุขที่นี่
ไปพม่าแล้วสองรอบ 2546 2549 ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ เจ้าเส ลาโช ฉานสเตต พะโกกุ มิตทีลา พุกาม หงสาวดี
อยากไปอีกที แต่ยังลังเลอยู่ครับ
ความคิดเห็นที่ 14
แก้วกุดั่น วันที่ : 03/11/2007 เวลา : 22.16 น.
http://www.oknation.net/blog/finchy
แล้วโลกจะสวยงาม...

เคยไปไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากองมาเหมือนกันค่ะ รู้สึกขลังและศักดิ์สิทธิ์มาก ชอบระหว่างทางขึ้นที่มีดอกไม้สวยๆ ให้บูชา...ใครๆก็ว่าขอแล้วจะสมหวัง..
ความคิดเห็นที่ 13
ไฟสายฝน วันที่ : 07/10/2007 เวลา : 13.30 น.
http://www.oknation.net/blog/pleng

สมความตั้งใจแล้วนะคะ
ความคิดเห็นที่ 12
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 23.25 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai

ขอเงาแห่งศรัทธาชเวดากองจะทาบทาประเทศและประชาชนพม่าและคลี่คลายทุกอย่างสุ๋ความสงบสุขสันติค่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
กู่ วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/shadowy
 เตือนใจ ให้เตือนตน เกิดเป็นคน ไม่ง่ายดาย

ที่ตะลึงเพราะมุมมองในการเห็นเหมือนเข้าไปนั่งในหัวใจของเขา

เรื่องที่เล่า..ในเชิงปาฏิหารย์ ที่คนบ้านเราจะไม่มีทางเชื่อ

แต่ที่โน่น..เขาเต็มร้อย

เหล่านี้คือบางอย่างที่มีอยู่ในความเป็นพม่า

......
คาดไม่ถึงว่าจะมีใครมองเห็นและถ่ายทอดในยามสถานการณ์นี้

โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับมอญและอดีตชาติ

อยากอ่านอีกนะคะ ถ้ายังมีเรื่องต่อจากนี้ เชื่อว่าคุณคงได้อะไรหลายอย่างกลับมา

....
อ่านแล้ว คลี่คลาย ผ่อนคลายความทุกข์หมองที่กองทับถมอยู่ในใจ ด้วยความคิดถึงและห่วงใย

ในผู้คน ที่รักและเคารพรัก ที่อยู่ที่นั้น

อยากบอกว่าเป็นห่วงเหลือเกิน แต่ไม่สามารถส่งคำไปได้
ความคิดเห็นที่ 10
AnnieLove วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 20.13 น.
http://www.oknation.net/blog/Annielove


ประเทศนี้เคยไปแค่แม่สาย อยากไปเมืองย่างกู้งสักครั้ง
รูปภาพสวยมากคะ บรรยายได้อารมณ์เจ้าบทเจ้ากลอนจริงๆ คะ
ความคิดเห็นที่ 9
แมวเหมียว วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 19.42 น.
http://www.oknation.net/blog/wassanok


เคยไปเยือนแล้วค่ะ ยิ่งใหญ่อลังการ ชาวพุทธพม่าเคร่งครัดและศรัทธา
ช่วงนี้ดูข่าวด้วยความเศร้า
เอาภาพเพชรพลอยประดับที่ยอดเจดีย์มาฝากค่ะ คุณกำปงพิราเทวีส่งมาให้ค่ะ เป็นภาพถ่ายจากเฮลิคอปเตอร์
ความคิดเห็นที่ 8
บรรณาลัย วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 18.46 น.
http://www.oknation.net/blog/yongyoot

ดินแดนแห่งชาวพุทธ
ความคิดเห็นที่ 7
inmoon วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 18.14 น.
http://www.oknation.net/blog/inmoon
เวลาบินข้ามเราไป  ทว่าทอดเงาไว้เสมอ

ยามเย็นๆ ค่ะ
...................
ศรัทธา
ขับขานเสียงซึ่งคนหูหนวกจักได้ยิน
ศรัทธา
ส่องแสงทาบทาซึ่งคนตาบอดจักมองเห็น
ศรัทธา
ถ้อยคำซึ่งคนใบ้จักเอื้อนเอ่ย
....................... .........................
ความคิดเห็นที่ 6
นายตะเกียง วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 17.19 น.
http://www.oknation.net/blog/naitakeing

เงียบสงบดีครับ โดยเฉพาะรูปใต้ต้นโพธิ์..เหมาะกับการทำสมาธิ
ความคิดเห็นที่ 5
พันธกานท์ วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 17.10 น.
http://www.oknation.net/blog/panthakant

มาสลามัตดาตัง ...ท่านชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ แห่งดุซงญอ
ความคิดเห็นที่ 4
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 17.05 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


อยากไปจัง...
ความคิดเห็นที่ 3
wullopp วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 16.03 น.

ขอขอบคุณอาจารย์ปราณชลี... / ขอขอบพระคุณสำหรับบทความพร้อมภาพที่สะท้อน สะเทือนอะไรๆ หลายอย่างเหลือเกิน / ขอตั้งความปรารถนาให้ทหารพม่า และชาวพม่าได้เมตตา-กรุณากัน ขอให้แผ่นดินที่รองรับพระมหาเจดีย์ชเวดากองร่มเย็นครับ...
ความคิดเห็นที่ 2
พี่ต้นอ้อ วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 15.30 น.
http://www.oknation.net/blog/jamwainaja
UP มั่ง.. ไม่ UP มั่ง   แล้วแต่อารมณ์ 


เห็นเจดีย์ " ชเวดากอง" แล้วคิดถึง "กรุงศรีอยุธยา"

เฮ้อ!!
ความคิดเห็นที่ 1
กู่ วันที่ : 04/10/2007 เวลา : 15.25 น.
http://www.oknation.net/blog/shadowy
 เตือนใจ ให้เตือนตน เกิดเป็นคน ไม่ง่ายดาย

ตื่นตะลึงในมุมมอง
ทั้งภาพถ่ายและข้อมูล

ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ ได้อย่างอลังการณ์และรันทดหดหู่
ไปพร้อมกัน ชื่นชม 1 โหวต
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน